ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ep.16-ปะป๊าที่น่ากลัว

ชื่อตอน : ep.16-ปะป๊าที่น่ากลัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2563 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ep.16-ปะป๊าที่น่ากลัว
แบบอักษร

.

 

.

**เนื้อหาจะค่อนข้างละเอียดขึ้นค่อยๆอ่านทำความเข้าใจนะคะ

.

 

.

เริ่มเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว ผมค่อยๆกระพริบตาปรับแสงที่ส่องเข้ามาก่อนจะสังเกตว่าอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน ไม่ใช่ปะป๊านี่

"พี่...."ผมค่อยๆเงยหน้ามองเห็นพี่ไทน์นอนเท้าคางและกอดผมอยู่

"ปะป๊าไปไหน"ผมค่อยๆหยัดตัวขึ้นมองด้านหลังที่มีคุณเฮลและพญางูนอนเล่นกันอยู่ ทั้งหมดจ้องมาที่ผม

"บอสไปทำงานครับเดี๋ยวก็กลับ"ไทน์เอ่ยบอกก่อนจะยิ้มบางให้ ผมพยักหน้าเบาๆ

ไม่ได้กอดแล้วก็ไม่ได้กลิ่นตอนเช้านี่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสงบเลย

"หิวมั้ยคุณหนูผมทำอาหารเช้าไว้แล้วนะ"พญางูเอ่ยบอกก่อนจะเข้ามายีหัวผม

"อยากกินพร้อมปะป๊า"ว่าแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมา ผมมองทั้งสามเห็นสีหน้าของแต่ละคนดูเจื่อนลง

"ไม่ต้องรอหรอกครับคุณหนู เขามีธุระทั้งวัน"พญางูบอกต่อก่อนจะให้ผมไปอาบน้ำเตรียมทานข้าว

ไปไหนไม่บอกก่อนหรอ?

คอยดูนะถ้ากลับมาจะไม่คุยด้วยสามนาที!!!!

.

 

.

หลังจากที่พวกเราทานอาหารเช้าเสร็จ ไทน์บอกผมว่าวันนี้พวกเขาต้องไปประชุมกันและจะให้เฮลอยู่เป็นเพื่อนผม ผมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะมานั่งเล่นที่โซฟา

เมื่อคืนผมฝันร้าย มันทั้งน่ากลัวและเหงา ตื่นมาคิดว่าจะเจอปะป๊า แต่พอไม่เจอก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าความฝันนั่นจะเป็นจริง ผมนั่งเงียบๆคิดกับตัวเอง ไอมืดสีดำของปะป๊ายังอยู่ในร่างกายผม แต่ผมรู้สึกว่ามันดูเบาบางลง ไม่รู้ว่าเพราะเขาออกไปไกลหรือมีเรื่องอะไรกันแน่

เฮลที่นั่งสังเกตอาการของคนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจ ตามจริงตั้งแต่เมื่อคืนเขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีมาตลอด ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นแววตาของคริสดูลังเลและเยือกเย็นมาก่อนเลย

มันแปลกไปมากๆ

"คุณเฮล.."เสียงเล็กๆเอ่ยเรียกเขา

"เรียกพี่ก็ได้นะ"เฮลเอ่ยบอกยิ้มๆพลางดึงอีกคนมานั่งตัก

อย่างไรแล้วเฮลก็ยังตัวใหญ่และสูงโปร่งมากกว่าเด็กอายุสิบแปดอยู่ดี(ถ้าไม่มีปะป๊าคุณเฮลหนูก็เอานะ!)

"พี่เฮล"

"ครับ ว่าไง"ใบหน้าหวานขึ้นสีชมพูจางๆ

แงงงง พี่เขาดีจังเลยอ่ะะ ไม่ได้ๆๆห้ามใจแตก ต้องคิดถึงหน้าปะป๊าไว้!!!

ผมค่อยๆเอื้อมมือเกาะบ่าเขาไว้ ผมสีขาวของเขาเริ่มยาวถึงก้นแล้ว ผมชอบมากๆเลย

"ชอบหรอ"อีกคนเห็นผมมองที่ผมของเขาก็ยกยิ้ม

"อื้อ"

"จับก็ได้นะ"เมื่อได้รับคำอนุญาต ผมก็คว้าผมสลวยของเขาทันที

"พี่เฮล เมื่อคืนผมฝันแปลก"ผมค่อยๆเล่าเรื่องให้เขาฟัง

"เหมือนปะป๊าจะจากผมไป ไกลมากไกลจนผมไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้เลย"ว่าแล้วก็น้ำตาคลอเบ้า เฮลได้แต่มองใบหน้าเด็กที่เม้มปากกลั้นน้ำตาแน่น

คริสเอ้ย บังอาจทำน้องร้องไห้ฉันจะพานายไปทัวร์นรก

"ผมรู้สึกไม่ดีเลย ยิ่งตื่นมาไม่เจอปะป๊ามันทำให้ใจผมเจ็บมาก มันเจ็บปวดเหมือนว่าในฝันมันกลายเป็นเรื่องจริง"

"...."

"ปะป๊าจะมาตอนไหน เมื่อไหร่เขาจะกลับมา"

"หนูคิดถึง"พลันพูดจบท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มคล้ายฝนจะตก ท้องฟ้าร้องดังราวกับเสียงสัตว์คำราม สายฟ้าผ่าเปรี้ยงจนคนตัวเล็กสะดุ้งน้ำตารื้น

พอไม่มีปะป๊าอยู่ข้างๆในใจมันหนาวเหน็บเหลือเกิน

"อะไรล่ะนั่น..."เฮลมองอย่างตกใจ ด้านนอกมีเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าดังขึ้น ลำแสงสีเหลืองจางๆแลบลงมาปะปนกับท้องฟ้ามืดครึ้ม

คล้ายกับ..

"ปะป๊า...."เด็กน้องร้องออกมาเบาๆ ในใจมันเจ็บแปล๊บขึ้นมาและรู้สึกแปลกๆ

"พี่เฮล.."

"หืม?"

"ไอมืดของปะป๊าในตัวหนูหายไป"

.

 

.

"ไทน์!!!"พญางูเอ่ยเรียกอีกคนเมื่อสังเกตถึงความผิดปกติบนน่านฟ้า ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะรีบวิ่งกลับมาที่ห้องพัก

"เฮล!"ไทน์เอ่ยเรียกเมื่อมาถึง ชายหนุ่มหายใจหอบเมื่อสังเกตเห็นคนตัวเล็กในอ้อมกอดเฮลที่นั่งกุมอกอยู่บนพื้น ใบหน้าหวานสื่อถึงความเจ็บปวด

"เกิดอะไรขึ้น!"พญางูถามร้อนรนเมื่อเห็นท่าไม่ดี ไทน์ที่เดินตามมาเข้าประคองร่างเล็กไว้ ก้มลงมองอีกคนที่หายใจรวยริน กายบางเย็นเฉียบต่างจากเมื่อตอนเช้า เขาจับที่หลังคออีกคนเบาๆหาเส้นสายพลังบางอย่าง ก่อนจะพบว่าปานสีทองรูปราชสีห์ที่เป็นตัวบ่งบอกพันธะมันช่างเจือจางเหลือเกิน

ต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับบอสแน่ๆ

พันธะที่สร้างขึ้นคล้ายกับมีพลังจากของอีกคนแลกเปลี่ยนกัน คนหนึ่งรู้สึกเช่นไรอีกคนหนึ่งจะรู้สึกเช่นกัน

กายเล็กสั่นเหมือนลูกนก ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำใส ปากเล็กร้องเรียกถึงคนที่ใจถวิลหา สองมือขึ้นกุมอกแน่น ในใจราวกับถูกตรึงด้วยโซ่หลายชั้นบีบรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

อาการคล้ายๆกับตอนที่ได้รับไอมืดของปะป๊าครั้งแรกๆ แต่ในตอนนี้มันต่างออกไป

เหมือนถูกบีบไว้และจะสลายลงไปช้าๆ

ดวงตาสีไวน์ของเฮลทอแสง จ้องมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มและเสียงฟ้าผ่าดังราวกับเสียงคำราม

พลันยกมือขึ้นเรียกรวมพลผีที่อยู่ในยมโลกขึ้นมา สั่งการให้เหล่าภูตผีแทรกซึมหาสาเหตุถึงความผิดปกติ ดวงตาสีไวน์หรี่ลง อ้อมกอดของเขายังคงมีร่างบางนอนตัวสั่น เขารับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ไอมืดของคริสหายไป ทำให้กายเย็นราวถูกแช่แข็ง

ความอบอุ่นเหล่านั้นหายไปจนสิ้น ร่างบางถึงได้นอนตัวสั่นยังไงเล่า

เห็นท่าไม่ดีจึงค่อยๆสร้างวงเวทพลังขึ้น เพลิงนรกสีแดงสว่างเหนือกำมือ ค่อยๆวางเพลิงร้อนทาบที่อกคนตัวเล็ก ให้ความอบอุ่นเข้าแทรกจิตใจ พลันร่างกายบางอุ่นขึ้นเป็นปกติและอีกคนสลบไปเสียแล้ว ไทน์จึงอุ้มขึ้นให้อีกคนนอนบนเตียง พญางูช่วยอีกแรงโดยการเรียกเหล่าอสรพิษมาคอยคุ้มกันร่างเล็กไม่ให้ห่าง งูตัวใหญ่ตัวเล็กชูคอขึ้นแผ่แม่เบี้ย ลิ้นสองแฉกแลบออกมาส่งเสียงขู่ฟ่อเบาๆ

เฮลยืดตัวขึ้นเดินไปจ้องที่ท้องผ้ามืด ภูตผีที่รับสั่งกลับมาบอกเขาว่ามีเรื่องเกิดขึ้นที่กลางป่ากว้างด้านล่าง เกิดขึ้นในม่านหมอกสีขาวที่เขารู้จากหมีใหญ่มาว่ามันเป็นสถานที่ที่เหล่าพวกไร้บ้านออกมาอาละวาด

ในม่านหมอกสีขาวนั่นต้องเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน

ยกมือบางขึ้น ปลดปล่อยพลังสีแดงเป็นวงกว้าง ดวงตาสอดส่องถึงจุดผิดปกติในป่า ก่อนจะเห็นม่านหมอกสีขาวที่ฟุ้งกระจาย หรี่ตาลงอีกขั้นจ้องลึกเข้าไปด้านในพบว่ามีกระแสพลังงานที่น่ากลัวอยู่ภายใน

"เธอเจออะไร"พญางูเอ่ยถามเสียงเข้ม หรี่ดวงตาสีเขียวเช่นงูมองตามจุดสีพลังสีแดงของเฮลปรากฏอยู่

"ตรงนั้น....รีบไป"เฮลเอ่ยบอกโดยไม่ได้หันมอง เพียงแต่เสียงที่สื่อมาทำให้อีกคนรู้ได้เลยว่าในใจของเฮลร้อนรนเพียงใด

ราวกับเฮลมีอีกร่างของอีกคนที่ไม่รู้จัก ดวงตาสีไวน์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำหนึ่งข้าง ดูเหม่อลอยเคว้งคว้างและดำมืด

"ไป..ช่วยเขา"เฮลเอ่ยราวกับถูกควบคุม แต่ไม่ใช่ นั่นเป็นเพียงวิชาอีกหนึ่งวิชาที่เฮลเล่าเรียนมา เป็นวิชาที่สามารถมองสิ่งตรงหน้าได้ทะลุปรุโปร่งแต่เขายังร่ำเรียนไม่สำเร็จถึงขั้นบรรลุ วิชานี้ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย400ปี และตอนนี้เขาเรียนได้แค่230ปี แม้จะใช้ได้ไม่เต็มที่นักเพราะมันเปลี่ยนดวงตาได้แค่ข้างเดียว แต่มันก็ทำให้เขาเห็นหลายๆอย่างภายในหมอกสีขาวนั่น

"รีบไป..."เมื่อพูดจบ ดวงตาสีดำแปรผันกลับมาเป็นสีไวน์ดังเดิมก่อนที่ร่างโปร่งจะเซเล็กน้อยและได้พญางูรับไว้ เพราะเป็นวิชาที่รุนแรงจึงต้องใช้พลังในกายเป็นอย่างมาก ร่างโปร่งหอบหายใจเหงื่อซึมตามกรอบหน้า ดวงตาสีดำสามารถเจาะลึกลงไปใต้พื้นดินได้หลายสิบกิโล หากเขาฝึกฝนจนสำเร็จเขาก็สามารถใช้วิชามองยมโลกได้เลย

ความสามารถแฝงที่น้อยคนนักจะรู้ เพราะเป็นวิชาต้องห้ามที่หากฝึกพลั้งพลาดอาจถึงแก่ชีวิต แต่เฮลนั้นเป็นอมตะจึงง่ายต่อการเล่าเรียนเฮลเองก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดใครต้องมาปกป้อง

ข้อนี้พญางูเองก็รู้ดี

"อย่าฝืน"เสียงทุ้มเอ่ยบอกเบาๆ มือใหญ่ยังคงประคองอีกคนที่หอบหายใจอยู่

"อืม ไม่เท่าไหร่ นายรีบไปเถอะฉันจะดูน้องเอง"

"ถ้าเธอหมดพลังของตัวเองเธอสามารถใช้ไอของฉันได้"

"ไม่เป็นไรฉันยังไหว"

"เธอคิดว่าฉันจะทำไปเพื่ออะไรกันถ้าไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ"

"..."

"พันธะและไอของฉันในตัวเธอ ฉันตั้งใจทำมัน"

"..."

"ได้โปรดอย่าฝืน ถ้าเธอฝืนหัวใจฉันมันเจ็บ"ดวงตาสีเขียวสบมองลึก ราวกับให้เขารู้ถึงความรู้สึกลึกๆข้างใน เขากระพริบตาเบาแล้วพยักหน้าเป็นอันว่าเขาเข้าใจ

"ถ้าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ฉันจะรู้เพราะมีงูของฉันเฝ้า แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ..."

"ตรงนี้...มันเจ็บปวด"เลื่อนมือกอบกุมมืออีกคนให้ทาบที่อกแกร่ง ส่งสายตาหวานซึ้งให้เขา ในใจเต้นครึกโครมเมื่อจ้องมองสายตาอีกคนที่สื่ออออกมา

"อืม"เฮลจ้องมองกลับไป ก่อนที่ทั้งสองจะผละออกจากกัน เฮลเอื้อมมือไปจิ้มเบาๆที่หน้าผากอีกคน ค่อยๆส่งพลังสีแดงจางเข้าในร่างกายอีกคน เพื่อให้รับรู้สิ่งที่เขาเห็นเมื่อกี้และส่งต่อพลังบางอย่างให้

ดวงตาสีเขียวจ้องมองคนอายุมากกว่าที่สูงแค่คาง ปากหยักยกยิ้มบางรับรู้ถึงพลังสายหนึ่งที่ไหลเวียนเข้ามา

คนแก่ปากหนัก

ไทน์ที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกได้แต่กุมอกมองไปเงียบๆ

.

 

.

สองร่างหนุ่มใช้วิชาตัวเบาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปที่กลางป่า เวลานี้ต้องรีบช่วยคนที่อยู่ข้างในก่อน

ภาพที่เฮลเห็นคือภาพที่แขนขาของคริสถูกตรึงด้วยโซ่เส้นใหญ่

ร่างกายมีร่องรอยของบาดแผลหลายจุด และบางจุดดูรุนแรงจนน่าใจหาย ร่างหนาหลับใหล ใบหน้าคมปรากฏรอยที่ถูกทำร้าย และรอบกายมีพวกไร้บ้านควบคุมอยู่

อะไรทำให้คริสเสียท่าถึงเพียงนี้

พลันไทน์คบกรามแน่น ความรุ่มร้อนในใจเริ่มประดังประเดเข้ามา หากเขาเอะใจเพียงนิด บอสจะไม่เจ็บตัวเลย

พญางูเห็นอีกคนทำหน้าเครียดแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ความสัมพันธ์ของเจ้านายลูกน้องคู่นี้เขาเข้าใจมันดี

.

 

.

เมื่อมาถึงสองหนุ่มมองหน้ากันก่อนจะเดินเข้าไปในม่านหมอก

ระหว่างทางนั้นเงียบสงัดไร้ซุ่มเสียงใดๆ เดินเข้ามาลึกขึ้นจึงพบกับปราสาทใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง มีป้อมปราการและพวกไร้บ้านยืนควบคุมตามจุดต่างๆ แต่พวกมันไม่ได้สนใจเขาสองคนเลยแม้แต่น้อย

ประตูบานใหญ่เปิดออกเองช้าๆชายหนุ่มมองหน้ากันอีกครั้งและเดินเข้าไป

ห้องโถงกว้างมีพรมแดงปูเป็นทางยาวจนสุดสายตาพบบัลลังค์สีทองตั้งเด่นสง่าอยู่ตรงกลาง โคมไฟสีเหลืองทองด้านข้างจุดขึ้นเอง ราวกับเชื้อเชิญเข้ามา ทุกอย่างง่ายดายเช่นนี้?

ทั้งสองเคลื่อนกายเข้าใกล้ บัลลังค์สีทองนั้นตั้งหันหลังให้พวกเขาอยู่ แต่ไม่ทันจะได้สังเกตก็มีเสียงประตูเปิดจากด้านข้างทำให้พวกเขาเลือกที่จะตรงไปที่ประตูนั่นแทน

เมื่อเข้ามาก็พบกับห้องๆหนึ่งคล้ายคุก มีเหล็กสีดำกั้นอยู่ พวกเขาค่อยๆเดินเข้าไปพบพวกไร้บ้านที่คล้ายหุ่นเชิดยืนคุมอยู่ เมื่อพวกมันรับรู้การมาถึงของพวกเขา ก็เอียงตัวเปิดกรงเหล็กให้ทันที

พวกเขาทำสีหน้างุนงง เดินเข้าไปก็พบกับร่างใหญ่ของคริสที่ถูกตรึงอยู่ทั้งสองตกใจเป็นอย่างมาก จ้องมองใบหน้าคมที่ถูกแต้มไปด้วยบาดแผลและเลือด

"นี่มันเรื่องอะไรกัน"

"ดูเหมือนพวกหุ่นเชิดนี้จะต้อนรับเราเสียด้วย"พญางูมองรอบๆไทน์เดินเข้าไปหาคริสเชื่องช้า

"บอสครับ"เอื้อมมือไปใกล้ๆแต่กลับถูกแสงสีดำตวัดเข้าใส่จนเขาต้องถอยออกมาตั้งหลัก

"อะไรล่ะนั่น"พญางูคว้าไทน์ไว้ก่อนจะมองด้วยสีหน้าปะหลาด

"ดูเหมือนพลังของบอสจะถูกผนึก"

"หา?"

"บอสมีพลังสองอย่างคือไอมืดและแสงสีทอง เหมือนพลังดีและชั่วร้ายอยู่ในกาย"ไทน์ค่อยๆเริ่มอธิบาย

"จากที่ฉันดูเมื่อกี้เหมือนแสงสีทองจะถูกผนึก และทำให้ไอมืดเริ่มกัดกินเขา"

"มันรุนแรงเพราะสัญชาตญาณของสัตว์ด้วยสินะ"พญางูเอ่ยต่อ

"อืม เดิมทีการเป็นเจ้าป่าพลังก็ล้นเหลืออยู่แล้วและยิ่งเขามีทั้งไอมืดและแสงสีทองอยู่ด้วย มันทำให้พลังในกายตีกันจนผลออกมาเป็นเช่นนี้"

"แล้วการที่ไอมืดในตัวคุณหนูและปานสีทองหายไปด้วยหมายความว่าอย่างไร"

"ถ้างั้นฉันคิดว่าทั้งพลังดีและพลังชั่วร้ายถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณดิบแล้วยังไงล่ะ"

"เขาฝึกฝนและควบคุมสัญชาตญาณมาตลอดมิใช่หรือ?"

"ใช่ แต่หลังๆมามันไม่ได้ผลเพราะเขาอยู่กับน้องฮาร์ท มันทำให้การฝึกเป็นได้ไม่ราบรื่นนัก"

"เพราะถูกคุณหนูทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสินะ.."

"นั่นก็มีส่วน แต่ตอนนี้เราแย่แล้วล่ะ"ไทน์เอ่ยจบพญางูก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะพบว่าใบหน้าเปื้อนเลือดของคริสค่อยๆลืมตาจ้องมองมาที่พวกเขา

ดวงตาสีดำมืดสนิทไร้ประกายอย่างที่เคย จ้องมองมาราวกับไม่รู้จักกัน พลันร่างกายค่อยๆขยับไอมืดโอบล้อมรอบกายรุนแรงทำให้โซ่ใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆ

ที่ไอมืดและพันธะจางหายไปเพราะตัวคริสในตอนนี้ไร้ความเป็นมนุษย์ไปเสียเเล้ว

"บอส..."ร่างใหญ่เดินเข้าใกล้ก่อนจะยกมือปัดร่างของไทน์กระเด็นกระแทกผนังเเรงจนอีกคนกระอักเลือดเพราะได้รับไอมืดเต็มๆ

"ไทน์!!"พญางูหันมาเผชิญหน้ากับคริสก่อนจะเริ่มใช้ไอสีเขียวเริ่มจัดการอีกฝ่ายก่อนแต่เพียงคริสยกมือก็ทำให้ไอของเขาสลายหายไป

เพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย สัญชาตญาณที่ควบคุมจิตใจเริ่มลุกลามไปทั่วแล้ว

นี่ไม่ใช่คริสที่เป็นมนุษย์อีกต่อไป

แต่เป็นสัตว์ร้ายที่จะกัดกินทุกคน

พญางูถูกปัดไปกระแทกผนังไม่ต่างจากไทน์ทั้งคู่ทรุดลงหอบหลังจากต่อสู้ใช้พลังไปแต่คนตรงหน้ากลับไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย พวกเขายังไม่เอาจริงด้วยซ้ำเพราะอีกคนเป็นคริส เป็นเจ้านายเป็นเพื่อนของพวกเขา เขาทำไม่ลงหรอก

ร่างใหญ่เดินออกไปด้านนอกแต่ถูกหุ่นเชิดยืนล้อมไว้ ดวงตาคมปรายตามองก่อนจะยกมือขึ้นควงช้าๆพลันร่างเหล่านั้นแตกสลายเป็นผุยผง ทั้งไทน์และพญางูมองด้วยความตกใจ

สัญชาตญาณของเขารุนแรงถึงเพียงนี้?!

พญางูตวัดสร้างบาดแผลทางยาวให้ตัวเองก่อนจะหยดเลือดลงพื้นสร้างอักขระเวทควบคุมคริสไว้ ร่างใหญ่ชะงักนิ่งตามคำสั่งของอักขระเวท ไม่นานนักปราสาทก็สั่นคล้ายแผ่นดินไหว

"อะไรกันเนี่ย"พวกเขาชักงุนงงกันไปใหญ่แล้ว มาถึงก็มีแต่เรื่องแปลกๆ รับมือไม่ทันสักอย่าง

"หึหึหึหึ"เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้น ชายหนุ่มมองหาต้นเสียงแต่ก็ไม่พบอะไรเลย

มัวแต่สนใจเสียงจนอักขระเวทที่สร้างไว้ถูกทำลาย พญางูตกใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอักขระเวทไม่มีทางจะใช้พลังของตนพังมันออกมาได้ นอกเสียจากคนด้านนอกเท่านั้น และต้องเป็นคนของตระกูลงูที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์

ใครทำลายมันกัน!

"โฮกกกกก!!!"เสียงคำรามดังมาจากร่างใหญ่ที่ไร้พันธนาการ ปราสาทยังคงสั่นเครือรุนแรงจนชายหนุ่มแทบทรุด ร่างใหญ่เดินออกไปที่ห้องโถง พวกเขาพยายามจะตามไปแต่ร่างกายหนักอึ้งเหลือเกิน

ร่างใหญ่เดินออกมาตรงกลางที่มีบัลลังค์ตั้งตระหง่านอยู่ ค่อยๆย่ำเท้าเดินเข้าไปใกล้หย่อนกายลงนั่งกายใหญ่นิ่งสงัด ไม่สั่นไหวตามการสั่นสะเทือนของปราสาท ขาวยาวตวัดขึ้นไขว่ห้างเท้าคางมองนิ่งๆ ไอมืดสีดำแผ่ออกจากร่างส่งผลให้ปราสาทหยุดนิ่งกลับเป็นปกติ

บุคคลปริศนาเดินออกมาจากด้านหลัง

"ขออภัยที่ทำให้รำคาญนะครับ คิง"เสียงทุ้มแหบของหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ทอดสายตาขึ้นมองใบหน้าคมที่จ้องมองที่เขานิ่งๆ ดวงตาสีดำมืดสนิทไร้ความรู้สึก อีกคนยกยิ้มเหี้ยม

"และขอบพระทัยเป็นอย่างมากที่เอ็นดูงูแก่เช่นข้า"

ไทน์และพญางูเดินตามออกมาหอบหนักจ้องมองที่ต้นเสียง ทำให้ทั้งสองชะงักไป ใบหน้าคมของพญางูเหงื่อตก

"พ่อ?!"

.

 

.

"หุบปากเสียเนกซ์ แกกำลังทำให้แผนพ่อพัง"

"แผน? แผนอะไร?! พ่อทำอะไรของพ่อเนี่ย!!!"พญางูขึ้นเสียงเข้ม ดวงตาเฉี่ยวของคนอายุมากกว่าตวัดมองแรง

"หึ เพราะความโง่เขลาของนังผู้หญิงนั่นแท้ๆทำให้ฉันได้มาถึงจุดนี้"

"คุณจะทำอะไร"ไทน์เอ่ยถาม

"อีกไม่นานฉันจะได้ขึ้นเป็นคิงแทน 555555"เสียงหัวเราะก้องกังวาลในห้องโถง พญางูและไทน์เหงื่อตก นี่พญางูคนเก่าเป็นกบฏหรือ ไม่ใช่ว่าเขาเคารพคุณคริสหรือ ทำไมถึงทำเช่นนี้??

"บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าแกทำอะไรบอส"ไทน์กัดฟันพูด ดวงตาสีเหลืองทอแสงเข้มจ้องมองงูแก่โอหังด้านหน้า

เลี้ยงไม่เชื่อง

"หืม ฉันทำอะไร? ฉันไม่ได้ทำเลยมันมาเอง555555555"เสียงหัวเราะยังคงก้องกังวาลไทน์ขบกรามแน่นหันมองร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนบัลลังค์เท้าคางมองอีกคนที่หัวเราะเสียงดัง

"ก็แค่นั่งรอเฉยๆ ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะมาเอง ฉันแทบไม่ต้องเหนื่อยหึหึ"งูแก่ยิ้มเหี้ยม

"บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพ่อทำอะไรกันแน่!!!"

"5555555555555ฉันอยากขึ้นเป็นคิงก็แค่หลอกล่อนิดหน่อย ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จถึงเพียงนี้"เสียงแหบเอ่ยตอบ ผายมือออกข้างตัวหัวเราะเสียงดัง ไทน์ไม่ทนอีกต่อไปตวัดพลังสายหนึ่งกระแทกร่างงูแก่กระเด็นไปอีกทาง เกิดเป็นรอยแผลลากเป็นทางยาวอยู่บนแผ่นหลัง

"แก?!"งูแก่กัดฟัน ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นยืน

"พ่อเป็นคนทำลายอักขระเวทของฉันใช่ไหม"

"ใช่สิ มาแส่ไม่เข้าเรื่องฉันก็ต้องกำจัดทิ้ง..."ดวงตาเสมองมาอย่างเหี้ยมโหด

"รวมถึงกำจัดแกด้วยเช่นกัน!"

"พ่อ!!!!"พญางูตวาดลั่น ไอมืดสีเขียวเข้มกระจายออกกว้าง

ไทน์ขบฟันบอสของเขาอุตส่าไว้ใจมากแท้ๆแต่กลับทำบอสเช่นนี้

ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนนิ่งบนบัลลังค์ เสตามองอีกคนที่หอบหายใจอยู่ด้านข้าง ยกมือขึ้นและค่อยๆบิดช้าๆ งูแก่หวีดร้องด้วยความโหยหวน ร่างกายเริ่มซุบผอมจากด้านล่างขึ้นมาช้าๆ

"คุณคริส หยุดก่อน!!!"พญางูเอ่ยขอเสียงเข้ม เขายังไม่เข้าใจอีกคน ต้องสอบสวนเสียก่อนแต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้ยินเสียงห้ามของเขาเลย

"อ้ากกกกกกกกกกก"เลือดสีเขียวสดไหลทะลักออกจากร่าง พญางูผงะ เดิมที่เลือดของงูเป็นสีดำแดงแต่ทำไมพ่อของเขาถึงเป็นสีเขียวสด

"กบฏ.."ไทน์เอ่ย

"เลือดจะแปรเปลี่ยนไปเมื่อชุดความคิดบิดเบี้ยว งูแก่นั่นคิดกบฏต่อบอส เลือดจึงเปลี่ยนเป็นสีนั้น"พญางูกำหมัดแน่น เขาที่คิดว่าพ่อคือผู้บริสุทธิ์และดีที่สุด แต่ที่ไหนได้กับมีจิตใจโสมมไม่ต่างจากพวกต่ำช้าเลย

"ถึงแม้บอสจะถูกควบคุมโดยสัญชาตญาณ แต่เขาก็รู้ว่าใครดีใครไม่ดี"

"หมายความว่าไง"

"ตั้งแต่เมื่อกี้ฉันลองสังเกต เขาแค่ปัดพวกเราทิ้งและไม่ได้ทำร้ายเรารุนแรง แต่พอพบกับพวกหุ่นเชิดเขากำจัดทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่ตอนนี้พ่อของนายก็เช่นกัน เขากำลังกำจัดมัน"

"หมายความว่าเขายังรู้หรือว่าเราเป็นพวกเดียวกัน"

"เรื่องนี้ฉันไม่มั่นใจแต่อาจมาจากจิตใต้สำนึกของเขาที่ไม่ได้มองพวกเราเป็นศัตรู"

เขาแค่ทำให้เราบาดเจ็บและทำให้เราทำอะไรได้ช้าลง เพื่อจะได้มีตัวการโผล่ออกมาและเขากำจัดมันทิ้งเอง

บอสก็ยังคงเป็นบอสที่ฉลาดและรู้เท่าทันศัตรูอยู่เสมอ

คริสไม่ได้กำจัดงูแก่ทันที เหลืองเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่คงภาพอยู่ที่เหลือถูกไอมืดบิดเละจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม

"อึก อั้ก"งูแก่ร้องด้วยความเจ็บปวด การถูกกรัดกร่อนอย่างเชื่องช้านี้ทำให้ทรมานอย่างยิ่ง ดวงตามองขึ้นไปพบอีกคนที่จ้องมองมาด้วยสายตาว่างเปล่า

เขาคิดในใจ ถึงแม้พลังจะถูกผนึกแต่ความเป็นคิงยังคงอยู่ ไอสังหารแผ่กระจายออกมาให้รู้สึกหวาดกลัว

"เล่าให้ฉันฟัง ว่าทำไมนายทำแบบนี้"ไทน์เอ่ยถามร่างแก่ที่เหลือเพียงส่วนหัว

"หึ ในวันหนึ่งฉันได้รับจดหมายจากผู้หญิงคนหนึ่งขอให้ฉันมาที่ปราสาทแห่งนี้ เขาบอกฉันว่าต้องการพบกับคิงและต้องการให้ฉันช่วยส่งจดหมายเชื้อเชิญ นางจ้างวานให้ผู้เรียนคุณไสยควบคุมหุ่นเชิด เป็นตัวล่อให้คิงและพวกนายมาที่นี่"

"นางมาพร้อมกับคนอีกหลายคนเป็นกลุ่มใหญ่ นางเป็นผู้นำของคนกลุ่มนั้น มีไอสีทองแผ่ออกมาจางๆ ในตอนนั้นฉันเกิดอยากได้สิ่งนั้นมา จึงกำจัดเธอทิ้งเเละยึดพลังนางมาเป็นของข้า55555555555"

"....."

"ฉันฆ่ามันทิ้งทุกคน ฉันเป็นคนส่งพวกหุ่นเชิดและส่งสัญญาณไปตามสายลมล่อให้คิงมาที่นี่ และผนึกพลังเขาเสีย พลังที่ฉันได้มามันยังไม่พอ มันยังไม่พอที่จะทำให้ฉันเป็นที่หนึ่ง ฉันจึงผนึกพลังเขาและปล่อยให้สัญชาตญาณดิบควบคุมเขา มันจะกัดกินจิตใจไปช้าๆเมื่อเสร็จสมบูรณ์ มันจะทำให้เขาคลั่งและตายในที่สุด และพลังที่อยู่ในกายของเขา ฉันจะกิน..ให้หมด"ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมมองมาที่ชายหนุ่ม ทั้งสองขบกรามแน่น มันต้องการเป็นที่หนึ่งจึงทำเช่นนี้

จากคนที่มีจิดใจเมตตาเพียงถูกความมืดครอบงำจึงทำให้ลงมือทำชั่วช้า

งูแก่หัวเราะคล้ายคนบ้าทั้งที่เหลือเพียงส่วนหัวแต่ยังไม่ลดความคิดสกปรกนั่นลง

"แล้วอักขระพิษของฉัน"

"ฉันจงใจเดินไปทำลายมันให้แกสงสัยไงลูกโง่!!!!"

พญางูใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไม่ใช่เขาไม่สงสัยแต่เขาไม่อยากคิดว่าคนที่ทำจะเป็นพ่อตัวเอง สายเลือดบริสุทธ์เหลือเพียงไม่กี่คน

"พ่อเริ่มฆ่าผู้อื่นและเอาพลังมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"แกคิดว่าพี่แกกลายเป็นครึ่งงูตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"...."

"ฉันเริ่มฆ่าเอาพลังมาตั้งแต่พี่แกยังเด็กนั่นแหละ"

"!!!!!"

"แกก็รู้สายเลือดบริสุทธิ์เหลือเพียงฉัน พี่ และแก ฉันอยากจะเป็นผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์เพียงผู้เดียวฉันจึงทำลายพลังครึ่งหนึ่งของพี่แกไป ทำให้เขาไม่สามารถกลายร่างเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อีก และกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือง ความคิดเริ่มบิดเบี้ยวและมองสิ่งต่างๆผิดแผกไป"

"...."

"ฉันเริ่มเป่าหูให้เขาทำตัวเป็นกบฏ หึหึหึ มันช่างง่ายดายมากจริงๆ"

"เขาเป็นลูกพ่อนะ..."

"เพราะเป็นลูกฉันนี่หล่ะ พวกแกจึงต้องทดแทนบุญคุณ"

"..."

"ตั้งแต่แม่พวกแกตายฉันลงทุนลงแรงอย่างมากเลี้ยงให้เติบโตจนพลังของพวกแกบรรลุขั้นสุด และฉันตั้งใจจะทำลายมันในตอนหลัง"

"...."

"อ่าจะว่าไป...แม่ของแกฉันก็เป็นคนฆ่าทิ้งเหมือนกัน"

"!!!!!"

"55555555555มีแต่ผู้คนโง่งม"

"แกสั่งให้คนไปลักพาตัวคุณหนูแล้วทำให้พวกเราไปฆ่าพี่ของเนกซ์ใช่ไหม!!!"ไทน์ตะโกนถาม

"หึหึหึ ใช่สิ แกรู้ไหมว่ามันช่างง่ายดายแถมมือฉันไม่ต้องเปื้อนเลือดสักนิด"

"..."

"แค่ชนกลุ่มน้อยที่ถูกรังเกียจเพราะเป็นครึ่งงูหายไปไม่กี่คนมันไม่ทำให้ฉันเสียดายหรอก"

"น่าสมเพศ!!"

"5555555555ขอบคุณๆฉันพอใจกับมันมากเพราะฉันได้พลังมาแทบจะครบทุกรูปแบบแล้ว ตั้งแต่แม่ของแก พี่ของแกรวมถึงลูกน้องบางคน และแก..สองคนจะเป็นรายต่อไป"

"เหลือแค่หัวแล้วยังจะพล่ามอีก"เสียงทุ้มลึกเอ่ยขึ้นเหนือหัว งูแก่ผงะตกใจ

ไม่คิดว่าอีกคนจะทำลายผนึกได้ด้วยตนเอง!!!

"ค คิง"งูแก่เอ่ยเสียงสั่น สบเข้าที่ดวงตากลับมาเป็นสีทองเช่นเดิมและมันกำลังจดจ้องเขา

"บังอาจผนึกพลังของฉัน ยืมมือฉันฆ่าคน แถมใช้ลูกฉันเป็นตัวล่อ"

"คะ คิง"กายใหญ่เดินเข้ามาใกล้

"ไปเล่นในนรกดีไหม เพื่อนฉันสามารถจองจำแกจนไปผุดไปเกิดไม่ได้อีก"

"มะ ไม่!!!"

"หึ เข้าใจคิดดีนะว่าฉันจะไขว้เขวไปเพราะเด็กน้อยนั่น"

"...."

"แต่แกก็ยังโง่เง่ามาเล่นกับไฟ!"

"อ้ากกกกกกก!!!!!!"งูแก่ร้องลั่นเมื่อไอมืดแทรกเข้าไปทางหูตาจมูกปาก เลือดสีเขียวไหลทะลักออกมาไม่หยุดจนหัวเริ่มฟีบลง

"ทำไมมันไม่ได้ผล อ้ากกกก ฉันผนึกพลังของแกไว้แล้ว!!!!"

"แกคิดว่าฉันเป็นใคร?"

"อั้ก!!!!"

"ไทน์"

"ครับ!"

"บอกฉันมาว่าเด็กน้อยเป็นอย่างไร"

"....น้องตัวสั่นและก่อนที่ผมจะมาไอและพันธะของบอสจางหายไปครับแต่ได้พลังของเฮลให้ความอบอุ่นไว้ตอนนี้หลับอยู่"

"...ร้องไห้หรือไม่"

"...ร้องครับ และร้องหาแต่บอสด้วย"อีกคนกำหมัดแน่นดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองเข้มจัด ไอมืดและไอสีทองแผ่ออกรอบตัวส่งผลให้ท้องฟ้าด้านนอกเเปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มอีกครั้ง เสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าดังขึ้น บนท้องฟ้าเริ่มหมุนวนเป็นวงกลม ค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาเป็นพายุสีดำลูกใหญ่ล้อมรอบปราสาท ดูดึงพลังงานชั่วร้ายขึ้นไปจนแทบหมดสิ้น งูแก่ที่เหลือเพียงหัวหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด ถูกกลุ่มพายุดูดขึ้นฟากฟ้าและหายไปในที่สุด พญางูและไทน์มองด้วยความตกตะลึง คริสสามารถควบคุมท้องฟ้าและอากาศได้ถึงเพียงนี้

นี่น่ะหรือ คิง

"ทำคนของฉันเจ็บปวด แกจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า"มือหนากำแน่นก่อนพายุลูกใหญ่จะระเบิดออกและหายไป ท้องฟ้ากลับมาเป็นเช่นเดิม

"บะ บอส.."ไทน์เอ่ยเรียกเมื่อมองเห็นความผิดปกติ

"ฉันคิดว่าเขากำลังสู้กับตัวเอง"พญางูเอ่ยเมื่อเห็นมือหนาของคริสกำเข้าหาแน่น ดวงตาเริ่มสั่นเล็กน้อย

"ผลจากการที่พลังโดนผนึกทำให้มันตีกัน"เขาเอ่ยต่อ

"อืม"คริสหันมาตอบในคอหันมองทั้งสองที่สะบักสะบอมเพราะเขา

ยอมรับว่าเขาพลั้งพลาดให้งูแก่นั่นเพราะมันพูดจาแทะโลมเด็กน้อยของเขาทำให้เขาเสียสติไปพักหนึ่งและมันอาศัยจังหวะนั้นผนึกพลังของเขาไว้ และใช้โซ่ตรวนพันรอบตัวเขา เขาค่อยๆถูกสัญชาตญาณควบคุมช้าๆจนแทบจะหลงลืมความเป็นตัวเอง แต่ยังดีที่รู้สึกถึงไออุ่นร้อนบางๆในกายที่ยังคงอยู่

'หนูกัดปะป๊าได้ไหม'

'กัดทำไม'

'ปะป๊ายังกัดหนูได้เลย หนูอยากกัดบ้างจะได้มีพลังของหนูอยู่ในตัวป๊าด้วยย'

'อืม เอาสิ'

ยังดีที่เขายอมให้กัดถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เหลือความเป็นตัวเองอีกต่อไป

เพราะพลังที่ถูกผนึกจึงส่งผลให้ฮาร์ทได้รับมันด้วย เขาทำร้ายอีกคนไปเสียแล้วและตอนนี้อยากกอดอีกคนจับใจ

"ไหวไหมครับ"ไทน์เอ่ยถามพลางเข้ามาพยุง

"ไหว...ขอโทษพวกนายด้วย"

"ไม่เป็นไรครับ พวกเราเข้าใจ"ทั้งสองยิ้มตอบก่อนจะพาอีกคนไปนั่งที่บัลลังค์นั่นเพราะนอกจากบัลลังค์อันนั้นก็ไม่มีที่นั่งอื่นอีก

"ขอโทษที่ทำให้ลำบาก"

"ไม่เป็นไรเลยครับ..ว่าแต่ท้องฟ้ามืดครึ้มเมื่อกี้บอสเป็นคนทำหรอครับ"

"อืม"

"ถ้างั้นก่อนหน้านี้ที่เราเห็นก็เป็นของบอสสินะ"

"ฉันใช้พลังนั่นเพราะจะกำจัดงูขยะนั่นแต่มันพูดถึงเด็กน้อยก่อนจึงทำให้ฉันเขวไป และถูกมันทำร้ายในที่สุด"

"...."พญางูเงียบไปเขาคิดว่าต้นเหตุมันมาจากเขา

คริสมองแล้วตบบ่าอีกคนเบาๆ

"มันส่งจดหมายให้พวกเรามาที่นี่เพื่อหลอกล่อให้เราสนใจแต่พวกหุ่นเชิดและมันจะมาทำร้ายเราทีหลัง"

"ไม่ใช่ความผิดของนายแต่มันเป็นเพราะพ่อของนายที่ไม่รู้จักพอ"

"เขาเป็น..พ่อที่ดีมาโดยตลอด"

"ถึงแม้จะเป็นการเสเเสร้งแกล้งทำ แต่เขาก็ทำมันได้ดีทีเดียว"พญางูก้มหน้านิ่ง ย้อนคิดถึงวันวานที่พวกเราสี่คนอยู่ร่วมกันพ่อแม่ลูก และวันหนึ่งแม่จากไปเพราะล้มป่วยหาสาเหตุไม่ได้ พี่กลายเป็นคนบ้าและกลายเป็นครึ่งงูที่ทั้งแคว้นรังเกียจ เหลือเพียงเขาและพ่อที่อยู่ด้วยกัน

"แค่ก!"คริสไอโคร่กออกมาเป็นเลือดสีดำ

"บอส!!"

"แค่อาการผนึกที่หลงเหลืออยู่ มันต้องถูกขับออกจากร่าง"ไทน์ค่อยๆลดมือลง ต้องมองอีกคนที่สะบักสะบอมพอกัน เพราะงูแก่นั่นควบคุมหุ่นเชิด มันจึงทำร้ายบอสตอนที่ไร้ความรู้สึกเช่นนี้

.

 

.

"ปะป๊า"เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นด้านหน้า ใบหน้าคมเงยขึ้นช้าๆพบอีกคนที่เขาแสนคิดถึง คนตัวเล็กวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตา อีกเพียงฝ่ามือเดียวทั้งสองก็จะได้กอดกัน แต่...

"อั้ก!!!"มือหนาปัดร่างอีกคนกระแทกพื้น ดวงตาสีทองเริ่มกลับมาเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง

"ฮาร์ท/บอส!!!"เฮลวิ่งเข้าหาร่างที่หายใจหอบ น้ำตาเปรอะเปื้อน ดวงตาเล็กเงยมองอีกคนที่เปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ เขาหลับไปและตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงไอในร่างกายกลับมา แต่พอมาตอนนี้มันกลับหายไปอีกครั้ง

"ปะ ป๊า.."เสียงเล็กหอบเหนื่อย ก้อนเลือดจุกอยู่ที่คอก่อนจะสำลักออกมาแรง เฮลตกใจก่อนจะใช้พลังของตนยับยั้งความเจ็บปวดไว้

"อ้ากกกกก!!"เสียงคำรามเสียงดังของคริสดังขึ้น สองมือกุมหัวแน่น ไอมืดสีดำแผ่ออกกว้าง เฮลเห็นว่ารอบนี้อันตรายจึงร่ายเวทป้องกัน ดึงพญางูและไทน์ให้เข้ามาใกล้

"เขาถูกผนึกพลังทำให้กลายเป็นเช่นนี้"พญางูเอ่ยบอก

"เขาทำลายมันด้วยตนเองใช่ไหม"เฮลถามต่อจ้องมองคนร่างบางที่หายใจรวยรินด้วย

ที่คริสปัดออกเพราะพลังของสัญชาตญาณเริ่มปะทุ จึงต้องทำให้ฮาร์ทออกไปให้ห่าง

"เพราะเขาทำลายมัน จึงทำให้มันยิ่งรุนแรง ทำลายผนึกใช่ว่าจะหายไปเลยนะ มันแค่ยับยั้งไว้ชั่วคราว"

"แล้วจะทำยังไงให้มันหายไป"ไทน์เอ่ยถามร้อนรน มองอีกตนที่กุมหัวร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด

"ต้องคนที่มีพลังเหนือกว่ามาทำลายมัน หรือไม่.."

"...."

"ฆ่าเขาทิ้ง"

"ไม่..เอา"ฮาร์ทที่ฟังอยู่น้ำตาคลอ

"พลังของสัญชาตญาณนั้นน่ากลัว ถ้าไม่ทำลายให้สิ้นซากก็ต้องกำจัดเจ้าของร่างทิ้งสะ"

"ถึงมันจะดูโหดร้ายแต่มันจำเป็นลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น"

ทั้งหมดได้แต่นั่งนิ่ง จะหาใครที่มีพลังมามากกว่าคริสได้ในเมื่อตอนนี้เขาคือคิงที่หนึ่งของทั้งปวง

"อ้ากกกกก"

"แค่ก!อื้อ"ยิ่งคริสคำรามดังมากเท่าไหร่ร่างเล็กก็ยิ่งไอโครกออกมาเป็นเลือดมาเท่านั้น ร่างบางตัวสั่น ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาสีมุก จ้องมองอีกคนที่ทรมานไม่ต่างกัน

"ปะป๊า ฮื่อ"เขาพยายามเอื้อมมือไปหาแต่ไม่มีแรงจะยกขึ้นอีกแล้ว ภาพความฝันซ้อนทับ เขาพยายามเอื้อมมือไปหาแต่อีกคนก็ห่างไกลออกไปมากเหลือเกิน

"โฮกกกก!!!"กายใหญ่ทรุดลงบนพื้น เงยหน้าคำรามเสียงดังลั่น ภาพราชสีห์สีทองล่องลอยเหนือร่างใหญ่ ไอมืดสีดำห้อมรอบกายเขา ทั้งหมดจ้องมองด้วยความทรมานใจ ร่างเล็กที่ทรุดลงกับพื้นพยายามตะเกียกตะกายไปหาอีกคนแต่ถูกพลังป้องกันสีแดงกั้นบังไว้

"ปะป๊า ฮึก ปะป๊า"เด็กน้อยร้องเรียกเสียงสั่น ขอเพียงได้ยินเสียงเขาและไม่ต้องทรมานอีกแล้ว

"ปะป๊าา"อีกคนใช้เฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ทะลุพลังป้องกันไป ชายหนุ่มทั้งสามมองด้วยความตกใจแต่คว้าไว้ไม่ทัน ฮาร์ทวาดวงเวทสีเหลืองตรึงทั้งสามไว้

"ฮาร์ทอย่าไป!!มันอันตราย!!!"เฮลตะโกนลั่น

อีกคนฝึกวิชาตรึงกายได้แล้วหรือ

แต่ทำไมต้องมาทำตอนนี้!!!

"คุณหนู!!!!"พญางูบิดกายแรงพยายามใช้พลังของตนทำลายวิชาตรึงกาย

"ปะป๊า"อีกคนค่อยๆคลานไปหาร่างใหญ่ที่ยังคงกู่ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด เมื่อฮาร์ทเข้าใกล้ ดวงตาสีดำมืดก็จ้องมองกลับมาก่อนจะสร้างเป็นพายุลูกใหญ่

"บอส หยุดนะ!!!นั่นเป็นคนรักของคุณนะ!!!"ไทน์ตะโกนเรียกลมที่พัดกรรโชกแรงทำให้พวกเขาเสียการทรงตัว

อีกคนไม่ได้ยินเสียงผู้ใดอีกแล้ว หากบอสสร้างหลุมพายุพัดน้องไปละก็

จะไม่สามารถพากลับมาได้เลย

พายุสีดำโอบล้อมรอบตัวของฮาร์ท เสียงเล็กสั่นไหวร้องเรียกอีกคนซ้ำๆ จนถูกปกคลุมด้วยไอดำมืด

"ฮาร์ท!!!!!!!!"

"หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!"

.

 

 

.

 

 

.

//แต่งตอนนี้หอบเลย55555555 พีคมั้ยพีคอยู่แหละ55555555 แต่งมือสั่นมากจริงๆ พยายามใช้คำให้เข้าใจอยู่ด้วย ตอนหน้าจะเป็นเฉลยเรื่องราวบางอย่าง พรุ่งนี้ขอพักอีกวันนะคะ ขอใช้เวลาแต่งนิดนึง ยาวๆเหมือนกันแต่จะเป็นปมหลายๆอย่างที่จะคลี่คลายลง ฝากติดตามด้วยนะคะ ไม่ดราม่านานหรอกก5555555

 

#ปะป๊าขอลูบหน่อย

 

Phatcher..

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น