email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อดีตของลูเซีย-โนริ

ชื่อตอน : อดีตของลูเซีย-โนริ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2563 01:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตของลูเซีย-โนริ
แบบอักษร

ลูเซียตื่นมาด้วยความมึนตึง หลังจากที่หญิงสาวโดนมือปริศนาดึงและใช้ผ้าอาบยาสลบเข้าไปเต็มๆ หญิงสาวก็จำอะไรไม่ได้ จำได้แค่บางคำที่บอกว่า

“ลูเซียต้องปลอดภัย”

เธอจำอะไรไม่ได้เลย เขาเป็นใครกันนะคนที่ช่วยเธอเอาไว้ หญิงสาวลุกขึ้นก่อนจะรู้สึกได้ว่าที่นี้ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่บ้านของเธอ ทันใดนั้นกลิ่นอะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวรู้ว่าที่นี้คือที่ไหน กลิ่นกาแฟช่างหอมเหลือเกินกี่ปีแล้วที่เธอไม่ได้กินกาแฟกลิ่นแบบนี้ ตั้งแต่จำความได้น่าจะตอนที่หม่อนไหม น้องสาวสุดที่รักของเธอจากโลกนี้ไป หม่อนไหมชอบทำกาแฟและเครื่องดื่มมากมายให้เธอดื่ม ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว หญิงสาวตื่นขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องๆที่หญิงสาวนอน เธอเดินลงมาตามบันได

“ฟื้นแล้วหรอจ๊ะหนู”

เสียงหญิงสาวชราวัยสี่สิบปีถาม

“ค่ะที่นี้ที่ไหนหรอค่ะ”

“ที่นี้คือ ร้านกาแฟจ๊ะ ลูกสาวของฉันเจอหนูสลบอยู่ที่ชายหาดเลยพามาจ๊ะ”

พวกไกค์ลายคงมาตามมหาไขมุกแต่ไม่พบ โชคดีที่ฝากไข่มุกไว้กับชายคนนั้น

“ลูกสาว”

“ใช่จ๊ะ”

“คุณแม่ค่ะ”

เสียงหญิงสาววัยประมาณมัลเน่เรียกมารดา

“นี่ไงมาพอดีเลย นี่ซอลลี่ลูกสาวฉันเองจ๊ะ”

“อ่อ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ลูเซีย”

“หนูรู้จักชื่อพี่ได้ไง”

“ก็พี่เป็นพี่รหัสของยัยฟ้าเพื่อนหนูแถมยังเป็นเพื่อนของครูหนูอีก”

“อ่อ หนูใช่ไหมที่ท้าเพื่อนฉันเต้นนะ”

“ค่ะ”

“การเต้นของหนูเก่งมากเหมือนไปฝึกจากที่ไหนมา”

ลูเซียถาม

“คือ ลูกสาวของน้าชอบฟังเพลงเกาหลีนะจ๊ะเลยลองฝึกเต้นตั้งแต่สี่ขวบ”

“แสดงว่าต้องชอบเพลงเกาหลีมากๆ”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นคุยกันตามสบายเลยนะจ๊ะ ซอลลี่พาพี่เขาไปนั่งที่โต๊ะสิจ๊ะ เดี๋ยวแม่ทำกาแฟใช้ดื่ม”

“ค่ะแม่”

“เราช่วยแม่ทำงานหรอ”

“ใช่ค่ะ หนูมีแม่แค่คนเดียว”

“พ่อล่ะ”

“พ่อท่านเสียไปตั้งแต่หนูอายุได้หนึ่งปีค่ะ”

“แล้วเสียเพราะอะไรล่ะ”

“ท่านตรอมใจเพราะภรรยาเก่าของท่านไปแต่งงานใหม่ค่ะ”

“น่าสงสารนะฉันเองก็เคยมีน้องสาวเหมือนกันอายุน่าจะไล่เลี่ยกับหนูเนี่ยแหละ”

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะค่ะ”

ซอลลี่ถา ลูเซียชี้ไปด้านบนสุด

“สวรรค์”

“แล้วพี่ไม่คิดถึงเขาหรอค่ะ”

“คิดถึงสิ น้องสาวของฉัน ฉัน แล้วก็พี่สาวของฉันนะ เรารักกันมากเลย เพียงแต่มีบางสิ่งบางอย่างทำให้เราต้องอยู่ใกล้กัน”

“แล้วตอนนี้พี่อยู่กับใครค่ะ”

“ฉันอยู่กับเพื่อนๆนะ ”

“อ้าวแล้วพี่น้องล่ะค่ะ”

“พี่สาวฉันต้องไปทำงานนะไม่มีเจอกันก็ประมาณสี่ปีต่อครั้ง”

“ไม่แฟร์เลย”

จู่ๆเสียงของซอลลี่ก็ดังขึ้นประมาณโมโห

“ทำไมทุกคนต้องเรื่องงานมาอ้างเพื่ออยู่ห่างจากคนรักด้วยล่ะค่ะ”

“เพราะทุกคนต้องทำงานไปเลี้ยงดูแลซึ่งกันและกันถึงเราจะอยู่ห่างกัน แต่ความคิดถึงความรัก ก็มีให้กันเสมอ”

‘กาแฟมาแล้วจ๊ะ”

แม่ของหญิงสาวบอก

  บริเวณชายหาดโคโคและดาวเด่นพากันแย่งหมวกที่ซื้อมา เพราะทั้งสองไม่ชอบเข้าพิพิธภัณฑ์สะเท่าไร

“นี่เอาของฉันมานะยัยโคโค”

“นี่เธอเหมาะกับหมวกแคปมากกว่านะเด่นคุง”

“บอกแล้วไงชื่อดาวเด่นเฉยๆไม่มีคุง”

“หน้าเธอมันแมนเกินคำว่าดาว ใช่ชื่อเด่นคุงดีกว่า”

“ก็ได้ๆเอาที่สบายใจเลยย”

“เย้ในที่สุดฉันก็ชนะเธอ”

โคโคบอกอย่างมีความสุขสักพักประตูพิพิธภัณฑ์ก็เปิดขึ้นน้ำที่ท่วมพิพิธภัณฑ์ไหลออกอย่างช้า ฮะนงที่หางหายไปกลับกลายเป็นขาแล้วแบกนิสะกีพร้อมกับรินะที่ช่วยแบกด้วย

“ฮะนง รินะเกิดอะไรขึ้น”

โคโคถามด้วยความเป็นห่วง

“พิพิธภัณฑ์น้ำท่วมเพราะตั้งใจเซอร์ไพรส์นักท่องเที่ยวแบบคลื่นทะเลนะ ”

ฮะนงอธิบาย

“อ่อ”

“แต่เซอร์ไพรส์ผิดเวลาไปหน่อยเลยทำให้แขกนะตกใจแล้วก็เป็นลมอย่างเงี่ย”

รินะบอกก่อนเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย

“รินะเป็นอะไรไปนะ”

ดาวเด่นถาม

“ก็จะเป็นอะไรได้ล่ะก็ยัยภาพลักษณ์หวานใจสุดที่เลิฟของมันหายไปอย่งไร้ร่องรอย”

“หาย”

“ใช่”

“หายไปไหน”

ทั้งสองบอก

“ฉันไม่รู้อาจไปอยู่ตามร้านกาแฟหากาแฟดื่มก็ได้เห็นว่าง่วงนอนนิ”

ฮะนงบอก เพราะรู้จากรินะว่าหญิงสาวหายไปไหน บางที่อาจโดนพวกไกคลายจับตัวไปแต่คงไม่มีอะไรน่าห่วง

“แล้วมัลเน่ล่ะค่ะ”

ภายในร้านค้าริมถนนห่างจากทะเลไม่กี่ไมล์

“อย่าบอกนะว่าตั้งแต่ฉันหายไปพวกเธอก็มาตามหาฉันที่นี้ไม่ได้กลับไปที่มหาสมุทรเลย”

“ใช่ค่พวกเราหวังว่าสักวันจะต้องได้เจอพี่”

“ทำไมถึงมั่นใจ”

“บลูสกายต้องการราชินีที่ต้องปกครอง”

“ฉันเป็นราชินีไม่ได้”

“ทำไมพี่เหมาะสมทุกอย่างมียศมีฐานะที่ดี”

“ฉันท้อง อย่างที่ฉันบอกฉันท้องกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่มาชิตะ”

“ฉันรู้”

“รู้แล้วเธอมาตามหาฉันทำไม”

“เพราะฉันรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เขาคือ ดอกเตอร์ปฐวีใช่ไหมค่ะ”

โนริหันมาอย่างตกใจ

“เธอรู้จักดอกเตอร์ปฐวีได้ไง”

ทันใดนั้นน้ำตาของมู่หลานก็ไหลรินเหมือนพูดถึงอดีตคนรักของตนเอง

“ช่างมันเถอะค่ะ ไปตามหาพี่ลูเซียก่อนเถอะ”

“ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธอมู่หลาน”

“เช่นกันค่ะ”

“พ่อแม่เราเป็นไงบ้าง”

“ตายแล้ว”

“ห่ะ นี่มู่หลานใครใช้ให้เธอมาพูดจาเล่นๆแบบนี้ฉันไม่ชอบ”

“ท่านตายในวันที่พี่หนีไป พวกไกค์ลายบุกอาณาจักรเราเผาอาณาจักรเราฆ่าทุกๆคนไม่เว้นแม่แต่น้องสาวของมาชิตะ”

“โธ่ มายูมิ”

โนริเศร้าใจ

“แต่ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เซบัดเตี้ยนบอกว่ามายูมิยังมีชีวิตอยู่ที่วังของไกค์ลาย”

“แล้วนี่จะไงต่อ”

“ก็ตามหาพี่ลูเซียก่อน”

หญิงสาวบอก โนริมองสายตาของน้องสาวด้วยความมุ่งมั่น กาลเวลาผ่านไปมู่หลานเข้มเข็งขึ้นเยอะ

    ภายในร้านกาแฟริมทาง ทั้งสองเข้าไปในร้านและก็ได้พบลูเซียนอนอยู่บนโต๊ะกาแฟ

“พี่ลูเซีย”

มู่หลานวิ่งเข้าไปหาลูเซียที่นอนสลบอยู่ ตามด้วยโนริ โนริเห็นหยดอะไรบางอย่างจึงเอามาดม

“ยาแคสทูมา”

“คือยาอะไรนะ”

“ปฐวีเคยยบอกฉันว่ายาชนิดนี้มีผลทำให้คนเคลิ้มและสลบแบบนี้ รีบพาลูเซียไปโรงพยาบาลเถอะขึนไปช้ามีหวังไม่รอด”

โนริบอกก่อนที่จะพยุงลูเซียออกไปโดยมีมู่หลานเดินตามไปด้วย

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์บ้านพักอากาศดังขึ้น

“ฮัลโหล”

[เจอพี่ลูเซียแล้วค่ะ]

“ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

[ตอนนี้พี่ลูเซียอยู่โรงเพยาบาลค่ะแต่ไม่เป็นไรมากพี่โนริบอกว่าโดนยาแคสทูมา ยาที่เคลิ้มแล้วก็ทำให้สลบค่ะ]

“โอเคเดี๋ยวฉันจะรีบไป”

  ฮะนงวางสายก่อนที่จะมองสมาชิกคนอื่นๆที่มองหญิงสาวเป็นตาเดียว

     ภายในโรงพยาบาล

โนรินั่งมองลูเซียนอนอย่างสงบนิ่ง เธอนึกถึงในอดีต ทุกๆอย่างที่เธอรู้เกี่วกับลูเซีย ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอเหมือนที่ใครๆคิด

“เซีย”

“หืม”

วันนั้นเป็นวันที่โนริเพิ่งกลับมาจากกระท่อมที่ตากฝนกับโนอาห์ หญิงสาวกลัวมีคนเห็นจึงรีบกลับมา เธอเห็นลูเซียกำลังคุยอยู่กับใครบางคนที่เธอรู้จัก

“นี่มันอีตาเรียวจิจอมโหดนี่ว่า”

หญิงสาวว่า เพราะเธอรู้จักกับ หมอนนี้ดี หมอนี้เป็นลูกน้องของไกคลาย แต่ที่รู้มาลูเซีย ครอบครัวนะไม่ญาติดีกับพวกไกค์ลายไม่ใช่หรอแล้วทำไม

“ฉันว่าเราเลิกกันเหอะ”

“อืม”

ห๊ะ ลูเซียคบกับอีตานี้หรอ หมดกันนางฟ้าของฉัน

“ถือว่าเราจากกันด้วยดีนะ เซีย”

“อืม”

จะว่าไปทำไมลูเซียถึงได้ดูเย็นชานักล่ะ

 

หลังจากที่อีตาเรียวจิจากไป ฉันก็เห็นลูเซียร้องไห้ รักเขาแล้วทำไมปล่อยให้เขาไปล่ะลูเซีย ร้องไห้ทำไม สักพักก็มีเสียงเรียกลูเซียหญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาก่อนที่จะหันไปมองรินะที่ร้องไห้มา ว่าแต่ร้องไห้ทำไมปกติยัยนี้ร้องไห้ยากจะตาย

“รินะร้องไห้ทำไม”

“ไอ้เลวนั่นทิ้งฉันไปแล้ว”

“เลวไหน”

“แฟนฉันอ่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอแกก็แค่ผู้ชายห่วยทิ้งไปได้ก็ดี”

งั้นหรอ แล้วที่ร้องไห้หมายความว่า……………………….

ตอนแรกก็นึกโกรธลูเซียแหละ แต่พอวันนั้นที่ไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์ ที่ลูเซียเกือบอ้วกแตกตายเพราะขึ้นลิฟต์[ยัยฮะนงแกล้ง]ไม่มีใครดูแล ฉันเองก็ไปเที่ยวกับพวกเพื่อนฉันด้วย ก็วันนั้นฉันดีใจเลยไม่ได้คิดไรเพราะโนอาห์ขอคบฉัน

“อืม”

เจออีตาเรียวจิอีกแล้ว

ลูเซียหันมาเจอเรียวจิ เธอก็ปฏิเสธความช่วยเหลือ แล้วอ้วกต่อ พอเรียวจิเห็นลูเซียอ้วกแบบปางตายก็ช่วยลูบหลังลูเซีย และเอาน้ำที่เขาพยายามจะส่งให้ลูเซียตอนเเรกดื่มทีแรกลูเซียไม่ดื่มแต่ต้องดื่มเพราะโดนบังคับ สักพักลมหนาวจัดเสื้อที่ลูเซียใส่มันบางมาก เรียวจิก็ถอดเสื้อคลุมหนาๆของตัวเองไปให้ลูเซียใส่แทน สวีตอ่ะ

“ช่วยฉันทำไม”

“เพราะฉันยังรักเธออยู่”

“แต่เราเลิกกันแล้ว”

“เราเลิกกันเพราะครอบครัวเราไม่ถูกกันจำไม่ได้หรอเซีย”

เขาบอก

“นายกลับไปเถอะนะ”

“เธอไม่คิดถึงฉันเลยหรอเซีย”

“ไม่”

ลูเซียบอก โธ่ลูเซียอย่าปากแข็งสิรักก็บอกรักสิครับ ฉันทนไม่ไหวเลยต้องไปหาเรียวจิที่เดินหนีลูเซียออกมา

“นี่ เรียวจิ”

ฉันเดินเรียกเรียวจิ เขาหันมาหาฉันจะว่าไปหมอนี้ก็หน้าตาดีนะ ไม่ได้ๆจะมามัวชมความหล่อเขาไม่ได้

“อะไร ต้องการอะไรจากฉันอีกเจ้าหญิงเงือกน้อย”

“ต้องการหรอ ฉันไม่เคยอยากได้อะไรจากพวกเลวๆอย่างนายหรอ”

“เลวแล้วมาหาฉันเพื่อ ไม่กลัวถูกจับหรอ”

ฉันส่ายหัว

ภายในร้านกาแฟเนสสี่

“ว่าธุระของเธอมาสิ”

“ฉันนะไม่มีธุระ แต่ลูเซียนะมี”

เขาชะงัก แทนที่เขาจะดื่มกาแฟ นี่มันกลิ่นเดียวกับที่ลูเซียดื่มนี่

“นายชอบดื่มกาแฟกลิ่นนี้หรอ”

“ใช่ ทำไม”

“ลูเซียก็ชอบ”

“อันนั้นฉันรู้ ”

“นายรักลูเซียหรือเปล่า”

คำถามนี้เล่นเอาอีตาเรียวจิเงียบ

“รักสิ รักมากๆด้วย”

“นายรู้จักลูเซียนานแค่ไหนแล้ว”

“มากกว่าที่พวกเธอรู้จักแล้วกัน”

“ลูเซียชอบอะไรมากที่สุด”

“ชอบอ่านหนังสือนิยายในที่สงบๆมีกาแฟอยู่แก้วหนึ่ง เธอดื่มมันทุกครั้งที่เธออ่านนิยายเพราะมันจะทำให้สุขภาพเธอดีและทำให้เธอมีความสุข”

“พอแล้ว”

ฉันบอก ลูเซียนี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนอะไรที่ไม่ทำให้ตัวเองมีประโยชน์จะไม่กิน

“แล้วลูเซียชอบสีอะไร”

“สีอะไรก็ได้ที่ทำให้ทุกคนรักกันอยู่กันโดยไม่มีสงคราม ”

“นั้นแหละ สีอะไร”

“ชมพู”

ข้อมูลแป๊ะจ๊ะ

“ตกลงเธอจะบอกอะไรฉัน”

“ฉันเองก็ไม่รู้แต่ฉันคงปล่อยให้เพื่อนฉันทุกข์ใจกว่านี้อีกไม่ได้ ลูเซียเป็นคนดี ดีกว่าคนแบบนายจะทำลายความดีของลูเซียได้ ตอนแรกฉันไม่ชอบนายหรอแต่พอเห็นนายรักเพื่อนฉันแบบนี้ ห่วงเพื่อนฉันแบบนี้ แถมยังตามดูแลทุกที่อีกฉันประทับใจนายว่ะ แต่อย่าคิดว่าฉันชอบนายนะ เพราะนับแต่นี้นายจะไม่มีโอกาสได้ประทับจูบหรือมอบความรักให้ใครนอกจากเพื่อนฉันอีกแล้ว เพราะลูเซียก็รักนายเหมือนกันทุกคืนลูเซียต้องร้องไห้เพราะเธอรักนาย แต่นายคงเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้นะ ลูเซียนะคิดถึงนายมากเลยนะ”

“ฉันรู้”

“แล้วถ้าเป็นงี้ต่อไปนายจะทำไง”

“ลูเซียคือทุกอย่างของฉันต่อให้ทั้งชีวิตฉัน ฉันก็รอได้”

“ฉันฝากเพื่อนฉันด้วยนะ ถ้าทำเพื่อนฉันเสียใจนายตายยยย”

“หือ ไม่มีวันนั้นหรอ”แน่ล่ะ เพราะถ้ามีเขาตายก่อนที่จะได้มีโอกาสแก้ตัวแน่ๆ และนี่คงเป็นแผนของเรียวจิที่พาลูเซียไปนอนที่ชายหาดตามที่ฉันสัมผัสได้จากมือของลูเซีย เพื่อความปลอดภัยของลูเซียเขาจึงได้ตามมาดูแลไม่ห่าง ฉันเห็นตั้งแต่ตอนที่ลูเซียนอนสลบแล้วล่ะ ตอนนั้นหมอเพิ่งย้ายลูเซียให้นอนอยู่ที่ห้องพิเศษที่โรงพยาบาล อีตาเรียวจิก็อาศัยตอนที่ฉันไปล้างมือล๊อกประตูห้องน้ำแล้วอยู่กับลูเซียสองต่อสอง คิดแล้วแค้นใจจจจจ

“เธอนี่เข้มแข็งกว่าที่ฉันคิดเยอะนะเนี่ย”

ฉันบอกเก็เพราะรู้ตั้งแต่แรกหมอบอกว่าคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก ถ้าเดาไม่ผิดลูเซียคงอยากลองใจเรียวจิว่ายังรักลูเซียอยู่หรือเปล่าเพราะถ้าจำไม่ผิดยัยนี้คบกับรินะนี่

“ก็ฉันอยากรู้นิ”

“รู้แล้วเป็นไงบ้างล่ะ”

ลูเซียเงียบ แต่ฉันก็พอเดาได้ว่าเรียวจิทำอะไรกับลูเซีย

สักพักฮะนงก็เดินเข้ามาในโรงพยาบาล

“ยัยภาพลักษณ์เป็นไงบ้าง”

“ก็เป็นอย่างที่เห็น”

ลูเซียบอก

“กวนนักมันนาให้พวกไกคจับไปข่มขืน”

“ไม่ต้องข่มขืนหรอ”

ลูเซียหันมาทางฉันประมาณว่าอย่าบอกฮะนงนะ

“เพราะอย่างยัยนี้ไม่มีใครกล้าข่มขืนหรอ เพราะถ้ากินของไม่มีประโยชน์เจอยัยนี้ปุ๊ป ทุกคนต้องเดินหนี”

“โนริอ่า”

ความคิดเห็น