email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อดีตของมู่หลาน-เด่นคุง (1)

ชื่อตอน : อดีตของมู่หลาน-เด่นคุง (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2563 01:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตของมู่หลาน-เด่นคุง (1)
แบบอักษร

ภายในบ้านพักที่ท่านประธานยุนจองไว้ให้

“นานแค่ไหนแล้วที่พวกเราไม่ได้สัมผัสน้ำทะเล”

มู่หลานถามพลางวาดน้ำในทะเลตอนกลางคืน ไม่มีใครเห็นพวกเธอหรอ เพราะว่าเธอใช้มนต์พรางตัวไว้

“ใช่ นานพอๆกับที่เราจากบ้านเรามา”

ลูเซียบอก

“จะว่าไปพวกเราไม่เคยได้ข่าวบ้านแลยนะ”

รินะบอก

“นั้นสิ นี่ฉันก็เป็นห่วงห่วงอยู่”

มู่หลานบอก

“มู่หลาน”

“ค่ะ”

“ฉันมีเรื่องสงสัยจะถามเธอ”

“ว่ามาเลยค่ะ”

“เรื่องโนรินะ”

นั้นทำให้รินะที่กำลังแช่น้ำหันหน้าไม่มองหน้ามู่หลานและฮะนงที่นึกสงสัยอะไรตอนนี้

“เรื่องพี่โนริทำไม”

“โนริเขาเป็นอะไรหรอถึงได้หนีงานแต่งงานไป ท้องแล้วก็แต่งได้นี่”

“คือ………………..”

“คืออะไร”

“เด็กคนนั้นเป็นมนุษย์”

รินะบอก

“พี่รู้ได้ไง”

“ฉันรู้จักพ่อมันดี”

 

ถึงแม้ว่าพวกเธอจะลูกครึ่งนางเงือก แต่พวกเธอก็ได้รับพรจากท่านเทพอะควอระจีน่า เทพธิดาแห่งพื้นทะเลนี้ ทำให้พวกเธอเหมือนนางเงือกทั่วไป

“พ่อ หมายความว่าเธอรู้จกกับคนที่ทำให้ยูริท้องงั้นหรอ”

เสียงฮะนงถาม

“อืมๆ ”

“มันเป็นใคร”

ฮะนงถาม

“เขาเป็นคนดี ดีมากด้วย ดีพอๆกับมาซากิ”

รินะเล่า ฉันพอเข้าใจแล้วว่าทำไมตลอดเวลาหลายปีมานี้ที่อยู่โซล ตั้งแต่วันนั้น ทำไมพี่รินะถึงไม่พูดถึงพี่ยูริเลย ไม่พูดเลยแม้แต่น้อย

“ผู้ชายคนนั้นรู้จักกับโนริก่อนที่โนริจะถูกมัดมือชกให้แต่งงานสะอีก”

“แสดงว่างานแต่งงานที่จัดขึ้นเป็น………………”

“ใช่แล้วฮะนง โนริไม่เคยรักมาซากิมีแต่มาซากิคนเดียวที่คิดเองเออเอง ทางฝั่งกรีนอะควาเรียมของฉันเล่ากันว่าเป็นเพราะมนต์ปีศาจของไกค์ทำให้มาซากิจัดงานแต่งงานขึ้นในอาณาจกรเธอก่อนที่จะไปอาณาจักรของมาซากิเพื่อทำลายพวกเรา”

รินะบอก

“แล้วพี่รินะรู้ได้ไงล่ะค่ะ”

“มีคนบอกฉันนะ”

รินะบอก

ทำไมพี่รินะถึงต้องความลับเยอะเนี่ย แค่ความลับของพี่โนริพี่รินะยังบอกไม่หมดแล้ว

    ภายในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ฉันเดินออกมาเพื่อสูดบรรยากาศ ประเทศไทยนี่ก็อากาศดีเหมือนกันนะเนี่ย

“คุณอาค่ะ”

เสียงของหญิงสาวที่เรียกสติฉันให้กลับมาอยู่กับที่ถึงกับอึ้ง

“มีอะไร โมริ เสียงดังอาตกใจหมดเลย”

ชายหนุ่มบอก และที่ฉันตกใจก็เพราะ เด็กคนนั้นร้องเรียกผู้ชายอีกคนมา ฉันมองไกลๆไม่ค่อยเห็น เอ๊ะ นี่มันเจ้าชายที่ฉันเคยเจอนี่น่า

“โมริเห็นใครไม่รู้นะค่ะหวีผมอยู่ที่โขดหิน”

หญิงสาวบอก อ่อก็เพราะเห็นผู้หญิงหวีผมที่โขดหินถึงได้ร้องเรียกเสียงหลง เอ๊ะนั้นมันฉันนี่น่ารีบหลบก่อนดีกว่า ฉันกระโดดลงน้ำก่อนที่จะหลบตรงโขดหิน จะให้เจ้าชายเห็นเราไม่ได้ แค่เห็นที่วิชาเรียนก็ทุกข์ใจจะแย่อยู่แล้วที่ไปโดดเรียนวิชาที่เจ้าชายสอนสะด้วย [ได้ข่าวจากมาชิตะมาว่าคาบเจ้าชายนะห้ามโดไม่งั้น ต-า-ย]

“ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่โมริ”

เจ้าชายบอก

“แต่โมริว่าโมริ……………”

“กลับบ้านเถอะ อาว่าโมริง่วงแล้วใช่ไหม”

เด็กน้อยที่มากับเจ้าชายทำหน้างอก่อนที่จะจับมือเจ้าชายแล้วพาเดินกลับบ้าน เสียดายถ้าไม่ติดที่ว่าฉันอยู่ในน้ำฉันจะตามเจ้าชายไปเลย เดี๋ยวนะทะเลที่ฉันอยู่มันยาวทั่วเมืองเลยนี่และถ้าเจ้าชายอยู่ที่นี้ฉันก็มีโอกาสล่ะสิ ฉันว่ายน้ำตามเจ้าชายออกไปห่างๆ สักพักเขาก็หยุดเดิน อย่าบอกนะว่าเห็นฉันนะ ฉันมองเขาอย่างงๆ ก่อนที่จะกดกริ่งประตูบ้าน สักพักหญิงสาวคนหนึ่งก็เดินออกมา เธอสวยจังเลย ผมสีน้ำตาลอมแดง กระโปรงสีส้ม เหมือนพี่โนริเลยนะ

“ทำไมเพิ่งกลับล่ะ”

“ก็โมริอยากไปเดินเล่นทะเลนี่ค่ะคุณแม่”

“นับวันยิ่งโตแล้วซนนะเรานะ”

“อย่าว่าหลานเลยโนริ”

แต่เอ๊ะเหมือนจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนที่ฉันและพวกพี่ฮะนงมาตามหาพี่โนริเหมือนว่าจะอยู่กับเจ้าชายนี่น่า ใช่แล้วก็พี่โนริท้องกับเจ้าชายนี่น่า TOT

“โลกอะไรจะกลมขนาดนี้”

ฉันบอกก่อนที่จะยืนดูทั้งสองสนทนากัน

“แล้วนี่ทำไมวันนี้แต่งตัวสวยสะล่ะ”

เจ้าชายถาม พี่โนริทำหน้าเศร้า

“วันนี้วันสำคัญของโนอาห์นะ”

โนริบอก

“เข้าใขแหละ”

เจ้าชายบอกก่อนที่จะอุ้มโมริเข้าบ้าน โนริที่ยินอยู่ได้แต่เกาะประตูร้องไห้ ก่อนที่จะเหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ในน้ำ เอ๊ะฉันนี่น่า ฉันจะให้พี่โนริเห็นหน้าฉันไม่ได้ ฉันจึงกระโดลงน้ำกลับที่พัก

 เช้าวันต่อมา

“อะไรนะค่ะท่านประธาน มีคนขอถ่ายโฆษณาชุดว่ายน้ำ”

“ใช่ๆ เขาบอกว่าต้องพวกเธอถ่ายให้ได้โทษทีนะพอดีเขาเสนอเงินเยอะมากๆ”

“เงินเท่าไรค่ะ”

“สามสิบล้านวอน”

“ห่ะ”

เสียงพี่ลูเซียที่รับโทรศัพท์ได้ร้องเสียงหลง

“โอเคค่ะ งานนี้งานเดียวนะค่ะท่านประธาน”

พี่ลูเซียบอกก่อนที่จะวางสาย

“มีอะไรหรอเซีย”

พี่รินะถามขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นไปแตะบ่าพี่ลูเซียอะไรจะหวานแหวววขนาดนั้น

“ท่านประธานโทรมาบอกว่ามีลูกคาที่ไทยต้องการให้เราเป็นพรีเซนเตอร์ชุดว่ายน้ำ”

“พวกโรคจิตชัวร์”

“แล้วแกว่าไง”

“ฉันตอบตกลง”

“แกจะบ้าหรอแกก็รู้ว่าเราเป็น………….”

“งานนี้ฝ่ายนั้นจ่ายเงินเราสามสิบล้านวอน”

“สามสิบล้านวอน”

“ใช่ และฉันเชื่อว่าคงจะเป็นพวกไกค์แน่นอน”

“ตามราวีเราไม่เลิกดี ให้คนของเราคอนเฟริม์เวลาด้วย งานนี้ไม่ตายก็เข้าโรง”

“โรงอะไรค่ะ”

“โรงละคร”

ฮะนงบอกก่อนที่จะเดินจากไป มีแต่ทุกคนมีความเครียดความทุกข์ ตอนแรกฉันก็คิดแหละทำไมคนถึงมีความลับแต่พอได้เจอเอง ก็ต้องยอมรับ ถ้าฉันบอกว่าฉันชอบเจ้าชาย เท่ากับว่าทำลายพี่โนริ พี่สาวของฉัน โมริ หลานสาวของฉัน ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอ ลงทุนใครด่าว่าฉันเลวฉันไม่เจ็บหรอ แต่ถ้าเป็นพี่โนริ แล้วก็ โมริ ฉันคงเจ็บไปตลอดกาล ชาติหน้าก็ไม่มีวันลืม ปล่อยเรื่องความรู้สึกของฉันเป็นความลับต่อไปแบบนี้นะดีแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีคนรู้เรื่องที่ฉันชอบเจ้าชายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ปัจจุบันอาจมีคนลืมไปแล้วก็ได้ เพราะฉันกำลังคบหาดูใจอยู่กับ มาชิตะ ซุปตาร์เกาหลี ก็มาชิตะที่ถูกหมั้นหมายกับพี่โนริของฉันเนี่ยแหละ เราทั้งสองรักกัน ฉันเป็นแฟนที่เลวละสิที่ยังลืมรักแรกของฉันไม่ได้ แต่ฉันก็พยายามลืมให้ได้นะ

เช้าวันต่อมา

ภายในโรงแรมริมชายหาด ฉัน รินะ ลูเซีย มู่หลาน ฮะนงและยัยโคโคมารอทีมงานที่บอกว่าจะถ่ายหน้าปกบิกีนี่ของพวกเรา ดูท่าพี่ฮะนงเอาเรื่องน่าดู ฉันพยายามถามมู่หลาน เธอก็ไม่ตอบ เธอบอกแค่ว่างานเล็กๆรับรองว่าท่านประธานยุนและคนอื่นๆจะไม่มีวันเดือดร้อน

“นี่ยัยโคโค”

ฉันถาม

“อะไร”

“ฉันเห็นแกนั่งแต่งหน้านานแล้วนะ”

“โห คนมันรักสวยนี่หวา”

“รักสวย ”

“ใช่ ฉันยังโสดยังอยากมีแฟนหน้าตาดีๆ ไม่เหมือนแกหรอ”

ยัยโคโคบอก ต้องให้ฉันบอกอีกสักกี่รอบว่า ฉันกับไอ้ เอ้ย จูเนียร์ ไม่ได้เป็นแฟนกัน

“อะไร ฉันยังโสด”

“หรอ แล้วที่จูเนียร์มันตามแกนี้คือ”

“งานทั้งงั้น”

“หรอ”

ยัยโคโคทำเสียงสูง

“ขอโทษนะครับที่ให้พวกคุณรอนาน”

ชายคนหนึ่งพูดขึ้น พี่ฮะนงที่กำลังนั่งไขว้ห้างหันไปมองแต่เธอดูเหงียบ คนที่ตกใจกลับป็นพี่รินะ

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ฮะนงตอบ

“ไม่เป็นไรได้ไง ปล่อยให้พวกเรารอตั้งสิบนาทีสามวิ”

“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ บังเอิญลูกน้องของผมทำงานพลาด แกชอบคิดว่าสักวันจะหานางแบบที่อยู่ในน้ำแล้วทำแอเฟคอะไรไม่รู้”

“นางแบบในน้ำ”

ฮะนงทำท่าสนใจ

ภายในห้องพัก พวกเรากลับมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

“แสดงว่าพวกเราไปเสียเที่ยว”

“เสียเที่ยวที่ไหน”

รินะบอก

“แกพูดอย่างงี้แสดงว่าแกมีแผน”

“ใช่ ฉันมีแผน”

ความคิดเห็น