ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16 ภาวนา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 ภาวนา
แบบอักษร

ดึกแล้วแต่วราธรก็ยังพยายามข่มตาให้หลับ หากแต่พอตาปิดลงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็พลันปรากฏในสมอง  

ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าโหยหาริมฝีปากนั้น...ทำไมกัน 

ร่างหนาพลิกกายไปมาบนเตียงอย่างร้อนรุ่ม เสียงถอนหายใจเบาๆแทรกผ่านความเงียบสงัด วราธรทึงหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจความรู้สึก ก่อนจะประคองตัวขึ้นนั่งทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง  

ดวงจันทร์สีขาวนวลที่วันนี้ดูจะสวยงามกว่าทุกๆวัน หากแต่มันเหลือเพียงเสี้ยวเดียวคล้ายร้อยยิ้มแสนสดใสก่อนที่พระจันทร์นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของหญิงสาวร่วมชายคราที่กำลังฉีกยิ้มหวานๆมาให้เขา 

บ้า...เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะเมาอยู่ก็เลยคิดอะไรแปลกๆ...ใช่ต้องใช่แน่ๆ เขาเมา 

ก๊อกๆๆๆ 

พลันร่างหนาก็สะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะหันมองประตูพลอยให้ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอโดยเขานั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องกลัวอะไร 

กลัวเธอหรือกลัวใจตัวเอง... 

เขายังคงนั่งนิ่งทว่าสายตาก็จับจ้องที่บานประตูอย่างหวาดหวั่น 

"หูแว่วล่ะมั้ง เธอนอนไปแล้วหนิ" 

ก๊อกๆๆๆ 

พลันเสียงเคาะก็ดังขึ้นอีกครั้งตอกย้ำชายหนุ่มว่าเมื่อครู่ไม่ใช่อาการหูแว่ว 

เขาจึงต้องทำใจดีสู้เสือ...ก้าวเท้าไปยังหน้าประตูช้าๆราวกับว่ากำลังจะถูกลอบฆ่า 

"มีอะ..." 

เพียงประตูนั้นถูกเปิดออกเสียงทุ้มที่กำลังจะเอ่ยก็ต้องเงียบลงเมื่อร่างบางเบียดกายเข้ามาอย่างถือวิสาสะ 

เริ่มจะปวดหัวกับอาการแปลกๆของคนเมา 

ธารินทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงใหญ่ พลางกวักมือเรียกร่างหนาที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูให้เข้ามาเสียที  

"มานี้หน่อย~"ตบเตียงตุบๆ 

ทว่าชายหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเกาะขอบประตูไว้แน่น เมื่อเห็นว่าธารินนั้นดูจะไม่ยอม แล้วกำลังจะเดินมาหาเขาราวกับสิงโตที่รอตะครุบเหยื่อ 

"นะ...นี้...ทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างมั้ย มีสติมั้งสิ"ดูเหมือนประโยคนั้นจะไม่มีความหมายเลยกับคนเมาเพราะต่อให้เขาจะชักเอาแม่น้ำทั้งห้ามาล่อ เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลากแขนแกร่งให้เดินตามไปเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ตัวเล็กเท่าเมี่ยงหากแต่แรงที่ดึงกลับทำให้ร่างหนาเซถลาตามไปอย่างง่ายดาย 

ไม่รู้ว่าเพราะเธอแรงเยอะหรือเพราะไอ้ขาบ้าของเขาที่มันดันก้าวตามเธออย่างเชื่อฟัง 

"ธะ...เธอ...ตั้งสติหน่อยจะทำอะไรน่ะ"หลังจากถูกเหวี่ยงลงบนเตียงน้ำเสียงก็เริ่มติดๆขัดๆ 

ธารินที่ตกอยู่ในอาการมึนเมาตรงเข้าคร่อมร่างหนาไว้ พลางทอดมองเขาประดุจเหยื่ออันโอชะ แววตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ หลังมือเล็กลูบไล้เบาๆตามโครงหน้าคมคาย สัมผัสสากๆบริเวณคางเมื่อโดนหนวดเคราที่พึ่งจะถูกโกนออกไปเมื่อสองสามวันก่อน 

วราธรลอบกลืนน้ำลายอีกครั้งเมื่อใบหน้าหวานคล้ายจะโน้มลงมา ปากของเขาก็ดันเผยอรอจูบของเธอโดยไม่รู้ตัว ทว่าริมฝีปากที่รอคอยก็เลยเฉียดแก้มของเขาไป วราธรรู้สึกเหมือนคนที่กำลังตกลงมาจากตึกสูงๆเมื่อสิ่งที่คาดไว้ไม่ใช่อย่างที่คิด 

ร่างบางเอี่ยวตัวลงข้างๆเขาก่อนจะยกแขนและขาโอบกอดตัวของวราธรไว้แน่น 

สิ่งที่เธอต้องการก็แค่อ้อมกอด...ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านั้นเลย 

"กอดหน่อยๆ"น้ำเสียงแกมบังคับราวเด็กน้อยเมื่อวราธรนั้นยังคงนอนนิ่งมีเพียงเธอที่เป็นฝ่ายกอดเขา 

มือบางจึงรีบรวบแขนชายหนุ่มมาโอบเอวของตนก่อนที่เธอจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งพลางหนุนแขนของเขาแทนหมอนแล้วหลับตาลงอย่างง่ายดาย 

โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอทำให้ใครว้าวุ่นใจแล้วทิ้งเขาไว้กลางทางเสียดื้อๆ 

"เขกกะโหลกสักทีดีมั้ย ฮึ!"ยกมือขึ้นหมายจะเขกมะกอกคนเมาเสียหน่อยหากแต่ก็ถูกดึงกลับไปกอดไว้ดังเดิม เขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะหลับตาลงด้วยความง่วง 

แต่แปลกเพราะเมื่อครู่เหมือนจะนอนไม่หลับหากแต่ตอนนี้เพียงแต่ปิดตาฉับพลันห้วงนิทราก็เข้าครอบงำ... 

 

แสงสุริยะสาดส่องพาดผ่านขอบหน้าต่างตกกระทบลงบนใบหน้าของคนที่นอนกอดกันอยู่บนเตียง ใบหน้าหวานเริ่มขยับก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ 

พลันริมฝีปากบางก็เปิดกว้าง แววตาทอประกายความตกใจ ก้มมองแขนและขาของตนที่โอบรัดวราธรไว้แน่นราวกับวันนั้นที่โรงพยาบาลไม่ผิดเพี้ยน 

"อะไรวะเนี้ย"เสียงบางเบาเอ่ยถามตัวเองก่อนจะรู้สึกปวดตุบๆบริเวณขมับ พลางกรอกสายตาไปมาเพื่อครุ่นคิดเรื่องราวเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากแต่ก็จำได้แค่ว่าเธอนั้นกำลังยืนดื่มน้ำผลไม้และเวลาต่อมาก็รู้สึกเหมือนว่าตนนั้นกลายเป็นกล้องที่ถูกกดหยุดขณะถ่ายภาพเคลื่อนไหวพร้อมๆกับความจำที่เต็มไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ ทุกอย่างในหัวเธอตอนนี้จึงมีเพียงความว่างเปล่า 

แล้วเมื่อคืนเธอทำอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ถึงได้มานอนกอดกับวราธรอยู่แบบนี้...ยิ่งคิดยิ่งเครียด  

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูจะเครียดกว่านั้นก็คือจะเอาแขนและขาออกจากร่างหนาอย่างไรไม่ให้เขานั้นตื่น เพราะครานี้มันไม่เหมือนกับตอนที่อยู่โรงพยาบาลตรงที่เขาเหมือนจะโอบรัดเธอแน่นกว่าครั้งนั้น ราวกับว่ากลัวเธอจะลอยหายไปในอากาศ... 

"อื้อ..."เสียงของชายหนุ่มร้องประท้วงเมื่อถูกก่อกวนจากการนอน พลอยให้คนที่กำลังจับแขนแกร่งออกจากเอวต้องรีบชักมือกลับอย่างไวพร้อมทำท่าทางเหมือนว่ายังไม่ตื่น...จะได้ไม่ต้องรู้สึกอับอายเมื่อสบสายตาคู่นั้น 

ดวงตาที่หลับลงเมื่อครู่ค่อยๆหรี่ขึ้นเล็กน้อย เพื่อสอดแนมคนตรงหน้าว่าสงบลงหรือยัง หากแต่ก็ต้องเบิกตากว้างราวไข่ห่าน เมื่อวราธรไม่ได้หลับอยู่อย่างที่เห็นในคราแรก 

ตอนนี้เขากำลังจ้องหน้าเธอไม่ยอมกระพริบตาเลยสักนิด มุมปากของเขากระตุกยิ้มเบาๆทักทายคนพึ่งจะตื่นที่แกล้งหลับไปเมื่อครู่ 

"ไง ยัยขี้เมา"เอ่ยทักเสมือนคำว่าอรุณสวัสดิ์ 

"คะ...คุณฉวยโอกาสตอนฉันเมาแล้วทำอะไรปะเนี้ย ทำไมฉันถึงมานอนห้องคุณ"ผละกอดออกจากกันก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นสำรวจตัวเอง 

"เหอะ!แก้ผ้าต่อหน้ายังไม่สะท้านเลย"ที่พูดแบบนั้นเพราะหวังจะกลบเกลือนความรู้สึกลึกๆในใจ  

แค่คอเสื้อเปิดนิดเดียวก็สะท้านไปทั้งตัว...นั้นคือความจริงแต่สิ่งที่เอ่ยก็แค่คำโกหก 

"แล้วทำไมฉันมานอนห้องคุณล่ะ?" 

"จะบอกอะไรให้นะ ถ้าอยู่ห่างได้ก็ให้ห่างซะนะไอ้พวกแอลกอฮอร์หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เมาไม่มีสติน่ะ เวลาเธอเมาโคตรรั่วเลยจะบอกให้"ว่าจบก็เดินเข้าห้องน้ำในทันที ทิ้งความสงสัยไว้กับร่างบางเพียงลำพัง 

เธอทำอะไร...เมื่อคืนเธอทำอะไร คำถามนั้นดังก้องในใจ 

ที่เขาบอกว่ารั่ว...ไม่ใช่รั่วแบบตลกโปกฮาหากแต่รั่วในทางยั่วยวนอารมณ์หรือเรียกง่ายๆก็คือเมาแล้ว...หื่น 

จากคนนิ่งๆกลับกลายเป็นเสือสาวเขาล่ะยอมน้ำผลไม้เกาะนี้จริงๆที่เปลี่ยนธารินไปเป็นอีกคนได้เสียสนิท 

 

ร่างหนาแหงนหน้ารับสายน้ำเย็นๆที่ค่อยๆรดชโลมกาย ก่อนจะหลับตาลงช้าๆอย่างผ่อนคลายทว่าใบหน้าของธารินก็ลอยเข้ามาราวกับเงาติดตามตัว 

"นี้เธอเป็นผีหรือไงนะ ตามหลอกหลอนฉันอยู่ได้"เสียงเข้มเอ่ยออกมาเบาๆเพียงลำพังก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวไว้หลวมๆ 

พลันเท้าที่เปียกชื้นจากหยดน้ำก็หยุดชะงักหลังจากเดินพ้นประตูห้องน้ำได้เพียงไม่กี่วินาที  

ร่างบางที่คิดว่าออกไปแล้วหากแต่ตอนยังคงก้มๆเงยๆคล้ายหาอะไรอยู่บริเวณเตียงนอนของเขา เพียงไม่นานหล่อนก็ลุกขึ้นยืนพลันหันกลับมายังวราธรหมายจะเดินออกไป 

หยดน้ำค่อยๆไหลไปตามไรผมสีดำขลับ กลิ่นหอมๆของสบู่ลอยแตะสัมผัสจมูกรัน กล้ามหน้าท้องลอนสวยบ่งบอกว่าบุรุษชายตรงหน้าดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ความขาวผ่องที่ไร้ซึ่งสิ่งปกปิดพลอยให้คนมองหัวใจเต้นระรัว 

"อะ...เอ่อ...พอดีฉันทำนาฬิกาตกไว้น่ะ จะไปแล้วล่ะ"เอ่ยบอกคนที่ยังคงยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าเขานั้นกำลังรู้สึกเช่นไร ด้วยว่าใบหน้าวราธรมันสงบนิ่งไร้ซึ่งการแสดงความรู้สึกใดๆออกมา หากแต่ใครจะรู้ว่าในใจนั้นคิดอะไรอยู่นอกจากตัวเขาเอง 

"กะ...ก็ไม่ได้ว่าอะไรหนิ"ใบหน้าคมก้มงุดมองพื้นเมื่อความร้อนเริ่มปรากฏบนแก้มของเขา นึกเขินๆที่ถูกหญิงสาวมองร่างกายเปลือยเปล่าของตน 

"งั้นฉันขอตัวนะ"เอ่ยบอกก่อนจะก้าวเดินออกไปทว่าเพราะมัวแต่อายจนไม่มองเส้นทางพลอยให้หญิงสาวเหยียบลงบนผ้าเช็ดเท้าทำให้เซถลาเตรียมจะล้มกระแทกพื้น 

สัญชาติญาณของมนุษย์เมื่อใดที่มีภัยกำลังจะมาเยือน สมองจะคิดสั่งการให้ทำในสิ่งที่เรียกว่าความปลอดภัย 

เธอพยายามหาที่เกาะกุมเอาไว้ หากแต่โชคร้ายหรือโชคดีก็ไม่รู้ เพราะสิ่งที่อยู่แค่เอื้อมมือและใกล้ที่สุดคือ...วราธร 

มือบางเอื้อมไปหมายจะคว้าเขาไว้เป็นเสาหลักเพื่อพักพิงหากแต่ก็พลาดตำแหน่งที่หมายปองไว้คราแรก 

ผ้าขนหนูที่ถูกพันไว้หลวมๆถูกมือเล็กกระชากจนหยุด ธารินหันมองผ้าในมือด้วยความตกใจก่อนจะหันมองไปที่ชายหนุ่มหากแต่ระดับสายตาของเธอกลับอยู่ตรงตำแหน่งท่อนล่างที่เปลือยเปล่า 

"กรี๊ดดดดดดด!"กรีดร้องออกมาสนั่นบ้านก่อนจะเหวี่ยงผ้าทิ้งใส่ตัววราธร พร้อมกับร่างบางที่วิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว 

วราธรก็ตกใจไม่แพ้กันหากแต่เขานั้นเก็บอาการ หลังจากธารินเดินออกไปก็ก้มมองด้านล่างของตนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

"สงสัยตกใจอนาคอนด้า"เอ่ยหน้าตายก่อนจะเดินไปแต่งตัวโดยไม่ได้นึกอับอายต่อเหตุการณ์เมื่อครู่เลยสักนิด 

 

อาหารเช้าถูกตรงโต๊ะ คนทั้งสองตักข้าวเข้าปากโดยไม่กล้ามองหน้ากันและกันหรือเอ่ยพูดคำใดออกมาสัดคำ วราธรเพิ่งจะรู้สึกละอายใจเมื่อครู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ส่วนธารินนั้นแทบจะมุดหน้าหนีตั้งแต่ออกมาจากห้องเขาแล้ว หากแต่ก็ต้องทำอาหารเช้าซะก่อน 

ช้อนถูกวางลงพร้อมๆกันโดยที่คนทั้งสองไม่รู้ตัว พลันรู้ว่าอิ่มพร้อมกันก็เผลอเงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนจะรีบหลบสายตาด้วยท่าทางตกใจ แล้วแยกย้ายกันไปคนทิศละทางโดยความรวดเร็ว 

ใบหน้าทั้งสองพลันแดงระเรื่อด้วยความอาย วราธรรีบหอบเอกสารตรงไปที่ทำงานในทันที ตอนนี้ในบ้านเลยเหลือธารินเพียงคนเดียว  

เธอหันมองตามชายหนุ่มไปก่อนที่ภาพนั้นจะผุดขึ้นมาในสมอง มือบางลูบแขนตัวเองเมื่อขนตั้งชันอย่างหวาดหวั่น 

"ทำไมชีวิตฉันต้องมาพบมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี้ย"เอ่ยงอแงกับช่วงชีวิตตัวเอง 

ก่อนจะเดินเหยียบขั้นบันไดลงไปจากบ้านด้วยว่าหากอยู่ที่นี้ต่อคงไม่วายต้องเป็นบ้าแน่ๆ ขอไปสงบสติอารมณ์เสียก่อนแล้วจึงจะกลับมา พลันปลายเท้าแตะสัมผัสผืนทรายใบหน้าหวานก็ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว เท้าเล็กถอยกรูดด้วยความเร็ว แววตาของหล่อนสะท้อนภาพปลายกระบอกปืนปริศนาที่กำลังจ่อมาบริเวณศีรษะ 

 

เท้าแกร่งก้าวไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยพลันหยุดชะงักเมื่อก้มมองงานในมือ ก่อนจะถอนลมหายใจเฮือกใหญ่เมื่อพึ่งจะรู้ตัวว่าลืมเอกสารบางอย่างที่หากไม่มีวันนี้ก็จะทำงานไม่ได้ คงเพราะมัวแต่อับอายอยู่จึงไม่ทันได้มอง 

"ลืมจนได้"บนพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิม 

เขาทอดมองหลังคาบ้านที่คุ้นเคยเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงหากแต่ก็ต้องหยุดนิ่งกับภาพตรงหน้า...มองร่างบางของใครบางคนด้วยความตกใจ 

เธอหรือเป็นเธอหรือเปล่า...ภาวนาว่าต้องไม่ใช่เธอ 

ธาริน... 

ความคิดเห็น