ชอบใจนิยายกดติดตามเป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะจ้ะ ขออนุญาตติดเหรียญนะจ้ะ ขอบคุณเพื่อนนักอ่านมาก ๆ น่าาา

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น : The Lord King เจ้าแห่งราชันย์ I

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 70

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2563 06:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

      สองเดือนหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง  สงครามตะวันตกหรือสงครามแย่งดินแดนที่ยืดเยื้ยมานานจบลงเพียงเสี้ยวนาที  นายท่านกลับมารวมถึงท่านลอร์ดที่สองทั่วเมืองเม้าท์เทนต์วิลล์จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองร่วมเกือบเดือน  ชัยชนะอันน่ายินดีปรีดาตระกูลลูซิเฟอร์กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง  ตำแหน่งของเทพทั้งสองก็อดและเดม่อนนายท่านได้จัดวางเรียบร้อยแล้ว  พูดให้เข้าใจตอนนี้ตระกูลลูซิเฟอร์กลายเป็นผู้ครอบครองอำนาจที่มากที่สุด  เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องมีคนคอยมาประจบประแจงเป็นแน่ทั้งยกเรื่องหญิงสาวมาให้เป็นภรรยาหรือลูกสะใภ้  ยกลูก ๆ ของตัวเองให้มาเป็นลูกเขา...มีแต่ความคิดบ้า ๆ 

      “นายท่านคุณชายโดโรแวมาถึงแล้วครับ” 

      “รู้แล้ว”  เขาลุกตามเจ้าหน้าที่ที่เข้ามารายงานถึงการมาของหนึ่งในน้องชายบุญธรรม 

      ออกมาไม่ถึงวิเสียงทักก็แล่นเข้าหูจนเขาต้องเบือนหน้าหนี 

      “พี่ชาย!” 

      “ไง” 

      “ดูดีขึ้นเยอะนี่หลังจากนี้คงสงบสุขแล้วล่ะสิ” 

      เขาส่ายหน้าน้อย ๆ  “บ้าหรือเปล่า” 

      “ห้ะ” 

      “ถึงจะยึดตะวันตกมาได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยึดเมืองเล็กเมืองน้อยได้  ยังมีอีกหลายเมืองที่ยังไม่ยอมเข้าร่วมกับเราและอีหลายเมืองที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับทุกสิ่งอย่าง  แค่สงครามใหญ่เท่านั้นที่จบยังต้องมีย่อย ๆ ให้สะสางอีก” 

      “ปวดหัวจริงทำไมไม่เข้ากับพวกเราให้รู้แล้วรู้รอดไปนะ  หรือเพราะ...” 

      “เพราะฉันเผด็จการ  สิ่งที่ฉันทำมันไม่แตกต่างจากการเผด็จการนักเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเกลียดฉัน” 

      “ก็รู้อยู่ว่าเพราะอะไรนี่”  โดโรแวปรบมือแล้วมาหยุดหน้าเขาแทน  “ฉันได้ข่าวมาว่าแฟนเจ้าแชนนอลมาอยู่ที่นี่เหรอ” 

      ดาบหรี่ตามอง 

      “เอาน่าคิดมากทำไมคนอ่อนแออย่างแอนโทนี่ต้องมีคนค่อยดูแลนะ” 

      “โดโรพวกเขาไม่ได้เลิกแค่แยกกันอยู่เท่านั้น” 

      “แต่มีแนวโน้มที่พวกเขาจะเลิกกันจริงมะ” 

      “เพื่ออะไรเนี่ย” 

      “ฉันชอบเขาหนิ” 

      “ชอบเหรอ  แอนโทนี่มีลูกติดถึงสามคนจะบอกว่านายชอบคนที่มีครอบครัวแล้วน่ะเหรอ” 

      โดโรแวยกมือห้ามเมื่อเห็นตาวาวโรจน์จากเขา 

      “ใจเย็นพี่ชายฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น  ฉันแค่ชอบเขาน่ะ...ผิดด้วยหรือไง” 

      เสียงจ้อกแจ้กของเด็กน้อยดึงความสนใจดาบขณะเดียวกันประตูสถาบันเปิดอ้า  แอนโทนี่กับเรจีน่าเดินออกมา  โดโรแวเห็นพอดีเลยจะวิ่งเข้าไปหาแต่ดาบดันอกเขาไว้ก่อน 

      “จะไปไหน” 

      “เดินรับประทานลมเล่นจ้ะ” 

      “ยืนรับประทานลมตรงนี้แหละ” 

      โดโรแวมองตามแอนโทนี่ตาละห้อย  “พี่กำลังกีดกันฉันนะ” 

      “ไม่รู้นะว่านายโดนอะไรเข้าสิงหรือไปเที่ยวรับประทานลมเล่นมากไป  เลิกคิดเรื่องนี้เถอะ” 

      “พี่เคยพูดกับพวกฉันนะว่าตัวพี่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาห้ามพวกฉันไม่ให้รักน่ะ”  โดโรวยิ้มทะเล่น 

      “ไม่เถียงแต่นาย...แค่หลงหรือแค่ชอบไม่ใช่เหรอ  นายไม่ได้รักแอนโทนี่จากใจจริง  นายกับแชนนอลอาจไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่” 

      “แต่...” 

      โดโรแวทำท่าจะเถียงแต่พอเห็นสีหน้าจริงจังก็หุบปากทันที 

      “ไม่มีแต่เชื่อสิถ้านายคิดจะเข้าใกล้แอนโทนี่  เจ้านั้นจะต้องท้าสู้กับนายและไม่วายไม่พ้นเรื่องนองเลือดอีกไหน ๆ ก็สงบสุขแล้วอย่าหาเรื่องเพิ่มอีกเลย  ถือซะว่าฉันขอร้อง” 

 

      หลังจากคุยกับน้องชายจอมซ่าเขาเดินกลับไปที่บ้านเพื่อไปเอาของ 

      “พ่อ!” 

      กิ๊ฟทริกตะโกนเรียกเขาจากคอกกันเด็กมีของเล่นกระจัดกระจายเต็มคอก  เขาเดินไปหาส่วนเจ้าตัวน้อยชูมือพร้อมกระโดดเรียกร้องให้เขาอุ้ม 

      ‘ใครจะต้านทานความน่ารักของเด็กได้มั้งนะ’ 

      เขาอุ้มเจ้าตัวน้อย  “แม่ล่ะ” 

      “แม่อยู่ในครัว”  เจ้าตัวเล็กทำหน้าสลด  “หนูอยากอยู่กับพี่แล็คกับพี่โรบิน  พี่ ๆ หลับ ๆ ตื่น ๆ แล้วพี่โรบินก็เริ่มฝันร้ายอีกแล้ว” 

      เขาจุกที่คอเขาเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้เจ้าตัวเล็ก  หลายปีมานี่เขาชะล่าใจให้ร่างโคลนดูแลเมืองนานไปทำให้มันคิดกบฏ  ลอร์ดแดรกคิวล่าเตือนเขาหลายต่อหลายครั้งว่าอย่าได้ทำแบบนั้นเพราะถึงจะเหมือนกันแต่ความคิดไม่เหมือนกัน  การที่ลูกเขาเจ็บตัวในคราวนี้เป็นอีกบทเรียนที่เขาจะไม่ยอมให้ก่อนขึ้นอีก 

      เจ้าตัวเล็กหาวว้อด 

      “พ่อว่าลูกง่วงเกินกว่าจะกินของว่างแล้วล่ะ”  เขาพาเจ้าตัวเล็กไปที่ห้องนอนที่แล็คกับโรบินนอนอยู่  เขาวางลูกน้อยตรงกลางพี่ทั้งสองหัวถึงหมอนปุ๊บเจ้าตัวเล็กก็หลับ  เขาเดินมานั่งข้างลูกคนโตดูแผลที่เริ่มหายทีละนิดแต่รอยช้ำยังชัดเจนอยู่และดูลูกคนรอง  แผลของเขาก็ดีขึ้นรอยช้ำจางลงแต่ยังเห็นชัดอยู่ 

      มือของจูเลียแตะที่ไหล่กลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ที่เธอชอบ  เขาดึงมือเธอขึ้นจูบ 

      “พวกเขาจะดีขึ้น” 

      เธอเกยคางบนหัวเขามองดูแลชายทั้งสามหลับไหลในนิทรา 

 

      ชานส์ตื่นพร้อมกับความรู้สึกหน่วง ๆ ในใจเหมือนกับรับรู้ได้ว่าใครบางคนกำลังเศร้า  มันมาจากก้นบึ้งที่ลึกมากจนเขาอยากร้องออกมาด้วย  เรจีน่ากับแอนโทนี่ออกไปดูของข้างนอก  เขาเลิกผ้าห่มแล้วพยุงตัวเองยืนขึ้นเขาอยู่ในขึ้นตอนการกายภาพอยู่  หลังจากดาบกลับมาอาการเขาก็กำเริบทันทีตอนนั้นเกือบไม่รอดพอดีที่หมอแปลก ๆ คนนั้นเอาวัคซีนมาฉีดให้เขาทำให้อาการเริ่มคงที่แต่มันทำให้เขาต้องนอนติดเตียงนานกว่าเดิม  ฤทธิ์ของยาแรงกว่าที่เขาเคยฉีดมากเข็มเดียวหลับเป็นตายทั้งวัน 

      ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าผ่านไปแล้วสองเดือนรอบตัวกลับมาเงียบอีกครั้งหลังวุ่นวายจากการก่อกบฏของร่างโคลน  เขาได้ข่าวจากรอยแล้วฝั่งนั้นสบายดีโชคดีที่สงครามจบเร็วไม่งั้นคงมีคนตายมากกว่านี้  เจ้าตัวบอกว่าจะมาเยี่ยมอีกประมาณสองสามวันที่จะถึง  เขาอดใจรอไม่ไว้ที่จะได้เจอพี่ชายของเขาอีกครั้ง  ส่วนเพื่อนคนอื่นแฮร์รี่เขา...แปลกไปเยอะ  สีผมเปลี่ยนเป็นขาวผลพวงมาจากที่ได้รับเลือกให้เป็นยมทูตแต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงกลายเป็นยมทูตสีขาวแทนไม่เหมือนกับคนอื่นที่เป็นสีดำ  เดวิดเองก็สบายดีแต่เขาดู...ไม่รู้สิอธิบายไม่ถูกเหมือน...เหมือนแอนโทนี่ 

      เขาคิดเรื่อยเปื่อยขณะเดินรอบห้องเพื่อบริหารขา  เขาเดินไปดูรูปถ่ายที่ตั้งเรียงรายบนตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก  รูปเหล่านั้นเป็นวัยรุ่นทุกคนกำลังสนุกสนาน  ยิ้มแย้มกับการถ่ายรูป  โครงหน้านั้นไม่บอกก็รู้ว่าเป็นลูก ๆ ของดาบกับจูเลีย  ตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ 

      “ฉันยังจำเสียงหัวเราะได้อยู่เลย”  ดาบเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เดินมาหยุดดูรูปข้างเขา 

      “พวกเขาเหมือนท่านกับนายหญิงเลย” 

      ดาบชี้ไปที่วัยรุ่นสาวในรูป  “ซาบีร่าลูกคนที่หกของเราติดแม่มาก  ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเป็นคนเดียวที่แต่งงานเป็นคนเดียวที่มีลูก  จนวันที่เธอตายลูกเธอ...หลายชายของเราเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอเหลือทิ้งไว้ให้” 

      ‘น้ำเสียงฟังดูขมขื่นจังทำไมถึงไม่ลืม ๆ ไปนะ’ 

      เขาอยากถามแต่แค่หวนนึกถึงอดีต  งั้นช่างมันละกัน 

      “ยืนได้นานขึ้นนะ” 

      เขาตื่นจากภวังค์  “ห้ะ  ออ...ครับท่านลอร์ดที่หนึ่งบอกว่าให้เดินเยอะ ๆ กำลังขาจะได้มี” 

      “ดีแล้ว”  ดาบตบหลังเขาเบา ๆ “ฉันไม่กวนละ” 

      “ท่านจะช่วยคุณพ่อไหมครับ” 

      “ถึงช่วยได้ก็ขึ้นอยู่กับทั้งคู่อยู่ดีว่ายังอยากจะอยู่ด้วยกันอีกหรือไม่  ได้ข่าวว่าท่านลอร์ดที่สองไปคุยแล้ว  ท่านเรียกแอนโทนี่ไปคุยแล้วด้วยเดี๋ยวก็รู้” 

      เขาเดินไปนั่งที่เตียง  “คุณแชนนอลรักพ่อแต่พ่อดูเหินห่าง” 

      ดาบหันมองเขา  “ถ้าฉันเป็นแอนโทนี่ก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน  เมื่อเทียบกับสิ่งที่แชนนอลทำคำว่ายกโทษหรืออภัยแทบไร้ความหมาย”  ว่าจบเขาหันเดินกลับออกไป 

      คำพูดนั้นก้องในหัวเขา 

      “ไม่เข้าใจเลย” 

 

      แอนโทนี่ยืนดูเรจีน่าเลือกพวงกุญแจ  เธอปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ดีที่สำคัญครรภ์ของเธอสี่เดือนแล้วและนูนขึ้น  ล่าสุดที่ตรวจเธอไม่มีอาการครรภ์เป็นพิษแล้วสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติ  เด็กในท้องแข็งแรงดี  เขามองดูสิ่งของที่วางเต็มชั้นวางของร้านค้า  อ้อ...เขาไม่ได้มาข้างนอกกับเรจีน่าสองคน  มีเจ้าหน้าที่สามนายตามพวกเขามาด้วยเพราะเขาเองก็ท้องสามเดือนแล้วและไม่โอเคแน่ถ้าคนท้องสองคนเดินเตร่ข้างนอกโดยไม่มีใครคอยดู  ดาบสั่งกำชัดว่าให้ดูแลพวกเขาทั้งคู่ห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด 

      ‘แต่วันนี้แดดแรงจัง’ 

      “ที่นี่ฤดูอะไรแล้ว” 

      “ปลายฤดูใบไม้ผลิแล้วไกลเข้าฤดูร้อน   กระผมต้องขออภัยแต่เราให้พวกคุณได้อีกแค่หนึ่งชั่วโมงเราให้พวกคุณเสี่ยงตากแดดข้างนอกนานไม่ได้” 

      แอนโทนี่ยิ้มขอบคุณแล้วหันไปมองเรจีน่า  เธอเลือกที่อยากซื้อได้แล้ว 

      “เรมาเถอะเราต้องกลับเข้าข้างในแล้ว” 

      “ค่ะ”  เธอรีบเดินมาหาเขา  “พ่อคะอันนี้สวยไหม”  เธอชูพวงกุญแจรูปยูนิคอร์นให้เขาดู 

      เขาหัวเราะ  “พ่อว่าสำหรับยูนิคอร์นที่ลูกชอบ  ลูกคิดว่าไง” 

      เธอหัวเราะคิกคักก่อนทั้งคู่จะเดินกลับเข้าไปในสถาบัน 

 

      ดีนยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมชานส์เลยหลังจากมาถึงส่วนกลาง  จะบอกว่าไม่มีเวลาก็ไม่เชิงที่บ้านเขาตอนนี้กำลังมีปัญหา  เดวิดที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนสภาพทำให้จิตใจของพ่อหนุ่มว้าวุ่นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  เขาขอให้ 'มาร์แชล' หนึ่งในหัวหน้าแพทย์มาดูอาการเดวิด 

      เขารออยู่ข้างนอก  ผ่านไปได้สิบห้านาทีมาร์แชลออกมาจากห้อง 

      “เป็นไงบ้าง” 

      “ร่างกายเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่คิด  น่าจะเพราะมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินทำให้ร่างกายเกิดการปรับเปลี่ยน” 

      “เขาเป็นประเภทไหน” 

      “พวกแข็งแรง” 

      เขาถอนหายใจ  “ฉันนึกว่าเขาจะเป็นพวกให้กำเนิดซะอีก” 

      “ทำไม...ไม่พอใจหรือไง” 

      “พูดโง่ ๆ เป็นพวกแข็งแรงดีกว่าเป็นพวกให้กำเนิด  นายก็รู้พวกให้กำเนิดต้องเจออะไรบ้างเมื่อพวกเขาคิดที่จะมีครอบครัว” 

      สิ่งที่เขากำลังจะพูดคือสังคมสมัยนี้เริ่มจะเหมือนกับเมื่อก่อนคือผู้ชายเริ่มที่จะแต่งหลายเมีย  มีเล็กมีน้อยไปเรื่อย  ความคิดแบบนี้เริ่มแพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศมีผู้ชายในหลายครอบครัวที่เริ่มทำตัวแบบนี้  ใคร ๆ ก็พูดกันหนาหูว่ารุ่นดาบคงเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะแต่งแบบผัวเดียวเมียเดียว  เขาเองก็แต่งผัวเดียวเมียเดียวแต่เพราะเขาเป็นหมันทำให้ไม่มีลูก  แต่เมื่อเขาเจอเดวิดในบรรดาสามคน  ชานส์  เดวิดและแฮร์รี่  เขาแคร์เดวิดมากที่สุดแม้เจ้าตัวไม่รู้ตัวก็เถอะ  เพราะสิ่งที่เขาเห็นจากเดวิดคือนิฟที่ใกล้จะให้กำเนิด   

นั้นทำให้ยิ่งกังวลไปอีกเพราะพวกที่ให้กำเนิดมักเจอเรื่องร้ายเสมอเวลามีครอบครัว  ส่วนพวกแข็งแรงแทบไม่ต้องห่วงเท่าไหร่พวกเขาหึงหวงคู่ของตนมากและรักมาก  นี่คือเหตุผลที่เขาอยากให้เดวิดเป็นพวกแข็งแรงมากกว่าเป็นพวกให้กำเนิด  จนร่างกายเดวิดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเขาถึงพามาด้วยยันึกว่าเดวิดเป็นพวกให้กำเนิด 

เขามองมาร์แชลที่เก็บอุปกรณ์การแพทย์ลงกระเป๋ารู้สึกดีที่ได้ยินจากปากหนึ่งในหัวหน้าแพทย์ว่าเดวิดไม่ได้เป็นพวกให้กำเนิดอย่างที่เขาคิดก็เบาใจขึ้นเยอะ 

“มีอะไรอีกไหม” 

“ชานส์ดีขึ้นบ้างไหม” 

มาร์แชลพยักหน้า  “ตอนนี้เดินได้เยอะขึ้นแล้วเขาเข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่องตลอดสองเดือนมานี้พร้อมทั้งการกายภาพ  อีกไม่นานคงเดินเหินได้เหมือนก่อน” 

“ฉันยังไม่ได้ไปเยี่ยมเขาเลยมัวแต่ห่วงเรื่องเดวิด” 

“ไปเมื่อไหร่ก็ได้ฉันว่าเขากับครอบครัวคงไม่ได้กลับไปที่เมืองซีบีชแล้วล่ะ” 

ดีนรู้ข้อนั้นดี  เมืองซีบีชข่าวล่าสุด...สุดท้ายก็ไม่ยอมเข้าร่วมกับนายท่านเห็นได้จากตอนที่ลูกชายของดาบหนึ่งในอัศวินสีดำพาคนของเขาไปโจมตีเมืองแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย  ทำให้เมืองและคนที่เมืองต้องตายเพราะความคิดโง่ ๆ ของพวกรัฐบาลที่คิดจะเป็นกบฏ 

“ขอบใจที่มานะ” 

“ติดต่อมาแล้วกันถ้าเขายังไม่ดีขึ้น” 

 

ปราสาทตอนใต้ของลอร์ดแดรกคิวล่าตั้งตระหง่านกลางทุ่งหิมะอันกว้างขว้าง  ภายนอกปราสาทชั่งเงียบสงบยิ่งนักแต่กับภายในปราสาทต่างกันลิบลับ 

ภายในมีการจัดงานเลี้ยงประจำปี  ลอร์ดแดรกคิวล่านั่งมองภาพเหล่าแวมไพร์ชั้นน้อยใหญ่เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน  เขาเกลียดการแบ่งชนชั้นแวมไพร์ในตอนนี้มีให้เห็นมากที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหมดแต่มิอาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้  เขาคิดว่าอาจจะไปขอคำปรึกษาจากดาบเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้  เขารู้สึกยินดีกับเพื่อนที่สามารถจบสงครามลงได้แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าถ้าสงครามใหญ่จบสงครามย่อยจะทะยอยมาไม่ขาดสาย  พวกก่อกบฏจะเริ่มเยอะขึ้นเพราะอยากท้าทายอำนาจเหนือล้นของดาบ 

“ท่านลอร์ดแดรกคิวล่า” 

เสียงใสของหญิงสาวทำเอาสะดุ้งนิดหน่อย 

“ท่าน” 

“ไม่เจอกันนานนะคะ” 

ลอร์ดแดรกคิวล่าโค้งคำนับหล่อน 

วิเวียนร่า  เนฟิลิม  น้องสาวคนเล็กของเนฟิลิม  หล่อนเป็นหญิงสาวที่กำลังพรั่งพูด้วยความงานจำจิตจับใจ  เส้นผมดุจไหมสีทองนวล  ดวงตาสีฟ้าราวกับอัญมนี  น่าเสียดายที่เขาตายด้านเรื่องความรักไม่งั้นคงหลงความงานของหล่อนไปแล้วแต่ไม่ดีกว่า  ขอไม่เอี่ยวกับความรักของเทพโดยเฉพาะกับเนฟิลิม 

น้อยคนนักที่จะรู้ความดำมืดของตระกูลเนฟิลิมคืออะไรและเมื่อหล่อนคนนี้ก้าวเข้ายิ่งทำให้ความดำมืดนั้นแทบจะเป็นจริงทุกประการ 

“ขอโทษด้วยที่ทางเราไม่ได้ต้อนรับท่านไม่ยักกะรู้ว่าท่านจะมางานเลี้ยงอันห่างไกลแบบนี้” 

“ท่านอย่าคิดมากเลยพี่สาวให้เรามาเพื่อที่จะนำของขวัญมาให้”  หล่อนยื่นกล่องทองคำขาวนวลให้เขา 

“ฝากขอบคุณท่านเนฟิลิมด้วย  อื้มทองคำขาวเหรอสมแล้วที่เป็นตระกูลนี้ทองคำขาวที่บริสุทธิ์เหมาะกับตระกูลเนฟิลิมมาก” 

หล่อนขอบคุณก่อนขอกลับเพราะไม่อยู่นานแต่ไม่วายหว่านเสน่ห์ใส่เขา  หล่อนคงนึกว่าเขาไม่รู้ตัวมั้ง 

‘คิดไม่ได้ก็โง่เต็มกลืน’ 

“คุณพ่อ”  ลูกชายคนโตเดินมายืนข้างเขา 

“นังผู้หญิงที่หน้าไหว้หลังหลอกไม่เข้าใจทำไมหล่อนถึงเกิดในตระกูลเนฟิลิมได้” 

“พวกหล่อนเป็นแบบนี้ทุกคนหรือครับ” 

“ไม่แทบไม่มีแต่สมัยนี้ไม่แน่  มีผู้หญิงหลายคนที่ต้องการเกาะผู้คนที่มีอำนาจเพื่อเพิ่มฐานะให้ตน  แต่ไม่อยากเชื่อว่าเนฟิลิมคนนี้จะทำตัวเหมือนผู้หญิงร่าน” 

“จะทำยังไงกับหล่อน” 

“นั้นสิ”  เขาเกาคางครุ่นคิด  “สงสัยต้องไปคุยกับลูซิเฟอร์สักหน่อยแล้ว”  เขาบอกพร้อมยิ้มเหี้ยม 

ความคิดเห็น