บทสรุปของรักสี่เส้าเราสี่คนจะเป็นอย่างไร (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุดจ้า)

ตอนที่ 2-4 วัฏจักรไร้สิ้นสุด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-4 วัฏจักรไร้สิ้นสุด

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักสามเส้า ดราม่า โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 299

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2563 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-4 วัฏจักรไร้สิ้นสุด
แบบอักษร

พอคาบเรียนที่ห้าจบลง คาเกรุก็มุ่งหน้าไปยังอาคารชมรม ที่ลานกว้างหน้าอาคารมีกลุ่มคนฝึกซ้อมการเต้นโดยผสานฮิปฮอปกับดนตรีตะวันตกเข้าด้วยกัน 

โต๊ะข้างๆ กันนั้นมีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีกล้องห้อยคอกำลังมองแผนที่ ถัดไปตรงบันไดด้านหลังของพวกเขา มีผู้ชายสองคนกำลังถือบทละครตอบโต้กันอยู่ 

เขารู้สึกมหาวิทยาลัยแห่งนี้ช่างรวมความแปลกประหลาดหลายอย่างจริงๆ 

เมื่อมาถึงห้องชมรม มีชายร่างเล็กก้มหน้าอยู่หน้าประตู แต่เขาไม่ใช่สมาชิกชมรม พอเขาสังเกตเห็นคาเกรุก็เงยหน้ามองด้วยท่าทางสั่นกลัว ชายคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำบางๆ กางเกงผ้าชิโน่สีเบจ สัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย 

“มีอะไรรึเปล่า?” 

ผู้ชายคนนั้นตื่นตระหนกตัวสั่นด้วยความกลัว มีรอยถูกมีโกนบาดเขียวช้ำตรงจมูกกับปาก 

“เอ่อ” คาเกรุรู้สึกรำคาญ แต่ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงละมุนละม่อม “มีธุระกับใครในชมรมหรือเปล่า?” 

พอชี้ไปที่ประตูแล้วถาม อีกฝ่ายก็สั่นหน้า ไม่รู้ว่าพยักหน้าหรือส่ายหัว 

“หรือว่าอยากมาดูกิจกรรมชมรม?” 

“นะ...นี่” 

ในที่สุดเขาก็ตอบกลับมาด้วยเสียงเล็กๆ เบาๆ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ใส่ไว้ในถุงใส่ออกมาจากกระเป๋า 

คาเกรุมองผ้าเช็ดหน้าแล้วกระพริบตาปริบๆ นี่เป็นผ้าเช็ดหน้าของซานะ 

“...ผม...ดันทำชาหก แล้วคนข้างๆ ก็ให้เจ้านี่มา...ผมไม่รู้ชื่อเธอ แต่คิดว่าต้องเอามาคืนให้ได้น่ะครับ” 

คาเกรุตั้งใจฟังคำอธิบายของชายตรงหน้า 

“มะ...เมื่อบังเอิญเห็นคนๆ นั้นเข้ามาในห้องชมรมนี้...ก็เลย...คือ” 

“อ๋อ คนรู้จักน่ะ ฝากฉันไว้ก็ได้ เดี๋ยวเอาไปคืนให้” 

คาเกรุรีบรับผ้าเช็ดหน้ามาเพื่อตัดบทสนทนา 

“ฝากบอกอะไรไหม?” 

“...ฝากขอบคุณ” 

“มีอะไรอีกไหม?” 

คราวนี้ชายหนุ่มส่ายหน้าชัดเจน 

“โอเค งั้นขอตัวนะ” 

พอคาเกรุพูดจบ ชายคนนั้นก็รีบเดินออกไปอย่างร้อนรน ชื่อก็ไม่ทันได้ถาม แต่เอาเถอะ ไม่เป็นไร 

เมื่อเข้าไปในห้องชมรม ก็เห็นฮามาโนะดีดกีต้าร์อยู่ รุ่นพี่ทาเคดะ โยชิโอะ เรียกย่อๆ ว่ารุ่นพี่ทาเคโอะก็อยู่ด้วย เขากำลังร้องเพลงของวงดังเมื่อสิบปีที่แล้ว เสียงสูงโดดอันไพเราะไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนยังคงเพราะเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 

“สะ...สวัสดี” 

พอเห็นคาเกรุ ทั้งสองคนก็หยุดบรรเลง 

“หวัดดี” 

รุ่นพี่ทาเคโอะลุกขึ้นด้วยความคึก 

“นี่ๆ คาเกรุ มุ่งสู่มืออาชีพด้วยกันไหม” 

“กำลังหนีความจริงเหรอครับ รุ่นพี่” 

“ไม่ใช่หนีความจริงเว้ย! กำลังต่อสู้ต่างหาก” 

เขาเหลือบไปเห็นเอกสารกรอกข้อมูลส่วนตัวซึ่งวางไว้อยู่มุมหนึ่งของโต๊ะ 

“ของรุ่นพี่เหรอ” 

“นั่นก็แค่เศษกระดาษนั่นแหละ มุ่งสู่มืออาชีพ...” 

“เห็นว่าเขียนมาทั้งบ่ายจนจะเสร็จแล้ว ดันเขียนผิดตรงอาชีพที่คาดหวังช่วงท้ายน่ะ” 

ฮามาโนะยิ้มแห้ง 

“ห้ามใช้น้ำยาลบคำผิดเหรอ? โหดจัง” 

“ใกล้จะได้เวลาที่พวกรุ่นพี่ออกไปจากที่นี่แล้วสินะครับ” 

“เป็นการเริ่มต้นสู่สังคมที่แท้จริงสินะ" 

“ฟังนะ!” 

รุ่นพี่ดีดกีต้าร์เสียงดังแล้วตะโกนออกมา 

“จัดไลฟ์กันเถอะ! สู้กับคลื่นลมแรงของกระแสสังคมกัน!” 

“สภาพดูไม่ได้เลยแฮะ” 

“แต่อย่างน้อยก็ยังไม่มีแววยอมแพ้นะ” 

เขาฝากรุ่นพี่ทาเคโอะซึ่งตะโกนสุดเสียงไว้กับฮามาโนะ แล้วไปนั่งข้างหน้าต่างบานในสุด พลางกำผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงแน่น 

 

* 

 

พอคาเกรุเจอซานะ ก็ไปแมนชั่นของซานะต่อ 

ซานะที่เพิ่งนำเสนองานในวิชาสัมมนาเสร็จอยู่ในสภาพเหนื่อยอ่อน จึงเอ่ยปากขอให้คาเกรุทำอาหารให้ 

พอคาเกรุตอบตกลง เธอก็ร้องวี้ดว้ายดีใจ 

“อืม เอาเป็นบีฟสโตกานอฟ” 

“อะไรน่ะ ฟังดูทำยากพิลึก” 

“อาหารรัสเซียน่ะ ที่ยากมีแค่ชื่อเท่านั้นแหละ” ซานะซึ่งกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงตอบ “แต่ไม่จำเป็นต้องทำหรอก ฉันแค่อยากลองพูดว่าบีฟสโตกานอฟเท่านั้นเอง” 

คาเกรุเข้าครัวไปตั้งกระทะกับหม้อต้มเป็นอันดับแรก 

“ฟังดูเท่ออกไม่ใช่เหรอ? คาเกรุเองก็ลองพูดดูสิ” 

“บีฟสกาโตนอฟ” 

“เห็นไหม? 

”แล้วไม่มีบีฟสตราดิวาริอุสบ้างเหรอ?” 

“ไม่เกี่ยวกับเนื้อแล้ว นั่นมันชื่อไวโอลีนสุดแพงเลยไม่ใช่เหรอ” 

“แล้วจะกินกับอะไรล่ะ” 

“พาสต้า” 

“จืดชืดเชียว” 

เขาหยิบเส้นพาสต้าออกมาจากชั้นเหนือหัว เปิดไฟหม้อ หันหลังให้ซานะแล้วเริ่มหั่นหัวหอม 

“นี่” จู่ๆ คาเกรุก็พูดขึ้นมา “ทำไมถึงให้เด็กปีหนึ่งดูเพื่อนน้อยแบบนั้นยืมผ้าเช็ดหน้าล่ะ” 

“เอ๊ะ อ๋อ อืม” 

วันนี้ตอนได้ผ้าเช็ดหน้ามา เขาก็เข้าใจถึง ‘ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น’ ที่ได้ฟังจากฮิรานุมะขึ้นมา 

“เด็กปีหนึ่งที่นั่งอยู่คนเดียวในโถงทำชาหก แล้วคุณคาชิอิที่นั่งใกล้ๆ ก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ทันที ถึงจะเป็นคนไม่รู้จักกันเลยก็ตาม” 

คาเกรุวางมีด พอน้ำเดือดก็ใส่เกลือลงไป ระบบทำความร้อนด้วยแก๊สทำให้น้ำเดือดไว ห้องของคาเกรุเป็นระบบไฟฟ้า จึงใช้เวลาสักพักหนึ่งกว่าน้ำจะเดือด 

เขากลับไปหั่นหัวหอมใหญ่อีกครั้ง น้ำตาไหลอกมา ไม่นึกเลยว่าทั้งเกสรดอกไม้ทั้งหัวหอมจะทำให้น้ำตาของเขาไหลได้ 

“เขาเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนที่ห้องชมรม แล้วฝากขอบคุณ” 

“งั้นเหรอ รู้ชื่อไหม?” 

“ไม่” 

คาเกรุปฏิเสธ 

“อยากเจอจังเลยน้า” ซานะส่งเสียงเสียดาย “อยากคุยด้วยจัง” 

“ไม่เลือกเลยหรือไง?” 

แม้แต่เขายังตกใจเสียงของตัวเอง 

“เลือก?” 

ซานะทวนด้วยน้ำเสียงสงสัยเหมือนปกติ คาเกรุหันไปหาเธอซึ่งนั่งอยู่บนเตียง แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าส่งให้ 

“จะตกผู้ชายเพิ่มสินะ?” 

“ไม่ใช่นะ!” ซานะที่รับผ้าเช็ดหน้าคืนไปขึ้นเสียง “ไม่ได้จะทำแบบนั้น” 

“คารมห่วยแตกชะมัด” คาเกรุเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “การแชร์ก็ดีอยู่หรอก แต่ก็ควรเลือกคนที่เหมาะสมด้วย ถ้ามีผู้ชายแปลกๆ น่ารำคาญเข้ามาจะทำยังไง ใช้หัวคิดหน่อยสิ” 

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ? เธอไม่เคยเชื่อคำพูดของฉันเลยสินะ ทั้งที่ฉันอยากอยู่กับเธอด้วยความสนุกสนานตลอดแท้ๆ แต่กลับทำให้ฉันโกรธทุกทีเลย” 

ซานะโต้กลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน 

เธอพยายามตั้งสติพลางคิดว่า อา ประโยคแบบเดิมๆ อีกแล้ว แต่ก็เหลืออดเต็มที 

“ขอพูดอีกรอบนะ คารมของเธอมันห่วยแตก คนเขาอุตส่าต์จะทำมื้อเย็นให้กินแท้ๆ ดันพูดอะไรไม่เข้าท่า...” 

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องทำแล้ว ฉันจะทำเอง” 

“งั้นฉันกลับก่อนแล้วกัน” 

ซานะมองตาม 

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ 

“เพราะเธอไง” 

คาเกรุกระแทกเสียง ซานะจ้องเขากลับ 

“พยายามคุยด้วยทีไรก็กลายเป็นแบบนี้ทุกที” 

เขาเดินไปอีกฝั่งของห้องพร้อมเสียงโมโหและสั่นเครือของเธอ 

“ที่กลายเป็นแบบนี้ทุกทีเพราะใครกันแน่ ไปทบทวนใหม่ซะ” 

คาเกรุใส่รองเท้า สาวเท้าออกจากห้อง แล้วปิดประตูดังสนั่น 

ความคิดเห็น