ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 จะเมาเหล้าหรือเมารัก

ชื่อตอน : บทที่ 15 จะเมาเหล้าหรือเมารัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 จะเมาเหล้าหรือเมารัก
แบบอักษร

ผ่านไปราวๆสองวันแผลที่ขาก็เริ่มจะดีขึ้น ตอนนี้ก็ลุกเหินเดินสะดวกกว่าเก่า ธารินหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ทอดมองอาหารที่ถูกทำเอาไว้หากแต่ไร้เงาของพ่อครัว คงจะไปทำงานอีกตามเคย... 

ตั้งแต่ที่ป่วยเขาก็เป็นคนที่ดูแลเธอมาตลอด เรียกได้ว่าเขาดูแปลกไปจากแต่ก่อน เธอไม่รู้เลยว่าตัวตนของเขาคือคนไหน...หากแต่มันรู้สึกปลื้มใจกับตัวตนของเขาในตอนนี้  

ไม่อยากกลับไปเลยเธอกลัวว่าหากกลับไปเขาก็จะกลับไปเป็นแบบเดิม...คนปากร้ายคนนั้น 

หลังจากทานข้าวเสร็จเธอก็จัดการล้างจานและเก็บกวาดบ้านแต่คงเพราะปกติแล้วจะมีงานให้ทำอยู่ทุกๆนาทีพลอยให้รู้สึกเหงาๆในใจ 

ขาเรียวก้าวไปตามผืนหาดทราย ความนุ่มละมุ่นแตะสัมผัสผิวเท้าเบาๆ สายตาคมทอดมองท้องทะเลสีครามที่สะท้อนรับแสงอาทิตย์ราวกับหมู่ดาวในยามกลางวัน 

เธอเดินไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด ฟังแค่เสียงเรียกร้องของหัวใจพลันเท้าเรียวก็ชะงักเมื่อคล้ายว่าจะเดินมาหยุดที่ใดสักแห่ง ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยในตัวเองเหตุไฉนจึงพาร่างกายมาหยุดอยู่ที่ทำงานของวราธร 

ใบหน้าคมตึงเครียดทุกครั้งที่ต้องสะสางงาน ร่างหนาสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวยิ่งทำให้ดูอบอุ่นแปลกๆ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลย้อยลงมาเรื่อยๆตามโครงหน้าก่อนจะหยดลงสู่พื้น มือแกร่งยังคงชี้นิ้วไปมาเพื่อสั่งงานแก่ลูกน้อง ปากนั้นตะโกนเสียงดังลั่นราวกับว่าโกรธแค้นใครมา 

ธารินทอดมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยเหตุใดใบหน้าและน้ำเสียงจึงดูตึงเครียดชอบกล 

ไม่รอช้าให้ความสงสัยนั้นค้างคาใจ ร่างบางค่อยๆปีนป่ายสิ่งก่อสร้างตรงหน้าอย่างคนที่ชำนาญก่อนจะไปยืนซ้อนหลังของวราธรเงียบๆพลางชะเง้อมองแปลนเขียวในมือชายหนุ่มอย่างพิจารณาก่อนจะสลับมองโครงเหล็กตรงหน้า 

"ช่วยมั้ยคะ"เสียงเล็กดังขึ้นเบาๆพลอยให้วราธรสะดุ้งตกใจก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นว่าเป็นธาริน 

"เธอมาได้ยังไงเนี้ย เดี๋ยวก็เป็นไข้หรอก ขาน่ะหายดีแล้วหรือ?"โดนเทศนาชุดใหญ่หากแต่หญิงก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงเหลือบมองงานในมือวราธรอย่างเดียว 

"ในแบบสัดส่วนถูกแต่ตำแหน่งโครงเหล็กที่วางผิด ถ้ารื้อก็คงเป็นงานใหญ่พอตัว"วราธรมองหญิงสาวนิ่งด้วยว่าประโยคที่ถามไปเมื่อครู่ไม่ได้รับคำตอบจากหล่อนสักคำเดียว 

"นี่!ถามว่าขาหายแล้วหรือ?"เสียงกดต่ำพลางจ้องเขม็งใบหน้าหวานอย่างคาดคั้น 

"ถ้าไม่หายจะปีนขึ้นมาได้หรือคะ"จบประโยคนั้นวราธรก็ต้องเหลือบมองตรงทางที่หญิงสาวนั้นขึ้นมา ด้วยว่ามันสูงพอตัวหากแต่แม่ลิงน้อยก็ขึ้นมาได้ นึกส่ายหัวเบาๆกับความดื้อรั้นของเจ้าหล่อน 

สายตาที่จับจ้องงานตรงหน้าพลันเหลือบมองร่างหนา เมื่อหมวกนิรภัยทาบทับลงบนหัวของตน คิ้วบางขมวดสงสัย...ก่อนจะมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ไม่ได้สวมหมวกเหมือนคราแรกที่เธอขึ้นมา 

เขาถอดให้เธอหรือ...หัวใจพลันระรัว 

"พึ่งจะหายไข้ ยังจะมาตากแดดตากลมอีก"หญิงสาวลอบยิ้มบางๆเมื่อคนข้างกายกลายเป็นคนขี้บ่นไปเสียแล้ว 

"มาค่ะ ฉันช่วยดูให้"จบประโยคนั้นเหล่าคนงานก็พากันทอดมองเจ้านายทั้งสองอย่างนึกอิจฉา ด้วยว่าคนทั้งสองดูจะเหมาะสมกันจนไม่มีข้อเสียใดๆเลย ภรรยาก็ทั้งสวย อัธยาศัยดีแถมยังช่วยงานสามีได้ทุกอย่างส่วนตัวสามีนั้นก็ดูจะเชื่อฟังสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยแทบทุกคำ  

การทำงานของวราธรในวันนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยความตึงเครียดหากแต่ในเวลาต่อมากลับรู้สึกผ่อนคลายเมื่อใครบางคนเดินเข้ามายืนข้างๆกาย 

เสียงหวานๆเอ่ยบอกงานแก่เขาและลูกน้องด้วยท่าทีของคนเชี่ยวชาญพลอยให้วราธรนึกชื่นชมเธอในใจ หลงลืมไปเสียสนิทว่าเคยมีเรื่องค้างคาใจอะไรเอาไว้... 

 

เสียงบรรเลงเพลงจากดนตรีพื้นบ้านของชาวเกาะดังแทรกผ่านความมืด เหล่าชาวบ้านจัดเตรียมอาหารต้อนรับวราธรและธารินจนแทบจะกลายเป็นงานบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมหรูเลยทีเดียว  

ด้วยว่าธารินเพิ่งหายป่วย ชาวบ้านจึงอยากจะฉลองที่หญิงสาวผ่านพ้นอันตรายมาได้อย่างปลอดภัยและเป็นประเพณีของเกาะแห่งนี้ที่ว่าหากมีคู่รักมาเยือนจะต้องมอบสร้อยที่ทำจากหินบนเกาะให้แก่คนทั้งสอง เสมือนกับด้ายแดงที่เชื่อมโยงคนสองคนเอาไว้ด้วยกัน และหากใครได้สร้อยนั้นไปครอบครองจะกลายเป็นคู่กันทุกชาติไปนั้นคือความเชื่อของคนบนเกาะแห่งนี้ 

ทั้งสองได้ฟังก็หันมองหน้ากันในทันที วราธรไม่ได้เชื่อเรื่องอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะลบหลู่  

เขาเชื่อแค่ว่าคนจะรักกัน...มันไม่เกี่ยวกับสิ่งของแต่มันเกี่ยวกับหัวใจ และต่อให้เขาและธารินจะใส่สร้อยนี้เอาไว้ก็คงไม่ทำให้รักกันได้...เขาจึงยอมรับมันมาโดยไม่คิดอะไร 

เสียงตีกลองดังแทรกผ่านการขับร้องบทเพลงพร้อมๆกับการปรบมือเข้าจังหวะ  

วราธรนั่งมองงานเลี้ยงพลางยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางการเต้นรำของเหล่าชาวบ้านก่อนจะเลื่อนสายตามองคนข้างๆ 

ใบหน้าหวานสะท้อนรับแสงสว่างจากกองไฟ ความขาวนวลทอประกายให้เขาหยุดนิ่ง รอยยิ้มสดใสของเธอเข้ามากระตุกหัวใจให้วูบไหว ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าหญิงสาวอย่างตกตะลึง จะว่าไปเขาก็ดื่มเหล้าผลไม้ไปเพียงแก้วเดียวไม่รู้สึกมึนเลยสักนิดหากแต่กลับมีอาการใจสั่น 

คนที่นั่งปรบมือด้วยท่าทางมีความสุขหันมองคนข้างกายด้วยว่ารู้สึกคล้ายจะถูกจดจ้อง ทว่าพอเธอหันไปก็เหมือนว่าชายหนุ่มจะรีบหันหนีแววตาเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่าง...แต่คงไม่มีอะไรหรอก เธอคงคิดมากไปเอง 

เธอหันกลับไปสนใจงานสังสรรค์นั้นอีกครั้งก่อนจะถูกเด็กสาวคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีตรงเขามาชักชวนให้หล่อนออกไปโยกย้ายส่ายสะโพกท่ามกลางกองไฟที่ลุกโชนเบาๆพลอยให้ความหนาวเหน็บคลายลงไปบ้าง 

วราธรหันมองตามแผ่นหลังบางเมื่อเจ้าหล่อนถูกฉุดดึงให้ลุกขึ้น ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดนิ่งอยู่ที่คนๆเดียว พลันเสียงเพลงก็คล้ายจะเงียบลงทั้งๆที่มันยังบรรเลงอยู่ ผู้คนมากมายที่ยืนรายล้อมก็เหมือนจะหายไปจนหมดเหลือเพียงแค่ธารินที่โยกย้ายเรือนร่างเบาๆพร้อมๆกับรอยยิ้มสดใสที่ไม่เคยหายไปจากดวงหน้าของเธอเลยสักวินาทีเดียว 

ทำไมนะ...ทำไมหัวใจเขาถึงรู้สึกแปลกๆ 

มือหนาทาบทับลงบนหน้าอกข้างซ้ายตัวเองอย่างไม่เข้าใจ 

"สนุกจัง"คนที่คล้ายจะติดอยู่ในภวังค์สะดุ้งตื่นเมื่อเสียงหวานดังขึ้นเบาๆ 

"มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย"พูดเบาๆเพียงลำพังด้วยอาการงงๆด้วยว่าเธอมาตอนไหนเขากลับไม่รู้ตัว 

"คุณฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"เขาเพียงพยักหน้ารับรู้พลอยให้ธารินนึกสงสัยเหตุใดเขาจึงมีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้ที่เธอนั้นเดินกลับเข้ามาหากแต่เขาดูจะใจลอยไม่สนใจเธอเลยสักนิด...เฮ้อ~แล้วจะน้อยใจทำไมนะ 

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จร่างบางก็เดินกลับเข้ามาในงาน ทว่ากลับรู้สึกคอแห้ง หันมองรอบๆก่อนจะเห็นเหยือกน้ำที่ตั้งเรียงรายกันเป็นแนวยาวราวหกเจ็ดใบ หญิงสาวก้มลงพิสูจน์กลิ่นพลางทำจมูกฟุดฟิดๆราวกับเจ้าหนูน้อย 

"น้ำผลไม้น่ะครับคุณนาย"เสียงเข้มของชายคนหนึ่งเอ่ยบอกก่อนที่เขาจะเดินออกไป 

"น่าอร่อยแฮะ"แววตาของหล่อนทอประกายด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะตักน้ำผลไม้สีขุ่นใส่แก้วเพียงลิ้นแตะสัมผัสก็ทำเอาคิ้วบางขมวดมุ่น ความหอมหวานแปลกๆหากแต่กับมีรสชาติที่อร่อย 

"อร่อยอ่ะ อีกหน่อยละกัน"อีกหน่อยของหล่อนกลับกลายเป็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้นนานนับสิบนาที พลอยให้ชายหนุ่มเริ่มหันมอง 

"นายหัวๆ คุณนายครับ คุณนาย"เสียงหอบหายใจของลูกน้องพลันให้เท้าแกร่งก้าวไปยังทิศทางที่นิ้วของชายคนนั้นชี้ในทันที ด้วยคิดว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับหญิงสาวคนที่เขามองหาอยู่เมื่อครู่ 

ทว่าพอเห็นร่างระหงพลันเท้าที่ก้าวมาด้วยความเร็วเมื่อครู่ก็ชะลอลงก่อนจะทอดมองธารินด้วยความตะลึงงัน 

"เหมย ทำไมกลายเป็นแบบนี้เนี้ย"รีบพุ่งตัวเข้าไปประคองหญิงสาวเมื่อหล่อนคล้ายจะเซล้ม กลิ่นน้ำผลไม้ที่เขานั้นดื่มอยู่เมื่อครู่ลอยคลุ้งแตะจมูก รู้สาเหตุทันทีว่าทำไมธารินถึงได้มีท่าทีอ่อนปวกเปียกราวกับปลาไหลเช่นนี้ 

"อือ...แค่กๆๆ คอแห้ง น้ำๆ ดื่มน้ำ"เธอเอ่ยออกมาทั้งๆที่ยังหลับตาก่อนที่มือบางจะพยายามผลักชายหนุ่มให้ออกห่างโดยที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นคือวราธร 

"ปล่อย จะไปดื่มน้ำ"น้ำเสียงอู้อี้ ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมระอาก่อนจะเอ่ยเสียงขุ่น โทนเสียงที่ใครได้ยินต่างก็ถอยกรูดออกห่าง 

"พอแล้ว กลับบ้าน"หากว่าคงไม่ได้ผลกับคนเมา 

"โอ๊ะ...ใครอ่ะ"พลันมือบางก็วางทาบลงบนแก้มของชายหนุ่มทั้งสองข้างก่อนจะจ้องมองใบหน้าคมใกล้ๆอย่างพิจารณา ความใกล้ชิดนั้นพลอยให้คนที่ไม่ได้เมากลับหน้าแดงระเรื่อไปอีกคน 

"ออ...สามี~"เสียงลากเอื้อนกับใบหน้าพริ้ม คนที่ได้มองใกล้ถึงกับลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก 

"นี้ยืนดีๆสิ"คล้ายคนตรงหน้าจะไร้กระดูกไปโดยปริยาย ร่างกายของเธอจึงคอยจะเอนออกไปนอกวงแขนของเขาอยู่เรื่อยๆพลอยให้ต้องรีบโอบกระชับเธอให้แน่นกว่าเดิม  

วราธรหันไปบอกลูกน้องว่าขอตัวกลับ ก่อนที่ร่างบางจะลอยละลิ่วขึ้นเหนือพื้น คนถูกรบกวนพลันทำสีหน้าบูดบึ้งด้วยว่าถูกมือหนาดึงแก้วในมือออกพร้อมกับฉวยโอกาสที่หล่อนไม่ทันตั้งตาโอบอุ้มเธอมาไว้ในวงแขน 

"ปล่อย ปล่อย"ไม่ว่าเปล่ายังพยายามดิ้นดุ๊กดิ๊กๆเพื่อประท้วงการถูกขัดขว้างปาร์ตี้น้ำผลไม้ของเธอ 

"นี่อยู่นิ่งๆ ดื่มไปกี่แก้วเนี่ยถึงได้ดื้อขนาดนี้"เดินไปเรื่อยๆพร้อมกับพ่นคำบ่นคนเมาไปด้วยโดยที่ก็รู้ว่าเธอคงไม่เข้าใจ  

ดูจากใบหน้าที่แดงก่ำคงจะกินไปหลายแก้วน่าดู เพราะปกติแล้วน้ำผลไม้นี้หากไม่ดื่มเยอะเกินไปก็จะไม่ทำให้มึนเมา ธารินคงจะกระดกไปเป็นเหยือกเลยกระมัง สติสตางค์ถึงไม่เหลืออยู่เลยสักนิด 

"ใครดื้อ ไม่ดื้อ พูดไม่เพราะเลยนะ"มือบางตีเพี๊ยะเข้าที่ปากของวราธรพลอยให้คนที่กำลังจะเอ่ยบ่นหยุดชะงักในทันทีพลางถลึงตาใส่คนเมา ทว่าพอเห็นเธอหลับตาลงก็พลันถอนหายใจอย่างเอือมๆ  

อย่าโกรธคนบ้า อย่าถือสาคนเมา สำนวนนั้นดังก้องในใจ ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินให้ถึงบ้านเร็วๆ 

"ปล่อยๆ จะเดิน ไม่อุ้มๆ ปล่อยๆ"คนที่คิดว่าสงบไปแล้วกลับตื่นขึ้นพร้อมดีดเด้งตัวไปมาให้หลุดจากอ้อมกอดของวราธร 

"นี่อย่าดื้อได้มั้ย อยู่นิ่งๆจะถึงบ้านแล้ว" 

"ไม่กลับบ้าน จะดื่มน้ำผลไม้ ไม่กลับๆๆ" 

"ที่บ้านก็มีน้ำ ไปกินที่บ้าน"น้ำเสียงเข้มเอ่ยบอกพลางขมวดคิ้วใส่คนตรงหน้าอย่างระเหื่อใจ 

"ไม่เอา ไม่กลับ~~ฮือ ไม่กลับ"วราธรถึงกลับหยุดนิ่ง หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ การที่เพิ่งจะเคยเจอคนเมาที่แสนดื้อพลอยให้เริ่มเหนื่อยใจ ทว่าก็ทิ้งเธอไว้ตรงนี้ไม่ได้... 

"ถ้าไม่เงียบจะปิดปากแล้วนะ"คำขู่นั้นทำเอาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งในเวลาไม่นานก็กลับมาซ่าดังเดิม ทำเอาวราธรแทบอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับแต่ก็ติดที่ว่ามือนั้นใช้อุ้มร่างของธารินอยู่ 

"ไม่ต้องขู่เค้าเลย รู้นะมือไม่ว่าง ปิดปากไม่ได้หรอก อย่าหลอกกันซะให้ยาก กิ้วๆ~คนโกหกโดนจับได้ คิกๆ"พูดด้วยท่าทางมีความสุข ฉีกยิ้มจนตาหยี่ ดวงตานั้นหวานเชื่อมด้วยว่าเกิดจากอาการมึนเมาบวกกับแก้มนวลสีแดงระเรื่อทำเอาคนที่ได้มองเหมือนถูกฉุดดึงเข้าไปในภวังค์บางอย่าง 

หัวใจพลันเต้นระรัว ไม่เคยพบเคยเจอว่าสีหน้าของคนเมาจะเย้ายวนอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้ วราธรหยุดนิ่งก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวๆด้วยความลำบาก ทว่ายิ่งมองริมฝีปากชมพูระเรื่อตรงหน้าความรู้สึกแปลกๆก็ก่อตัวในใจ พยายามหักห้ามใจไม่ให้มองแต่ก็ทำไม่ได้ 

"ไม่ได้จะใช้มือซะหน่อย"กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปปิดปากคนดื้อรั้นเอาไว้ด้วยปากของตน พลันความเงียบก็เข้าครอบงำ ตอนแรกแค่จะแตะเบาๆแต่ตอนนี้มันกลับถลำลึกไปเรื่อยๆ 

รสชาติน้ำผลไม้ที่คุ้นเคยแตะสัมผัสลิ้นจางๆหากแต่ครานี้รสชาติกลับหวานกว่าทุกครั้งที่เคยดื่ม คงเพราะเป็นแก้วชนิดพิเศษกระมัง 

"อื้อ..."มือบางเริ่มทุบเบาๆที่อกแกร่งเมื่อรู้สึกว่าเริ่มหายใจไม่ทัน พลอยให้ชายหนุ่มต้องถอดถอนจูบนั้นออกอย่างอ้อยอิ่ง 

"ทีนี้จะเงียบได้รึเปล่า"เธอไม่ได้ตอบอะไรแต่ดูท่าจะสงบไปแล้ว  

เพียงไม่นานก็มาถึงบ้านที่เขาและเธออาศัยอยู่ร่วมกันราวสี่วันเต็มๆ  

ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ร่างหนาจะจัดการเดินออกไปหยิบกะละมังน้ำเพื่อมาเช็ดเนื้อตัวให้คนเมา 

ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ถูกชุบน้ำพอหมาดๆค่อยๆเช็ดเบาๆที่โครงหน้ารูปไข่หากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกมือบางของคนไร้สติจับเอาไว้ 

"อะไร?"คิ้วหน้าเลิกขึ้นอย่างสงสัย 

"ชิมอีก จะชิมอีก ชิมๆๆ"ว่าจบก็ดึงร่างหนาไปนอนลงบนเตียงด้วยความรวดเร็ว เขานั้นไม่ทันได้ตั้งตัวจึงไม่ยากที่จะถูกฉุดดึงไปอย่างง่ายดาย 

"ชะ...ชิมอะไร?"เอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อถูกร่างบางทาบทับลงบนตัว 

"เนี้ยๆ"ว่าพลางจิ้มนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากหนา 

หัวใจพลันเต้นระรัวเมื่อใบหน้าหวานค่อยๆโน้มลงมา เขาไม่มีทีท่าจะต่อต้านคงเพราะความรู้สึกเขาก็ต้องการมันเช่นกัน 

รสจูบที่หอมหวานปรากฏขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของบ้านหลังใหญ่ พลันความร้อนรุ่มก็ก่อตัวในจิตใจของชายหนุ่ม ในหัวเริ่มขาวโผนมีเพียงคนตรงหน้าที่เขาสนใจ มือหนาลากสัมผัสแผ่นหลังบางก่อนจะแทรกฝ่ามือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตัวเล็กหากว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป 

"หือ..."ส่งเสียงในลำคอหลังจากถอดริมฝีปากออกจากคนบนร่าง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นว่าธารินหลับไปแล้ว 

"เกือบไปแล้วไง"บ่นพึมพำคนเดียวอย่างโล่งอก หรือเสียดาย...ก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน 

ร่างหนาเท้าสะเอวทอดมองคนหลับสนิทบนเตียงก่อนจะถอนลมหายใจเบาๆ ทว่าในเวลาต่อมาก็ต้องกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ด้วยว่าอยู่ๆร่างบางก็พลิกกายพลอยให้คอเสื้อเปิดกว้างเห็นความขาวผ่องที่เคยมีสิ่งปกปิดเอาไว้ในคราแรก 

ชายหนุ่มไม่อาจจะยืนตรงนั้นได้อีก รีบก้าวเท้าออกไปด้วยความรวดเร็วก่อนจะหยุดยืนที่หน้าประตู พลันหอบหายใจราวกับไปวิ่งมาราธอนมาหมาดๆ 

มือหนาทาบทับสัมผัสอกข้างซ้าย พลอยให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว 

เขาเป็นอะไรไปนะ...เฮ้อ~ 

ความคิดเห็น