facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะครับ ผมอยากลองเขียนเรื่องสนุกๆ มาให้อ่านกัน ถ้าชอบหรือไม่ยังไงลองลองมาแบ่งปันประสบการณ์กันครับ เผื่อเราจะได้เป็นเพื่อนนักเขียนและเพื่อนนักอ่านกันครับ

นักบอลโควต้ากับเซ่อซ่าห้องคิง (บีบเพื่อห่าง)

ชื่อตอน : นักบอลโควต้ากับเซ่อซ่าห้องคิง (บีบเพื่อห่าง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2563 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นักบอลโควต้ากับเซ่อซ่าห้องคิง (บีบเพื่อห่าง)
แบบอักษร

"ผมคงต้องฝากเรื่องนี้กับ ผ.อ.คิดว่าไม่น่าจะยากเกินดูแลให้ ใช่ไหม?" 

คำถามแกมบังคับจากต้นสาย  

ที่ปลายสายคงไม่สามารถตอบเป็นอย่างได้ นอกจาก 

"ได้ครับ เดี๋ยวผมรีบดำเนินการให้ครับ ท่านประธาน" 

"ส่วนเรื่องผลงานของทีมฟุตบอลปีนี้ ผมอยากได้ผลงานเอาไปประชาสัมพันธ์บริษัทผมด้วย 

ผมหวังว่าผลงานจะออกมาดีนะ.." 

"ครับผม เดี๋ยวผมจะแจ้งให้โค้ช ให้ซ้อมให้หนักขึ้น เพื่อผลงานที่ดีขี้นครับ" 

"ผมเชื่อว่า ผ.อ. คงรักษาคำพูดได้" 

ต้นสายวางสายลง หลังจากสั่งการด้วยตนเอง ตามความต้องการของลูกชาย 

"คุณครูวิไลอยู่ไหม ฝากตามมาพบผมด่วน" 

ผ.อ.สั่งเลขาหน้าห้องให้ตามตัวคุณครู ประจำชั้น มัธยม 6/6 

มาพบที่ห้องธุรการอย่างร้อนใจ 

----- 

"ได้คะ ผ.อ. แต่ดิฉันเกรงว่า มันจะเป็นการบังคับนัทนนท์มากเกินไปไหมคะ? 

อีกอย่างเป็นวันหยุดของเค้าด้วย" 

"หรือคุณ มีทางเลือกอื่นที่คิดว่าดีกว่านี้" 

"......." 

คุณครูประจำชั้นของเอ็ม ได้แต่นั่งเงียบหลังจากได้ยินคำถามกลับจาก ผ.อ. 

"คุณก็น่าจะรู้นะว่า ถ้าท่านประธานโทรมาสั่งด้วยตัวเอง 

ท่านคงหวังให้เราทำให้ท่านอย่างเต็มที่" 

"..แต่ว่า..." 

"ไม่ต้องมีแต่ ไปดำเนินการตามผมสั่งแล้วกัน แค่นี้ ไปได้" 

ผ.อ. ตัดบททันที เพื่อไม่ให้มีข้อโต้แย้งอันใด 

เหมือนโยนเผือกร้อนไปให้คุณครูประจำชั้นของเอ็ม เพื่อให้ทำหน้าที่อะไรบางอย่าง 

---- 

"คุณครูครับ ถ้าผมขอเป็นติวหลังเลิกเรียน เพิ่มชั่วโมงเยอะขึ้นได้ไหมครับ  

โดยไม่ต้องไปติวที่บ้านพงพัฒน์วันเสาร์นะครับ" 

เอ็มรู้สึกอึดอัดใจ หลังจากได้ฟังเรื่องที่ ผ.อ.ฝากผ่านครูประจำชั้นมา  

"ครูก็พยายามจะอธิบายท่าน ผ.อ. 

แต่ท่านก็ยืนยันว่าท่านประธานสั่งการมาแบบนี้ 

ครูก็ไม่สามารถเถียงได้" 

คุณครูประจำชั้นรู้สึกเห็นใจเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารัก  

ที่ตอนนี้สีหน้าบ่งบอกถึงความอึดอัดที่ถูกบีบมากขึ้นเรื่อยๆ 

อย่างน้อยการที่ติวอยู่โรงเรียน เค้ารู้สึกว่า 

ยังไงก็น่าจะปลอดภัยมากกว่า การไปติวที่บ้าน 

เพราะยังมีนักเรียนคนอื่นๆอีกมากมาย 

"ครูคิดว่า ท่านประธานคงอยากให้ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ จึงต้องติวให้หนักขึ้นน 

ยังไงนัทนนท์ก็เตรียมตัวไว้แล้วกันนะ" 

คุณครูตัดบท เพื่อจบบทสนทนา 

ส่วนเอ็มรู้สึกได้ว่า ต้องมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ 

------- 

เค้าหันมองออกไปนอกหน้าต่าง 

เห็นทีมฟุตบอลเริ่มซ้อมตั้งแต่บ่าย กลางแดดแรง 

"อ้าว ทำไมวันนี้ซ้อมเร็วจัง" 

"ได้ข่าวมาว่า ผ.อ. สั่งให้ซ้อมหนักขึ้นเพราะต้องการให้ชนะถ้วยปีนี้" 

วินตอบตามสิ่งที่ได้ยินมา 

ช่วงนี้ นักเรียน ม.6 และนักกีฬาฟุตบอลโควต้าทั้งหมด  

นอกจากต้องเตรียมตัวอย่างหนัก สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยตนเองแล้ว  

ยังต้องทำหน้าที่เพิ่มเติมจากบุคคล ผู้เป็นผู้อุปถัมป์รายใหญ่ของโรงเรียน 

โดยไม่สามารถโต้แย้งอะไร 

------ 

ที่โตีะทานข้าว เมื่อสองวันก่อน 

"ทานข้าวหรือยังครับพ่อ ผมรอทานกับพ่ออยู่" 

ผู้เป็นลูกถามพ่อ เมื่อพ่อกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ 

ผู้เป็นพ่อของพงพัฒน์ ทำหน้าสงสัยที่ลูกชายรอทานข้าวเย็นด้วย 

"นี้ถ้า ไม่มีอะไร แกคงไม่เคยโผล่หัวมาให้เห็นเลยซินะ" 

ผู้เป็นพ่อ พูดแบบรู้ทันว่า ลูกชายคงมีอะไรบางอย่างที่ต้องการให้ช่วยเหลือ 

"แกมีอะไรว่ามา" 

"คือผม อยากให้พ่อ โทรคุยกับ ผ.อ.ให้ผมที..." 

"ไปทำอะไรผิดมา.." 

ผู้เป็นพ่อรีบถามเพราะรู้นิสัยของผู้เป็นบุตรชายคนเดียวที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง 

สมัยก่อนที่ผู้เป็นแม่ยังอยู่ พัฒน์เป็นเด็กดี 

แต่พอผู้เป็นแม่จากไป  

เค้ากลับกลายเป็นเด็กที่มีปัญหามาตลอด จนต้องเอาตัวกลับมาจากต่างประเทศ 

ผู้เป็นพ่อที่ไม่มีเวลาดูแล จึงมักใช้เงินเลี้ยงลูกเสมอ 

เค้าจึงเสียนิสัยมาตลอด 

"ปล่าวครับ ช่วงนี้ผมใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย เลยอยากให้ ผ.อ. จัดชั่วโมงติวเพิ่มให้" 

"เอ่อ ก็ดีนิ" 

"แต่ผมอยากเรียนเพิ่มวันเสาร์ ที่บ้านเรานี้" 

พัฒน์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย 

"แกก็ไปเรียนตามสถาบันกวดวิชาซิ มีเยอะแยะไป จ้างครูสอนตัว-ตัวไป" 

"ไม่เอา ผมขี้เกียจออกจากบ้าน" 

"ผมอยากได้ครูคนเดิม เพื่อนในชั้นที่ชื่อ เอ็มมาติวให้ผมโดยเฉพาะ 

ครูคนใหม่ ไม่อยากทำความรู้จัก กว่าจะสนิทก็สอบพอดี" 

"ถ้าพ่อออกปากเอง ผมเชื่อว่า ผ.อ. คงไม่กล้าขัด" 

"อื่ม..ได้" 

ผู้เป็นพ่อไม่ขัดความต้องการของลุกชาย เพราะช่วงหลังเกรดของเค้าดีขึ้นจริงๆ 

พัฒน์ยิ้มเมื่อแผนของเค้าสำเร็จไปหนึ่งขั้น 

"อีกเรื่องครับพ่อ..ผมว่าทีมฟุตบอลโรงเรียนที่พ่อสนับสนุนอยู่  

ช่วงนี้ไม่เห็นมีผลงานอะไรเลย" 

ผู้เป็นพ่อเริ่มคล้อยตามอย่างสนใจ  

จริงอย่างลูกชายว่า ช่วงนี้ ทีมโรงเรียนแทบไม่เคยได้แชมป์รายการไหนเลย 

"ผมว่าช่วงนี้โค้ช เค้าละเลยหน้าที่ ไม่ค่อยเรียกซ้อมนะครับ 

ผมเห็นซ้อมวัน หยุดสามวัน" 

ผู้เป็นลูกชายใส่ใข่ให้เรื่องราวดูสมจริงมากยิ่งขึ้น 

"เค้าหยุดให้พักอ่านหนังสือสอบเหมือนแกหรือเปล่า" 

"เปล่าเลยครับ ผมก็เห็นพวกนักฟุตบอลเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ไม่ทำอะไร 

พ่อลงทุนไปกับทีมนี้ก็เยอะแล้วนะครับ มันควรจะมีผลงานมาตอบแทนบ้าง จริงไหมครับ พ่อ" 

ผู้เป็นพ่อ เมื่อพูดถึงเรื่องตัวเงิน ก็เลยนึกย้อนกลับไปว่า 

ถ้าลงทุนแล้วไม่คุ้มค่า ก็ถือว่าขาดทุน 

"อื่ม พรุง่นี้ เดี๋ยวพ่อโทรคุยกับ ผ.อ.ดู" 

"เยี่ยม...ผมอิ่มละ ไปนอนละ" 

หลังเสร็จธุระของตัวเอง ลูกชายคนเดียวของท่านประธานก็แยกออกจากโต๊ะอาหารทันที 

พร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยชัยชนะ 

----- 

"เสาร์นี้ ส่งรถไปรับที่บ้านสิบโมงนะ" 

ลูกศิษย์พูดขึ้นมาระหว่างการติวหลังเลิกเรียนที่โรงเรียน 

เอ็มรู้สึกไม่สบายใจทันทีที่ได้ยิน 

"จริงๆเราติวกันที่โรงเรียนก็ได้นะ สะดวกดี" 

"ไม่สะดวกเรา ร้อน" 

พัฒน์แสดงออกถึงความเห็นแก่ตัว โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น 

หน้าทีการติวหนังสือให้พัฒน์กลายเป็นหน้าที่ของเอ็มไปโดยปริยาย 

เค้าต้องใช้ความอดทนสูงมาก 

กับการรับมือในเรื่องต่างๆที่ลูกศิษย์ของเค้าปฏิบัติตัวต่อเค้า 

---- 

ระยะหลัง เอ็มและหนึ่งได้เจอกันน้อยลงเพราะต่างคนต่างมีเวลาว่างน้อยลง 

เอ็มก็ต้องติวหนังสือและอ่านหนังสือเตรียมสอบทุกวัน 

ส่วนหนึ่งก็ซ้อมหนักขึ้นทุกวันเช่นกัน 

เหลือเพียงเวลาโทรพูดคุยในตอนดึกๆเท่านั้น 

แต่ก็ไม่ทุกวันเพราะต่างคนต่างเหน็ดเหนื่อยมากยิ่งขึ้น 

จากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น 

----- 

"เอ็ม พรุ่งนี้บ่าย โดดเรียนกัน ช่วงนี้ไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย" 

"อื่ม ไปไหนหรอ" 

เสียงจากปลายสายถามกลับด้วยความง่วงนอน 

"ไปนั่งเล่นที่เดิมกัน" 

"อื่ม" 

"คิดถึงนะ" 

หนึ่งพูดทิ้งท้ายก่อนวางสาย ทำให้เอ็มอมยิ้มได้แม้จะง่วงนอน 

แต่ความง่วง ไม่เคยปราณีใคร 

แต่เค้าก็ยังนอนหลับฝันดี 

---- 

----- 

ความคิดเห็น