facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 ใครบอกว่าป๋าไม่รู้ 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ใครบอกว่าป๋าไม่รู้ 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 04:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ใครบอกว่าป๋าไม่รู้ 50%
แบบอักษร

10 

ใครบอกว่าป๋าไม่รู้  

  

ผ่านไปร่วมชั่วโมงแล้วแต่กระต่ายของเขากลับไม่ยอมออกมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องเสียที หลังจากเขาเดินหนีออกมาก็เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างทำใจให้เย็นลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตัวเขาเอง 

ภูผาไม่อยากทำร้ายต้นน้ำด้วยอารมณ์และคำพูดที่ไม่ทันยั้งคิด ในเมื่อต่างคนต่างกำลังร้อน ย่อมมีแต่อารมณ์ปะทะกัน โดยที่สุดท้ายแล้วไม่มีประโยชน์ต่อฝ่ายไหนเลย 

ภูผาไม่เคยเห็นต้นน้ำเป็นแบบนี้ แต่ก็พอรู้ได้ว่าเพราะเรื่องอะไร เขาไม่เคยพูดเรื่องเกล้าให้ต้นน้ำฟัง ไม่ใช่แค่เรื่องของเกล้า แต่เป็นทุกเรื่องในชีวิตเขานอกเดอะคลับ และต้นน้ำไม่เคยถามอะไรเขาเลย 

เจ้าตัวเลือกรับรู้เพียงแค่เรื่องที่เขาบอกเล่า ไม่ถามซอกแซก ไม่ทำตัวน่ารำคาญเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา ภูผาชอบที่ต้นน้ำเป็นแบบนั้น เป็นคนสร้างความสบายกายสบายใจให้หลังเครียดจากเรื่องงาน อยู่กับกระต่ายน้อยเขาเพียงรับเอาความสุขจากคนตัวเล็กก็พอ 

มันเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ต้น เขาเองก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร 

แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เอาแต่เฝ้าคิดถึง เป็นหนักสุดก็คงช่วงที่มาทำงานที่ไต้หวันบ่อยๆ เป็นเขาเองที่ประมาทเปิดโอกาสให้กรณ์เข้ามา ตอนนั้นถึงได้สัมผัสกับคำว่าหวงเป็นครั้งแรก 

ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม 

มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตอนไหน กระต่ายตัวนั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 

ท่านประธานถึงกับกระวนกระวายจนทำงานไม่ได้ ลงทุนกับทรัพยากรคนเพิ่มเพียงเพื่อให้ติดตามเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แค่คนเดียว 

เป็นบ้าเป็นหลังเพราะภาพถ่ายเพียงไม่กี่ใบ ถึงขนาดทิ้งงานเพื่อกลับไปจัดการกระต่ายดื้อออกนอกลู่นอกทางด้วยตัวเอง 

และในวันนี้ 

ต้นน้ำสอนให้เขารู้จักความกลัว 

เด็กคนนั้นจงใจหลบหน้าเขา ตั้งปราการกับเขาเหมือนไม่อยากพบหน้า เถียงคำไม่ตกฟากเหมือนเป็นคนละตัวกับกระต่ายแสนเชื่องของเขาในวันวาน ทั้งที่คิดว่าช่วงหลังมานี้ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทางแล้วแท้ๆ 

หากย้อนเวลากลับไปสักครึ่งปีก่อน แล้วถามตัวเองว่าเขาจะลงทุนพาเด็กเลี้ยงคนหนึ่งมาทำงานด้วยเพราะไม่อยากแยกจากกันหรือไม่ ภูผาในตอนนั้นคงหัวเราะเยาะความไร้สาระของคำถาม ตาคมเหยียดมองเย้ยหยันไม่ต้องพูดคำตอบก็เข้าใจได้ว่าไม่มีทาง 

แต่ตอนนี้เขากลับทำสิ่งที่ตัวเองในอดีตไม่คิดจะทำ 

กระวนกระวายในสิ่งที่ไม่ควรกลัว 

สิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกทำให้เขาเข้าใจว่าตัวเองคือโลกทั้งใบของต้นน้ำ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้นน้ำมี 

แต่วันนี้ต้นน้ำกลับขังตัวเองหนีจากเขา นั่นมันหมายความว่าอย่างไร 

ราวกับมีมดคันไฟหลายพันหลายหมื่นตัวกำลังรุมกัดกินหัวใจเขาอยู่ อยากปัดอยากเกาให้หายคันก็ไม่ถูกที่ มีเพียงทางเดียวเท่านั้นก็คือพูดคุยกันให้รู้เรื่อง 

ระยะเวลาที่เขาให้น่าจะพอแล้ว ในเมื่อต้นน้ำไม่ออกมา เขาก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปหาด้วยตัวเอง 

แต่เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอนก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นร่างเล็กนอนนิ่งอยู่ใต้ผืนผ้าห่มเรียบร้อย ไฟหัวเตียงฝั่งนั้นปิด แต่คิดว่าเขาจะเชื่อลูกไม้ตื้นๆ หรือไง ต้นน้ำไม่มีทางหลับในสถานการณ์แบบนี้ได้ 

เหมือนกันกับเขา 

ภูผาถอนหายใจเบาๆ ตัดสินใจยังไม่แฉการแสดงที่แสนไม่แนบเนียนตอนนี้ หมุนตัวเดินไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายบ้าง หวังให้ความเย็นช่วยดับอารมณ์ร้อนในใจลง ระหว่างอาบน้ำก็คิดไปด้วยว่าควรพูดควรอธิบายอย่างไรให้ต้นน้ำเข้าใจ 

หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบสิบห้านาที เดินออกมาก็ตรงไปยังเตียงกว้างและนั่งลงบนฝั่งของตน ตาคมมองไปยังร่างเล็กใต้ผ้าห่มหนา ปวดใจที่เห็นคนกระตือรือร้นเวลาอยู่ใกล้เขานอนหันหลังให้กัน แต่ยังเบาใจได้ว่าในอ้อมกอดมีเจ้าความรักอยู่ด้วย 

"เกล้าทำงานกับฉันมาสามปีแล้ว" 

ตาหงส์ที่แสร้งปิดสนิทลืมขึ้นช้าๆ ใจดวงน้อยจากเซื่องซึมกลับมาเต้นอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ป๋าไม่ว่าที่เขาแกล้งหลับ ทั้งยังพูดเรื่องของเกล้าให้คนแสร้งหลับฟัง 

"หลังจากเรียนจบเขาเข้ามาสมัครตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฉัน เขาเป็นคนขยัน ฉลาดพูด ช่างซักช่างถาม เรียนรู้อะไรได้ไว ส่วนหนึ่งอาจเพราะได้ทำงานอยู่ใกล้ๆ ฉันถึงได้ซึมซับความรู้มากกว่าคนอื่น และได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่นเช่นกัน เห็นว่าเขามีแววฉันถึงเรียกมาสอนงานด้วยตัวเอง" 

คำอธิบายของป๋าไม่ได้ช่วยให้ต้นน้ำรู้สึกดีขึ้นเลย ยิ่งฟังยิ่งรู้ว่าทั้งสองคนใกล้ชิดกันแค่ไหน สามปี แน่นอนว่าเกล้ามาก่อนต้นน้ำ แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้ 

"อาจจะเรียกว่าถูกชะตาก็ได้ เด็กคนนั้นนิสัยไม่เลว ตำแหน่งสูงขึ้นทั้งที่อายุยังน้อยแต่ไม่เคยเหยียบหัวคนอื่น ทำงานกับใครก็เข้าถึงง่าย รู้จักใช้คน นี่คือคุณสมบัติของผู้บริหารที่ดี" 

ทุกคำที่ออกมาจากปากคุณป๋าล้วนมีแต่คำชม ต้นน้ำชักไม่แน่ใจแล้วว่ายังอยากได้คำอธิบายจากคุณป๋าอยู่หรือเปล่า ยิ่งป๋าชมเกล้ามากเท่าไหร่ต้นน้ำยิ่งกดตัวเองต่ำลงเท่านั้น หากให้ป๋าชมเขาบ้างคงมีแค่เรื่องทำอาหารเรื่องเดียว แต่แล้วอย่างไรล่ะ เชฟดีๆ หาได้ทั่วไป ร้านอาหารไหนๆ ก็มีเชฟเก่งๆ ทั้งนั้น แต่คนที่มากความสามารถอย่างเกล้า ใช่ว่าหาที่ไหนก็เจอ 

คนแสร้งหลับปิดตาลงแน่น อยากยกมือขึ้นปิดหูด้วยเลยให้รู้แล้วรู้รอดไป 

พูดมาถึงขนาดนี้แล้วป๋ายังต้องการต้นน้ำอยู่ไหม? 

ภูผาไม่ได้ยินคำถามของต้นน้ำ ยังคงเล่าต่อไปด้วยเสียงเรียบนิ่งดังเดิม 

"ตอนนี้ฉันให้เขาควบคุมดูแลงานที่นี่ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีบอร์ดบริหารอีกหลายคนที่ช่วยกันทำงาน และก็ไม่ได้หมายความว่าเขาพิเศษมากกว่าคนอื่น" 

คราวนี้คนแสร้งหลับเลิกแสร้งอีกต่อไป พลิกกายหันมามองหน้าคุณป๋า ตาสองข้างยังคงแดงช้ำอย่างน่าสงสาร ภูผาต้องหักห้ามใจไม่ยื่นมือเข้าไปเกลี่ยแก้มใสแดงเรื่อ 

ต้นน้ำยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางหงอยๆ หัวใจดวงน้อยบอบช้ำจากการปะทะอารมณ์ก่อนหน้า แต่เขาจำเป็นต้องถามคำถามนี้ 

"ป๋าไม่ได้เกลียดผมใช่ไหม" คำถามบ่งบอกว่าเรื่องไหนคือเรื่องที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้ ไม่ว่าเกล้าจะสำคัญสำหรับป๋าแค่ไหน แต่หากว่าป๋ายังอยู่กับต้นน้ำ ต้นน้ำทนได้ ถ้าป๋ายังคงให้ความสำคัญกับต้นน้ำเท่าเดิม หากโลกใบนั้นคือโลกของป๋า ต้นน้ำยินดีอยู่ในกรงกระต่ายใบเล็กๆ ที่ไม่ต้องรับรู้อะไรใบนี้ 

ต้นน้ำยินยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพียงเพื่อยังมีป๋าในชีวิต 

ภูผาถึงกับจนด้วยคำพูด คิดไม่ถึงว่ากระต่ายน้อยจะคิดมากไปถึงขั้นนั้นแล้ว 

และการที่เขาเงียบยิ่งทำให้ต้นน้ำใจไม่ดี ร้อนรนถามย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

"ผมพูดไม่ดี ป๋าไม่ได้เกลียดผมใช่ไหม" 

"ฉันไม่ได้เกลียดเธอ" 

ทั้งที่ได้ยินคำตอบที่ต้องการ คนฟังกลับทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่รอมร่อ คุณป๋ายิ่งจนใจ 

"จริงๆ นะครับ" 

"แต่ฉันไม่ชอบที่เธอพูดวันนี้" เขาผิดที่ไม่พูดให้ชัดเจน แต่ต้นน้ำก็ผิดที่ไม่ฟังและเลือกประชดประชัน ทั้งที่เขาบอกแล้วว่าเกล้าเป็นพนักงานคนหนึ่งของเขา 

กระต่ายน้อยถูกดุ พลันเซื่องซึมลง ก้มใบหน้างุด กล่าวขอโทษเสียงอ่อย 

"ขอโทษครับ" 

"และฉันไม่ชอบที่เธอออกไปกับคนอื่นโดยไม่บอกฉัน" เรื่องที่กระต่ายน้อยไปไหนไม่บอกไม่ได้ทำให้เขาโกรธเท่ากับออกไปกับพีระ 

เพราะความคลุมเครือในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นเข้ามาช่วยเพิ่มปัญหา 

แต่เห็นท่าทางกระต่ายน้อยเงยหน้ามองเขาด้วยความรู้สึกผิดอย่างน่าสงสาร แล้วแบบนี้ภูผาจะโกรธต่อไปได้อย่างไร 

"ขอโทษครับ ป๋ายกโทษให้ผมนะ" 

"อืม" 

ใจดวงน้อยพลันชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง เพียงเพราะคำว่า ‘อืม’ ของคุณป๋าแค่คำเดียว แต่ถึงอย่างนั้นต้นน้ำก็อยากฟังเรื่องทุกอย่างให้ชัดๆ เพราะเขาไม่อยากเป็นคนที่ไม่รู้อีกแล้ว 

"แล้วก็ ตอบคำถามผมมากกว่านี้หน่อยได้ไหม ....เรื่องเกล้า" 

ร่างสูงใหญ่พยักหน้ารับ เพราะไม่มีอะไรที่เขาบอกไม่ได้ หากต้นน้ำอยากรู้เขายินดีอธิบาย ถ้ามันจะทำให้กระต่ายน้อยเลิกระแวงเรื่องนี้อีก 

"ถามมาสิ" 

"เขาสำคัญกับป๋าแค่ไหนครับ" 

"เท่ากับงานที่ฉันมอบหมายให้เขาทำ" 

คนฟังเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นทุกทีต้นน้ำคงเชื่ออย่างไม่มีเหตุผลไปแล้ว คำพูดของป๋า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือโกหกต้นน้ำเชื่อทั้งนั้น ขอแค่ป๋าเป็นคนพูด 

แต่เพราะวันนี้ไม่ใช่ต้นน้ำอย่างทุกที ทั้งที่ไม่อยากเซ้าซี้แต่ก็อยากมั่นใจ อยากให้ป๋าช่วยยืนยันว่าต่อไปเขาไม่ต้องคาดเดาด้วยตัวเองอีกแล้ว 

"แค่เรื่องงานหรือครับ" 

"ฉันรู้จักกับเขามานาน เกล้าก็เหมือนน้องชายคนหนึ่งที่ฉันดูแลสั่งสอนมาหลายปี ความห่วงใยในบางเรื่องย่อมมากกว่าเรื่องงาน แต่ก็แค่นั้น ไม่มีอะไรลึกซึ้ง" ภูผาตอบตามความเป็นจริง 

แรกเริ่มตอนที่เข้ามาเกล้ายังเด็ก ยังกล้าๆ กลัวๆ ทำผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ดีที่มีเขาคอยสั่งสอน ทั้งเจ้าตัวยังเป็นคนเฉลียวฉลาด เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและไม่กลับไปทำซ้ำ อ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่ รู้จักการวางตัว ไม่แปลกที่ใครเห็นเป็นต้องเอ็นดู และภูผาเล็งเห็นแล้วว่าเด็กคนนี้จะมีประโยชน์ในอนาคต จึงทุ่มเทฝึกฝนขัดเกลาด้วยตัวเอง และวันนี้ก็เห็นผลแล้วว่าที่เขาทุ่มเทไม่เสียแรงเปล่า 

หากบอกว่าเกล้ามีผลประโยชน์กับเขาเพียงเรื่องงานอย่างเดียวก็คงไม่ถูกนัก แต่ระหว่างทั้งสองคนไม่มีสิ่งใดเกินเลย แม้จะมีคำพูดข่าวลือกระทบถึงหูบ้างเป็นครั้งคราวเพราะการก้าวกระโดดที่เร็วกว่าคนอื่น แต่ภูผาไม่ใส่ใจ เกล้าเองยิ่งไม่ใส่ใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเทิดทูนภูผาเสียขนาดนั้น จะให้มองภูผาฉันคนรักคงเป็นไปไม่ได้ 

"เขาเรียกป๋าว่าพี่ผา" ต้นน้ำเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ทั้งที่ป๋าอธิบายมากมายขนาดนี้แล้วเขากลับยังสงสัย ต้นน้ำกลัวป๋าจะรำคาญ 

"แล้วเธออยากเรียกด้วยหรือเปล่าล่ะ" กระต่ายน้อยเงยหน้ามองคุณป๋าด้วยความไม่เข้าใจ ตาหงส์ยังคงแดงเรื่อ ไม่ต่างจากแก้มใส และปลายจมูกโด่งรั้น ท่าทางน่ารังแกเสียจนตาดุเข้มขึ้นด้วยความปรารถนาหลายเฉด 

น้ำเสียงนุ่มทุ้มของคุณป๋าคราวนี้ราวกับกำลังร่ายมนตร์ 

"คำเรียกที่ใครๆ ต่างก็เรียกได้ เธออยากเรียกหรือ หรืออยากเรียกในแบบที่มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้" 

ในชีวิตป๋าใช่ว่ามีคนเรียกว่าพี่ผาแค่เกล้าคนเดียว แต่ต้นน้ำมั่นใจ 'ป๋า' คำนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ภูผาอนุญาตให้ใช้โดยไม่ถือสา แค่เพราะช่วงแรกๆ ต้นน้ำนึกสนุกถึงได้เรียกคุณภูผาแบบนั้น 

กระต่ายน้อยพลันมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เขาไม่อิจฉาเกล้าที่ได้เรียกว่าพี่ผาแล้ว 

"แล้วทำไมเธอถึงเรียกพีระว่าพี่" คราวนี้ถึงทีคุณป๋าชำระความบ้างแล้ว 

แต่ต้นน้ำมีคำตอบอยู่ในใจ 

"เพราะผมไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกันกับเขา และเขาก็ไม่ใช่ลูกค้าของผม" กระต่ายน้อยลอกคำพูดของพีระมาทั้งประโยคโดยไม่ละอายเลย "ที่ผมเรียกเขาว่าพี่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยครับ" ต้นน้ำไม่ได้บอกป๋าว่าเขาเพียงเรียกตัดความรำคาญ 

คุณป๋ายังคงแสดงสีหน้าไม่พอใจอยู่เช่นเดิม แต่บรรยากาศรอบตัวอ่อนลงมากแล้ว คนตัวเล็กจึงกล้ากระเถิบเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงออดอ้อนมากขึ้นอีกหน่อย 

"แต่ถ้าป๋าไม่ชอบผมไม่เรียกแล้วก็ได้" 

เห็นท่าทางน่าสงสารของกระต่ายน้อย ภูผาก็ได้แต่ทอดถอนหายใจให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง เลิกคาดคั้นเรื่องไร้สาระแค่นี้กับต้นน้ำได้แล้ว 

"เอาเถอะ เธอเห็นสมควรว่าจะเรียกอย่างไรก็เรียกแบบนั้น" 

เพราะคำว่า ป๋า ต้นน้ำมีสำหรับเขาแค่คนเดียว 

"เราดีกันนะครับ" 

มือสากยกขึ้นเกลี่ยแก้มแดงเรื่อ นึกถึงเสียงตวาดของตัวเองที่ทำให้ต้นน้ำกลัวก็ปวดใจ มีแค่เรื่องของเด็กคนนี้ที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ บางครั้งจึงเผลอทำร้ายโดยไม่รู้ตัว 

"ฉันขอโทษที่ตวาดเธอ" 

แทนที่ต้นน้ำจะยิ้มดีใจกับคำขอโทษของคุณป๋า กลับกลายเป็นว่าเบะปากคว่ำทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว ทำเอาคนขอโทษถึงกับอ่อนอกอ่อนใจ 

"เอาล่ะๆ ไม่ต้องร้อง แล้วก็เลิกขอโทษกันได้แล้ว ไว้ครั้งหน้าฉันจะพาไปทำความรู้จักกับเกล้า" 

"ครับ" 

ท่อนแขนแข็งแรงโอบเอาร่างเล็กเข้ามาแนบอก ทำลายระยะห่างที่เขาสร้างลงจนหมดสิ้น การทะเลาะกันครั้งนี้ทำให้ได้เห็นหลายๆ อย่าง ทั้งความอดทนอดกลั้นของต้นน้ำ และความรู้สึกของภูผาเอง 

ท่านประธานจะรู้หรือไม่นะว่าถูกยึดครองหัวใจไปเกินกว่าครึ่งแล้ว หรือไม่.... ก็ทั้งหมด 

  

  

  

50% 

>>>> 

คุณป๋าก็มีเหตุผลของคุณป๋านะคะ 

เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงอยู่เหนือการควบคุมเท่านั้นเอง 

ใครจะทนความนุ่มนิ่มของกระต่ายน้อยไหวละเนอะ 

ทะเลาะกันครั้งนี้ก็ถือว่ากระชับความสัมพันธ์ และมองตัวเองให้ชัดขึ้น 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังจากทุกคนค่า 

ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจในการปั่นจริงๆ นะคะ เหนื่อยทีก็แวะมาอ่านที 

รู้สึกเหมือนมีไฟ  

รักที่สุดดดด 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว