ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ตอนพิเศษ อะไรนะ ซากศพเดินได้

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ อะไรนะ ซากศพเดินได้

คำค้น : หลิงหลง, วิลเบอร์,จีนโบราณ, แฟนตาซี, นายเอกเก่ง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2563 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ อะไรนะ ซากศพเดินได้
แบบอักษร

ตอนพิเศษเฉพาะกิจเนื่องในโอกาสกักตัวสู้โควิด ตอนนี้จะเปิดให้อ่านตลอดไม่ปิดตอนนะคะ สำหรับสายอีบุ๊คทางสนพ.จะอัพไฟล์ให้แต่อาจจะอีกหลายวันหน่อยค่ะ ส่วนสายเล่มอย่าโกรธกันนะคะ 

คิดถึงเจ้าลูกสุกรและวิลเบอร์เม้นต์ด้วยนะเออ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด ขอนอกลางวันก่อน

จำปีหอม

 

"กรี๊ดดด...." เสียงกรี๊ดร้องของสตรีสาวดังลั่นตำหนักที่เต็มไปด้วยคางคก หลิงหลงที่แอบมองจากบนต้นไม้หัวเราะคิกคักกับวิลเบอร์ สงสารขันทีนางกำนัลนิดหน่อยที่ต้องมาช่วยกันจับคางคกออกจากห้องนอนของนาง สนมผู้นี่ถือดีว่าเป็นองค์หญิงจากต่างแดนพยายามหาทางเข้าหาฮ่องเต้ตั๋วลู่ไม่เว้นแต่ละวัน คนร่ำๆจะสั่งขังนางอยู่แล้วเพราะรำคาญแต่ฮองเฮาผู้ซุกซนขอไว้เล่นสนุกก่อน 

ที่ผ่านมาฮ่องเต้ตั๋วลู่รับสนมแบบเสียไม่ได้มาหลายคน ซึ่งฮองเฮาจะดูนิสัยของแต่ละคนก่อน หากมีคนรักอยู่ด้านนอกก็จะประทานคนให้ตามแต่โอกาส แต่หากนิสัยไม่ดีก็จงถูกขังอยู่ในวังหลังแห้งเหี่ยวไปเถิด หลิงหลงชมดูจนพอใจก็โดดลงจากต้นไม้เดินเตร็ดเตร่ไปแถวโรงครัวได้ขนมมาเต็มสองมือจึงแบ่งกับเจ้าสุกรรับประทานก่อนเดินกลับตำหนัก สวนกับขันทีประจำรพะองค์ที่วิ่งหน้าตื่นมาหา 

"ฮ่องเต่โปรดให้เชิญฮองเฮาเสด็จห้องทรงงานพ่ะย่ะค่ะ"  

"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" หลิงหลงไม่ถามให้มากความเปลี่ยนเส้นทางเดินไปยังห้องทรงงานทันที คนไม่รอให้ขันทีขานชื่อก็ผลักประตูเข้าไปเห็นพระสวามีนั่งขมวดคิ้วอยู่ 

"ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นหรือ"  

"เจ้าลองอ่านดูสิ" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ถอนพระปัสสาสะหนักหน่วง ยื่นฎีกาให้ฮองเฮาตัวน้อยอ่าน 

หลิงหลงเดินมานั่งตักพระสวามีทำอีกคนพอยิ้มออกมาได้ พระหัตถ์แกร่งลูบเอวบางอย่างรักใคร่ขณะที่ฮองเฮากวาดสายตาอ่านฎีกาอย่างรวดเร็ว 

"เมืองเสียนหยางมีคนตายแล้วฟื้นออกอาละวาด" 

"ใช่ ราชเลขาคิดว่าเป็นเรื่องโกหกจึงมิได้ส่งฎีกาให้ข้าจนกระทั่งแม่ทัพพิทักษ์เมืองส่งม้าเร็วมาถึงข้าจึงเพิ่งทราบเรื่องหลังจากผ่านมาแล้วหลายวันจนตอนนี้ศพเดินได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก พี่คงต้องรบกวนเจ้าอีกแล้ว"  

"งั้นจะรออะไรเล่า วิลเบอร์รีบไปบอกพี่อี่เทากับพี่จื่อยี่นะ อีกสองชั่วยามเจอกันหน้าวัง เราจะออกเดินทาง" หลิงหลงตาเป็นประกาย ได้ออกจากวังไปสร้างเรื่อง?สนุกเสียที ดีกว่าแกล้งพระสนมอยู่ในวังเป็นไหนๆ เจ้าสุกรร้องอู๊ดแล้ววิ่งออกไปด้วยขาสั้นๆอย่างรวดเร็ว 

"พี่จะสั่งให้ทหารตามไป น้องไปเบิกเสบียงที่คลังไปด้วย พี่จะสั่งงานทางนี้ให้เรียบร้อยเจอกันหน้าวัง" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ดึงฮองเฮาหนึ่งเดียวในพระทัยมาจุมพิตหนักๆ ก่อนจะแยกกันทำงานด้วยความเข้าพระทัยในกันและกัน หลังแต่งงานหลิงหลงที่ชอบเล่นซุกซนก็แยกแยะเรื่องหนักเบาได้และช่วยฮ่องเต้แบ่งเบางานเท่าที่ตัวเองพอใจจะทำไม่น้อย เป็นฮองเฮาที่บรรดาขุนนางทั้งรักทั้งเกรง 

ทั้งคณะมาพร้อมกันที่หน้าวัง หลิงหลงนั้นมาช้าสุดเพราะเสียเวลาไปกวาดอาหารที่ห้องครัวใส่มิติมาจนหมด เขาไม่ได้ตะกละนะแค่ไม่อยากเบียดเบียนเสบียงที่จะเอาไปช่วยชาวบ้านต่างหาก ขณะที่พี่ๆชินเสียแล้ว ตะกร้าสานใบใหญ่ถูกนำออกมาผูกกับวิลเบอร์ที่ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น คณะเดินทางมีเพียงพวกเขาทั้งหกคนและองครักษ์อีกแปดคน ปล่อยให้ปินกงกงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะต้องรักษาการณ์แทนฮ่องเต้หนุ่มที่จะจากเมืองหลวงไป เพราะทุกคนล้วนเบื่อหน่ายกับการที่ต้องอยู่ในเมืองหลวงนานๆ จนอยากออกไปลุยด้านนอกจะแย่ ส่วนแม่ทัพหลิวอานนั้นมีหน้าที่นำทหารม้าเร่งตามไป หากรีบเร่งก็จะถึงเมืองเสียนหยางในสามวัน 

"เป็นฮองเฮาแล้วยังไม่หายตะกละอีก ผู้ใดเห็นเข้าคงคิดว่าแคว้นเรายากจนนักถึงเลี้ยงดูฮองเฮาให้อดอยาก" อ๋องจงซินบ่นเบาๆ แต่มีหรือจะรอดพ้นพระชายาที่รักน้องมากกว่าสามีทำให้ถูกบิดเนื้อที่เอวเข้าเต็มแรง  

"ข้าตะกละแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรพี่อี้เทาก็รักข้ามากที่สุด" ฮองเฮาหัวเราะเยาะอย่างสะใจ 

"รีบออกเดินทางเถิด ไปทะเลาะกันต่อระหว่างเดินทางก็ได้" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ตัดบท เรื่องจึงจบลงแค่นั้น 

ทุกคนโดดเข้าตะกร้าวิลเบอร์ก็ลอยตัวขึ้นพาตะกร้าเหาะออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปยังเมืองเสียนหยางเต็มกำลัง เจ้าสุกรตุนอาหารมาจากโรงเตี๊ยมของเจิ้งจื่อยี่ไม่น้อยจึงมีกำลังเต็มเปี่ยมแม้ว่าแสงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า พวกเขามิคิดแวะพักให้เสียเวลา ต่างรับประทานเสบียงที่หลิงหลงนำมาบนเรือเหาะตลอดทางเพียงแวะปลดทุกข์ครั้งเดียวเท่านั้นพอใกล้รุ่งก็มาถึงเมืองเสียนหยางที่มองเห็นได้แต่ไกลจากเปลวเพลิงกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆทั่วเมือง อาคารบางหลังเหลือเพียงเศษเถ้าถ่าน เมื่อเรือเหาะลอยเข้าไปใกล้กลิ่นเหม็นไหม้ของซากศพโชยเข้าจมูกทำเอาทุกคนเพ่งมองเบื้องล่างอย่างตั้งใจ 

"น้องให้วิลเบอร์บินดูให้รอบเมืองก่อนที่เราจะไปยังค่ายพัก ทุกคนเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด" ฮ่องเต้ตั๋วลู่สั่ง เจ้าสุกรบินต่ำทำให้เห็นซากศพกองสุมกันอย่างชัดเจน อีกทั้งศพเดินได้ที่เบียดเสียดกันอยู่ตามร่มเงาหนีแสงตะวันที่กำลังทอทาบขอบฟ้า 

"หลิงหลงเคยเห็นศพเดินได้แบบนี้มาก่อนหรือไม่" ราชครูเกาซ่งถาม  

"ข้าไม่เคยเห็นแต่เคยได้ยินมา ศพเดินได้พวกนี้เรียกว่าซอมบี้" หลิงหลงตอบ เมื่อเห็นด้วยตาตนเองก็ยิ่งมั่นใจว่านี่มันซอมบี้ชัดๆ  

"ในฎีการายงานว่าพวกมันฆ่าไม่ตายและคนที่ถูกมันทำร้ายก็จะกลายเป็นพวกเดียวกับมัน น้องมีวิธีกำจัดพวกมันหรือไม่" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ถาม 

"ทำลายศีรษะของพวกมันก็ใช้ได้แล้ว" หลิงหลงเรียกธนูออกมายิงไปที่ศีรษะของศพเดินได้ มันล้มลงแน่นิ่ง 

"ส่มปี้มีจำนวนมาก เจ้าไม่มีวิธีอื่นที่กำจัดได้ทีละมากๆหรือ" อ๋องจงซินถาม 

"ซอมบี้ ไม่ใช่ส่มปี้ นอกจากใช้ไฟเผาให้เรียบกับให้วิลเบอร์กำจัด ในตอนนี้ข้ายังนึกวิธีอื่นไม่ออกนอกจากเผาให้เรียบ แต่ถ้าทำเช่นนั้นเมืองเสียนหยางคงยากที่จะฟื้นฟูได้อีกแล้ว ให้ข้าศึกษาพวกมันเพิ่มอีกหน่อยก่อน" คนที่เหลือมองหน้ากัน ขนาดหลิงหลงยังขอเวลา เห็นทีเรื่องคราวนี้คงต้องใช้เวลาแน่ 

ชาวเมืองที่เหลือรอดอยู่หนีไปตั้งมั่นอยู่ในค่ายทหาร แม่ทัพอู๋ฉีเป็นผู้นำประชาชนที่เหลืออยู่เพราะเจ้าเมืองเสียนหยางกลายเป็นซอมบี้ไปแล้วพวกเขาเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้มากว่าครึ่งเดือนสูญเสียคนไปไม่น้อยอีกทั้งเสบียงก็กำลังจะหมด ยามเมื่อได้เสบียงและน้ำจากหลิงหลงทุกคนล้วนคุกเข่าขอบคุณทั้งน้ำตา 

"นำเสบียงไปหุงหาแจกจ่ายกันเถิด" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ไม่เสียเวลาเรียกแม่ทัพอู๋ฉีมารายงานสถานการณ์ให้ทุกคนฟัง 

"ทูลฝ่าบาท ข้ามิทราบว่าปีศารร้ายนี้ถือกำเนิดมาได้อย่างไร มีชาวบ้านที่รอดชีวิตมาเล่าให้ฟังว่ามีคนจำนวนหนึ่งล้มลงเสียชีวิต ศพถูกนำไปไว้ที่กองกำลังพิทักษืเมืองเพื่อตรวจสอบสาเหตุการตาย พอถึงกลางคืนคนตายเหล่านั้นลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมไล่กัดกินเนื้อผู้คนทำให้สูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก กว่าจะตั้งหลักได้ชาวบ้านก็เสียชีวิตไปไม่น้อย แม้แต่เจ้าเมืองก็ถูกมันกัดจนกลายเป็นปีศาจไปแล้ว ข้าได้เห็นสัญญาณฉุกเฉินจึงนำกำลังทหารบุกเข้าไปช่วยชาวบ้านมาได้ส่วนหนึ่งแต่ก็เสีนทหารไปไม่น้อย คนที่ตายไปล้วนกลับกลายเป็นปีศาจ แต่ยังดีที่พวกมันกลัวแสงอาทิตย์ทำให้ยามกลางวันเราพอจะออกไปหาอาหารได้บ้าง ข้าเปิดเสบียงของกองทัพเลี้ยงชาวบ้านแต่คงเหลือได้ไม่พ้นเดือนจึงส่งม้าเร็วไปเมืองหลวง ด้วยพระบารมีของฝ่าบาททำให้ความช่วยเหลือมาทันเวลา" แม่ทัพอู๋ฉีทำท่าจะโขกศีรษะแต่ฮ่องเต้ตั๋วลู่ห้ามไว้ก่อน 

"พวกมันไม่ใช่ปีศาจ เป็นเพียงเชื้อโรคชนิดหนึ่ง" หลิงหลงพูดขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคนได้ 

"แต่พวกมันล้วนเป็นคนที่ตายแล้วและกลัวแสงแดดนะ" เจิ้งจื่อยี่แย้ง 

"มันเป็นเชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ทำลายสมองของผู้คนให้เหลือเพียงสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดเท่านั้น พวกมันต้องการอาหารซึ้งก็คือเลือดเนื้อของผู้คนเพื่อให้ตัวมันมีชีวิตต่อไป และการแพร่กระจายของโรคนั้นรวดเร็วมากคนที่ถูกพวกมันกัดหรือข่วนจึงกลายเป็นพวกเดียวกับมันไปด้วย" หลิงหลงอธิบาย 

"เช่นนี้แสดงว่าน้องมีทางรักษาผู้คนที่ติดเชื้อเหล่านี้หรือ" อี้เทาถามด้วยความหวัง 

"ด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้ยังไม่มีทางรักษาคนที่ติดเชื้อแล้ว แต่หากคนที่เพิ่งถูกกัดแต่ยังไม่กลายร่างข้าอาจจะพอหาทางป้องกันมิให้เขากลายเป็นซอมบี้ได้" หลิงหลงลูบศีรษะของวิลเบอร์ 

"เช่นนั้นเราต้องออกกำจัดมันในยามกลางวัน" อ๋องจงซินกำหมัด เขาอยากออกแรงจะแย่แล้ว 

"วันนี้คงไม่เหมาะ เหล่าทหารอ่อนแรงลงมาก ข้าคิดว่าเราเสริมความแข็งแรงของค่ายรอกำลังเสริมจากแม่ทัพหลิวอานจะดีกว่า" ฮ่องเต้ตั๋วลู่กล่าวอย่างสุขุม 

"เช่นนี้ก็ดี ระหว่างนี้รบกวนพี่อี้เทาตรวจดูชาวบ้าน หากเจอผู้ที่ได้รับบาดแผลให้แยกไว้ข้าจะดูว่าพอรักษาได้หรือไม่ให้พี่จื่อยี่ไปช่วยคัดแยกคนด้วย" หลิงหลงแบ่งงาน 

"เช่นนั้นราชครูมาช่วยข้าศึกษาแผนที่เมืองเสียนหยาง เราจะได้แบ่งพื้นที่จัดการอย่างเป็นระบบ แม่ทัพอู๋ฉีกับจงซินนำคนไปเสริมความแข็งแรงของค่ายอย่าให้มีช่องโหว่ให้ซอมบี้บุกเข้ามาได้" ฮ่องเต้ตั๋วลู่สั่ง 

"น้องมีแผนจะทำอะไร" อี้เทาถาม เขาหวั่นใจว่าหลิงหลงจะออกไปเล่นซนจนตัวเองเป็นอันตราย 

"ข้าจะพาวิลเบอร์ไปกำจัดซอมบี้แถวๆนี้ไปก่อน"  

"ไม่ได้" ฮ่งเต้ตั๋วลู่กับอี้เทาประสานเสียงกันห้ามเสียงดังจนหลิงหลงนิ่วหน้า 

"ข้ารักตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด พวกพี่ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะพาตัวเองไปเสี่ยง นะๆ" หลิงหลงประจบเอาศีรษะไปถูๆพระสวามี สุดท้ายคนแก่กว่าก็ใจอ่อน 

"ก็ได้ แต่ข้าให้ไปแค่สองชั่วยามเท่านั้น ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่" ฮ่องเต้ตั๋วลู่จำใจต้องอนุญาตเพราะถึงไม่อนุญาตหลิงหลงก็คงหนีไปเองอยู่ดี 

"ขอบคุณท่าน ไปกันเถอะวิลเบอร์" ฮองเฮาผู้ร่าเริงหอมแก้มพระสวามีฟอดใหญ่ก่อนจะเดินออกไป 

"ข้าก็อยากได้บ้าง" อ๋องจงซินจับชายเสื้อของอี้เทาป่องแก้มให้แต่ถูกพระชายามองด้วยหางตาแล้วดึงแขนเสื้อตัวเองจากพระสวามีเดินออกจากกระโจมไปทิ้งให้คนยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ 

หลิงหลงเมื่อออกมาพ้นกระโจมก็ให้วิลเบอร์ขยายร่างให้ใหญ่พอขี่ได้เหาะออกไปจากค่ายท่ามกลางความตื่นเต้นของคนที่ไม่เคยเห็นล้วนชี้ชวนกันดูด้วยความหวั่นเกรงในฤทธิ์ของฮองเฮา เมื่อถึงชายป่าก็เห็นซอมบี้กลุ่มนึงแอบอยู่ใต้ซอกหิน 

"อู๊ดๆๆๆ" วิลเบอร์ส่ายศีรษะเป็นการใหญ่

"อะไรนะ ดูไม่อร่อย รับประทานไม่ลงอย่างนั้นเหรอ" หลิงหลงขมวดคิ้ว มองร่างเน่าของซอมบี้แล้วเบ้ปาก ไม่น่ารับประทานจริงๆนั่นแหละ เขาไม่ต้องการสร้างบาดแผลในใจ?ของวิลเบอร์จึงต้องคิดหาวิธีอื่น

"ถ้าเผาแล้วไฟลามไปไหม้ป่าก็ไม่ดีอีก ใช้ผงละลายกระดูกไปก่อนแล้วกัน" หลิงหลงตัดสินใจได้ก็ให้วิลเบอร์โฉบไปโปรยผงละลายกระดูกใส่กลุ่มซอมบี้ ร่างที่เน่าเฟะละลายกลายเป็นน้ำเลือดอย่างรวดเร็วไม่มีโอกาสแม้แต่แยกเขี้ยวใส่ "สะดวกดีเหมือนกัน เสียดายที่ข้ามีไม่มากเท่าไหร่" คนบ่นกับตัวเอง แต่ไม่มากเท่าไหร่ของหลิงหลงซอมบี้รอบๆค่ายก็ถูกกำจัดแทบหมด คนจึงกลับค่ายมาก่อนเวลาสองชั่วยามที่พระสวามีกำหนดไว้

"ขุดคูกันอยู่หรือ" หลิงหลงมองทหารและชาวบ้านที่ช่วยกันขุดตามมีตามเกิดเพราะไม่มีเครื่องมือ

"ข้าคิดจะขุดคูให้ลึกดักพวกมันไม่ให้เข้าถึงกำแพงค่าย" อ๋องจงซินยืดอก

"แล้วเครื่องมือไม่มีเช่นนี้กว่าจะขุดเสร็จก็กลายเป็นซอมบี้กันหมดค่ายพอดี" หลิงหลงมองแรงใส่

"แล้วเจ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่" อ๋องจงซินเห็นทางประหยัดแรงจึงถามอย่างไม่อาย

"ท่านสั่งให้ทุกคนถอยออกมาก่อน" หลิงหลงสั่ง อ๋องจงซินรีบจัดการกวาดต้อนทุกคนกลับมาทันที หลิงหลงมองไปรอบๆเห็นว่าไม่มีผู้ใดหลงเหลืออยู่ด้านนอกแล้วจึงให้วิลเบอร์ลอยตัวขึ้น เท้าเล็กยืนอยู่บนหลังสุกรแล้วเริ่มร่ายรำ เสียงกระพรวนกระทบกันดังติงตังก้องกังวานไปทั่วทั้งค่ายคนที่ทำงานอยู่ต่างวางมือมองฮองเฮาของพวกเขาด้วยสายตาพร่าพราย เมื่อเสียงกระพรวนดังขึ้นครั้งหนึ่งก็มีมือสีขาวผุดขึ้นจากดินจำนวนหนึ่ง จนหลิงหลงร่ายรำจบมือสีขาวจำนวนมากก็ช่วยกันขุดดินทำแนวคูอย่างรวดเร็ว

"อย่ามัวแต่ยืนเฉย เหลาไม้ทำกับดักเข้าสิ" หลิงหลงอยากจะโดดถีบอ๋องจงซินถ้าไม่คิดว่าต้องรักษาภาพพจน์ไว้บ้าง ใจคอจะกินแรงเขาคนเดียวเลยหรือไง

เพราะการช่วยเหลือของหลิงหลงทำให้งานที่ไม่น่าจะเสร็จ เสร็จลงอย่างรวดเร็ว คนอนุญาตให้ทุกคนไปพักผ่อนเตรียมตัวรับมือกับซอมบี้ที่อาจจะได้กลิ่นมนุษย์แล้วบุกค่ายในยามค่ำคืน ตัวเขาเองก็ไปงีบหลับเช่นกันหลิงหลงไม่ได้บอกใครว่าช่วงนี้เขาต้องการนอนมากกว่าปกติเพราะนอนเยอะอยู่แล้ว?

เมื่อดวงตะวันอ่อนแสงความมืดก็คืบคลานเข้ามาแทนที่ เหล่าชาวบ้านแบ่งกลุ่มเสริมกำลังทหารจัดเวรยามป้องกันซอมบี้ กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยมาบางเบาในอากาศทำให้ความกลัวเริ่มปกคลุมจิตใจพวกเขา เสียงคำรามของปีศาจตามที่พวกเขาเข้าใจสร้างความหวาดหวั่นแม้แต่ทหารบางคนก็อดห่อไหล่ด้วยความระย่อมิได้ ผิดกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ยังรักษาความใจเย็นอยู่ได้ พวกเขานั่งคุยกันเงียบๆ ไม่แสดงอาการหวาดหวั่นแม้เพียงนิดทำให้แม่ทัพอู๋ฉีชื่นชมในใจ

"มีฝูงซอมบี้จำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้" เสียงทหารบนหอยามตะโกนลงมาน้ำเสียงแฝงความหวาดกลัวจนรู้สึกได้ พวกหลิงหลงผลุกลุกขึ้นยืนเขม้นมองฝ่าความมืดแต่ฝูงซอมบี้อยู่ไกลจนยากที่จะคะเนจำนวนได้ เมืองเสียนหยางมีประชากรหลายหมื่น คนที่อยู่ในค่ายมีเพียงหมื่นต้นๆ จำนวนซอมบี้จึงมีมากเกินกว่าที่จะกำจัดได้หมดในเวลาอันสั้น

"เจ้ากำจัดซอมบี้รอบๆนี้ไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ" เจิ้งจื่อยี่สงสัย

"มันก็ใช่แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะหยุดซอมบี้ในเมืองได้สักหน่อย ที่ค่ายนี้มีคนจำนวนมากพวกซอมบี้จะได้กลิ่นก็ไม่แปลก" หลิงหลงยักไหล่

"อย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย เตรียมตัวให้พร้อม หากหลุมขวากไม่สามารถสกัดมันได้หมด พวกเราก็ต้องออกแรงกันแล้ว" ฮ่องเต้ตั๋วลู่โบกพระหัตถ์ให้ทุกคนเตรียมพร้อม

ฝูงซอมบี้จำนนมากหลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำ หนึ่งในสามตกไปในหลุมกับดักจนใกล้เต็ม อ๋องจงซินให้สัญญาณทหารจักสายชนวนเกิดทะเลเพลิงเผาผลาญทำให้ฝูงซอมบี้ถอยหนีเปลวเพลิงที่ลุกไหม้จนเกือบเช้า จนววิหกเริ่มออกหากินเหล่าซอมบี้ก็สลายตัวไปหลบซ่อนจากแสงตะวัน

"ฮ่องเต้จงเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี ฮองเฮาจงเจริญพันปี พันๆปี" เสียงแซ่ซ้องดังมาจากทหารหาญและชาวบ้าน คืนนี้เป็นคืนแรกที่พวกเขาผ่านมาได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ

"นี่เป็นเพราะพวกเจ้าทุกคนรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นอย่างดี จงผลัดกันไปพักเสีย สายๆเราจะเสริมกับดักกันอีกครั้งเพียงตรึงให้ได้จนกว่าทัพหลวงจะมาถึงข้ามั่นใจว่าพวกเราทุกคนจะปลอดภัย" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ตรัสแฝงกำลังภายในดังก้องไปทั่วค่าย

พวกเขาพักผ่อนกันประมาณหนึ่งชั่วยามก่อนจะเริ่มทำงานกันต่อ หลิงหลงพาวิลเบอร์ออกไปนอกค่ายเช่นเดิมแต่วันนี้เขามุ่งเข้าเมืองก่อน ยาละลายกระดูกที่มีหลิงหลงใช้ไปหมดแล้ว ด้วยความงกจึงไม่ยอมเอาสมุนไพรที่เก็บไว้ออกมาใช้แต่อยากจะไปเก็บ?ร้านขายสมุนไพรในเมืองที่แอบถามที่ตั้งมาจากชาวบ้านตั้งแต่เมื่อคืน เจ้าจอมซนจึงมุ่งน้าไปร้านขายสมุนไพรได้โดยง่าย

หลิงหลงนั่งบนหลังวิลเบอร์กวาดตามองเหล่าซอมบี้ที่มองมาด้วยสายตากระหายเลือด แต่เพราะหวาดกลัวในแสงแดดจึงได้แต่คำรามขู่มาจากในเงามืด

"เฮ้อ ก็น่าสงสารอยู่นะแต่เมื่อหมดหนทางช่วยก็มีแต่ต้องกำจัดเท่านั้น" คนถอนหายใจโปรยยันต์ทำเขตแดนล้อมหมู่ตึกหลายหลังแล้วลงมือกำจัดซอมบี้ด้วยกราดยันต์นำไปตามด้วยกระบี่ทิ่มแทงสมองของซอมบี้ที่รอดพ้นจากพายุยันต์มาได้

"อู๊ด" วิลเบอร์ร้องยาว แม้ซอมบี้พวกนี้จะไม่อร่อยแต่มันก็จะช่วยหลิงหลงกำจัด เจ้าสุกรขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น ปากกว้างงับซอมบี้กลืนลงท้องทีละหลายตัว ชั่วน้ำเดือดฝูงซอมบี้ก็บางตา

สวบ หลิงหลงแทงกระบี่ใส่ซอมบี้ตัวสุดท้ายเขตแดนที่กางไว้ มองซากศพที่กองทับถมกันแล้วเบ้หน้า

"วิลเบอร์ ถ้าไม่อยากรับประทานก็ช่วยลากศพเหล่านี้ออกไปกองไว้ด้านนอกทีนะ ข้าจะได้เผาทีเดียว เห็นยันต์พร่องลงมากแล้วปวดใจนัก" ข้าจะไปเบิกค่าใช้จ่ายจากท่านพี่ได้หรือไม่ เฮ้อ.. งานนี้ขาดทุนเห็นๆ ฮองเฮากวาดสมุนไพรบนชั้นอย่างหดู่แต่ความเร็วของมือมิได้ลดลงแม้แต่น้อย

หลิงหลงทำเขตปลอดภัยกระจายไว้ในเมืองทั้งสี่ด้านพร้อมทั้งกวาดเสบียงที่ยังพอหลงเหลือไปจนเกลี้ยงแล้วขี่สุกรกลับค่ายอย่างอารมณ์ดีขึ้นบ้าง มือเล็กล้วงของว่างรสเลิศที่นำติดมาจากวังรับประทานแบ่งกับวิลเบอร์ หางสั้นขอดของมันแกว่งไปมาด้วยความสุข เมื่อถึงค่ายเขาเทเสบียงที่ได้มาให้ทางค่ายนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านก่อนจะวิ่งดุ๊กๆไปหาอี้เทา

"สนุกล่ะสิเรา พี่เจอชาวบ้านกับทหารบางส่วนที่มีแผลที่เกิดจากซอมบี้ เบื้องต้นพี่ให้พวกเขารับประทานยาแก้สารพัดพิษไปก่อนแล้ว มิทราบว่าจะได้ผลหรือไม่" อี้เทาพูดด้วยสีหน้ากังวล เขาพาน้องไปดูโรงเรือนที่มีแต่หลังคาหลังหนึ่งมีคนอยู่ในราวยี่สิบคน ทุกคนมีสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก ที่ข้อเท้าถูกล่ามไว้กับเสาแต่ละต้น

"พวกท่านอย่าได้กังวลมากไป ยาที่พระชายาให้ท่านรับประทานจะช่วยพยุงอาการไว้ไม่ให้กลายเป็นศพเดินได้ จงรออย่างมีความหวังว่าพวกท่านจะต้องหายแน่นอน" หลิงหลงประกาศ

"เช่นนั้นพระชายาได้โปรดปล่อยพวกเราได้หรือไม่" ชาวบ้านผู้หนึ่งวิงวอน

"เรื่องนั้นมิอาจทำได้ ข้าไม่แบกรับความเสี่ยงใดๆทั้งสิ้น เจ้าคงไม่อยากเป็นผู้แพร่เชื้อให้ค่ายแตกแล้วถูกประนามไปจนชั่วลูกชั่วหลานใช่หรือไม่" หลิงหลงย้อนถาม ชาวบ้านผู้นั้นจึงมิกล้ากล่าวสิ่งใดต่อ

"ข้าคิดว่าหากยาแก้สารพัดพิษไม่ได้ผลจะใช้ยาชำระกระดูก น้องคิดว่าอย่างไร" อี้เทาถาม

"นั่นย่อมได้ผล แต่ยาชำระไขกระดูใช้ตัวยาหายากหลายตัว ข้าจึงคิดจะลดยาบางตัวออก" หลิงหลงถกกับอี้เทาจนได้สูตรยาที่น่าจะเป็นไปได้ออกมาแล้วมอบสมุนไพรที่กอบโกยมาได้ให้พี่ชาย

พวกเขาประชุมสรุปงานวันนี้ผลเป็นที่น่าพอใจ อาหารเย็นถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นในขณะที่ฟ้ายังสว่างแล้วรีบพักผ่อนก่อนความมืดจะมาเยือน จำนวนซอมบี้ที่บุกค่ายคืนนี้บางตากว่าคืนก่อน อี้เทาและอ๋องจงซินยืนบนกำแพงค่ายช่วยเหล่าทหารหาญยิงธนูกำจัดซอมบี้ที่รอดจากกับดักในระยะไกล ราชครูเกาซ่งกับเจิ้งจื่อยี่คอยเสริมความแข็งแรงของกำแพงค่าย ฮ่องเต้ตั๋วลู่และฮองเฮาหลิงหลงคอยควบคุมสถานการณ์โดยรวม นับว่าผ่านไปโดยไม่มีผู้ใดบาดเจ็บแต่ก็ทำเอาทุกคนหมดแรงหลังรับประทานอาหารเช้าต่างก็หลับกันไปเกือบทั้งค่าย ทำให้เกิดช่องโหว่มีซอมบี้หลุดเข้ามาซ่อนตัวโดยไม่มีผู้ใด้ทราบ มันฉลาดกว่าซอมบี้ทั่วไปจึงทราบว่ามันต้องทนหิวไปจนกว่าตะวันจะตกดิน เมื่อนั้นจะเป็นของมัน ซอมบี้ร่างใหญ่แสยะยิ้มเห็นฟันที่งอกยาวออกมาอย่างน่ากลัว

กองทัพหลวงจำนวนสองพันนายที่นำโดยแม่ทัพหลิวอานมาถึงค่ายในยามอู่ (11.00-12.59 น.) เสริมสร้างกำลังใจให้พวกเขาได้มาก อย่าได้ดูถูกจำนวนแค่สองพัน ทหารทุกนายล้วนถูกฝึกมาอย่างหนัก หนึ่งคนสามารถต้านได้ห้านับว่าเท่ากับกำลังคนถึงหมื่นนายเลยทีเดียว หลังจากประชุมแจ้งสถานการณ์และแบ่งงานแล้วฮ่องเต้ก็อนุญาตให้ทุกคนได้ไปพักผ่อนก่อนที่จะต้องต่อสู้อย่างหนักเมื่อถึงยามค่ำคืน

"ซอมบี้แข็งแรงขึ้น" หลิงหลงยืนกอดอกมองซอมบี้ที่ออกจากที่ซ่อนทั้งที่ยังไม่มืด นี่มันจะพัฒนาเร็วไปหรือเปล่า วิลเบอร์ก็พลอยยืนสองขาทำหน้าขึงขังเลียนแบบหลิงหลงไปด้วยสร้างความขบขันให้กับคนที่เห็นทำให้บรรยากาศอันหนักอึ้งผ่อนคลายลงได้บ้าง

"พรุ่งนี้เราจะเริ่มกำจัดซอมบี้ในเมือง พี่หวังว่าจะทันก่อนที่พวกมันจะแข็งแรงไปมากกว่านี้" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ย่อมเห็นได้เช่นกันรวมถึงทหารและชาวบ้านที่ต่อสู้กันมาแต่แรกด้วย

"อ๊ากก.." เสียงร้องโหยหวนดังมาจากด้านในค่าย ทุกคนสบตากันด้วยความตระหนก

"ทุกคนเข้าประจำที่อย่าได้ตกใจ ระวังตัวไว้อาจมีซอมบี้อยู่ในค่าย จงซินกับเจิ้งจื่อยี่นำคนไปตรวจสอบ" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ไม่สับสนแจกแจงหน้าที่ทุกคนอย่างชัดเจน ฝูงชนที่กำลังรวนเรจึงได้สติกลับมาเฝ้าระวังฝูงซอมบี้ที่กำลังบุกเข้ามาเช่นเดิม การมาถึงของกองทัพหลวงเพิ่มจำนวนคนในค่ายส่งกลิ่นดึงดูดซอมบี้ที่ห่างไกลพากันเดินเท้ามาสมทบกับซอมบี้ที่มีอยู่ก่อนแล้วทำให้คืนนี้มีซอมบี้มากที่สุดจนแม้แต่เหล่าทหารหาญยังอดสยิวกายด้วยความหนาวเหน็บมิได้

ซอมบี้ที่แข็งแรงขึ้นมาพร้อมกับความฉลาดที่มากขึ้น พวกมันสามารถหลบหลีกกับดักได้โดยใช้ร่างของซอมบี้ด้วยกันเป็นสะพานข้ามมา ฮ่องเต้ตั๋วลู่เห็นดังนั้นจึงสั่งให้จุดไฟแต่ยังมิอาจสกัดพวกมันได้หมด อี้เทาและพลธนูระดมยิงจากระยะไกลพอสกัดพวกมันได้บ้างแต่ลูกธนูนั้นมีจำกัด พวกซอมบี้จึงขยับเข้ามาใกล้กำแพงค่ายทุกที

"วิลเบอร์ ช่วยหน่อยนะ" หลิงหลงลูบศีรษะเจ้าสุกร

"อู๊ด" วิลเบอร์ร้องรับก่อนจะขยายร่างพุ่งเข้าไปกัดกินซอมบี้จนพวกมันลดจำนวนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะแถวๆส่วนที่แม่ทัพหลิวอานต้านทานอยู่

"ท่านพี่สั่งให้ทุกคนถอย ข้าจะใช้ยันต์เผามัน" หลิงหลงตั้งท่า ฮ่องเต้ตั๋วลู่ให้สัญญาณถอย ทหารที่ฝึกมาดีถอยอย่างรวดเร็วมีบางคนแอบสวดมนต์ที่ตัวเองรอดมาได้ หลิงหลงเห็นทุกคนถอยมาแล้วก็กระโดดออกไปทันที ฮ่องเต้ตั๋วลู่ที่อยู่ด้านข้างยังห้ามไม่ทัน พระองค์ใจหาบวาบแต่เมื่อเห็นวิลเบอร์โดดมารับหลิงหลงได้ทันจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

ฮองเฮาตัวเล็กโปรยยันต์จำนวนมากออกมาทั้งที่ในใจหลั่งเลือด ข้าต้องกลับไปเขียนยันต์ใหม่อีกแล้วหรือมือซ้ายร่ายคาถาสร้างกระแสลมให้โอบล้อมกลุ่มซอมบี้เกิดเป็นตาข่ายฟ้ากักพวกมันไว้ด้านใน

"สลาย" หลิงหลงสะบัดมือลงเปลวไฟสีฟ้าที่สามารถชำระวิญญาณก็ลุกไหม้ขึ้นเผาไหม้ซอมบี้ทั้งหมดที่อยู่ด้านใน

"ที่เหลือฝากด้วยนะ" หลิงหลงหมดแรงร่างโอนไปมา ฮ่องเต้ตั๋วลู่รีบใช้วิชาตัวเบาเหินออกไปรับไว้ได้ก่อนร่างน้อยจะร่วงลงจากหลังเจ้าสุกร คนโอบร่างน้อยแนบอกไว้อย่างทะนุถนอม

อี้เทา ราชครูเกาซ่งและแม่ทัพทั้งสองช่วยทหารกวาดล้างซอมบี้ที่หลงเหลืออยู่จนหมดแต่ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของวิลเบอร์มันยืนเคี้ยวซอมบี้เสียงกร้วมกร้ามทำให้ทหารเริ่มผ่อนคลายแต่กลับมีเสียงร้องโวยวายดังมาจากด้านหลังค่าย

"อี้เทา ราชครูเกา แม่ทัพหลิวอาน นำกำลังทหารไปช่วยจงซินกับจื่อยี่ แม่ทัพอู๋ฉีตรึงกำลังที่นี่และเก็บซากศพมาเผาให้หมด" ฮ่องเต้ตั๋วลู่สั่ง ทกคนแยกกันไปทันที โดยเฉพาะสองคนที่ร้อนใจเพราะคนรักอยู่ทางนั้นใช้วิชาตัวเบาถือกระบี่นำหน้าเหล่าทหารไปหลายช่วงตัว

ซอมบี้ที่หลบเข้ามาซ่อนตั้งแต่เมื่อคืนนั้นฉลาดกว่าตัวอื่นๆ มันซ่อนอยู่ในห้องเสบียงคอยกัดกินชาวบ้านที่มาช่วยงานที่ละคนจนทำให้จำนวซอมบี้เพิ่มมากขึ้น พอคนส่วนใหญ่ไปรวมกันด้านหน้าพวกมันก็ออกมาไล่ล่าชาวบ้านในด้านหลังที่มีแต่เด็ก สตรีและคนชราที่ไร้ความสามารถในการต่อสู้ หลังจากได้เชื้อซอมบี้เข้าไปคนอ่อนแอเหล่านี้กลับกลายเป็นซอมบี้เร็วกว่าปกติและมีเรี่ยวแรงมากกว่ามนุษย์ทั่วไป ซอมบี้ตัวแรกยังพาพวกมันพังกำแพงด้านหลังปล่อยให้ซอมบี้ข้างนอกเข้ามาสมทบสร้างความวุ่นวายเป็นอย่างมาก อ๋องจงซินและเจิ้งจื่อยี่หันหลังชนกันสู้กับซอมบี้และบางคนที่สู้อยู่ใกล้ๆ แต่อยู่ๆก็หันมาแยกเขี้ยวใส่กัน

"จงซิน บอกให้พวกเขาหมอบลง" อี้เทาตะโกนมา ด้วยความเชื่อใจคนไม่แม้แต่ถามหาเหตุผลทำตามทันที เจตนาของอี้เทาคือแยกคนเป็นกับซอมบี้ คนที่หมอบลงนับว่ายังมีสติเหลือเพียงซอมบี้ที่ยืนงุ่มง่ามอยู่เปิดโอกาสให้อี้เทาเค้นพลังแฝงฟาดพวกมันในกระบี่เดียวตัดคอซอมบี้ขาดกระเด็นไปสิบกว่าตัว ทหารที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำจึงรีบคลานหนีออกมาได้

"วิลเบอร์ช่วยหน่อยนะ กลับไปจะให้ซาลาเปาไส้หมูวันละร้อยก้อน" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ที่ประคองฮองเฮาขี่หลังสุกรตามมาถึงเอาของกินเข้าล่อ

"อู๊ดๆ" วิลเบอร์ร้องดีใจความเร็วในการกำจัดซอมบี้ของมันเพิ่มขึ้นจนพริบตาเดียวศพเดินได้ก็หายไปกว่าครึ่ง

"คนที่เหลืออย่าหยุดมือ แยกศพออกมาแล้วรีบเผามันก่อนที่มันจะลุกขึ้นมาอีก" อ๋องจงซินสั่ง

"เอายันต์นี่ไป พี่เผามันได้" หลิงหลงยื่นแผ่นยันต์ราคาแพงให้อี้เทาปึกใหญ่

"ข้าจะต้องจารึกความใจกว้างของฮองเฮาไว้ในประวัติศาสตร์" อ๋องจงซินยังไม่วายแขวะคู่กัด

"ข้าหักเงินรายปีท่านมาจ่ายค่ายันต์ได้ ด้วยความเมตตาของท่านอ๋องประชาชนจะต้องสรรเสริญ" หลิงหลงไม่ได้เหนื่อยมากนัก เมื่อได้พักสักครู่ก็พอมีแรงขึ้นมาบ้าง จนรุ่งเช้าเสียงนกกาออกหากิน เจ้าสุกรก็นอนพุงอืดอยู่ข้างหลิงหลง มันอิ่มมากแต่ของที่รับประทานเข้าไปนั้นไม่อร่อย ยามที่หลิงหลงล้วงโจ๊กร้อนๆหม้อใหญ่ออกมาจากมิติวิลเบอร์จึงรับไปซดล้างปากเสียชามใหญ่

พักกันเพียงชั่วยามเดียว ฮ่องเต้ตั๋วลู่ก็จัดทหารออกวาดล้างซอมบี้รอบๆค่าย ไล่ไปจนถึงตัวเมือง ใช้เวลาอยู่เจ็ดวันกว่าจะจัดการได้หมด ซากศพกองเป็นภูเขา อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อไหม้และเขม่าควัน กองทัพสูญเสียทหารไปถึงหนึ่งในสี่ ชาวเมืองสูญชีวิตไปเกินครึ่ง ฮ่องเต้ตั๋วลู่มองซากปรักหักพังด้วยความเศร้าใจ

"ท่านพี่อย่าเสียใจไปเลย ตราบใดที่ยังมีความหลังบ้านเมืองย่อมฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้" หลิงหลงเข้าใจความคิดของสามี

"นั่นสินะ ถึงจะเสียใจกับคนที่เสียชีวิตแต่ก็ใช่ว่าเราจะทิ้งอนาคตของเราไปด้วยนี่นะ" ฮ่องเต้กอดฮองเฮาคู่พระทัยด้วยความรัก

"อู๊ดๆๆ"

"วิลเบอร์ก็จะช่วยด้วยใช่ไหม กลับไปจะให้ซาลาเปาเยอะๆเลยนะ" หลิงหลงหัวเราะอารมณ์ดีก่อนที่แม่ทัพอู๋ฉีจะมารายงานผลการสำรวจเมือง่ามีความเสียหายมากน้อยเท่าใด

"กราบทูลฝ่าบาท สมุนไพรและอาหารในเมืองเสียหายเกลี้ยงเลยพ่ะย่ะค่ะ เหลือเพียงเงินทองที่คาดว่าพวกซอมบี้กินไม่ได้ ข้าคิดว่าพวกมันอาจจะกินสมุนไพรเข้าไปจึงวิวัฒนาการได้เร็วยิ่ง" ฮ่องเต้ตั๋วลู่ฟังแล้วมุมปากกระตุก

"เจ้าจัดการให้ชาวบ้านมาลงชื่อรับเงินเยียวยา ข้าจะเปิดคลังช่วยเหลือพวกเขาตามสมควร" ฮ่องเต้หนุ่มโบกพระหัตถ์ให้คนล่าถอยออกไป

"หลิงหลง" ฮ่องเต้ขึ้นเสียงแล้วจับฮองเฮาตีก้นทันที วิลเบอร์ที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดรีบวิ่งหนีไปหาแม่ทัพหลิวอาน

"ท่านพี่ ข้าโตแล้วนะ" หลิงหลงดิ้นดุ๊กดิ๊กแต่คราวนี้ฮ่องเต้หนุ่มเอาจริงจึงจับน้องน้อยไว้มั่น ฮองเฮาผู้เก่งกาจดั่งเทพเซียนในสายตาทหารและชาวบ้านก็มีจุดจบเช่นนี้เอง

"ข้าควรจะสมน้ำหน้าดีหรือไม่" พี่ๆยืนซุบซิบกัน ดีแล้วล่ะ ที่อย่างน้อยก็มีคนปรามความซุกซนและความงกของน้องของพวกเขาลงบ้าง ทุกคนคิดในใจเหมือนๆกัน

 

ความคิดเห็น