ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep.65 - ลงเอย (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2563 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.65 - ลงเอย (END)
แบบอักษร

 

“ไม่มีใครต้องขอโทษใครทั้งนั้น และจะไม่มีงานหมั้นเกิดขึ้นด้วย!”

เสียงกร้าวเต็มไปด้วยพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายเรียกเสียงฮือฮาและดึงดูดความสนใจของคนในงานไปจนหมดสิ้น เมื่อนักธุรกิจหนุ่มในตำนานที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้พบเขาตัวเป็นๆ ปรากฏตัวขึ้นในงานเลี้ยงจอมปลอมนี้

“คุณพ่อ!”

“คุณคราม!”

หนึ่งนทีส่งเสียงเรียกชลธีด้วยความดีใจปนความประหลาดใจที่เขาปรากฏตัวขึ้นได้จังหวะพอดี ธาราและคุณอัญมณีเองก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะคุณอัญมณีที่เหมือนจะรู้ถึงความผิดที่ตัวเองทำลงไป

“คุณพ่อ..ผมคิดถึงคุณพ่อที่สุดเลย” หนึ่งนทีโผเข้ากอดชลธีด้วยความคิดถึง เขามีเพียงสองคนพ่อลูกและไม่เคยต้องแยกจากกัน แต่เพื่อความสุขของผู้เป็นพ่อเขาจึงต้องยอมปล่อยให้ชลธีไปมีความสุขกับคนที่เขารักและรอคอยมาเกือบ 30 ปี

“ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะคนเก่งของพ่อ” ชลธีลูบกลุ่มผมสีอ่อนอย่างเบามือกับเด็กขี้อ้อนด้วยความคิดถึงไม่ต่างกัน

“คุณพ่อมาที่นี่ได้ยังไงครับ?” เด็กน้อยขี้อ้อนถามด้วยความแปลกใจ

“คุณมหรรณพโทรมาบอกครามเรื่องคุณธาราเมื่อสองวันก่อน พวกพ่อเลยรีบบินกลับมานี่ไง” ชลธีมองหนึ่งนทีด้วยความเป็นห่วง

“พี่แซนนะหรือครับ” หนึ่งนทีมองใบหน้ามหรรณพชายที่รักและหวังดีกับเขามาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เขาคงไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรอีกแล้ว เพราะข้างกายของเขามีคุณหมอบุรินทร์อยู่เคียงข้าง

“ขอบคุณนะครับพี่แซน”

“ผมทำในสิ่งที่ควรจะทำ คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอก”

ครามได้แต่ยืนยิ้มบางๆ อยู่ข้างชลธีที่ดูสดชื่นขึ้นหลังจากได้เห็นหน้าลูกชายสุดที่รัก หลังจากที่พ่อลูกได้พบหน้ากันแล้วเขาจึงเริ่มต้นพูดกับอดีตภรรยาของเขา คุณอัญมณีเต็มใจหย่าให้กับครามเพื่อชดเชยความผิดที่ตนทำไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน หลังจากเหตุการณ์ที่มหรรณพได้ทำร้ายหนึ่งนทีอย่างไม่ตั้งใจผ่านไป

“เมนี่..คุณกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างมั้ย?” เขาพูดกับคุณอัญมณีด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

“ฉันหวังดีกับตาเทมส์นะคะ” หญิงสาวพยายามอธิบายเจตนาดีที่มีต่อลูกชายให้ครามฟัง

“หวังดีเหรอ? คุณกำลังจะทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สองนะ รู้ตัวบ้างมั้ย..” คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันอย่างตั้งใจ

“ฉะ..ฉัน..”

“เรื่องหัวใจมันบังคับกันไม่ได้นะ”

“ฉันอยากให้ลูกมีความสุข ฉันไม่อยากให้เขาต้องโดนสังคมดูถูกและมองด้วยสายตาแปลกๆ แบบนี้”

“แล้วคุณถามลูกหรือยังละ ว่าความสุขของเขาคืออะไร?”

“ทำไมต้องถาม..ก็ในเมื่อฉันเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาแล้ว” อัญมณียังเถียงครามอย่างไม่ยอมรับในความคิดของเขา

“แต่สิ่งที่ดีที่สุดของคุณมันไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการ คุณกำลังจะทำร้ายเขาเหมือนที่เคยทำกับผม” ครามพยายามข่มอารมณ์ที่อดีตภรรยาไม่ยอมเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพยายามจะบอก

“เทมส์..ลูกเข้าใจแม่ใช่มั้ย แม่หวังดีกับลูกนะ ถ้าลูกแต่งงานกับหนูหญ้าหวานก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติได้ไง” เธอหันไปพูดกับธาราแทน เมื่อครามไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอทำ

“ผมไม่เคยแคร์ว่าใครจะมองหรือดูถูกผมยังไง ชีวิตของผมบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ผมรู้จักว่าตัวเองเป็นยังไงแล้ว...”

“เทมส์..ลูก..” หญิงสาวมีสีหน้าผิดหวังที่ธาราไม่ต้องการในสิ่งที่เธอพยายามทำให้

“ผมรักไนล์..”

ธาราพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แขกทุกคนในงานล้วนได้ยินอย่างชัดเจน แววตาที่มั่นคงจ้องมองที่ชลธีก่อนที่จะเข้าไปเกาะกุมมือเรียวของหนึ่งนทีเอาไว้ หันมาพูดกับคุณอัญมณีและคุณหญิงญาดา

“ผมอยากใช้ชีวิตคู่กับไนล์ ถึงใครจะมองว่าผิดปกติ แต่ชีวิตที่ไม่มีไนล์สำหรับผมคือชีวิตที่ไม่ปกติต่างหากครับ”

“พะ..พี่เทมส์” หนึ่งนทีที่ถูกบอกรักต่อหน้าผู้คนจำนวนมากถึงกับทำหน้าไม่ถูก เขาเลิกลั่กมองหน้าผู้เป็นพ่อที่ยิ้มอย่างพอใจในความกล้าที่จะยอมรับตัวตนของตัวเองของธารา

“แล้วไนล์ละ?” ครามถามว่าที่ลูกสะใภ้ตัวจริงในอนาคตของตน

“ผะ..ผม ก็อยากอยู่กับพี่เทมส์..” คนปากดีอย่างหนึ่งนทีถึงกับพูดอ้อมแอ้มเสียงค่อยเมื่อถูกถามตรงๆ ต่อหน้าคนมากมาย

“ไม่ใช่..ฉันถามว่าไนล์นะรักเจ้าเทมส์ลูกชายฉันรึเปล่า?” ครามแกล้งถามตรงๆ ทุกคนต่างจับจ้องมาที่หนึ่งนทีทั้งที่รู้คำตอบกันอยู่แล้ว ชายหนุ่มหน้าแดงยันใบหูพูดตะกุกตะกักยิ่งกว่าเดิม

“ว่าไงละ..คุณพ่อถามไม่ได้ยินหรือไง?” ธาราแกล้งกระเซ้าเขาอีกคน

“เงียบเหอะน่า! พูดมากผมจะกลับไปอยู่กับคุณพ่อนะ” หนี่งนทีกระทุ้งศอกใส่ธาราเบาๆ

“พอได้แล้ว อย่าแกล้งน้องกันนักเลย” ผู้เป็นพ่อเข้าใจความรู้สึกของลูกชายดีจึงพูดแทรกขึ้นมา

มหรรณพนิ่งเงียบมองเด็กน้อยที่เขาหลงรักในวัยเด็ก ที่ตอนนี้โตจนมีความรักและกล้าที่จะยอมรับในความรักของตนอย่างเสียดายที่คนๆ นั้นไม่ใช่เขา คุณหมอบุรินทร์เหมือนจะเข้าใจความคิดของชายหนุ่ม เขาตบบ่ากว้างเบาๆ พยักหน้าให้มหรรณพอย่างรู้ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังออกจากงานไปด้วนกันถ้าอิงธารไม่เรียกเขาไว้ก่อน

“พี่แซนกับพี่หมอบีมจะไปไหนกันหรือครับ?”

“หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ที่เหลือก็ให้พวกเขาจัดการต่อเถอะ” มหรรณพยิ้มอ่อนบีบบ่าอิงธารเบาๆ ก่อนหันหลังเดินออกจากงานไปพร้อมกับคุณหมอบุรินทร์

“สักวันผมจะตามหาคนที่รักผมจริงให้เจอ..” อิงธารล้วงกระเป๋ากางเกงกำผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ข้างในไว้แน่น

ทุกคนต่างลืมไปว่าตอนนี้ยังอยู่ในงานเลี้ยงประกาศหมั้นของธารากับหญ้าหวาน โดยเฉพาะคุณหญิงญาดาที่ยืนหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหอยู่กับหญ้าหวานที่ตามธาราลงมาจากเวที

“พอกันที! ฉันรับไม่ได้จริงๆ พรุ่งนี้ฉันจะให้ทนายเข้าไปจัดการเรื่องถอนหุ้นทั้งหมดออกจากบริษัทพวกแก..” ด้วยความโกรธทำให้คุณหญิงญาดาลืมกิริยามารยาทของผู้ดีไปจนหมดสิ้น

“เชิญ! หุ้นน้อยนิดของคุณไม่มีผลกระทบต่อพวกผมสักนิด คุณหญิงอย่าลืมสิครับว่าผมเป็นใคร”

“คุณ!” คุณหญิงญาดารู้สึกเสียหน้าเมื่อเจอคำพูดอวดดีของครามเข้าไป เธอเถียงไม่ออกเพราะเป็นเรื่องจริง

ธุรกิจของครอบครัวอัญมณีใหญ่โตขึ้นมาได้เพราะความสามารถของครามล้วนๆ ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้ว่ามาจากชลธีที่เป็นแรงจูงใจ เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่รัก เงื่อนไขที่ทางบ้านของอัญมณีสร้างขึ้นเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าครามไม่มีทางที่จะทำได้แน่นอน แต่พวกเขาคิดผิด เขาทำสำเร็จก่อนเวลาที่กำหนดจนเป็นตำนานที่พูดถึงมาจนทุกวันนี้

“งานที่ผมทำกับชลธีทุกวันนี้มูลค่ามากกว่าหุ้นทั้งหมดที่คุณหญิงถืออยู่จนประมาณค่าไม่ได้ ถ้าผมจะยกให้ธาราหรือหนึ่งนทีก็ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย” ครามพูดอย่างเป็นต่อ

“คุณแม่ค่ะ พอเถอะค่ะ..” หญ้าหวานรั้งผู้เป็นแม่ไว้ เพราะรู้ว่าไม่มีทางเอาชนะครามได้ กลับถูกคุณหญิงญาดาตำหนิแทนจนหน้าเจื่อนลง

“แกเงียบเถอะน่า เพราะแกมันไม่เอาไหน แค่ผู้ชายคนเดียวก็ทำให้รักไม่ได้ เสียแรงที่เป็นลูกสาวฉันจริงๆ”

“หนู..ผู้ชายดีๆ ยังมีอีกเยอะ ทั้งสวยทั้งเก่งแบบหนูไม่นานก็คงเจอ ตัดใจจากเจ้าเทมส์เถอะนะ” ครามบอกกับหญ้าหวานอย่างเห็นใจ

“.....”

หญ้าหวานเงียบลง เธอเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าจริงๆ แล้วเธอชอบธาราไม่ใช่หนึ่งนที เพราะตอนที่ธาราบอกว่าไม่รักเธอมันเจ็บยิ่งกว่าตอนที่หนึ่งนทีบอกเสียอีก หญิงสาวได้แต่ก้มหน้านิ่งน้ำตาคลอ ไม่ว่าจะรักใครเธอก็ไม่มีวันสมหวังกับทั้งสองคนนี้แน่นอน

“ส่วนคุณหญิงก็ส่งทนายมาได้เลยนะครับ เมื่อไหร่ก็ได้ ทางผมพร้อมเสมอ” ครามพูดทิ้งท้ายกับคุณหญิงญาดาที่โกรธจนตัวสั่น

“ยังจะยืนนิ่งอยู่อีก ไปได้แล้ว!”

“ดะ..เดี๋ยวค่ะ คุณพี่!”

“ฮึ่ม! ถอยไป”

“คุณพี่..”

คุณหญิงญาดาเอ่ยปากไล่คุณอัญมณีที่เข้ามาขวางก่อนคว้ามือหญ้าหวานรีบเดินหนีออกจากงานอย่างเสียหน้า ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องและมือถือของแขกกับนักข่าวสังคมที่ได้รับเชิญมาในงานนี้ด้วย บรรดาแขกต่างก็เริ่มทยอยกันกลับพร้อมกับเสียงซุบซิบนินทา เมื่อเรื่องสนุกสำหรับพวกเขาได้จบลงไปแล้ว ทุกคนต่างรอคอยที่จะอ่านข่าวสังคมพรุ่งนี้แทบไม่ไหวกันทั้งนั้น จนเหลือแต่คนในครอบครัว

“เมนี่..พอเถอะ” ครามเข้ามาห้ามอดีตภรรยาของตนไว้

“ตะ..แต่..คราม”

“ยอมรับเถอะนะ..นี่แหละคือความสุขของลูก คุณอย่าทำผิดอีกเลยนะ” ครามเข้าไปปลอบใจอัญมณีที่ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจและยอมรับเรื่องนี้ได้แล้ว

“ต้องขอโทษแทนครอบครัวของอาด้วยนะที่สร้างความวุ่นวายให้กับไนล์” ครามพูดกับหนึ่งนที

“ฉันก็ต้องขอโทษเธอเหมือนกัน ที่เกือบจะทำผิดต่อพวกเธอเหมือนที่ทำกับชลธี” คุณอัญมณีรู้สึกสำนึกผิดต่อพวกเขาพ่อลูกจริงๆ

“มะ..ไม่หรอกครับ ผมต่างหากที่รบกวนทุกคนมากกว่า” หนึ่งนทีรีบปฏิเสธทันที คำขอโทษของพวกเขาหนักเกินกว่าที่เด็กอย่างเขาจะรับไหว

“แกก็เหมือนเจ้าเทมส์ คิดจะจับมือน้องไปถึงเมื่อไหร่ พ่อเขายังอยู่ตรงนี้นะ” ครามบอกกับลูกชายคนรองของตนที่ยังกุมมือหนึ่งนทีไม่ยอมปล่อย

“คุณอาครับ ยกไนล์ให้ผมนะครับ” อยู่ๆ ธาราก็พูดขอหนึ่งนทีจากชลธีดื้อๆ

“พี่เทมส์พูดบ้าอะไรนะ?!” หนึ่งนทีใช้มืออีกข้างที่เป็นอิสระผลักอกธาราเบาๆใบหน้าหวานแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม

“ฮ่าๆๆ สมกับเป็นลูกชายฉันจริงๆ แล้วนายละว่าไงน้ำ” ครามหัวเราะร่วนหันไปถามชลธีด้วยชื่อเล่นของเขา

“อาอนุญาตให้เธอเป็นผู้ปกครองไนล์ แต่ไม่ได้หมายความว่าอาจะยกไนล์ให้หรอกนะ..”

“คุณพ่อ..” กลับเป็นหนึ่งนทีที่มีน้ำเสียงผิดหวัง ส่วนธาราได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

“ทำไมละน้ำ?” ครามเองก็ไม่คิดว่าชลธีจะปฏิเสธลูกชายตน

“ไนล์ยังเด็กอยู่ ฉันอยากให้เขาโตมากกว่านี้อีกหน่อย”

“เด็กที่ไหนกัน ตอนฉันกับนาย..ก็อายุเท่าๆ ไนล์นี่แหละ” ครามบอกกับชลธีกลับถูกชายหนุ่มดุกลับมาแทน

“คราม..คุณพูดบ้าอะไรต่อหน้าลูกๆ นะ?!”

“ฉันพูดเรื่องจริงนี่ ไม่บ้าสักหน่อย”

“นี่คุณยังไม่หยุดพูดอีกหรอ!”

ครามยังคงหยอกล้อชลธีเหมือนสมัยหนุ่มๆ อัญมณีได้แต่มองและคิดถึงอดีตสมัยที่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขามีความสุขที่สุด

“ธารา”

“ครับ”

“อาไม่ห้ามหรอกนะที่พวกคุณจะคบกัน แต่อาอยากให้ไนล์โตกว่านี้อีกสักหน่อย ถ้าตอนนั้นคุณยังไม่เปลี่ยนใจ เราค่อยมาคุยกันอีกที”

“ครับคุณอา ผมรอได้ครับ”

“แต่..อาจะพาไนล์กลับไปด้วย”

“ว่าไงนะครับ?!”

“ไนล์ก็เรียนใกล้จบแล้ว หลังรับปริญญาอาจะพาน้องกลับไปด้วยกัน” ชลธีบอกกับธารา เขาเป็นห่วงที่จะทิ้งหนึ่งนทีไว้เพียงลำพัง

“ไม่นะครับคุณพ่อ?”

“ไนล์..ลูกนะเงียบเถอะ” ชลธีสั่งลูกชายก่อนหันไปพูดกับธาราต่อ “ถ้าคุณรักไนล์จริงคุณต้องรอได้ เมื่อถึงตอนนั้นคุณยังไม่เปลี่ยนใจ อาจะยกไนล์ให้”

“.....” ธาราถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขารักหนึ่งนทีจริงจะให้รอก็รอได้ แต่สิ่งที่เขาทนไม่ได้ก็คือจะต้องแยกจากหนึ่งนทีและไม่ได้เห็นหน้าเขา

“ว่าไงละ?” ชลธีถามธาราซ้ำอีกครั้ง ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มเพื่อฟังคำตอบจากเขา

“ผมรักไนล์ ผมรอได้ครับ”

“พี่เทมส์!” หนึ่งนทีรู้สึกผิดหวังกับคำตอบที่ธาราไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเขา ต่างกับคนอื่นๆ ที่คิดไว้แล้วว่าชายหนุ่มต้องตอบแบบนี้

“หมายความว่าคุณยินยอมที่จะให้อาพาไนล์กลับไปด้วยใช่มั้ย”

“ไม่ครับ!”

“ว่าไงนะ?”

“ผมรอให้ไนล์พร้อมและเต็มใจยอมรับในความสัมพันธ์แบบนี้ได้ แต่..ผมยอมแยกจากเขาไม่ได้ครับ” ธาราสบตากับชลธีด้วยสายตาที่ขอความเห็นใจแกมบังคับก่อนพูดต่อ

“ทำไมละครับ? การแยกจากกันไม่ใช่สิ่งที่จะพิสูจน์ว่าพวกเรารักกันจริงหรือเปล่า เวลาหรือระยะทางก็ไม่ใช่สิ่งการันตีว่าเราจะคบหรือเลิกกัน ปัจจุบันที่มีไนล์ต่างหากละคือสิ่งที่ผมต้องการ พวกคุณก็เคยสัมผัสความรู้สึกของการต้องแยกจากกันทั้งที่ยังรักมาแล้วไม่ใช่หรือครับว่ามันทรมานแค่ไหน ผมไม่มีวันเดินซ้ำรอยนั้นเด็ดขาด..ไม่ว่าคุณจะพาไนล์ไปไว้ที่ไหน ผมก็จะพาเขากลับมาให้ได้”

“พี่เทมส์” สีหน้าและแววตาของหนึ่งนทีเต็มไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นที่มีต่อธารา ชลธีมองใบหน้าลูกชายในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันสะท้อนภาพตัวเขาเมื่อในอดีตขึ้นมา สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อคนๆ หนึ่ง

“ไนล์..มานี่สิ” ธาราผายมือออก ร่างสูงโปร่งผละจากผู้เป็นพ่อ โผเข้าสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักอย่างไม่อายใคร ไม่เหลือภาพชายหนุ่มดื้อดึงเอาแต่ใจสักนิด

“ความรักทำให้คนเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?” ชลธีไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าหนึ่งนทีจะมีชีวิตแบบตน ทั้งที่เขาเองตั้งใจเลี้ยงหนึ่งนทีให้โตมาแบบผู้ชายปกติที่สุด ถ้าโชคชะตาไม่พาให้เขามาพบกับธาราซะก่อน

“น้ำ..ยอมรับความจริงเถอะ ทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองนะ” ฝ่ามือใหญ่วางลงบนบ่าของชลธี เขาแนบแก้มเนียนลงบนฝ่ามืออย่างเข้าใจความหมายในสิ่งที่ครามกำลังบอกกับเขา

“นั่นสินะ..” รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นที่ใบหน้าของชลธี

“คุณพ่อ..”

“ไนล์..ลูกก็โตพอที่จะเลือกทางเดินของชีวิตได้แล้วนะ ลูกตัดสินใจเถอะ เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข อย่ากลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา ขอให้เตรียมใจยอมรับมันก็พอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จำไว้..ว่าลูกยังมีพ่ออยู่อีกคน”

“ขอบคุณครับคุณพ่อ” ดวงตากลมคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ

“คุณธารา อาฝากน้องด้วยนะ ให้เขาโตกว่านี้อีกสักหน่อยเราค่อยมาคุยเรื่องแต่งงานกัน” ชลธีเหมือนจะรู้ใจธารา เพราะนิสัยชายหนุ่มถอดแบบจากครามผู้เป็นพ่อมาเต็มๆ ไม่เหมือนมหรรณพกับอิงธารที่แทบไม่ได้นิสัยเสียๆ ของพ่อมาสักนิด

“ครับคุณอา” ธาราดึงร่างผอมบางของหนึ่งนทีที่ดิ้นหนีด้วยความอายมากอดไว้แน่น

“แต่งเติ่งบ้าอะไร ใครจะแต่งงานกับพี่วะ?!”

“ไม่ต้องอายหรอกน่า..เขารู้กันทั้งเมืองแล้วว่านายเป็นเมียฉัน ฮ่าๆๆ”

ธารายังไม่ยอมปล่อยหนึ่งนที ทุกคนล้วนยินดีกับทั้งคู่ที่รักและยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นแบบไหน “Love don’t care who you love”

ข่าวสังคมในโซเชี่ยลไม่ทันข้ามคืนก็พูดถึงเรื่องนี้จนดังกระฉ่อนไปทั่ว ชายหนุ่มรูปงามที่รักกันเอง ทิ้งหญิงสาวผู้เพียบพร้อมไว้ลำพัง แต่ข่าวก็คือข่าวไม่นานก็เลือนหายไปตามเวลา แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับไม่เคยจางหายไป ตรงกันข้ามกับเข้มข้นมากกว่าเดิมเสียอีก

 

.

 

.

 

“พี่พาผมมาที่นี่ทำไม?”

“รำลึกความหลังไง”

ธาราขับรถพาหนึ่งนทีออกมานอกเมืองและไกลออกไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นตากับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป หนึ่งนทีได้ย้ายมาอยู่กับธาราอย่างเปิดเผยแม้จะเรียนจบแล้ว เขาไม่ยอมทำงานที่บริษัทของธารา กลับออกหางานทำเองโดยให้เหตุผลว่าต้องการหาประสบการณ์ก่อน ธาราให้เวลาเขาแค่ 2 ปีเท่านั้น และให้กลับมาทำงานกับเขา เขารู้สึกไม่สบายใจที่หนึ่งนทีต้องอยู่ห่าง แม้แต่บริษัทที่หนึ่งนทีไปสมัครงานยังต้องให้เขาช่วยสกรีน โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องอยู่ไม่ไกลจากตึกที่เขาทำงานอยู่ เพื่อที่จะได้ไปรับส่งได้สะดวก

“คุณธารา มาถึงกันแล้วหรือครับ มาๆ อาหารเสร็จพอดีมาทานกันก่อน” ชายผิวคล้ำรูปร่างท้วมออกมาต้อนรับชายหนุ่มทั้งสองคนอย่างดีใจ ก่อนเรียกให้ลูกสาวยกอาหารทะเลสดๆ ออกมาเสริฟ “ดาหลา คุณๆ มากันแล้วยกอาหารออกมาเร็ว”

“ค่า..”

หญิงสาวทยอยยกอาหารทะเลสดๆ ออกมาจนเต็มโต๊ะ เธอแอบมองธาราและหนึ่งนทีอยู่เป็นระยะๆ จนหนึ่งนทีอดที่จะถามด้วยความสงสัยไม่ได้

“เอ่อ..คุณมีอะไรกับพวกผมรึเปล่าครับ?”

“คือ..คุณไปทำอะไรมาคะ ทำไมถึงดูสวยขึ้นกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะเลย..” หญิงสาวถามซื่อๆ จนหนึ่งนทีทำสีหน้าไม่ถูก ธาราถึงกับปล่อยฮาหัวเราะก๊ากจนหนึ่งนทีต้องมองค้อนจนตาเขียว

“ฮ่าๆๆ”

“ดาหลา! พูดอะไรนะ อย่าเสียมารยาทสิ” ชายร่างท้วมตำหนิลูกสาวเสียงเข้ม

“แต่พี่คนนี้กลับดูหล่อขึ้น แมนขึ้นด้วยค่ะ”

“ฉันบอกให้แกหยุดพูดไง! ต้องขอโทษคุณๆ ด้วยนะครับ ลูกสาวผมมันปากมากพูดไม่รู้จักคิด” ชายร่างท้วมพูดติดสำเนียงท้องถิ่นด้วยความเกรงใจธารา

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณลุง น้องเขาพูดเรื่องจริง” ธาราหันไปยิ้มหวานให้ดาหลา

“พวกผมไม่กวนคุณๆ แล้ว เชิญตามสบายนะครับ ดาหลา! มานี่” คุณลุงร่างท้วมบอกกับธาราก่อนหันไปฉุดมือลูกสาวที่ยืนปลื้มชายหนุ่มทั้งสองคนออกไปด้วยกัน

“ขำพอหรือยังวะ?” หนึ่งนทีเอาเปลือกหอยนางรมสดเขวี้ยงใส่ธาราที่หลบได้อย่างเฉียดฉิว

“อย่าเอาของกินมาปาเล่นสิ มันไม่ดีรู้ใช่มั้ย” ธาราดุหนึ่งนทีที่งอนจนแก้มป่อง เขาลุกย้ายที่นั่งจากตรงข้ามมาอยู่ข้างๆ ร่างผอมบางแทน

“มาทำไม?! กลับไปนั่งที่เดิม ตรงนี้มันแคบอึดอัดนะโว้ย!” ร่างบอบบางขยับหนีธาราที่นั่งเบียดเข้ามา ท่อนแขนแกร่งโอบบ่าดึงร่างบางเข้ามาใกล้ เชยคางมนที่สะบัดหนีใหัหันกลับมาสบตา

“ออร่าเมียกระจายขนาดนี้ จะให้ไม่สวยได้ยังไงละ”

“ยะ..อย่ามารุ่มร่ามนะ” หนึ่งนทีดิ้นหนีมือปลาหมึกของธาราที่จับจูบลูบคลำเขาไปทั่วจนเขาเริ่มขนลุกขึ้นมา

“ก็ไนล์ของพี่น่ารักน่าเอาขนาดนี้ ใครจะอดใจไหวละครับ” ธารายังไม่ยอมหยุดลวนลามหนึ่งนที ดีที่เพิงร้านอาหารแห่งนี้มีเพียงแค่พวกเขาสองเท่านั้นเพราะธาราได้เหมาเอาไว้หมดแล้ว ส่วนหนึ่งนทีก็ไม่เคยคิดว่าตัวเขาเองจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เหมือนกัน

“พะ..พอได้แล้วน่า! จะกินมั้ยปูอ่ะ?” ใบหน้าหวานแดงก่ำเมื่อมือของธารากอบกุมอยู่ที่จุดไวต่อสัมผัสของเขา เขารีบปัดมือเรียวออกทันที

“ไม่อยากกินปูแล้ว..ตอนนี้พี่อยากกิน...แทน...” หนึ่งนทีมองตามสายตาของธาราท่ีมาหยุดที่เป้ากางเกงเขาแทน

“ไอ้หื่น ปูเปอไม่ต้องกินแล้ว กินปลาตีนแทนก็แล้วกัน!”

“โอ๊ย! พี่ล้อเล่นใจเย็นๆ สิ นั่งลงก่อนนะครับ”

ธารารีบเอามือออกจากเป้ากางเกงหนึ่งนทีที่ลุกขึ้นยืนยกเท้าขึ้นเพื่อลงโทษคนลามก เขาเอามือรับเท้าหนึ่งนทีไว้ ก่อนค่อยๆ จับร่างบอบบางให้นั่งลงข้างๆ

“เชอะ!”

“กินกุ้งมั้ยครับ พี่แกะให้นะ” ธาราเอาใจคนรักเต็มที่ เขาเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้กับหนึ่งนทีมาเหมือนตอนแรกที่ตามจีบเขาแรกๆ ฟังดูไม่ห่างเหินเหมือนสมัยที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครอง หนึ่งนทีเองก็พอใจที่ธาราแทนตัวเองว่า ‘พี่’ มากกว่าคำว่า ‘ฉัน’ เช่นกัน

“อืม..กิน รีบแกะมาเร็ว ผมหิวแล้ว” หนึ่งนทีแกล้งยิ้มหวานเอาใจธาราที่กำลังป้อนกุ้งใส่ปากตน แต่กลับต้องหงุดหงิดเมื่อชายหนุ่มดันชักมือเอากุ้งที่จ่อที่ปากเขากลับ

“อ๊า..ทำไมอ่ะ”

“ไหนนายเคยบอกว่าแพ้อาหารทะเลไม่ใช่หรอ แล้วจะกินกุ้งได้ยังไง?” ธาราจำได้ว่าหนึ่งนทีเคยบอกตนว่าแพ้อาหารทะเลจนเขาต้องเข้าครัวทำอาหารให้เอง แต่ตอนไปเกาะจันทร์เสี้ยวกลับกินได้เป็นกิโลๆ

“ใครแพ้? ผมไม่เคยพูดสักคำ” หนึ่งนทีทำไม่รู้ไม่ชี้ ก็ตอนนั้นธาราบังคับพาเขามาอย่างไม่เต็มใจ เขาก็เลยแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง

“ว่าแล้วเชียว นี่นายแกล้งฉันหรอ? อย่ากินเลยกุ้งกั้งอ่ะ”

“ผมจะกิน เอามานี่นะ”

ธาราหยิบเนื้อกุ้งตัวใหญ่ใส่ปาก แต่กลับถูกหนึ่งนทีใช้มือเรียวล็อกใบหน้าหล่อไว้ เขาโน้มใบหน้าหวานเข้าไปใกล้ ใช้ฟันกระต่ายแย่งกัดกุ้งอีกฝั่งจากปากของธาราเข้าปากตัวเองเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยยั่วอีกฝ่าย

“อะอ่อยอ้ะ ฮ่าๆๆ” (อร่อยว้ะ..)

“ไอ้เด็กแสบ..คืนนี้ไม่ได้นอนแน่!”

“แบร่..”

ธารายิ้มคาดโทษ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไรนิสัยเอาแต่ใจและชอบเอาชนะเขาของหนึ่งนทีก็ยังเหมือนเดิมเสมอ

 

.

 

.

 

“ลมเย็นจัง หนาวชะมัด บรื๊ออ...”

“มานี่สิ”

ธาราดึงร่างสูงโปร่งของหนึ่งนทีเข้ามาใกล้ ท่อนแขนแกร่งโอบบ่าเขาไว้เพื่อให้อบอุ่น ชายหนุ่มไม่ผละหนีเหมือนแต่ก่อนยอมให้เขากอดโดยดี ทั้งคู่เดินเล่นเลียบชายหาดยาวสุดลูกตาไปเรื่อยจนถึงจุดที่มองเห็นวิวยามค่ำคืนที่ดูคุ้นตาจึงหยุด หนึ่งนทีซบหน้าลงบนบ่ากว้าง เขาเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของธาราผ่านสันกรามได้รูปขึ้นไป ธาราจัดว่ามีหน้าตาที่หล่อดึงดูดสายตาอย่างมาก มิน่า..ทุกคนต่างพยายามจะเข้าหาเขา แต่ทำไมชายหนุ่มถึงมาถูกใจเด็กอย่างเขาได้นะ

“มองอะไร? นี่ผัวนะ ไม่ต้องแอบหรอก มองตรงๆ ก็ได้” ธารารู้ทันหนึ่งนที

“ใครมอง? หลงตัวเอง ผมแค่คิดว่าพี่นี่ตัวสูงชะมัด ชอบตีพ่อตีแม่ป่ะเนี่ย..” หนึ่งนทียกมือขึ้นวัดส่วนสูง ตัวเขาเองยังสูงไม่ถึงปลายจมูกธาราเลย

“ปากดี”

“โอ๊ย..เจ็บนะ ผลักหัวผมบ่อยๆ เดี๋ยวก็โง่กันพอดี” ธาราแกล้งผลักหัวทุยจนโยก

“พูดมากน่า..มานี่เลย”

ฟุ่บ!

“เฮ้ยย! เดี๋ยวพี่จะทำอะไรวะ ปล่อยผมลงนะเดี๋ยวหล่น”

หนึ่งนทีร้องโวยวายเมื่อท่อนแขนแกร่งรวบเข้าใต้สะโพกบางยกร่างสูงโปร่งลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย

“เคยบอกแล้วไง มาถึงทะเลแล้ว ก็ต้องเล่นน้ำสิ” ธารายกยิ้มเจ้าเล่ห์ หนึ่งนทีรู้สึกหมันไส้กับรอยยิ้มแบบนี้ของเขาที่สุด เพราะมันดูมีเสน่ห์มาก

“ไม่เอา..ไม่เล่น จะมืดแล้วเดี๋ยวพรายน้ำจะออกมาเอาตัวไปนะ” หนึ่งนทีที่ขึ้นชื่อเรื่องกลัวผีเป็นที่สุดดิ้นรนหนีสุดตัวแต่ไม่หลุด เพราะสู้แรงของธาราไหว

“ไร้สาระน่า พรายน้ำมีที่ไหน แต่ผีทะเลไม่แน่หรอกนะ ฮ่าๆๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะลั่นรวบร่างผอมบางวิ่งลงทะเลอย่างสะใจ ไม่สนใจเสียงร้องห้ามของหนึ่งนที

“อย่าาาา...”

ตูมมมมม..!!

ธาราอุ้มหนึ่งนทีวิ่งลงทะเล เขาจับร่างบางโยนลงน้ำจนเปียกไปทั้งตัว เสื้อยืดสีขาวบางที่ไม่มีเสื้อซับข้างในเผยผิวกายขาวเนียนอย่างชัดเจน ดึงดูดให้เขาจ้องมอง ถึงเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว และเขาก็เห็นทุกสัดส่วน ทุกซอกมุมของร่างกายหนึ่งนทีจนหมดแล้ว แต่เขากลับไม่สามารถละสายตาจากเรือนร่างที่หลงใหลนี้ได้เลย

ซ่าาาา!!

“แค่กๆๆ พี่ทำบ้าอะไรวะ!” หนึ่งนทีสาดน้ำใส่หน้าคนขี้แกล้งอย่างโมโห เจ้าตัวเองก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ ธาราชอบรีแอคฯ ที่ไม่เสแสร้งของหนึ่งนที่ที่สุด

“พี่ขอโทษนะครับ..อย่าโกรธเลยนะ นะ..น้าาา..” ธาราดึงร่างผอมบางเขามาแนบตัว หนึ่งนทีกอดคอธาราเพื่อลอยตัวไว้เมื่อชายหนุ่มพาเขาลงไปในทะเลที่ลึกจนปลายเท้าแตะไม่ถึงพื้น

“อย่าไปไกล ผมว่ายน้ำไม่แข็ง”

ตูมมมม!!

สิ้นเสียงของหนึ่งนทีคลื่นลูกใหญ่ก็ซัดเข้าใส่ทั้งคู่อย่างแรงจนแยกจากกัน เหตุการณ์แบบนี้เหมือนจะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นเขากลัวแทบตายว่าพรายน้ำจะมาเอาตัวเขาไปอยู่ด้วย

“พะ..พี่เทมส์ ชะ..ช่วยด้วย!”

ตูมมมม!!

ไนล์ตะเกียกตะกายร้องเรียกหาธาราที่ถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดจนแยกจากเขาด้วยความกลัว เขาสำลักน้ำเค็มจนน้ำตาไหล ดวงตากลมแดงก่ำไปหมด

หมับ!!

“ไนล์..ใจเย็นๆ พี่อยู่นี่ไม่เป็นไรแล้วนะ” ธาราคว้าข้อมือหนึ่งนทีไว้ดึงร่างผอมบางเข้ามากอดไว้แนบตัว

“พะ..พี่เทมส์” สองแขนเรียวกอดคอแกร่งไว้แน่นกว่าเดิม สองขายาวเกี่ยวเข้ากับรอบเอวหนาเพื่อพยุงตัวขึ้นเหนือน้ำให้มากที่สุด แผ่นอกบางแนบสนิทไปกับใบหน้าหล่อจนธาราแทบหายใจไม่ออก

“ไนล์ ปล่อยก่อน พี่เคยบอกแล้วไงทำแบบนี้เดี๋ยวก็ได้จมทั้งคู่หรอก!” เทมส์ดันอกบางออกจากใบหน้าอง “หายใจเข้าลึกๆ นะ ทำตัวตามสบายแล้วค่อยๆ ปล่อยขาออกนะ”

“ไม่เอา! ไม่ปล่อยเดี๋ยวพี่แกล้งผมจมน้ำตายจะทำไงเล่า!” หนึ่งนทีดิ้นโวยวายไม่เลิกด้วยความกลัว

“พี่ไม่มีทางปล่อยให้นายเป็นอะไรหรอก เชื่อพี่สิ..พี่รักไนล์นะ” ชายหนุ่มพยายามปลอบหนึ่งนทีที่กำลังตกใจให้คลายความกังวล ชายหนุ่มค่อยๆ คลายขาที่เกี่ยวเอวธาราอยู่ออกช้า ๆ ก่อนปล่อยตัวลอยอยู่ในทะเลโดยมีร่างสูงใหญ่ช่วยพยุงร่างบางไว้

“พี่เทมส์ พี่เล่นบ้าๆ อีกแล้วนะ ถ้าผมจมน้ำตายจะทำยังไง” หนึ่งนทีทุบอกหนาเบาๆ ด้วยความอายที่ได้ยินธาราบอกรัก ตัวเขาเองจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้สักที “พะ..พาผมกลับฝั่งเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“อย่าเพิ่งสิ ขอพี่อยู่อย่างนี้อีกหน่อย”

ธาราโอบเอวบางไว้ลอยคออยู่กลางทะเลเพียงสองคน สองแขนเรียวโอบบ่ากว้างไว้แน่น ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างหลงใหลจนหนึ่งนทีต้องเป็นฝ่ายกรอกสายตาหนีแทน

“อย่าหลบตาสิ”

“พี่ก็เลิกจ้องแบบนี้สิ มันแปลกๆ ยังไงไม่รู้” ชายหนุ่มรู้สึกขัดเขินกับสายตาของธาราที่จ้องมองราวกับจะทะลุไปถึงภายในใจของตนเอง

“พี่รักไนล์ขอจูบได้มั้ย” ธาราจ้องดวงตาเรียวที่หลุกหลิกไปมา

“..ปกติก็ไม่เคยขอนี่..” คราวนี้หนึ่งนทีตอบรับอย่างเต็มใจ ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มอย่างเชิญชวนคนตรงหน้า

ใบหน้าหล่อเอียงเล็กน้อย ประกบริมฝีปากบางสวยได้รูปสีสดลงบนกลีบปากอวบอิ่มสีชมพูอย่างแผ่วเบา หนึ่งนทีตอบรับจูบแสนหวานอย่างไม่รังเกียจ โอบรัดต้นคอหนารั้งเข้ามาจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนถอนริมฝีปากออกอย่างอาวรณ์

“พี่รักไนล์ แต่งงานกับพี่นะ”

“อะ..อะไรนะ?”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ท้องทะเลหลังตะวันตกดินมืดดำสนิท ท้องฟ้าก็ประดับไปด้วยดวงดาวระยิบระยับราวกับจะมาชุมนุมเพื่อเป็นสักขีพยานในการขอแต่งงานครั้งนี้

“พะ..พี่จะล้อเล่นอะไรกับผมอีก” หนึ่งนทีหัวใจเต้นแรงถี่ขึ้นจนแทบหลุดมานอกอกเมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของธารา

“ผม นายธารา ธรรมสมุทร ขอสัญญาต่อหน้าท้องทะเลและผืนฟ้าแห่งนี้ว่า..จะรักนายหนึ่งนที กระแสสินธุ์ เพียงคนเดียวตลอดไป” ธาราพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นต่อหน้าหนึ่งนที จนชายหนุ่มรู้สึกขนลุกด้วยความปีติ

“ไนล์ แต่งงานกับพี่นะ”

“อืม..ครับๆ ฮือๆๆ”

หนึ่งนทีโผเข้ากอดคอธาราแน่นกว่าเดิม คำขอแต่งงานที่หมายถึงการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกัน คำขอแต่งงานที่ออกมาจากปากของคนรักมันเป็นความสุขที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมพวกผู้หญิงถึงชอบร้องไห้ตอนที่ถูกคนรักขอแต่งงานกันนัก ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของบรรดาหญิงสาวทั้งหลายแล้วว่าเพราะอะไร

“เด็กขี้แย อายุตั้งเท่าไรแล้วยังจะร้องไห้เป็นเด็กๆ อีก” ธาราขยี้หัวทุยเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

“กะ..ก็ผมดีใจนี่” หนึ่งนทีปาดน้ำตาตัวเอง เขาเคยเข้าใจมาตลอดว่าความรักของคนที่เป็นเหมือนพวกเขามักจะไม่ค่อยสมหวัง ต่อให้รักกันแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลิกกันอยู่ดี

แต่ด้วยธาราเป็นคนที่มีจุดยืนที่แน่นอนในชีวิต เขายอมรับในรสนิยมทางเพศของตัวเองโดยไม่แคร์และไม่เอาความรู้สึกของตัวเองไปแขวนไว้กับสังคมที่ทั้งเปิดรับและต่อต้านพวกเขา ความเด็ดเดี่ยวของเขาช่วยประคับประคองจิตใจที่หวั่นไหวของหนึ่งนทีให้ผ่านมาได้จนทุกวันนี้

“ขึ้นกันเถอะ” ธาราจูงมือหนึ่งนทีขึ้นจากน้ำ เพราะยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นลง เขากลัวว่าร่างผอมบางนี้จะเป็นหวัดไปซ่ะก่อน

“พี่จะไปไหน บ้านนอกแบบนี้จะมีโรงแรมหรอ?

“มีสิ นายลืมไปแล้วหรือไง?” ธาราส่งยิ้มด้วยรอยยิ้มที่หนึ่งนทีเกลียดที่สุดให้เขา

“ยะ..อยากนะว่า ทะ..ที่นั่น” แค่นึกหนึ่งนทีก็ขนลุกขึ้นมาทันที

“ใช่แล้ว ก็โรงแรมผีสิงนั่นไงละ คืนนี้พี่จะไล่ผีให้น้องไนล์ทั้งคืนเลย ฮ่าๆๆๆ”

“มะ..ไม่เอา ปล่อยผมนะ ผมไม่ไป! ปล่อยนะ! ปล่อยยยย..!!”

 

ธาราไม่ฟังคำร้องห้ามของหนึ่งนทีเขาอุ้มร่างผอมบางลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดายเดินตัวปลิวไปที่รถยนต์หรู โรงแรมผีสิงคืออีกสถานที่หนึ่งในความทรงจำของพวกเขา เป็นที่แห่งแรกที่พวกเขามีความสัมพันธ์กันจนกลายมาเป็นรักแท้บนเส้นทางที่สับสนนี้

 

“Love don’t care who you love”

 

 

 

 

——- THE END ——

 

 

 

** ขอขอบคุณรีดทุกท่าน

ที่กดเข้ามาอ่านเป็นเพื่อนกันจนจบนะคะ **

 

 

 

 

X

ความคิดเห็น