email-icon facebook-icon Twitter-icon

มาจอยกันเถอะ! ทักทายได้ทุกเมื่อ เราชอบคุยมากกกกกก (ก.ไก่ แปดล้านตัว!!) และก็ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนกันนะจ้ะ ^___^

ชื่อตอน : อัศวิน 6......100%

คำค้น : อัศวิน, สายลม, ดราฟ, จุน, ปอม, วิป, นิยายวาย, BlueGusten

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 475

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2563 09:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อัศวิน 6......100%
แบบอักษร

CHAPTER 6 

 

“ตื่นได้แล้ว” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูคนหลับ  

“อือออ” สายลมครางขัดใจก่อนจะหันหนีเจ้าของเสียงที่มองเขานอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

“ตื่นได้แล้วเดี๋ยวกูสาย” 

“สายมึงก็ไปก่อนดิ” คนหลับตอบอู้อี้พลันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวเพื่อหนีจากบทสนทนา 

“แต่กูมารับมึงไปเรียนด้วยกัน”  

“มารับ...มารับใคร?” หัวทุยๆ โผล่พ้นผ้าห่มออกมาพร้อมกับหันไปทางต้นเสียงก่อนจะพบกับใบหน้าหล่อเหลานี้ห่างจากใบหน้าของเขาเพี่ยงไปกี่นิ้ว  

“ก็มารับมึงไง” 

“เชี่ยวิน!!! โอ้ย!!” สายลมเบิกตากว้างเมื่อสติเริ่มเข้าที่เข้าทางก่อนจะดีดตัวหนีจนตกเตียงอีกฝั่ง 

“มะ...มึงเข้าห้องกูได้ไง!?” 

“แม่มึงให้กูเข้ามา” 

“แต่กูจำได้ว่ากูล๊อกประตูแล้ว” 

“ก็แม่มึงอีกน่ะแหละที่หากุญแจมาเปิดห้องมึง”  

สายลมอ้าปากค้างเมื่อคนที่ทำให้ไอ้ถือวิสาสะลอยหน้าลอยตามองเขาอย่างยียวนอยู่ตรงนี้เป็นแม่ของเขาที่ตอนนี้คงเตรียมของอยู่ด้านล่าง  

“ตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำเร็ว วันนี้กูเรียนแปดเดี๋ยวสาย” อัศวินเดินไปหาเจ้าของห้องที่นั่งกองบนพื้นอีกฝั่ง 

“สายมึงก็ไปดิจะมารอกูเพื่อ?” 

“นี่มึงจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้?” 

“เรื่องอะไรของมึง!?”  

“กูบอกมึงว่าไง?” อัศวินย่อตัวนั่งลงตรงหน้าสายลม “กูกำลังจีบมึงอยู่...แล้วกูจะมารับคนที่ตัวเองกำลังจีบไปมหา'ลัยด้วยกันไม่ได้เหรอวะ” 

คนได้ยินเบิกตากว้างก่อนจะถอยหนีจนหลังติดเข้ากับตู้เล็กข้างเตียง “ตะ...แต่กูไม่ไปกับมึง” 

“คิดว่ามึงปฏิเสธกูได้มั้ยล่ะ” อัศวินยิ้มเยาะยื่นหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายใกล้กว่าเดิม 

“มึงจะทำอะไร!?” 

“รู้ว่ามึงใส่แค่นี้นอนมาคราวหน้ากูจะได้เตรียมอย่างอื่นมาด้วย” 

“อะ...อะไร!?” 

“มึงคิดว่าอะไรล่ะหืม?” คนตัวโตส่งยิ้มร้ายพร้อมใช้สายตาโลมเลียอีกฝ่ายที่สวมเพียงบ๊อกเซอร์ลายเป็ดเหลืองจนสายลมเห่อร้อนไปทั้งหน้า 

“ไอ้ลามก!! ถอยไปนะเว้ย!” คนตัวเล็กผลักคนตรงหน้าก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป 

“กูให้เวลามึงสิบห้านาทีลงไปเจอกูข้างล่าง” อัศวินเดินไปเคาะประตูห้องน้ำแต่กลับไม่มีเสียงใดตอบมา 

“ได้ยินที่กูพูดมั้ย” 

“...” 

“ไม่ได้ยินเดี๋ยวกูเข้าไปพูดข้างๆ หูมึงก็ได้นะ” 

“เออๆ เดี๋ยวกูลงไป” ได้ผล...ร่างสูงอมยิ้มให้กับความน่ารักของสายลมก่อนจะเดินลงมายังชั้นล่าง 

“เจ้าลมตื่นแล้วเหรอจ้ะ” ดุจดาวเอ่ยถามรุ่นพี่บ้านตรงข้ามของลูกชาย 

“ครับ อีกเดี๋ยวคงตามลงมา” 

“วันนี้ทานเมนูเดิมหรือเปล่าไม่เห็นเรามาทานตั้งหลายปีนึกว่าลืมร้านน้าไปซะแล้ว”  

“จะลืมได้ไงล่ะครับแต่เพราะผมย้ายไปอยู่คอนโดตั้งแต่เรียนมหา'ลัยเลยไม่ค่อยได้แวะมาทาน เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอทานเมนูเดิมของผมให้หนำใจเลยละกัน” อัศวินฉีกยิ้ม 

“ได้จ้ะ ป๊าปลาหมึกผัดผงกะหรี่” ดุจดาวบอกสามีของตัวเอง 

“เดี๋ยวอั้วจัดให้อาวินลื้อมานั่งนี่ก่อน” เฮียอ้วนพูดพลันขยับเก้าอี้ของโต๊ะตัวใกล้เตาให้ 

อัศวินนั่งลงและใช้สายตากวาดมองร้านอาหารตามสั่งที่เขามักจะข้ามมากินเสมอเมื่อครั้งยังไม่ทะเลาะกับสายลม ทุกอย่างยังคงกลิ่นอายของวันวานเอาไว้ เฮียอ้วนที่ตั้งใจผัดกับข้าวอยู่หน้าเตาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกับดุจดาวที่ง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบอยู่ใกล้ๆ ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน 

คิดถึง...วันเดิมๆ จัง 

“เอ่อ...ผมได้ยินว่าลมอยากเปลี่ยนไปเรียนที่อื่น” อัศวินที่ชื่นชมบรรยากาศจนพอใจเอ่ยขึ้น 

“อยากไปที่ไหนไม่ไปดันอยากไปเรียนตั้งเชียงใหม่โน่น” เฮียอ้วนพูดก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นหนักใจ 

“เชียงใหม่?” 

“ใช่ แต่อั้วไม่ไห้มันไปหรอกอยู่เองได้ที่ไหนทำอะไรก็ไม่เป็น” อัศวินจึงหันไปถามอีกคน 

“แล้วน้าดาวล่ะครับ” 

“น้าก็เป็นห่วงไม่อยากให้ไปแต่เจ้าลมก็ดึงดันอยากจะไปท่าเดียว” ดุจดาวว่าด้วยใบหน้าหนักใจ 

“ลมได้บอกมั้ยครับว่าทำไมถึงอยากไปเรียนที่โน่น” 

“เห็นบอกอยากเรียนสังคม...สังคมอะไรเนี่ยแหละอั้วก็ไม่ได้สนใจเพราะถึงยังไงอั้วก็ไม่ให้มันไปอยู่แล้ว” 

“ลมมันบ่นมั้ยครับว่าเรียนที่นี่ยากไปสำหรับมัน” 

“เห็นบ่นแต่วิชาภาษาอังกฤษน่ะแหละ เออนี่จะว่าไปอาวินเองก็เรียนคณะเดียวกับมันนี่” 

“ใช่ครับ” 

“งั้นลื้อก็เป็นรุ่นพี่มันน่ะสิ” เฮียอ้วนมองมาก่อนอัศวินจะพยักหน้าตอบ “ดีเลยช่วยอั้วพูดกับมันหน่อยสิ” 

“ครับ?” 

“ช่วยอั้วเกลี้ยกล่อมมันหน่อย อั้วอยากให้มันเรียนที่นี่มากกว่า” เฮียอ้วนว่าก่อนจะวางปลาหมึกผัดผงกะหรี่ที่อัศวินสั่งลงบนโต๊ะ 

“งานยากเลยนะครับ ลมมันไม่ค่อยฟังผมสักเท่าไหร่ด้วยสิ” คนถูกขอถอนหายใจ 

“ไม่เอาน่า ตอนพวกลื้อเด็กๆ มาเล่นด้วยกันออกจะบ่อย เจ้าลมเองก็ติดลื้ออย่างกับอะไรดี ลื้อพูดอะไรบอกอะไรมัน มันทำตามลื้อทุกอย่าง” 

“ทำตามทุกอย่าง?” อัศวินไม่เข้าใจ 

“ใช่ ตอนนั้นลื้อบอกให้มันหัดช่วยอั้วมันก็ช่วย เนี่ยวันไหนที่อั้วไม่อยู่ทิ้งร้านให้มันได้เลยนะมันทำเป็นทุกอย่างติดแค่มันขี้เกียจไปหน่อย” เฮียอ้วนนั่งลงใกล้ๆ 

“งั้นเหรอครับ...ผมเองก็อยากให้กลับมาเป็นแบบนั้น” อัศวินลอบยิ้มกับสิ่งที่เพิ่งจะรู้หากแต่สายตาของเฮียอ้วนและดุจดาวที่มองมากลับทำเอาเขาต้องแก้เขิน “แบบว่า...มีมันอยู่ด้วยสนุกดีเหมือนมีน้องชายน่ะครับ” 

“คุยไรกับพ่อแม่กู” เสียงคนมาใหม่ที่เพิ่งเดินลงจากบันไดมาเรียกน้ำโหจากดุจดาวจนเธอต้องปราม 

“เจ้าลมทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้นล่ะลูก” 

“ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือ” อัศวินแก้ต่าง 

“แต่น้าถือ มานี่เลย!” ดุจดาวได้ทีดึงหูลูกชายตัวเอง 

“โอ้ยแม่ผมเจ็บนะ!” สายลมนิ่วหน้าพลันมองไปยังอัศวินที่กลั้นขำอยู่ไม่ห่าง 

“ก็ทำให้เจ็บยังไงล่ะ ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้เลยแล้วทีหลังก็เรียกพี่เขาว่าพี่วินด้วย” 

“ห๊ะ!?” 

“ไม่หงไม่ห๊ะแล้ว” 

“ไม่เอา! ไม่เรียก!” สายลมดื้อดึงก่อนจะดิ้นจนหลุดและวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังอัศวิน 

“ลูกคนนี้นี่!” ดุจดาวบ่นหัวเสีย 

“ลื้อนี่ชักจะพูดไม่รู้เรื่องไปทุกวันแล้วนะมาให้อั้วตีซะดีๆ” เฮียอ้วนขู่พร้อมกวักมือให้ลูกชายไปหาอย่างคาดโทษ 

“ไปก็โดนป๊าตีอะดิ แล้วเมื่อไหร่ที่ป๊ายอมให้ลมไปเรียนที่เชียงใหม่ลมก็จะพูดเพราะเมื่อนั้นแหละ” 

“ลื้อนี่มัน!” 

“จะไปก็รีบๆ แดกกูจะไปรอข้างนอก” สายลมว่าก่อนจะวิ่งหนีออกจากบ้านไป 

“สายลม!” ดุจดาวตะโกนก่อนอัศวินที่นั่งขำกับภาพของครอบครัวตรงหน้าจะเอ่ยขึ้น 

“ไม่เป็นไรครับน้าดาว อาอ้วนผมขอตัวก่อนนะครับวันนี้อาหารอร่อยมาก” คนพูดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง 

“น้าขอโทษแทนเจ้าลมมันด้วยนะปกติมันไม่ใช่คนแบบนี้” ดุจดาวหน้าเสีย 

“ผมรู้ครับ มันเป็นแบบนี้แค่กับผม” อัศวินยอมรับข้อนี้ดี 

“กับลื้อ?” 

“ไว้ผมจะเล่าให้ฟัง ส่วนเรื่องที่คุณอาขอผมจะพยายามทำให้ขอตัวก่อนนะครับ” ว่าเสร็จร่างสูงก็ทิ้งผู้ใหญ่ทั้งสองที่ไม่เข้าใจกับคำพูดของเขาไว้เบื้องหลังก่อนเจ้าตัวจะออกมาหาคนหน้างอที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน 

“ชักช้า” สายลมบ่น 

“หึ!” 

“หัวเราะไรของมึง” 

“หัวเราะมึงน่ะแหละ” ร่างสูงว่าก่อนจะยื่นหมวกกันน๊อกที่เตรียมมาอีกใบให้อีกฝ่าย 

“อะไร?” 

“เอาไปใส่ก่อนกูกับมึงจะโดนตำรวจโบก” 

“กูไม่ใส่เว้ย!” สายลมมองหมวกที่อีกฝ่ายยื่นให้ก็ค้านสุดใจ 

“เอาไปใส่” 

“คิดอะไรจะให้กูใส่สีนี้!” ร่างเล็กขึ้นเสียงเมื่อหมวกกันน๊อกที่อัศวินยื่นให้มันเป็นสีชมพูแถมยังลายการ์ตูนคิตตี้ที่เด็กผู้หญิงชอบกันอีกต่างหาก 

“ก็มันเหมาะกับมึงนี่หว่า” 

“กูไม่ใส่” 

“ใส่เข้าไป” ร่างสูงว่าก่อนจะยัดหมวกใส่ลงหัวทุยๆ ของสายลม 

“เชี่ยวิน!” คนตัวเล็กที่พยายามสู้แรงอีกฝ่ายแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ไหวได้แต่ก่นด่าไม่หยุด “ทำไมชอบบังคับกูวะ!” 

“แล้วทำไมมึงชอบขัดกูล่ะ” อัศวินตอบก่อนจะสวมหมวกกันน๊อกสีดำขลับของตัวเองบ้าง 

“#%*&@$#_LKI#$@%!(*&%^!” เสียงอู้อี้ที่ดังลอดเล็ดออกมาจากอีกฝ่ายผลักให้ร่างสูงดึงตัวสายลมเข้ามาและเปิดหน้ากากของอีกฝ่ายขึ้น 

“จะพูดก็เปิดนี่ก่อนมั้ยบ่นอะไรกูไม่ได้ยิน” 

“กูพูดว่าหมวกกันน๊อกสีชมพูลายคิตตี้ผู้ชายที่ไหนเขาใส่กัน!” สายลมตะโกนตาขวาง 

“แต่กูว่ามันเหมาะกับมึง” 

“เหมาะกับผีน่ะสิ!” 

“อ้าวนี่กูกำลังจะเอาผีซ้อนท้ายไปมหา'ลัยเหรอวะ”  

“กูประชดเถอะ!” 

“แต่กูว่าผีตนนี้น่ารักดีว่ะ” 

“...” คนถูกพูดถึงเบิกตากว้างก่อนคนพี่จะโน้มตัวลงมาจ้องหน้าและขยับหมวกของอีกคนให้เข้าที่ 

“ยิ่งใส่หมวกใบนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่...นั่นแหละความหมายของคำว่าเหมาะสมกับมึงของกู” ว่าเสร็จอัศวินก็ควบมอเตอร์ไซค์แต่สายลมกลับยืนนิ่งจนร่างสูงต้องเรียกสติ 

“เอ๋อแดกเหรอมึง ขึ้นมาดิเร็วๆ เดี๋ยวกูสาย”  

คนตัวเล็กกระพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติก่อนจะก้าวขึ้นซ้อนท้ายบิ๊กไบค์คันโต 

“อย่าพูดแบบนี้กับกูอีก” สายลมว่าเมื่อจัดแจงท่านั่งให้เข้าที่เพราะเขายังไม่ชินกับการซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่เปรียบเสมือนผิวหนังหุ้มเหล็กแบบนี้ 

“ทำไม”  

“กูไม่ชอบ” 

“แต่กูชอบ” 

“ไอ้!...” 

“เชื่อเหอะลมมึงห้ามกูไม่ได้หรอก” ว่าเสร็จอัศวินก็เอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อคว้ามือของอีกฝ่ายมาเกาะที่เอวของเขาก่อนจะออกแรงบิดบิ๊กไบค์คันโปรดจนสายลมต้องกระชับมือที่จับเอวอีกฝ่ายเอาไว้ให้แน่นกว่าเดิม 

โธ่เว้ย! กูขอลาออกจากการเป็นสายลมตอนนี้ทันมั้ยวะ!! 

: 

ทั้งคู่มาถึงมหา'ลัยก่อนเวลาเรียนเกือบยี่สิบนาที อัศวินถอดหมวกกันน๊อกออกก่อนจะช่วยสายลมที่คลำหาทางถอดมันอย่างงงๆ ตรงหน้า และเมื่ออีกฝ่ายถอดหมวกเจ้ากำออกได้คนตัวเล็กก็กระแทกคืนอัศวินไปเต็มท้องเสียจนร่างสูงนิ่วหน้า ทว่าเขากลับขำก่อนจะรีบวิ่งตามคนที่จ้ำเท้าเดินหน้ามู่ไปอย่างไว 

“วิชาแรกมึงเรียนไร?” 

“จะอยากรู้ไปทำไม” สายลมสวนตาขวาง 

“ก็แค่อยากรู้” 

“ไว้กูจะคิดบัญชีวันนี้กับมึงแน่ๆ แม่งน่าอายฉิบหาย” คนตัวเล็กคาดโทษแต่อัศวินยังลอยหน้า 

“จะคิดเมื่อไหร่ก็รีบๆ แล้วกัน ว่าแต่กูถามวิชาแรกมึงเรียนอะไร” 

“ไม่บอก” 

“นี่กูถามมึงดีๆ นะลม” อัศวินคว้าข้อมืออีกฝ่ายให้หยุดเดินพลางจ้องกลับนิ่ง 

“ฟิสิกส์” สายลมมองคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจตอบ 

“อาจารย์ชิดตะวัน?” 

“อืม” 

“แล้วก่อนพักเที่ยงล่ะ” 

“อิ๊ง” 

“งั้นเดี๋ยวกูไปรอที่อาคารเรียนรวม” 

“รอ...รอทำไม?” สายลมขมวดคิ้วมุ่น 

“จะไปกินข้าวด้วย” 

“ไม่ต้องเลยกูจะไปกินกับไอ้จุนไอ้วิป” ร่างเล็กรีบปฏิเสธ 

“ก็กูจะไปกินด้วยอีกคนไง” 

“ไม่” 

“กูจะไป” 

“แต่กูไม่ให้ไป!” 

“อ้าวพี่วินหวัดดีฮะ” วิปที่เดินมาเจอทั้งคู่เอ่ยทักพี่รหัสของตัวเอง 

“เออหวัดดี” 

“เมื่อกี้เถียงอะไรกันน่ะ” ร่างโปร่งถามด้วยความอยากรู้ 

“กูแค่อยากไปกินข้าวกลางวันกับพวกมึงแต่ไอ้ลมแม่งไม่ให้ไป” อัศวินได้ทีฟ้องน้องรหัสผู้แสนดีไปหนึ่งดอก 

“เอ้าไอ้ลมไหงงั้นล่ะกินหลายคนสนุกดีออก” ร่างโปร่งว่าก่อนบอกกับพี่รหัสไปอีก “เอ่อ...ชวนเพื่อนพี่มากินด้วยดิ” 

“ไอ้วิป...” สายลมปรามที่เพื่อนเห็นแก่พี่รหัสมากกว่า 

“น่า...กินด้วยกันหลายคนอร่อยดีเนอะพี่วิน” 

“นี่มึงเพื่อนใครกันแน่” 

“กูเพื่อนมึงแต่เป็นน้องรหัสพี่วินไง” คนถูกถามว่า 

“เอาเป็นว่ากูจะรอมึงแล้วกัน” อัศวินสรุปก่อนจะยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า 

“ไอ้วินกูบอกแล้ว!...” 

“กล้าขัดเหรอ?” ร่างสูงเอ่ยดัก “ขัดแล้วจะโดนอะไรรู้ตัวมั้ย” จบคำพูดของอัศวินสายลมที่ดูท่าอยากจะเถียงแต่กลับเงียบทำเอาวิปที่ยืนอยู่ด้วยมองทั้งคู่สลับกันไปมาอย่างสงสัย 

“เอาตามนั้นนะกูไปล่ะแล้วเจอกัน” ร่างสูงว่าก่อนจะเดินไปเรียน 

“มันยังไงๆ อยู่นะมึงกับพี่รหัสกูเนี่ย” วิปเอ่ยเมื่ออัศวินหายไปในฝูงนักศึกษาที่เดินไปมาแล้ว 

“ก็ไม่ไง แล้วนี่ไอ้จุนยังไม่มา?” สายลมเปลี่ยนเรื่อง 

“กูต้องถามมึงมากกว่ามั้งพวกมึงเมเจอร์เดียวกันนะเผื่อมึงลืม” คนถูกเบนความสนใจไปเรื่องอื่นว่า 

“กูก็ยังไม่เห็นว่ะสงสัยจะขาดอีกตามเคยแม่งวิชาตอนเช้าไม่มีคลาสไหนเช็คชื่อด้วย” 

“ตามนั้นล่ะมั้ง ได้เวลาแล้วว่ะกูไปก่อนนะเจอกันตอนเที่ยง” 

“เออๆ” สายลมพ่นลมออกมาอย่างโล่งอกเมื่อวิปไม่สืบเรื่องเมื่อกี้ต่อ ก่อนที่เขาจะเดินไปเรียนวิชาแรกของวันเช่นกัน 

: 

พอถึงเวลาพักเที่ยงสายลมเดินออกจากคลาสภาษาอังกฤษมาด้วยอาการเบลอๆ มึนๆ ทุกคนอาจจะคิดว่าเรียนหนักแต่ไม่เลยเพราะเขาดันหลับตั้งแต่ต้นยันจบคลาสต่างหากจนตอนนี้ร่างเล็กรู้สึกปวดตุบๆ ที่หัวเอามากๆ แต่ทว่าอาการเหล่านี้กลับเล็กไปเลยเมื่อจู่ๆ ตลอดทางที่เขาเดินลงมาจากชั้นสามมีแต่นักศึกษาคนอื่นมองพร้อมซุบซิบเกี่ยวกับเขา และเมื่อเจ้าตัวมาถึงยังชั้นล่างเสียงซุบซิบและสายตาพวกนั้นกลับยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อคนที่เดินผ่านไปมาตรงโถงทางเดินต่างพากันหันมามองเขาเป็นตาเดียว ที่สำคัญคนมองกลับเป็นพวกสาวๆ หรือไม่ก็เพศที่สามที่ทั้งกรี๊ดกร๊าดและส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้จนเจ้าตัวขนลุกขนพองไปอีก  

“เกิดอะไรขึ้นวะ” สายลมพึมพำกับตัวเอง 

“เฮ้ย! ลม” วิปที่เลิกคลาสเช่นกันตะโกนจากด้านหลังก่อนเจ้าตัวจะยิ้มอย่างมีเลศนัยให้สายลม 

“ยิ้มไรของมึง” สายลมว่าเมื่อขัดใจกับรอยยิ้มนี้เอามากๆ 

“อ้าวมึงยังไม่รู้เหรอวะ” 

“รู้? รู้ไรวะ” 

“นี่ไง” วิปกดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่พลางยื่นให้คนตรงหน้า สายลมรับมันมาด้วยความอยากรู้ก่อนภาพที่ปรากฎจะทำเอาเขาหน้าชา  

The Univ. Gossip 

มาค่ะคุณขา...ให้รูปอธิบายเลยจ้า หนุ่มอัศวินคณะวิศวะรองเดือนมหาลัยปีสามที่เราไม่เคยเห็นเขาเอาใครซ้อนท้ายบิ๊กไบค์คันงาม แต่ๆๆ วันนี้จ้า วันนี้! แอดมินเกี้ยมกี๋ขอแถลงเมื่อมีคนตาดีเห็นหนุ่มหล่อว่าที่นักธุรกิจคนนี้แอบเอารุ่นน้องปีหนึ่งร่วมคณะซ้อนท้ายแถมรายนั้นยังพ่วงมาด้วยหมวกกันน๊อกสีหวานลายสดใส ให้รู้กันเลยมาไผเป็นไผ ว้ายยยย อีเกี้ยมใจไม่ดีเจ้าค่ะ! โมเม้นท์! มันคือโมเม้นท์!!! 

1490 Likes 442 comments 198 Shared 

“เชี่ย!!” ร่างเล็กตะโกนเสียงหลงเมื่อรูปที่เพจซุบซิบของมหา'ลัยลงมันเป็นรูปตอนที่เขาและอัศวินลงจากบิ๊กไบค์และฝ่ายนั้นกำลังช่วยเขาถอดหมวกกันน๊อก 

“ยังเชี่ยไม่พอ มึงดูคอมเม้นต์” วิปว่าก่อนสายลมจะกดอ่านทันที 

ปิกาสโซ่ ครุๆ : ว้ายยยย อีฉันขอลงเรือลำนี้นะเพคะ 

ปากบอกหวงแต่มึงไม่เคยหึง : มึงๆ @JoyJi พี่วินมีคนซ้อนแล้วเว้ย 

JoyJi : อกอีแป้นจะแตก!! โคตรกร้าวใจกู 

I’mPomPomeranian : เปิดตัวแล้ว? @Wind ที่แปลว่าสายลม 

DraftNB: เออว่ะ กูก็อยากรู้ว่าแม่งไปได้น้องรหัสกูตอนไหนถึงกับเอามาเปลี่ยนชื่อเฟสไปอี๊ก 

Wind ที่แปลว่าสายลม : ให้พวกมึงทาย @DraftNB @I’mPomPomeranian 

BeeMaSoKiss : มึงเจ้าตัวเขามาตอบ! @DudDew 

New Nutthakan : พ่อพายแรงมากจร้า 

สายลมอ้าปากค้างมองวิปที่ยิ้มเยาะด้วยหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

“ทีนี้จะบอกได้ยังว่ามึงกับพี่รหัสกูนี่มันยังไง” 

“เอ่อ...” 

“ลม!” เสียงจากด้านหลังฉุดร่างเล็กให้หันไปก่อนคนที่เดินมาจะไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นอัศวินที่เมื่อเขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายยิ่งทำให้ติ่งที่อยู่แถวนั้นหวีดดกันเข้าไปอีก 

“มานี่เลยไอ้ตัวดีมึงทำไรลงไป!?”  

“กูทำไร?” 

“ก็นี่ไง มึงไปตอบแบบนั้นได้ไงวะ” สายลมชูสมาร์ทโฟนในมือเมื่ออีกฝ่ายตีเนียนไม่รับรู้ 

“หรือมึงจะให้กูตอบว่า ใช่ครับเราเป็นแฟนกัน กูไปตอบให้ตอนนี้ได้นะ” อัศวินล้วงมือถือตัวเองขึ้นมา 

“แต่กูไม่ใช่แฟนมึง!” 

“อีกหน่อยก็ใช่” 

“ไม่โว้ยยย!” 

“นี่พี่...กับไอ้ลม...” วิปที่ยืนมองทั้งคู่เอ่ยขัดเมื่อได้ยินสิ่งที่อัศวินพูดเมื่อครู่ 

“ก็อย่างในรูป วันนี้มันมากะกูเพราะกูไปรับมันที่บ้าน” อัศวินว่า 

“แล้ว?” 

“แล้วกูก็กำลังจีบเพื่อนมึงอยู่” 

“เชรด!” ร่างโปร่งเบิกตาตกใจมองเพื่อนตัวเองที่เหมือนหมดจะสรรหาคำพูดมาแก้ตัว 

“เชี่ยวินมึงนี่แม่ง! เฮ้ย!?”  

“เฮ้ยไรวะ” วิปมองไปตามสายตาของสายลมที่จู่ๆ ก็มองผ่านหลังของอัศวินไป 

“ไอ้จุนหน้ามึงไปโดนไรมา” ร่างโปร่งที่ตกใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นเพื่อนอีกคนเดินมาด้วยสภาพที่แย่ยิ่งกว่าไปฟัดกับหมามาเป็นสิบ ทั้งตาบวม แก้มช้ำแถมยังปากแตก เรียกได้ว่าสภาพโคตรอนาถสุดๆ 

“ไม่ถามกูได้เปล่า?” จุนตอบเสียงเรียบ 

“อ้าวไอ้นี่! สภาพยังกะไปฟัดกับหมาแล้วยังปากดี” 

“เชี่ยวิปมึงอย่าเพิ่งหาเรื่องกูจะได้มั้ย วันนี้กูไม่มีอารมณ์เถียงมึงหรอกนะ” จุนท้วงก่อนจะถอนหายใจเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะมามหา'ลัยในเวลานี้นักหรอกหากแต่วิชาแคลฯ ตอนบ่ายมีควิชที่ไม่เก็บคะแนนส่วนนี้ก็ไม่ได้เลยต้องทนมาทั้งแบบนี้  

แม่งน่าอายฉิบหาย! 

“แหงล่ะ สภาพแบบนี้ยังซ่าได้ก็ยอดมนุษย์ละ” 

“ไอ้วิปปล่อยมันไปสักวันเหอะว่ะ” สายลมสงบศึก “กูถามมึงจริงๆ นะมึงไปฟัดกับใครมา” 

“ช่างกูเหอะลมอย่าสนใจกูเลย”  

ติ๊ดๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆ  พูดจบเสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงของจุนก็ดังขึ้น แต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยิบมันขึ้นมา 

“ไม่รับเหรอวะ” สายลมถามพลางมองเพื่อนตัวเองที่ถอนหายใจก่อนจะยอมล้วงมือถือขึ้นมาดู 

“แม่งเอ้ย! ยังไม่เลิกโทรมาอีกจิกกูตั้งแต่เช้าแล้วเนี่ย” จุนบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะปิดเครื่องไป  

“เด็กในสต๊อกมึง?” วิปถามแต่จุนไม่ตอบ  

“มึงไหวป่ะ” เป็นอัศวินที่ถามขึ้นมาบ้าง 

“ถ้าไม่ติดว่าตอนบ่ายผมมีควิชอาจารย์พนมศักด์นะผมไม่มาหรอกพี่” จุนพยักหน้าก่อนจะตอบเสียงเนือย 

“แล้วนี่มึงกินไรยังพวกกูกำลังจะไปกินข้าวโรงอาหารมนุษย์ฯ ว่ะไปด้วยกันเปล่า” สายลมเอ่ยชวน 

“เออกูก็ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า” 

“รอเพื่อนกูก่อน นั่นไงมาโน่นแล้ว” อัศวินกวักมือเรียกปอมและดราฟที่เดินมาแต่ไกล 

“งั้นกูไม่ไปแล้วเจอกันที่ห้องเลยกูไปล่ะ” จุนโผลงขึ้นด้วยท่าทีหวาดๆ ก่อนจะโบกมือให้สายลมและรีบจ้ำหนีไปอย่างเร็ว 

“อ้าวไอ้จุนไหนบอกมึงยังไม่ได้กินไรไง” สายลมตะโกนท้วงแต่ก็ไม่ทัน “เป็นไรของมันวะ” 

“ไอ้จุนมันรีบไปไหนของมันวะ” ปอมที่เดินมาถึงพาดแขนไว้บนไหล่ของวินแล้วถามขึ้น 

“ไม่รู้เหมือนกันคงรีบไปรับสายเด็กในสต๊อกมั้งพี่เห็นโทรมาแต่ไอ้จุนไม่ยอมรับอะ” วิปเป็นคนตอบก่อนเจ้าตัวจะยิ้มส่งให้ปอมจนตาหยี 

“ยิ้มไรของมึง” ร่างโปร่งหน้าเสียหุบยิ้มลงเมื่อปอมถามกลับในปฏิกิริยาของวิป 

“เฮ้ยงั้นกูไปก่อนนะพอดีนึกขึ้นได้ว่าไอ้สนบอกให้กูไปเอาชีทว่ะ” ดราฟว่า 

“ชีทไรวะ” 

“ตัวฟรีกูแล้วเจอกันเว้ย” ร่างสูงของดราฟรีบเดินจากไปก่อนเสียงมือถือของปอมจะดังตามมา 

[ครับจิ๋ง...ครับเดี๋ยวปอมไปหา] ปอมวางสายก่อนจะหันมาพูดกับอัศวิน “เฮ้ยจิ๋งชวนกูไปกินที่โรงอาหารบริหารว่ะ ไว้กินด้วยกันคราวหน้าเนอะ” ปอมขอตัวอีกคนท่ามกลางสายตาของวิปที่มองไม่วาง 

“เออ...ลมกูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมเจอร์กูมีประชุมด่วนว่ะ ไปล่ะไว้คราวหน้านะ” ร่างโปร่งพูดรัวราวกับกลัวว่าจะไม่ทันก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินไปทางเดียวกับปอม ทิ้งไว้แต่เพียงอัศวินและสายลมที่มองเพื่อนตัวเองจากไปทีละคนอย่างงงๆ 

“อะไรกันวะ” สายลมเอ่ยเมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่มันผ่านไปเร็วมากเสียจนเขาไม่ทันได้รั้งใครไว้ 

“แล้วมึงอะไม่อ้างไปไหนเหมือนพวกแม่งเหรอ” อัศวินแสร้งถาม 

“กู...กูมีนัดกับไอ้แตงค์พอดีงั้นกูไปล่ะ” 

“ไม่เนียน” ร่างสูงคว้าคอเสื้อคนที่กำลังจะเดินไป 

“แล้วจะให้กูอ้างเพื่อ?” สายลมบ่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดินนำไปทางโรงอาหารมนุษย์ฯ แทน “จะไปกันยังกูหิวแล้วเนี่ย” 

: 

“แม่งไม่ชอบสายตาพวกนี้เลยว่ะ” สายลมว่าเมื่อบรรยากาศโดยรอบตั้งแต่ที่เขาและอัศวินเดินเข้าโรงอาหารมาจนตอนนี้ทานข้าวแทบจะอิ่มก็ยังมีแต่คนมองและซุบซิบเจ้าตัวรู้สึกอึดอัดเอามากๆ 

“ทำตัวให้ชินก่อนมึงจะเป็นแฟนกูจริงๆ แล้วกัน” 

“ไอ้วินกูบอกกี่ครั้งแล้วกูจะไม่เป็นแฟนมึง” 

“อ้าวก็มึงให้กูจีบ” อัศวินเว้นว่างมองคนตรงหน้าก่อนจะพูดขึ้นต่อ “แล้วมึงไม่คิดว่าตัวเองจะใจอ่อนให้กูสักวันเหรอวะ” 

“ฝันไปเถอะ” 

“หึ! ไปฝันด้วยกันมั้ยล่ะ” 

“ไอ้หื่น” สายลมถลึงตาว่า “กินของมึงไปเลยก่อนกูจะเอาไปเททิ้ง” 

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้นนี่มึงคิดอะไรของมึง” อัศวินยิ้มกับท่าทีของคนตรงหน้าก่อนรุ่นน้องผู้หญิงร่วมคณะสองคนจะเดินเข้ามาหาพวกเขาที่โต๊ะ 

“พี่วินคะ” หนึ่งในสองคนเอ่ยทัก 

“ครับ?” 

“คือพอดีแจนกับมุกมาขอลายเซ็นพี่น่ะค่ะ” เธอว่าก่อนจะยื่นสมุดพกให้อัศวิน 

“แต่นี่มันกลางโรงอาหารเลยนะจะให้พี่สั่งพวกเราทำอะไรดีล่ะหืม?” 

“เอ่อ...อะไรก็ได้ค่ะ” รุ่นน้องอีกคนว่าอย่างเขินๆ 

“จะไม่อายนะ?” 

“ม่ะ...ไม่อายค่ะไม่อาย” ทั้งสองยิ้มแหยก่อนอัศวินจะหลุดยิ้มออกมาฉุดให้สายลมที่นั่งยังฝั่งตรงข้ามมองใบหน้านั้นอย่างอึ้งๆ 

มันยิ้มแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ? 

“พี่ล้อเล่นน่ะเดี๋ยวพี่เซ็นให้แล้วอย่าไปบอกใครนะว่าพี่ไม่ทวงงานพวกเรา” 

“ค่ะ!!!” พวกเธอประสานเสียงตอบพร้อมยิ้มเขินก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหันมาทักอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ 

“ใช่ลมเครื่องกลเปล่า” 

“ครับ?” 

“นายชื่อสายลมที่อยู่เครื่องกลใช่มั้ย” 

“ใช่” 

“เราแจนอยู่ไออีนะ” เธอว่าก่อนที่เพื่อนอีกคนจะตาม “เรามุกไออีเหมือนกัน” สายลมพยักหน้ารับรู้ 

“พวกเราคอยเชียร์อยู่นะ” 

“ห๊ะ?” 

“เอ่อก็ลมกับพี่วิน...” 

“...” 

“แบบว่า...” คนชื่อแจนว่าพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นและแนบนิ้วชี้เข้าหากัน 

“อ๋อยังครับแต่พี่กำลังเร่งทำคะแนนอยู่” อัศวินยิ้มพร้อมกับส่งสมุดพกที่เซ็นเรียบร้อยให้ “นี่ครับ” ทั้งแจนและมุกเอ่ยขอบคุณก่อนทั้งคู่จะเดินเขินจากไป 

“จะบอกคนทั้งโลกหรือไง” สายลมเอ่ยเหน็บ 

“ให้กูบอกป่ะล่ะ” 

“กูขอเหอะมึงไม่อายคนอื่นเขาเหรอทั้งกูและมึงก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะเว้ย” 

“แล้วยังไงใครขีดไว้ว่าผู้ชายสองคนจะรักกันไม่ได้” อัศวินว่าเสียงดุเมื่อประเด็นนี้ถูกสายลมยกมาพูดอีกครั้ง “อีกอย่างมึงอายมากเหรอที่กูจีบ” สายลมสะอึกกับคำถามนี้หากแต่น้ำโหทำให้เขาตอบออกไปว่า 

“เออ” 

“รังเกียจความรู้สึกของกูว่างั้น”  

“...” 

“รังกียจได้รังเกียจไปสักวันกูจะทำให้มึงขาดกูไม่ได้คอยดู” ร่างสูงว่าหนักแน่นก่อนสายลมที่สัมผัสได้ถึงความจริงจังนี้จะไม่เถียงต่อ ร่างเล็กเบนสายตาหนีก่อนจะลอบตักข้าวที่เหลือในจานเข้าปากอย่างเงียบๆ แทน  

: 

“กูบอกแล้วไงว่ากูเดินไปเองได้” สายลมว่าเมื่ออัศวินดึงดันขอไปส่งเขาที่ห้องเรียนแคลฯ 

“แต่กูจะไปส่ง มันเป็นเซอร์วิสอย่างหนึ่งในพจนานุกรมตามจีบของกู” คนตัวสูงกว่าตอบหน้าตาย 

“เหอะเชื่อมึงเลย” 

“ไอ้วิน!” เสียงจากด้านหลังพาอัศวินหันไป 

“อ้าวพี่เต็มหวัดดีพี่” 

“เออ นี่กูเห็นหลังมึงไวๆ เลยรีบวิ่งมาหาเนี่ย” รุ่นพี่ร่วมคณะหอบหายใจก่อนจะพูดติดๆ ขัดๆ 

“มีไรพี่” 

“โทรไปมึงก็แม่งไม่รับ กูจะบอกว่าตัดเชือกกับเกษตรอาทิตย์หน้าพวกปีสี่จะเริ่มซ้อมเย็นพรุ่งนี้นะเว้ย” 

“ได้พี่พรุ่งนี้เจอกัน” 

“เออๆ งั้นกูไปล่ะเดี๋ยวเข้าของอาจารย์พรนภาไม่ทัน” ว่าเสร็จเต็มก็วิ่งจากไป 

“ใครเหรอ” สายลมถาม 

“มองขนาดนั้นชอบเขาเหรอ” อัศวินแกล้งหยอกก่อนอีกฝ่ายจะทำหน้าเอือมกลับ “พี่เต็มเดือนมหา'ลัยปีสี่เรียนเมเจอร์เดียวกับกูมึงไม่เคยเห็น?” 

“ไม่อะไม่เคย” 

“กูขอบอกไว้ก่อนว่าเขามีเมียแล้ว” ร่างสูงดัก 

“กูไม่ได้อยากรู้สักหน่อย” สายลมเถียงอย่างไม่เข้าใจ 

“แต่หน้ามึงมันบอกว่ามึงอยากรู้” 

“ไอ้วิน” ร่างเล็กเรียกอีกฝ่ายเสียงนิ่ง 

“เออๆ กูคิดมากไปเองก็ได้ก็เห็นมึงมองเขาขนาดนั้น” อัศวินที่หวงหนักยอมรับออกมาร่างสูงไม่ชอบที่สายตาของอีกฝ่ายดูจะสนใจกับรุ่นพี่คนนี้ 

“นี่กูมองคนอื่นไม่ได้?” 

“มึงก็มองกูให้มากเหมือนมองคนอื่นดิ” อัศวินว่าก่อนสายลมจะนิ่ง ลำพังตอนนี้สำหรับพวกเขามันยังไม่มีสถานะไงร่างสูงเลยกลัว กลัวว่าอีกฝ่ายจะไปรู้สึกกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา “อาทิตย์หน้ากูมีแข่งบาสฯ กับเกษตรจะดีมากถ้ามึงมาเชียร์กู” เขาเปลี่ยนเรื่องเมื่อไม่อยากทะเลาะ 

“ขอดูก่อนแล้วกันกูไม่รู้วันนั้นกูจะมีธุระเปล่า” สายลมถอนหายใจก่อนจะตอบ 

“กูจองคิวมึงตั้งแต่วันนี้เลยมึงก็ล๊อกวันไว้ให้กูดิวะ” ร่างสูงว่าพลางจ้องอีกคนนิ่งจนคนตัวเล็กกว่าตอบอย่างขอไปที 

“เออๆ ไว้จะไปดูแล้วกัน” 

“แล้วสมุกพกอะกูจำได้ว่ากูยังไม่ได้เซ็นให้มึง เอามาดิเดี๋ยวกูเซ็นให้” 

“ไม่ต้องเพราะกูจะซิ่วอยู่แล้วลายเซ็นครบไม่ครบกูไม่สนใจ” 

“นี่มึงคิดจะซิ่วจริง?” 

“คิดว่ากูแค่พูดไปงั้นหรือไง” สายลมว่าเมื่อจนถึงตอนนี้คนตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจความต้องการในเรื่องนี้ของเขา? 

“มึงคิดดีๆ นะลมเรื่องนี้ตัดสินอนาคตมึงเลยนะ ถ้ามึงอยากซิ่วเพราะมึงไม่เก่งอิ๊งไม่เป็นไรเดี๋ยวกูติวให้ ครั้งนี้กูจะไม่กวนและไม่ดูถูกมึง แต่ถ้ามึงคิดจะซิ่วเพราะหนีกู กูขอบอกตรงนี้เลยว่าหนียังไงมึงก็หนีไม่พ้น” 

“...” 

“อย่าใจร้อนค่อยๆ คิดก่อนจะทำอะไรเถอะถือว่ากูขอร้องแล้วกัน” อัศวินมองสายลมด้วยความเป็นห่วงจนอีกคนถึงกับหน้าขึ้นสี 

สายลมรีบหันหลบเมื่อรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ฉุดร่างสูงที่มองอยู่ให้ก้มลงไปมองใบหน้านั้นด้วยความพอใจพร้อมกับอมยิ้มออกมาก่อนคนตัวโตจะหยอกดีดหน้าผากอีกฝ่ายเรียกสติ 

“สมุดพกอะเอามากูจะเซ็นให้” ร่างสูงยื่นมือไปตรงหน้าสายลม 

“กูไม่ได้เอามา” ร่างเล็กปดคำโต 

นักศึกษาปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกคนต้องพกมาทุกวัน มึงไม่ทำตาม?” อัศวินทวนกฎของปีหนึ่งให้อีกคนฟังก่อนสายลมจะยอมล้วงมันออกจากกระเป้พลางยื่นให้  อัศวินรับมาและเขียนอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งคืน 

“ค่อยเปิดตอนมึงเข้าเลคเชอร์แคลฯ นะ” 

“มึงเขียนอะไรลงไป” สายลมขมวดคิ้วว่า 

“เดี๋ยวมึงก็รู้” 

“แม่งเขียนอะไรบ้าๆ แน่” 

“ถ้ากูรู้ว่ามึงลบกูจะเปลี่ยนไปเขียนติดบอร์ดใต้ตึกเมเจอร์มึงเอง” ร่างสูงคาดโทษเมื่อรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายเห็นข้อความของเขาแล้วจะทำอย่างไร “ไปล่ะตั้งใจเรียนนะครับน้องสายลม” ร่างสูงโยกหัวสายลมสองสามทีแล้วเดินจากไป 

ร่างเล็กรีบเดินเข้าห้องเลคเชอร์แคลฯ ก่อนจะเปิดสมุดพกไล่ดูรหัสปีสามจนมาถึงของอัศวิน 

00508 ...ลายเซ็น...(ว่าที่ผัว) ห้ามลบ! ถ้ารู้ว่าลบกูไม่จบแค่ในสมุดพกนี้แน่! 

ไอ้วินตะไลลล! ว่าแต่ทำไมกูต้องรอเข้าห้องก่อนเปิดดูอย่างมันบอกด้วยวะ แม่ง!! --> สายลมกล่าว -_-+ 

 

 

วันนี้มาต่ออัศวินให้หายคิดถึงค่ะ เฮียวินเริ่มรุกน้องลมทีละนิดแล้วนะคะ 

ส่วนคู่รองทั้งสองคู่บอกเลยหวานไม่แพ้คู่นี้แต่ความแซบพริกสิบเม็ดจร้าครุๆ 

พยายามแต่งสุดๆ แทบจะบทชนบทเลยค่ะ เมตตากิ่งด้วยนาาาา 

ปล. กิ่งเล่น twitter ด้วยนะคะไปตามกันได้ที่ @bluegusten_king  

หรือจะพูดคุยเรื่องนิยายติด #เฮียwindที่แปลว่าสายลม เลยนะคะ 

 

สุดท้ายฝากเม้นๆ เป็นกำลังใจกิ่งด้วยนะ 

ความคิดเห็น