ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ep.8-ปะป๊ากับพันธะ

ชื่อตอน : ep.8-ปะป๊ากับพันธะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2563 12:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ep.8-ปะป๊ากับพันธะ
แบบอักษร

.

 

.

ค่ำคืนมืดสลัว มีดวงดาวส่องประกายวับเพียงบางดวง ลมโกรกพัดเบาๆในยามวิกาล กลางคืนที่ทุกคนต่างหลับใหลแต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ตื่นในเวลากลางคืน

"บอสครับ"ไทน์เดินออกมาจากเงามืดเข้าหานายที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างและมองออกไปด้านนอก

ร่างสูงสมส่วนเหม่อมองไปบนฟ้า ดวงจันทร์ดวงโตเต็มดวงสีขาวสว่าง แขนหนายกขึ้นกอดอก ใบหน้าคมถูกกระทบโดยแสงจันทราทำให้น่ามองยิ่งขึ้นไปอีก

"อีกสามวันจะมีการประชุมใหญ่ บอสจะไปไหมครับ"อีกคนเอ่ยถามอยู่ข้างๆสายตาสีเหลืองเข้มจ้องมองออกไปด้านนอกเช่นเดียวกับผู้เป็นนาย

เมื่อถึงเวลากลางคืน สันดานดิบในจิตใจจะถูกเปิดออก ปรับสัญชาตญาณตนเองให้กลายเป็นสัตว์ป่า

และในเวลาที่พระจันทร์เต็มดวงเช่นนี้ พวกเขาจึงต้องออกมารับแสงจันทร์เพื่อเสริมสร้างพลังและควบคุมสัญชาตญาณของตนเอง

เพื่อไม่ให้ความมืดเข้าครอบงำจิตใจ

จึงต้องหมั่นฝึกฝนและควบคุมตนเองอยู่เสมอ

หลังๆตัวคริสเองก็ไม่ได้ออกมาฝึกฝนเท่าไหร่นัก เพราะคนตัวเล็กที่มักจะหลับภายในอ้อมกอดของเขาทุกคืน ถึงการกอดกับบุคคลที่รักแล้วจะช่วยควบคุมก็จริง แต่ไม่ได้มากเท่าที่ตนเองต้องออกมาฝึกฝนด้วยตนเอง

ดีไม่ดีตบะแตกอีก เพราะอีกคนก็ขี้ยั่วเหลือเกิน

"ไป"ยิ่งมีคนข้างกายเขายิ่งต้องเข้าประชุมใหญ่นั่นเพื่อว่าอย่างน้อยๆก็มีอำนาจพอจะปกป้องเด็กน้อยของเขาได้

การประชุมใหญ่ที่ว่าคือการที่สัตว์ที่มีอำนาจหลากหลายชนิดนั้นมาเข้าร่วมและเเสดงความมีอิทธิพลของตน และผลดีอีกอย่างคือถ้าเห็นหน้าเห็นตากันและผูกมิตรไว้ก็จะทำให้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและทำอะไรได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เรียกง่ายๆว่ามีเส้นสายเพิ่มขึ้นนั่นเอง

คริสและไทน์เองไม่ได้เข้าร่วมการประชุมนี้มานานมากแล้วเพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไร ถ้าไม่มีใครมาระรานเขาก็ไม่ทำร้ายใคร ต่างคนต่างอยู่ก็จบ แต่ในตอนนี้เขามีเด็กน้อยเพิ่มมาอีกคน ลำพังเขาและไทน์ก็เป็นสัตว์ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว แต่เจ้าเด็กตัวน้อยนั่นสิ

หากพลาดสายตาไปนิดก็อาจถึงชีวิตได้เลย

พวกเล่ห์เหลี่ยมยิ่งมีเยอะอยู่ เขาเชื่อมือไว้ใจใครไม่ได้ง่ายๆนอกจากคนของเขาเอง

ในคฤหาสถ์หลังใหญ่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นเสือ และแบ่งแยกชนิดไปอีก ในที่นี้มีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นสิงโต

หลายครั้งที่เมื่อเขาไม่ได้เข้าร่วมการประชุม แต่ก็มักจะมีจดหมายเชิญมาจากคนใหญ่คนโตที่เป็นเจ้าภาพ

เพราะเขาเป็นผู้มีฐานะที่ยิ่งใหญ่คือเจ้าป่า

ใครๆก็อยากเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น และตัวเขาไม่ชอบความวุ่นวายและผู้คนที่หวังผลจึงเมินคำเชิญเหล่านั้นไป

ในการประชุมนี้มีทุกๆสองปี ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละตระกูลสัตว์

และในปีนี้เป็นตระกูลงู

อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไปเพราะอยากจะรู้ว่าใครเป็นคนสั่งการให้งูตัวนั้นลักพาตัวลูกเขา

เหตุผลมันไม่ใช่แค่ต้องการเลือดมนุษย์อย่างแน่นอน

และมันก็รู้ด้วยว่าเขามีเด็กคนนั้นเป็นลูกมนุษย์

โดนจับตามองเป็นแน่

"แล้วน้องฮาร์ท จะทำอย่างไรครับ"อีกคนเอ่ยถามถึงสิ่งที่เขาเป็นกังวลมากที่สุด

เพราะงานนี้มีแต่สัตว์ การที่มีมนุษย์เข้าไปย่อมเป็นที่จับตามองและอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้

"พาไปด้วย"ดวงตาสีทองเด่นชัดในความมืด

ถึงแม้ว่าถ้าพาไปก็ยังมีเขาอยู่ใกล้ๆถ้าทิ้งไว้ที่บ้านก็กลัวมีคนบุกเข้ามา ให้ฮาร์ทอยู่ใกล้เขาดีที่สุดแล้ว

"ผมว่าถึงมันจะเสี่ยง แต่บอสทำพันธะไว้ก็น่าจะดีนะครับ"อีกคนว่าถึงเรื่องการทำพันธะ คนตัวโตชะงักเพียงนิดก่อนจะเงียบขรึมดังเดิม

การทำพันธะ คือการที่คนสองคนทำสัญญาบางอย่างต่อกันและในความหมายของไทน์ก็คือการที่คริสต้องทำพันธะที่สื่อถึงความเป็นเจ้าของ

ลำพังไอมืดที่อยู่ในร่างกายของฮาร์ทอาจจะไม่เพียงพอกับการเจอสัตว์ผู้มีอำนาจหลายชนิด และมันอาจจะทำให้เป็นฮาร์ทเองที่แย่

พวกเห็นแก่ตัวมักจะชอบปล่อยไอของตนใส่คนที่ตนเองถูกใจและไอนั้นที่มาจากความคิดสกปรกจะพลันทำร้ายผู้ที่โดนไอนั้นด้วย

ซึ่งเขาไม่ยอมให้ฮาร์ทโดนเช่นนั้นแน่

เขาปล่อยไอใส่ฮาร์ทด้วยความรักทั้งหมด แล้วพวกมันเป็นใครจะปล่อยให้จิตใจหยาบช้าของตนมาทำร้ายคนของเขากัน

การทำพันธะครั้งนี้ เขาจะต้องแปลงกายเป็นสัตว์ถือกำเนิดคือสิงโต เขาจะต้องกกกอดและขบกัดที่หลังคอของฮาร์ทตลอดเวลาสองวันไม่ต่างจากสัตว์ในฤดูผสมพันธุ์

แต่เพียงการทำพันธะนี้ไม่ต้องสอดใส่ เพียงแค่ทำภายนอกเท่านั้น

"ฉันจะลองดู"เอ่ยบอกอีกคน ดวงตาสีทองเด่นชัดขึ้นอีกขั้นเมื่อนึกถึงตอนที่ต้องทำพันธะกับฮาร์ท

เด็กคนนั้นจะกลัวหรือเปล่านะ

สิ่งสุดท้ายที่เขาไม่ต้องการเห็นคือน้ำตาของเด็กคนนั้น

คล้ายไทน์จะเข้าใจจึงเอ่ยปลอบ

"เด็กคนนั้นไม่กลัวหรอกครับ ถ้าเป็นบอส"สายใยจางๆที่เผยออกมายามทั้งคู่อยู่ด้วยกัน คนนอกอย่างไทน์เองก็รู้สึกได้

ไม่ว่าจะเป็นยังไงเด็กนั่นก็ไม่มีทางทอดทิ้งบอสของเขาแน่นอน

และดูท่าว่าบอสเองก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน

พอนึกถึงตอนที่ทั้งคู่ต้องร่วมรักกันไทน์ก็รู้สึกเจ็บในอก

หัวอกคนเป็นพี่ล่ะเนอะ

ไทน์หันมองเสี้ยวใบหน้าคมข้างหน้าเขา เขามักจะมองผู้เป็นนายด้วยมุมนี้เสมอมา เขาทั้งรักและเคารพอีกคนเป็นอย่างมาก ในใจที่เคยปราถนาอยากตามหาครอบครัวที่พลัดพรากแต่เมื่อพบกับคริส ความคิดเหล่านั้นก็หายไป ในใจเขากู่ร้องว่าคนตรงหน้าคือครอบครัวของเขา ทั้งโหยหาและต้องการคนตรงหน้ามากเช่นไร เขาดีใจที่ได้อยู่ทำงานเคียงข้างบอสของเขา และเขาจะดูแลอีกคนจนตราบลมหายใจสุดท้าย

ดวงตาสีเหลืองเข้มเสมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูดาวระยิบระยับบนฟ้าแล้วนึกถึงวันเก่า เขาอมยิ้มเพียงนิดแล้วหันมามองบอสของเขาเช่นเดิม

 

'คุณคริสครับ ดูดาวนั่นสิสวยมากเลย'ไทน์ในวัย17ปีเอ่ยบอกอีกคน

'อืม สวยมาก'คริสในวัย19ปีเอ่ยตอบ เขาพบเจอกันหลังจากที่คริสรักษาตัวจากนรกภูมิและเข้าสู่เมืองหลวงทำงานหาเงิน

'คุณคริส...คิดว่าครอบครัวผมอยู่ที่ไหนหรอครับ'

'คิดถึงหรือ'

'ก็ไม่เชิงครับ แต่เพียงแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง'

'แต่ผ่านมานานแล้วไม่เห็นมีใครมาตาม ผมเองก็ไม่คิดกลับไป อีกอย่างผมก็เจอคุณแล้ว เป็นบุญคุณอย่างยิ่งเลยครับ'ไทน์ยิ้มกว้างให้อีกคนที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

'แล้วครอบครัวของคุณคริสล่ะครับ'

'พ่อตายแม่หายตัว ฉันถูกคนรับใช้ของแม่พาออกมา'อีกคนกล่าวถึงอดีตด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับมันเป็นเพียงเรื่องนิทานเรื่องหนึ่ง

'ครอบครัวทั้งหมดของฉันทุกคนร้ายวางเพลิง ถูกไฟครอกตายทั้งหมด มีเพียงฉันและแม่ที่รอด แต่แม่ก็หายไปจนฉันเองก็ไม่คิดตามหาต่อแล้ว'อีกคนเงยหน้ามองฟ้า ไทน์ได้แต่นั่งเงียบ เราต่างก็พบกับความเจ็บปวดในใจมา แต่เมื่อถึงยามที่เราพบกัน เราต่างก็ต้องเป็นกำลังและเพื่อนพ้องให้กัน

'คุณอยากเจอไหม'

'ฉันก็เหมือนนาย มันก็ไม่เชิงแต่แค่อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร สบายดีไหมหรือไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว'ไทน์ลอบมองด้านข้างของอีกคน ใบหน้าที่เริ่มโตเต็มวัยของเขานั้นทำให้ตัวไทน์รู้สึกอยากโตให้ทันและคอยดูแลเขาตรงหน้า

'ถ้ามีโอกาสก็คงพบกันในสักวันล่ะมั้งครับ'

 

ไทน์หลับตาแล้วอมยิ้ม ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นที่นึกถึงเรื่องนี้ คาดว่าคนตรงหน้าก็คิดถึงเช่นเดียวกันเพราะอีกคนหันมายิ้มและลูบหัวเขาด้วยความแผ่วเบา

แต่ก่อนเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นเดิม

บอส..ผู้เป็นทั้งพ่อแม่พี่ชายและเป็นนายที่รัก

.

 

.

เช้าวันใหม่ทั้งสามทานอาหารร่วมกันและเริ่มพูดคุยถึงการประชุมในอีกสามวันข้างหน้า

"ปะป๊า...พันธะทำยังไงหรอ"อีกคนเอียงคอสงสัย ดวงตาคมจ้องมองอีกคนนิ่ง

"ฉันต้องกลายร่างเป็นต้นกำเนิด"

"หมายถึงว่าปะป๊าจะเป็นสิงโตหรอ!!"อีกคนผุดลุกขึ้นขึ้นแล้วจ้องตาวาวด้วยความตื่นเต้น

"อืม"ดวงตาสีน้ำตาลหม่นเเสงลง ลอบมองใบหน้าแดงระเรื่องกับดวงตาสีสดใสตรงหน้าพลันทำให้เขามีความสุข

ดวงตาเล็กยามตื่นเต้นนั้นราวกับไข่มุกสีใสในทะเล ยามมองจึงไม่รู้จักเบื่อ ความสดใสตรงหน้าบางครั้งก็คาดเดาไม่ได้และบางครั้งก็เคลื่อนไหวราวกับคลื่นซัดฝั่งริมทะเล

"แปลงเลยปะป๊า เอาเลยยย"อีกคนว่าพลางเขย่าแขนแน่นเเรงๆ

"แต่ระหว่างการทำพันธะนั้นเธอจะต้องอยู่ติดกับฉันสองวันสองคืน และฉันก็ต้องขบกัดสร้างรอยที่หลังคอเธอและปล่อยกลิ่นเพื่อให้กลิ่นฉันอยู่บนตัวเธอมากที่สุด"เขาเอ่ยบอกสิ่งที่ต้องทำพลันเด็กตรงหน้าก็ยังคงตาวาว

"มาเหอะ แค่นี้ไม่กลัวหรอก วัยรุ่นอยากลองอ่ะรู้จักปะ"ว่าแล้วก็ทำเป็นพับแขนเสื้อเดินยกไหล่แบบห้าวๆ อีกคนได้แต่ขำแล้วส่ายหน้าเบาๆถึงท่าทางของอีกคน

ไม่ได้กลัวอะไรสักนิด นี่สิคนที่จะอยู่ข้างเขา

"ปะป๊าจะเริ่มเมื่อไหร่"คนตัวเล็กว่าพลางเดินมานั่งคร่อมตักก้มลงหอมแก้มสากเบาๆ

"คืนนี้"มือหนาโอบรอบเอวแล้วก้มลงฟัดจนเด็กในอ้อมกอดร้องเสียงหลง

.

 

.

ฟ้ามืดด้านนอกบ่งบอกว่าเป็นเวลากลางดึกแล้ว ฮาร์ทเงยหน้ามองดาวบนฟ้าที่วันนี้มีน้อยนิดนัก มีเพียงลมโกรกเบาๆและดวงจันทร์สว่าง รู้สึกถึงอ้อมกอดที่ค่อยๆโอบรอบกายเขา

"ถึงเวลาเเล้ว"เสียงทุ้มลึกเอ่ยบอกที่ข้างหู เขาค่อยๆหันไปหาคนตัวโตปล่อยให้อีกคนอุ้มไปที่เตียงใหญ่

ไทน์เห็นดังนั้นจึงทำหน้าที่โดยการออกไปเฝ้าด้านนอกจนกว่าการทำพันธะจะเสร็จสมบูรณ์

คนตัวโตวางผมเบาๆลงบนเตียงผมเงยหน้ามองร่างกำยำ อกแน่นไหล่กว้างและแพ็คลอนสวยยืนอยู่ตรงหน้า ปะป๊าใส่เพียงกางเกงหนึ่งตัว ดวงตาสีทองก้มลงจ้องลึกในตาผม พลันแสงสีทองและไอมืดโอบรอบล้อมตัวของปะป๊า มือหนาเผยเล็บยาวงอก ตามแขนและลำตัวแปรเปลี่ยนเป็นขนดกหนา ปากหยักอ้ากว้างเปลี่ยนฟันคมใหญ่ แสงสีทองแพร่ออกมากขึ้นล้อมรอบตัวปะป๊า ผมมองด้วยความตื่นตะลึง แสงสีทองอร่ามหายไปเกิดเป็นร่างสิงโตตัวใหญ่ ขนสีน้ำตาลทองเงางามพลิ้วไหวตามแสงสะบัด แผงที่คอสยายกว้าง อุ้งมือและขาใหญ่กว่าแขนผมสองแขนเสียอีก ดวงตาดุจ้องมองที่ผม ดวงตาสีทองอำพันที่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้าผมแล้ว

ผมมองด้วยความตื่นเต้นค่อยๆยื่นมือไปสัมผัสลำตัวที่มีขนนุ่มปกคลุมอยู่ เสียงครางเบาๆในคอสัตว์ตรงหน้าดังขึ้น เอาหัวของมันถูกไถที่มือเขาเชื่องช้า ปะป๊าในร่างสิงโต กระโดดขึ้นมาบนเตียง ผลักผมให้นอนราบไปกับเตียงและคร่อมผมไว้ ผมมองดวงตาสีทองไม่กระพริบ สองมือยังคงลูบไล้ตามตัวไปมา สัมผัสแปลกใหม่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น

สัมผัสสัตว์ป่าครั้งแรก นุ่มนิ่มมากกกกกแงงง

ขนาดกลายเป็นสิงโตอกป๊ายังเเน่นอยู่เลย!!

ปากใหญ่ของสิงโตงับที่เสื้อผลแล้วกระตุกเบาๆ ราวกับหมายให้ผมถอดมันออก

"ปะป๊าอากาศมันเย็นนะ"ผมเอ่ยบอกก่อนจะค่อยๆถอดตามอีกคนว่า สิงโตตัวใหญ่ส่งเสียงครือในคอบ่งบอกว่าถ้าอยู่ในอ้อมกอดเขาที่มีขนหนาย่อมไม่หนาวแน่นอน เขาจึงเชื่อและถอดเสื้อทิ้งที่ข้างเตียง

สิงโตตัวใหญ่ค่อยๆนั่งอยู่ด้านหลังผมให้ผมนอนพิง อุ้งมือใหญ่คว้าตัวผมลงไปกอดเหมือนผมเป็นหมอนข้าง พลางพลิกตัวผมให้นอนคว่ำแล้วค่อยๆขยับตัวมาคร่อมทับผมอีกที ผมขยับตัวให้เข้าที่ก่อนจะเอาหัวพิงที่ขาหน้าของปะป๊าจนกระทั่งฟันคมก้มลงกัดที่หลังคอผม

"อื้อ!"ผมเจ็บแสบเเล่นปรี้ดขึ้นสมอง ผมจิกเล็บแน่นลงบนขาของปะป๊า ฟันคมยังคงงับและกัดที่หลังคอผมเรื่อยๆ ผมตัวสั่นด้วยความเจ็บแต่ก็พยายามอดทนเพื่อให้พันธะสำเร็จ

"อ๊ะ ฮื่ออ"ผมร้องเสียงสั่นเมื่อสิ้นสากใหญ่เลียที่คอผมทำอย่างกับเสียขนตัวเองยังไงยังงั้น

กรรรร

เสียงครือในคออีกคนดังขึ้น หางใหญ่สะบัดไปมา ตัวของปะป๊าใหญ่จนคร่อมทับผมมิดทั้งตัว

สัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าย่อมรุนแรงอยู่แล้วยิ่งอยู่ในร่างสัตว์ก็ยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นเท่าตัว แรงกัดที่หลังคอเพิ่มขึ้นจนความรู้สึกเจ็บกลายเป็นเสียวซ่าน

ผมไม่ใช่สายsmนะแต่ผมชอบที่ปะป๊าทำแบบนี้อ่ะ ฮรุก

"อื้ออ อ๊ะ"ผมบิดกายเร่าเมื่อจมูกใหญ่ไล้ตามแผ่นหลังและขบกัดที่อื่นนอกจากคอ ผมกอดที่ขาอีกคนแน่นซุกหน้ากับขาหน้าของปะป๊าไว้

กรร

ปะป๊าบอกไว้ว่าเราจะต้องทำเช่นนี้สองวันสองคืน ซึ่งผมเริ่มชินกับความเจ็บแล้ว ส่งเสียงอื้ออึงในคอยามอีกคนขบกัดไม่เบาไม่แรง ส่งเสียงเรียกปะป๊าไม่หยุด ราวกับอีกคนก็รู้สึกบางอย่างได้ กัดเตือนผมเสียแรง ดวงตาดุจ้องมองผมนิ่งอย่างกับจะบอกว่า'อย่าซน'

วะฮ่าฮ่า ปะป๊ารู้ฤทธิ์ผมน้อยไปแล้ว

แต่หารู้ไม่ว่าที่อีกคนเตือนนั้นยังไงก็เพื่อตัวฮาร์ทเอง

ก็อย่างที่บอกว่าสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าย่อมรุนแรงอยู่แล้ว

ถ้าเกิดทำเรื่องอย่างว่าขึ้นมา ร่างบางนี่จะไหวหรือ :)

.

 

.

 

.

 

//ปะป๊าใจเย็นน้า จะทำน้องร่างนี้บ่ได้เด้อออ ส่วนบรรดาสัตว์จะมาตอนหน้านะคะ เตรียมตัวไว้ให้ดี

 

#ปะป๊าขอลูบหน่อย

 

Phatcher..

 

 

 

 

ความคิดเห็น