ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เราสองสามคน Ep.5

ชื่อตอน : เราสองสามคน Ep.5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2563 01:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เราสองสามคน Ep.5
แบบอักษร

มินตราเริ่มชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวในเรือนหอหรูหราคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมือง จะว่าไปที่นี่ก็สะดวกสบายไม่น้อย เพราะเธอเดินทางไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงพยาบาลเอกชนที่บ้านเธอเป็นเจ้าของอยู่

“ชิ! ไหนบอกไม่ให้เธอไปทำงานบนดอย แต่ดูเขาสิ หายหัวไปตั้งแต่วันส่งตัว เป็นอาทิตย์แล้วยังไม่ยอมโผล่หัวกลับมาอีก” มินตราได้แต่ค่อนขอดเจ้าบ่าวของตัวเองอยู่ในใจ

“ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ไม่ต้องอึดอัดใจกันทั้งสองฝ่าย” มินตรานั่งทานอาการเช้าคนเดียวเงียบๆ

“คุณมินจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ?” กระจิ๊บ เด็กรับใช้ที่บ้านเธอส่งมาดูแลเธอและคอยเป็นหูเป็นตาคอยรายงานทุกอย่างให้ที่บ้านเธอทราบเช่นกัน

“ไม่จ๊ะ แค่นี้ก็พอแล้ว” มินตรายกกาแฟขึ้นดื่ม

“คุณมินคะ ทำไมคุณแทนไม่กลับมานอนที่นี่เลย” มินตรายิ้มอ่อนโยนส่งให้กระจิ๊บ เข้าใจสิ่งที่เด็กสาวถามเป็นอย่างดี

“กระจิ๊บอย่าเอาไปบอกที่บ้านละว่าคุณแทนเขาไม่ได้กลับมานอนที่นี่ มินไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วง ตกลงนะจ๊ะ” กระจิ๊บหลบสายตาของเจ้านายสาวเหลือบมองดูพื้น เล่นดักคอกันแบบนี้เธอจะไปทำอะไรได้

“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณหญิงถามมากระจิ๊บก็จะปิดปากให้สนิทค่ะ” กระจิ๊บรับคำทั้งที่จริงก็อดสงสารมินตราไม่ได้

“ดีแล้วจ๊ะ มินไปทำงานก่อนนะ” ร่างบอบบางสมส่วนเดินก้าวฉับๆออกไป ทิ้งเด็กรับใช้ให้ยืนท้าวสะเอวถอนหายใจออกมา สงสารมินตรานายสาวไม่น้อยที่ถูกทิ้งให้เฝ้าเรือนหออยู่คนเดียวแบบนี้

นานแค่ไหนแล้วที่มินตราไม่ได้มาที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ย่างเท้าเข้ามาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่อยู่ในระดับต้นๆของประเทศ ทุกคนแทบไม่รู้จักว่าเธอเป็นใคร มินตราเดินยิ้มหวานกวาดสายตามองไปทุกซอกทุกมุมก็ว่าได้

“ฝ่ายบุคคลไปทางไหนคะ” ประชาสัมพันธ์สาวสวยเดินไปส่งเธอขึ้นลิฟต์อีกตัวนึง

“ติดต่อเรื่องอะไรค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวสวยเอ่ยปากถาม

“มาสมัครงานน่ะค่ะ” มินตรายิ้มกริ่มให้ประชาสัมพันธ์สาว

“ชั้น 5 นะคะ” มินตราค่อมศีรษะให้ประชาสัมพันธ์สาวเล็กน้อย เธอไม่ได้ล้อเล่น เธอมาสมัครงานจริงๆ และที่สำคัญเธอมีธุระสำคัญกับฝ่ายบัญชีด้วย วันนี้เธอต้องรู้ให้ได้ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้กำลังจะล้มละลายจริงหรอ?

ฝ่ายบุคคลตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นมินตราเดินเข้ามาสมัครงาน

“คุณหนูมิน!” มินตรายิ้มหวานส่งให้หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่พอจะจำเธอได้

“มินมาสมัครงานที่นี่ค่ะ พอจะมีตำแหน่งไหนว่างให้มินมั่งไหมคะ” มินตราบอกด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

“ล้อเล่นหรือเปล่าคะ?” หัวหน้าฝ่ายบุคคลจัดแจงให้มินตราเข้าไปนั่งพักในห้องผู้บริหารซึ่งเป็นห้องของเจ้าสัวเมฆานั่นเอง

“มินพูดจริงๆนะคะ มินบอกคุณพ่อแล้วขอกลับมาทำงานที่นี่” หัวหน้าฝ่ายบุคคลยิ้มหวานรับคำ

“ได้สิคะ คุณหนูมินนั่งพักในห้องท่านประธานก่อนละกันนะคะ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลกำลังจะก้าวขาออกไป

“ขอโทษนะคะ มินอยากเจอหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่นี่ รบกวนตามให้มินด้วยได้ไหมคะ” มีหรือลูกสาวประธานกรรมการใหญ่ของที่นี่ต้องการอะไรแล้วจะไม่ได้ มินตรานั่งรอไม่นานหัวหน้าฝ่ายบัญชีก็เดินเข้ามา

“คุณหนูมินมีอะไรหรือเปล่าคะ?” ดูเหมือนเธอจะแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆลูกสาวของท่านประธานก็อยากพบตัว

“มินขอดูบัญชีย้อนหลังของที่นี่ 5 ปี ทุกอย่าง รบกวนด้วยนะคะ” หัวหน้าฝ่ายบัญชีพยักหน้ารับคำงงๆ แต่ก็ยอมทำตามที่มินตราต้องการ

มินตราใช้เวลาในการดูบัญชีย้อนหลัง ริมฝึบางเม้มเข้าหากันแน่นสนิท นี่มันอะไรกัน? โรงพยาบาลของเธอไม่เคยขาดทุนด้วยซ้ำ แต่ที่บ้านเธอกลับบอกกับเธอว่ากำลังจะล้มละลาย บ้าบอสิ้นดี! มินตราปิดแฟ้มสุดท้ายอย่างหงุดหงิด เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลับตานิ่งอย่างคนเหนื่อยล้า ที่บ้านเธอจะรู้หรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรลงไป? รู้หรือเปล่าว่าการแต่งงานครั้งนี้มันมีผลกระทบกับใครบ้าง นึกสงสารตัวเองไม่น้อยที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ อย่างน้อยเธอก็โล่งใจไปเปราะนึง ที่บ้านเธอไม่ได้มีหนี้สินรุงรังจนกระทั่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย ดวงตากลมโตเหลือบมองดูเวลา เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรมินตราลุกเดินอออกมา ในสมองมีเรื่องราวให้คิดมากมาย เธอจะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไงต่อจากนี้

นานแค่ไหนที่มินตราไม่ได้เหยียบย่างเข้ามาในที่อะโคจรแบบนี้ เธอเหนื่อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เหนื่อยกับชีวิตที่เป็นของตัวเองแต่กลับไม่มีสิทธิ์เลือกอะไร

“ขอ Coctail หวานๆค่ะ” มินตราเลือกจะมานั่งดื่มเงียบๆคนเดียวแทนที่จะกลับไปนอนเหงาที่คอนโดหรูที่ใช้เป็นเรือนหอ ที่ไหนก็ไม่ต่างกันสำหรับเธอ เพราะไม่ว่าที่ไหนเธอก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว แต่ที่นี่เธอสามารถปลดปล่อยความคิดตัวเองไปกับเสียงเพลงไปกับเครื่องดื่มรสชาติดีๆ มีข้อห้ามข้อไหนที่หมออย่างเธอจะดื่มของมึนเมาแบบนี้ไม่ได้ แก้วแล้วแก้วเล่า ยิ่งดึกบรรยากาศก็ยิ่งคึกคัก มินตราโยกตัวไปตามจังหวะเสียงเพลง ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้แก้วเครื่องดื่มที่อยู่ในมือ ยิ้มเย้ยหยันกับชะตาชีวิตตัวเอง คนที่คนอื่นมองว่าสวย รวย เก่ง ฉลาดอย่างเธอ คนที่ใครหลายคนต่างอิจฉาความเป็นเธอ แต่คนเหล่านั้นจะรู้หรือเปล่าว่าเธอกลับเลือกชีวิตตัวเองไม่ได้ เลือกคู่ชีวิตตัวเองก็ไม่ได้ แถมคนที่มาเป็นคู่ชีวิตก็ดีนมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว มินตรากระดกเครื่องดื่มเข้าปากทีเดียว

“อื้มมมม......” ปลายลิ้นเล็กเรียวไล้ไปตามริมฝีปากล่างของตัวเอง เพื่อลิ้มรสชาติของเครื่องดื่ม วิวุฒิถอนหายใจออกมาเต็มแรงกับภาพที่พบเห็น เขานั่งมองสาวสวยคนนี้มาสักพักใหญ่แล้ว ตอนแรกที่เจอเธอเข้ามานั่งดื่มคนเดียวก็นึกชื่นชมอยู่ในใจว่าสวยอะไรอย่างนี้ พอเพ่งพินิจพิจารณาอยู่สักพักใหญ่ว่าคุ้นหน้าตาของเธอมาก

“เฮ้อ!” ก็ภรรยาสาวคนสวยของเพื่อนสนิทเขานั่นเอง มีหนุ่มๆแวะเวียนเข้ามานั่งเป็นเพื่อนเธอไม่ขาดสาย แต่เขาก็ไม่เห็นว่าภรรยาสาวของเพื่อนจะเออออไปกับหนุ่มที่ไหน เธอยังคงนั่งดื่มเงียบๆไปคนเดียว

“ว่าไงวุฒิ” เสียงงัวเงียของแทนไท ทำให้วิวุฒิขมวดคิ้วยุ่ง

“แทนเมียมึงมาเมาอยู่ร้านกู รีบมารับกลับบ้านมึงซะ ก่อนที่เมียมึงจะถูกหมาคาบไปแดก” แทนไทนั่งนิ่งเงียบอยู่สักพักใหญ่ เหลือบตามองนุสราที่กำลังหลับสนิท

“หลินพี่มีธุระที่ผับไอ้วุฒินะครับ” นุสราทำเสียงฮือฮารับอยู่ในลำคอ แทนไทหายเข้าไปในห้องน้ำจัดการกับตัวเอง คว้านาฬิกาข้อมือเรือนหรู กุญแจรถ กระเป๋าตังค์ และโทรศัพท์มือถือ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมไม่น้อย ร่างสูงใหญ่ถอนหายใจออกมาเต็มแรงเมื่อนึกถึงดวงตากลมโตที่เบิกกว้างเวลาสบตากับเขา คนที่เขาทิ้งให้เธอเฝ้าเรือนหอคนเดียวอยู่คนเดียวเป็นอาทิตย์ๆ แทนไทเหยียบคันเร่งแทบมิด

“โน้น.....” แทนไทมองตรงไปที่ร่างบอบบางที่ฟุบลงไปที่โต๊ะ ร่างสูงใหญ่ก้าวขายาวๆตรงเข้าไปนั่งข้างๆเธอ

“มิน มิน มิน” เสียงทุ้มน่าฟังกระซิบเรียกชิดใบหูเล็กของเธอ

“อื้อ...” มินตราพยายามพยุงตัวเองขึ้นมอง ใบหน้าหล่อเหลาของใครก็ไม่รู้อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ

“แกไปเถอะวุฒิเดี๋ยวฉันดูแลต่อเอง” วิวุฒิตบไหล่เพื่อนก่อนจะเดินห่างออกไป

“กลับบ้าน ผมจะไปส่ง” แทนไทพยุงร่างบอบบางขึ้นยืน ดูเหมือนคนเมาจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่ ร่างบอบบางยืนโงนเงนไปมา ผมยาวสลวยแผ่เต็มแผ่นหลัง เดรสสีดำยาวเหนือเข่าเล็กน้อยเผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนราวกับหยกชั้นดี

“ครายยย....” มินตราพยายามเบิกตามองคนที่บอกจะไปส่งเธอที่บ้าน แต่นึกยังไงเธอก็นึกไม่ออกว่าคนตรงหน้าเป็นใครกันแน่

“กลับบ้านผมจะไปส่ง” แทนไทขยับตัวเองเข้ามาใกล้ๆเธอ เผื่อมินตราเซหรือล้มเขาจะได้ช่วยเธอได้ทัน

“หึ! บ้านหรอ? บ้านไหนกัน?” เสียงอ้อแอ้ของมินตราทำให้แทนไทขมวดคิ้วเข้าหากัน ร่างบอบบางของเธอเดินโซซัดโซเซออกไปด้านนอก แทนไทเดินตามมาไม่ห่าง

“จอดรถทิ้งไว้ที่นี่แหละ กลับกับผม” มินตราหันหน้ากลับมามองผู้ชายรูปหล่อที่เดินตามเธอไม่ห่าง

“ครายยย....” มินตราขยับเข้าไปยืนชิดแทนไท พยายามเบิกตากว้างขึ้นมองเขาอีกครั้ง ทบทวนความทรงจำว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ มือเล็กสองข้างประคองใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ในอุ้งมือ เขย่งปลายเท้าขึ้นสบตาเขา แทนไทแทบจะกลั้นหายใจเมื่อเธอขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เขา

“มิน.....” แทนไทปรามเสียงทุ้ม มินตรามองหน้าเขานิ่ง สะบัดศีรษะไปมาสองสามครั้ง

“คราย.....” มินตราขยับเบียดตัวเองเข้าไปยืนชิดเขา แทนไทลอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

“ คนที่คุณแต่งงานด้วยไงมิน” แทนไทพยายามทบทวนความทรงจำให้คนเมา ที่คอยถามแต่ว่าเขาเป็นใคร? ดวงตาคมเข้มจ้องมองคนเมาไม่วางตา

“ฉัน? ฉันแต่งงานแล้วหรอ?” มินตราย้ำกับตัวเอง เธอชูนิ้วมือข้างซ้ายขึ้นสูง แหวนเพชรเม็ดโตยังสวมติดนิ้วนางข้างซ้าย

“อ่อ.... ฉันแต่งงานแล้วจริงๆด้วย” เสียงเล็กหัวเราะอย่างขบขันอยู่ในลำคอ ร่างบอบบางมองแทนไทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมแค่เพียงเศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแบบเดิม มินตราถอยห่างออกมาจากเขาเล็กน้อย ร่างบอบบางหมุนตัวเดินออกห่างออกมาเมื่อรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร แทนไทจับความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ของเธอได้แค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น ร่างสูงใหญ่ตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบอบบางที่เดินเซไปเซมาขึ้นมาในอ้อมแขน

“มีแฟนอยู่แล้วมาแต่งกับฉันทำไม คนเห็นแก่ตัว เอาฉันมาทรมานเปล่าๆ” ข้อมือเล็กๆทุบลงมาที่ไหล่กว้างเต็มแรง แทนไทถึงกับอึ้งกับสิ่งที่มินตราระบายออกมา

“ที่บ้านฉันก็หลอกให้ฉันมาแต่งงานกับคนมีแฟนอยู่แล้ว ฉันยังจะไว้ใจใครได้อีก” เสียงอ้อแอ้ของคนเมาทำให้แทนไทแทบก้าวขาไม่ออก ไม่คิดว่ามินตราจะรู้สึกอะไรแบบนี้ ไม่ใช่แค่เขาไม่ใช่แค่แฟนสาวแต่มินตราก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นกัน แทนไทอุ้มมินตราที่นิ่งเงียบไปกับอกกว้าง วางเธอบนเบาะหน้าคู่คนขับ จัดการเอนเบาะให้เธอหลับสบายขึ้น ถือโอกาสกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานอีกครั้ง มินตราเป็นคนสวยมากทีเดียว วันแต่งว่าสวยแล้ว วันนี้ยิ่งสวยมากกว่า ใบหน้าเนียนใสแทบไม่มีเครื่องสำอาง ดูอ่อนโยนอ่อนเยาว์ลงไปมาก ดวงตากลมโตถูกปิดสนิท จมูกโด่งเป็นสันบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงดื้อรั้นพอสมควร แทนไทลอบยิ้มออกมา ริมฝีปากบางได้รูปที่ครั้งนึงเขาเคยได้ลิ้มลองมาแล้ว แทนไทถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง........

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว