สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 35 : อบอุ่นหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 35 : อบอุ่นหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.6k

ความคิดเห็น : 103

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2563 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 35 : อบอุ่นหัวใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 35 : อบอุ่นหัวใจ

 

 

 

เหมราช วาทินและวิสุทธิ์ไปให้ปากคำต่อที่โรงพัก การปะทะกันในคราวนี้มีเพียงวิภาที่เสียชีวิตเพียงคนเดียว ส่วนเสี่ยวิชัยหมอสามารถ​ช่วยชีวิตได้จนรอดปลอดภัยแต่ต้องกลับออกมาใช้ชีวิตที่เหลือในคุก ส่วนนักการเมืองที่ร่วมลงทุนด้วยกันก็โดนจับเพราะโดนซัดทอด และโกดังแห่งนั้นที่มีของผิดกฎหมายมากมายก็ถูกทำลายโดยเจ้าหน้าที่ในวันต่อมา ข่าวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ลงหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ รวมถึงเรื่องที่แพรวดีถูกจับไปด้วย

 

 

ฟางฟางเฝ้าน้องสาวไม่ห่างตลอดสามวันเต็มหลังจากเกิดเรื่องเลวร้าย ใบหน้าสวยของเธอเริ่มดูสดใสขึ้นจนมีสีเลือดฝาด เด็กๆถูกพามาหาคุณแม่ทุกวันหลังเลิกเรียนแต่ก็มาอยู่ได้เพียงครู่เดียวเหมราชก็จะพาลูกๆกลับไป

 

ส่วนวาทินยังไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเธอสักครั้งเพราะกำลังจัดการเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายที่ตนเองทำอยู่ให้จบสิ้น เขาตัดสินใจเลิกทำมันทั้งหมดเพราะตัวอย่างจุดจบก็มีให้เห็นอยู่แล้ว อีกอย่างเขาไม่อยากให้แพรวดีต้องมาแปดเปื้อนซ้ำสองไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ส่วนเรื่องลูกในท้องฟางฟางยังไม่ได้บอกกับใครทั้งนั้น เธออยากให้แพรวดีฟื้นขึ้นมาเสียก่อน แต่ก็ได้ไปฝากและตรวจอายุครรภ์​เรียบร้อยแล้วเด็กมีอายุครรภ์​เพียงหกสัปดาห์​เท่านั้น และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อของเธอก็เริ่ม​พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่ช่วงนี้พ่อของเธอยังต้องวิ่งวุ่นกับงานศพแม่เลี้ยง จึงยังไม่ได้มีโอกาสคุยกันจริงๆจังๆสักครั้ง

 

 

"พี่.... พี่จ๋า..."

เสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก รู้สึกถึงความแสบร้อนในลำคอ ดวงตาคู่สวยมองพี่สาวที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงอย่างซาบซึ้งใจ ในหัวสมองประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้นช้าๆ..

 

"แพรว... น้องพี่เป็นอย่างไรบ้าง"

ฟางฟางเงยหน้ามาตามเสียเรียก เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวที่เฝ้ารอนอนมองเธอตาแป๋ว

 

"ขอบคุณ นะ คะ.."

 

"นอนอยู่เฉยๆนะ พี่จะรีบไปตามหมอ" 

ฟางฟางดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งๆที่มีปุ่มเรียกแต่เธอกลับวิ่งออกไปด้านนอกเพื่อเรียกหมอด้วยตัวเอง..

 

 

 

คุณหมอเจ้าของไข้สรุปอาการเบื้องต้นให้ฟัง และได้สอบถามพร​้อมตรวจร่างกายเพิ่มให้อีกนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงพรุ่งนี้เธอก็จะกลับบ้านได้ส่วนเรื่องทารกน้อยใน​ครรภ์ฟางฟางยัลกำชับไม่ให้คุณหมอบอกเธอ ต้องการให้เธอรับรู้ไปทีละเรื่อง

 

 

"พี่สาว...แล้วคุณแม่ล่ะคะ... อยู่ที่ไหน ไม่เห็นมาเยี่ยมแพรวเลย"

ฟางฟางได้แต่ก้มหน้าและบีบมือตัวเองแน่น ถึงแม้แม่ของเธอจะไม่ใช่คนดี แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีลูกคนไหนไม่รักแม่ตัวเองหรอก...

 

"อาวิภาเสียแล้ว... ตำรวจวิสามัญเพราะอา.. ยกปืนขึ้นกำลังจะยิงพี่"

เรื่องราวพวกนั้นเธอไม่รู้ไม่เห็นอะไรหรอก เพียงแต่เหมราชเล่าให้ฟังในภายหลังเธอถึงรู้สาเหตุ​การตายของแม่เลี้ยง

 

"พี่ขอโทษ... ถ้าไม่ใช่เพราะพี่แม่ของน้องก็คง...มะ.."

 

"ไม่ต้องขอโทษไปหรอกค่ะ...ทุกคนล้วนมีเวรมีกรรมของตัวเอง พอหมดสิ้นอายุขัยก็ต้องไป หนูขอแค่ให้พี่อโหสิกรรมให้คุณแม่ได้ไหมคะ"

คนพูดเหมือนจะปล่อยวางได้ แต่ใบหน้าของเธอกลับหลั่งน้ำตาไหลรินไม่มีวี่แววว่าจะหยุด แต่ก็จะต้องพยายามและทำใจยอมรับให้ได้ นี่คงเป็นเวรกรรมที่แม่ของเธอได้ทำมา จึงมีจุดจบที่น่าอนาถใจแบบนี้

 

"ได้สิได้แน่นอน... พี่ให้แพรวได้ทุกอย่าง"

ฟางฟางโอบกอดเธอไว้แน่นด้วยความรัก หวังว่าอ้อมกอดนี้จะแทนกอดของแม่เธอได้บ้าง

 

"นอนพักสักหน่อยนะ เดี๋ยวมื้อเย็นพี่จะปลุกมาทานข้าวดีไหม ตอนนี้น่าจะยังปวดแผลอยู่ใช่หรือเปล่า"

เธอลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู ตอนนี้จิตใจของเธอยังอ่อนแอ เขาจะคอยดูเธออย่างใกล้ชิดจนกว่าอาการของเธอจะดีขึ้นถึงจะบอกเรื่องลูกของเธอ

 

"ปวดอยู่ค่ะ... ถ้างั้นหนูขอนอนพักอีกสักเดี๋ยว พี่นั่งอยู่นี่นะคะอย่าทิ้งหนูไปไหน"

แพรวดีจับมือพี่สาวไว้​แน่นราวกับกลัวว่าพี่สาวจะหายจากไป ขอแค่มีพี่อยู่ใกล้ๆเธอก็​รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจแล้ว.... ฟางฟางเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ลูบหัวให้เธอเหมือนในยามเด็ก ด้วยความอ่อนเพลียของร่างกาย​เธอจึงหลับไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

_________________

 

 

 

"คุณแม่ขา...."

 

"ชู่ววว อย่าเสียงดังสิคะปันฟ้า เดี๋ยวคุณน้าตื่นนะ"

เสียงเด็กน้อยดังเจี๊ยวจ๊าวตั้งแต่หน้าประตู เหมราชอุ้มลูกสาวคนโตไว้ในอ้อมแขนส่วนคนเล็กปล่อยให้วิ่งมาหาคุณแม่

 

"เมื่อไรคุณน้าจะตื่นคะ... นอนมาตั้งหลายวันแล้ว" 

ทอฝันโอบคอคุณพ่อไว้แน่นแล้วชะเง้อคอมองแพรวดีที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

"ทอฝันอีกเดี๋ยวคุณน้าก็แล้วตื่นจ้ะ ต้องเป็นเด็กดีทำตัวน่ารักๆ อ้อนน้าแพรวเยอะๆรู้ไหมคะ" 

ฟางฟางต้องการให้เด็กๆแสดงความอ่อนโยนและความน่ารักให้แพรวดีหลงใหล ถ้าหากเธอรักเด็กได้เธอก็น่าจะยอมรับเรื่องลูกเธอได้เหมือนกัน

 

"เป็นยังไงบ้างฟางฟาง คุณหมอว่ายังไงบ้าง"

เหมราชมองเธออย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน วาทินฝากให้เขาช่วยมาดูอาการแทนด้วย เพราะธุรกิจมืดที่กำลังจะปิดตัวลงมีปัญหามากมายจนแก้ไขวันสองวันนี้ก็ยังไม่น่าจะจบ มีความขัดแย้งจากทางผู้ร่วมลงทุนอีกหลายคน

 

"พี่เหมน้องฟื้นแล้วนะคะ บอกคุณวาทินด้วยไม่ต้องเป็นห่วง... พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว"

เธอพาทั้งลูกทั้งสามีออกมานั่งโซฟาที่อยู่ไกลออกมา ไม่อยากให้เสียงของเด็กๆไปรบกวนการนอนของน้องสาว ส่วนเรื่องราวของวาทินกับแพรวดีเธอกับพ่อรับรู้ทั้งหมดแล้วเพราะเจ้าตัวมาสารภาพ​ด้วยตัวเอง และกล่าวขอโทษทั้งเธอและพ่อ แต่ถึงอย่างนั้นฟางฟางก็ยังไม่ปริปากพูดเรื่องเด็กในท้อง 

 

"ไอ้ทิวมันคงดีใจ... มันเป็นห่วงแพรวดีมาก" 

 

"เขาดูเป็นคนดีนะคะ แต่เรื่องที่ทำไว้กับยัยแพรวมันดูเกินไปเสียหน่อยค่ะ ถ้ารักถ้าชอบก็จีบดีๆไม่ใช่มาขืนใจน้องฟางแบบนี้!!" 

คุณแม่เผลอเกรี้ยวกราดเสียงดังขึ้นมาจนลูกๆมองกันด้วยความแปลกใจ ปกติแม่เธอทั้งอ่อนโยนอ่อนหวานจะเสียงดังก็แค่เวลาพวกเธอดื้อหรือซน... 

 

"คุณพ่ออย่าทำคุณแม่โมโหสิคะ... "

ปันฟ้าหน้างอจ้องคุณพ่อตาไม่กะพริบ เช่นเดียวกับทอฝันที่หันมามองตาขวางแต่ไม่ยอมพูดอะไร

 

"อ้ะ อ้าว... พ่อยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ คุณแม่โมโหเองมาว่าพ่อได้ยังไงครับ" 

เหมราชเกาหัวแกรกๆ ทำไ​ม​อยู่ๆเขากลายเป็นคนผิดล่ะ ประโยคไหนที่ทำให้คุณแม่อารมณ์เสียกัน

 

"ขอโทษค่ะ... ฟางแค่ห่วงน้องไปหน่อย" 

คุณแม่ก้มหน้ามองต่ำ ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอารมณ์ปรวนแปรแบบนี้เลย แต่พอรู้ว่าตัวเองท้องอารมณ์​พวกนี้ก็แทรกเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว

 

"คุณแม่อย่าคิดมากไปเลยค่ะ คุณพ่อไม่โกรธหรอก.. ใช่ไหมคะ?" 

 

"ครับๆ พ่อไม่โกรธครับ..."

ลูกสาวพูดมาขนาดนี้แล้วพ่อจะโกรธอะไรได้ล่ะ!! เหมราชส่ายหัวให้กับสามแม่ลูกที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย กลับกันถ้าเป็นเขาผิดบ้าง นอกจากลูกจะไม่ช่วยแล้วแถมยังจะรีบฟ้องปู่กับย่าอีกต่างหาก

 

"ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ คุณพ่อไม่มีสิทธิ์โกรธคุณแม่ คิกๆ"

ปันฟ้าหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ส่วนฟางฟางเมื่อลูกพูดจาเข้าหูถูกใจเลยฟัดแก้มน้อยๆตอบแทนเป็นรางวัล

 

"พี่... หนูได้ยินเสียงเด็ก คุยกับใครหรือคะ" 

แพรวดีตื่นขึ้นเพราะเสียงหัวเราะ ไม่รู้ว่าฝันหรือได้ยินจริงๆ เธอร้องถามพี่​สาวออกไปทั้งๆที่ตายังไม่ทันลืมด้วยซ้ำ

 

"คุณน้าตื่นแล้ว..." 

 

"คุณแม่ขาคุณน้าตื่นแล้วค่าา" 

เด็กแฝดสองคนรีบวิ่งมาเกาะที่เตียงคนไข้ เธอร้องบอกคุณแม่ที่กำลังเดินออกมาจากโซนห้องนั่งเล่น ฟางฟางที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นมาดูน้องสาวในทันที

 

"หื้ม... ลูกใครจ๊ะ ทำไมมาอยู่ในห้องพี่ได้" 

แพรวดีลืมตามาแบบงงๆ เด็กน้อยสองคนเกาะติดขอบเตียงจ้องหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์

 

"ลูกพี่เอง น่ารักไหม คนนี้ทอฝัน คนนั้นปันฟ้า..." 

 

"คุณน้าเจ็บไหมคะ ทำไมหลับไปนานจังหนูมาหาทุกวันเลยค่ะ" 

ปันฟ้าเป็นเด็กที่ปกติแล้วจะกลัวคนแปลกหน้า แต่กับแพรวดีกลับเข้าหาราวกับรู้ว่าเธอกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ

 

"น่ารักจัง... กี่ขวบแล้วคะ"

เธอมองเด็กน้อยอย่างเอ็นดู แววตาสดใสใบหน้าสวยหวานอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนพี่สาวไม่มีผิด

 

"ห้าขวบแล้วค่ะ..."

ทอฝันยิ้มกว้าง รู้สึกผูกพัน​กับคุณน้าอยู่มาก ทั้งๆที่เคยเจอแต่พึ่งจะเคยคุยกันครั้งแรก

 

"พี่สาว... หรือว่า... ฮึกๆ..." 

 

"ไม่ต้องร้อง มันผ่านมาแล้ว จำไว้แค่ว่าตอนนี้พี่มีความสุขดี" 

ฟางฟางรู้ดีว่าเธอคงจะรู้สึกผิดมาก แต่ทำไงได้ล่ะเรื่องมันผ่านมานมนานแล้ว กังวลไปก็ไร้ประโยชน์เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ

 

"ขอโทษ..." 

 

"พี่บอกว่าไม่ต้องพูดไง... อย่าร้องไห้ต่อหน้าหลานเข้าใจไหม"

 

"คุณน้าเป็นดาราหนูจำได้ คุณน้าสวยเหมือนในโทรทัศน์เลยค่ะ โตมาหนูว่าหนูเปลี่ยนใจแล้วหนูไปเป็นดาราดีกว่า" 

ปันฟ้ามองหน้าคุณน้าอย่างชื่นชม เด็กห้าขวบก็ดูละครเป็นนะ เธอดูกับแม่นมและพี่เอมอรนั่นแหละยามว่างไม่รู้จะพากันทำอะไร

 

"พ่อไม่อนุญาตครับ ความสวยของลูกสาวพ่อ พ่อจะเก็บไว้ชื่นชมคนเดียว"

คุณพ่อจอมหวงหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ เขาเคยลั่นวาจาไปแล้วว่าไม่อยากให้ลูกทำอาชีพนี้เพราะต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตาแถมยังมีฉากเลิฟซีนอีกเขารับไม่ได้แน่

 

"หนูไปขอคุณปู่กับคุณย่าก็ได้ค่ะ" 

ปันฟ้าเชิดหน้า ไม่มีอะไรที่ขอปู่กับย่าไม่ได้มาก่อน บีบน้ำตานิดทำเสียงอ้อนๆหน่อยก็หลงกันจนหัวปักหัวปำแล้ว

 

"น่ารักจังเลยนะคะ หนูเชื่อแล้วว่าพี่มีความสุข พี่เขยที่ผ่านมาหนูขอโทษนะคะ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ขอโทษที่สร้างเรื่องวุ่นวายให้ ขอโทษจริงๆค่ะ"

เธอมองหน้าเหมราชแล้วรู้สึกละอายใจเหลือเกิน ยิ่งได้รู้ว่าพรากครอบครัวเขาออกจากกันยิ่งรู้สึกละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้า

 

"พี่ไม่โกรธแล้ว... พี่ต้องขอบคุณเธอมากกว่าที่พาฟางฟางเข้ามาในชีวิตพี่ มาเป็นภรรยาพี่ และเป็นแม่ของลูกพี่"

หากไม่มีเรื่องราวในคืนวันนั้น เขาอาจจะไม่ได้พบความสุขแบบนี้ ไม่ได้พบคำว่าครอบครัว ไม่ได้กลายเป็นพ่อคน ไม่ได้กลายเป็นสามีก็ได้

 

"อยากมีบ้างไหม... ลูกน่ะ ดูสิเด็กๆน่ารักจะตายไป"

 

"อยากมีสิคะ... หนูจะได้ไม่เหงา จะได้ไม่ต้องคิดถึงแม่ด้วย"

เด็กๆหรือก็น่ารักดีนะ ถ้ามีสักคนก็คงจะคลายเหงาได้ไม่น้อย พอคิดถึงลูก... ก็ต้องคิดถึงพ่อของลูกอยู่ๆใบหน้าคนที่ตามข่มขู่ข่มขืนเธอสารพัด​ก็ลอยเข้ามาในหัว

 

"พี่คะ มีรูปหรือคลิปอะไรที่ไม่ดีของหนูออกไปบ้างไหมคะ แล้วมีผู้ชายตามหาหนูบ้างหรือเปล่า"

เธอหายจากบ้านมาสามสี่วัน ป่านนี้เขาคงกำลังตามล่าหาตัวเธอแน่ หากไม่เจอเขาจะปล่อยคลิปอย่างว่าพวกนั้นจริงๆหรือเปล่านะ

 

"ไม่มีนี่จ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า"

 

"ปะ เปล่าค่ะ" 

 

"เดี๋ยวพรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาล​แล้วไปพักที่บ้านพี่แล้วกัน คนอยู่เยอะจะได้มีคนช่วยดูแลหากขาดเหลืออะไร" 

เหมราชเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากที่แพรวดีเคยรู้จัก เธอรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่เขาไม่รังเกียจเธอทั้งที่เธอเคยทำเรื่องราวไม่ดีไว้กับเขามากมาย

 

 

 

_______________________

 

 

 

แพรวดีเข้ามาใช้ชีวิตที่คฤหาสน์ของเหมราชตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล แม้ทุกคนจะทราบว่าเธอเคยทำร้ายพี่สาว แต่คนในบ้านกลับไม่มีใครคิดร้ายหรือรังเกียจ​เธอเลยสักคน แม้แต่คุณท่านสักการที่เคยคิดจะส่งคนไปทำร้ายเธอยังเปลี่ยนใจเมื่อลูกสะใภ้ขอร้อง 

 

ทุกคนได้ทราบว่าเนื้อแท้แล้วแพรวดีเป็นคนอ่อนน้อมอ่อนหวาน แต่เพราะความหลงผิดหูเบาจึงกลายเป็นคนแบบนั้นแต่เธอเป็นแบบนั้นเฉพาะกับฟางฟาง เพราะเธอถูกสอนให้เกลียดพี่สาว แต่กับคนอื่นเธอไม่มีพิษมีภัยอะไรเธอจึงเป็นดาราหนึ่งเดียวที่มีแฟนคลับล้นหลาม

 

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เธอใช้ชีวิตกับห้องพระเสียส่วนใหญ่ เธอหันมานั่งสมาธิและสวดมนต์ตามคำแนะนำของคุณหญิงรมิดาเพื่อให้จิตใจสงบลง ส่วนเวลานอกห้องพระเธอก็เอาแต่ขลุกอยู่กับสองแฝดและหลงหลานๆสองคนจนหัวปักหัวปำ

 

"แพรว.... เป็นยังไงบ้าง จิตใจสงบลงบ้างไหม ผ่อนคลายขึ้นบ้างหรือเปล่า" 

ฟางฟางคิดว่าควรถึงเวลาแล้วที่จะบอกเรื่องเด็กในท้อง เธอจะได้ดูแลตัวเองให้มากกว่านี้

 

"ดีขึ้นค่ะคุณแม่สอนหนูนั่งสมาธิ จิตใจไม่ค่อยฟุ้งซ่านแล้วค่ะ" 

 

"พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก... ตั้งใจฟังนะ... ตอนนี้น้องพี่กำลังท้อง น่าจะสาม​สัปดาห์แล้วคุณหมอตรวจพบตั้งแต่วันที่น้องเข้าโรงพยาบาล แต่ที่พี่พึ่งจะมาบอกเพราะพี่กลัวว่าน้องจะเครียดและรับไม่ไหว" 

 

"การมีลูกมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เห็นไหมดูทอฝันกับปันฟ้าสิ... น่ารักจะตายไป เพราะงั้นจากนี้ไปต้องดูแลตัวเองให้ดีนะน้องไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว"

มือน้อยของแพรวดีลูบวนที่หน้าท้องแบนราบ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องเป็นแม่คน...น้ำตาใสไหลเอ่ออาบใบหน้า มันเป็นความรู้สึกที่ตื้นตันจนบอกไม่ถูก....

 

"พี่ยังไม่ได้บอกใคร น้องอยากให้พี่บอกทุกคนและคุณวาทินไหม"

 

"พี่รู้... ไม่บอกนะคะอย่าบอก... ลูกเกิดจากความผิดพลาดของหนูกับเขา หนูไม่อยากให้เขารู้"

ถ้าเขาเอาลูกเธอไปล่ะ เธอจะทำอย่างไร... ลูกคือสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาทดแทนในสิ่งที่เธอพึ่งสูญเสียเธอเชื่อแบบนั้น

 

"แต่เด็กต้องมีพ่อนะแพรวดี... ลองคุยกันดูก่อนไหมเผื่อทุกอย่างจะมีทางออก"

ฟางฟางได้แต่แนะนำ การตัดสินใจจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่เธอ

 

"ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ... หนูยังไม่พร้อมคุย หนูกลัว"

 

"พี่เหมกับคุณวาทินเป็นเพื่อนกัน สักวันพี่เหมก็ต้องรู้คุณวาทินก็ต้องรู้เหมือนกัน น้องทำใจให้สบายค่อยๆคิดลองเปิดใจให้กว้างๆ ถึงพี่ไม่ชอบการกระทำของคุณวาทิน แต่พี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นพ่อของหลานพี่"

ฟางฟางกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างห่วงใย ตอนนี้เธออาจจะกำลังสับสน แต่อีกไม่นานเธอจะค้นพบคำตอบและวิธีก้าวเดินต่อไป

 

"ในนี้... ก็มีนะลูกของพี่อีกคน น่าจะคลอดก่อนน้องสักสามสี่อาทิตย์​ล่ะมั้ง พี่ก็ยังไม่ได้บอกใครเหมือนกัน อย่าพึ่งพูดไปนะ"

ฟางฟางจับมือน้องสาวมาลูบที่หน้าท้องของเธอ แม้มันจะยังไม่นูนขึ้นมาก แต่มันก็มีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโต...

 

"ดีจังเลยค่ะ ลูกหนูจะได้มีเพื่อนเล่นพวกเขาจะต้องสนิทกันมากแน่ๆเลย หนูจะสอนให้พวกเขารักกันเหมือนที่พี่รักหนู"

แค่คิดถึงอนาคตข้างหน้าเธอก็มีความสุขมากแล้ว แม้วันนี้เธอจะอ่อนแอ แต่วันข้างหน้าเธอต้องเป็นคุณแม่ที่เก่งและเข้มแข็งเหมือนพี่สาวเธอให้ได้

 

 

 

 

เวลาผ่านล่วงเลยมานานร่วม​สัปดาห์ อาการแพ้ท้องของคุณแม่ท้องสองก็เริ่มขึ้น จากเป็นคนขยันก็กลายเป็นคนขี้เกียจ กินเยอะ นอนเยอะ บ่นเก่ง อารมณ์​เสียง่าย ร้องไห้ง่าย แต่ไม่แพ้อาหาร อาการเหมือนตอนท้องแรกไม่มีผิด แต่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือติดคุณพ่อมาก

 

เช้าวันจันทร์อันแสนวุ่นวาย.... โต๊ะอาหารของบ้านมีทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงเด็กๆหัวเราะเจี๊ยวจ๊าว​ดังสนั่นห้องอาหารสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน ยกเว้นคุณแม่ที่ไม่มีอารมณ์เหล่านั้นและนั่งหาวจนตาปรือ...

 

เธองอแงตั้งแต่เช้าไม่อยากไปทำงาน แน่นอนว่าเหมราชให้เธอหยุดอยู่บ้านได้นานตามอำเภอใจ แต่เธอก็ยังไม่พอใจเพราะอาการติดสามีอย่างหนักเธอจึงไม่ยอมให้เขาไปทำงาน หากเป็นวันที่ไม่ได้มีอะไรสำคัญเขาคงหยุดอยู่บ้านไปกับเธอแล้วเพราะเธอถึงขั้นกอดเข้าไม่ปล่อยไม่ยอมให้ลุกจากเตียง แต่วันนี้มีประชุมสำคัญเกี่ยวกับการเปิดตัวธุรกิจใหม่แน่นอนว่ามันเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่นักลงทุนอย่างเขาไม่เคยพลาด จึงอยู่บ้านตามคำขอของเธอไม่ได้

 

"หนูฟาง.... ไม่ค่อยสบายหรือเปล่าลูกหน้าตาดูไม่สดชื่นเลย" 

พ่อสามีนั่งมองเธอมาครู่ใหญ่พอหลานๆแยกไปโรงเรียนจึงได้เอ่ยปากถาม ท่าทีเธอเหมือนคนอดหลับอดนอน จนคิดไปถึงว่า.. นี่ลูกชายเขากวนจนเธอไม่ได้นอนอีกแล้วงั้นหรือ? 

 

"หนูง่วงคะคุณพ่อ แล้วก็หงุดหงิดนิดหน่อย"

แค่โดนถามแค่นี้อยู่ๆน้ำตาก็ไหลมาคลอเบ้าจนทุกคนตกใจ เหมราชรีบเขามาโอบกอดปลอบใจเธอ

 

"พี่ขอโทษแต่วันนี้พี่หยุดงานไม่ได้จริงๆครับ พรุ่งนี้นะพี่จะอยู่บ้านจะตามใจเราทั้งวันเลยดีไหม" 

 

"ฟางอยากอยู่กับพี่วันนี้นี่นา" 

น้ำตาไหลเป็นสาย​ยิ่งทำให้หัวใจแกร่งอ่อนยวบอยากยกเลิกงานวันนี้ไปให้หมดเสีย

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ฟางฟางมีอะไรบอกแม่ได้นะลูกไม่สบายใจหรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

คุณหญิงรมิดาไม่เคยเห็นลูกสะใภ้งี่เง่าหนักแบบนี้มาก่อน ช่วงอาทิตย์ที่แล้วก็มีให้เห็นบ้างแต่ไม่ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้

 

"เปล่าค่ะ...พี่เหมไปเถอะค่ะฟางโอเคแล้ว"

อยู่ๆเธอก็ปาดน้ำตาออกและยิ้มให้กับทุกคนเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เธอตักข้าวเข้าปากคำแล้วคำเล่ากินจนเกลี้ยงจานยังขอเติมข้าวอีกทั้งๆที่ปกติจานหนึ่งเธอก็กินแทบไม่หมดอยู่แล้ว

 

"ฟางฟาง... หนูเครียดหรือลูก... ไม่ได้เป็นไบโพลาร์ใช่ไหม แต่ไม่ได้ว่าหนูป่วยนะแม่แค่สงสัย" 

คุณหญิงรมิดาเริ่มกังวลใจ อาการเธอดูแปลกๆมาตั้งแต่อาทิตย์​ที่แล้วแต่พึ่งจะมาหนักขึ้นวันนี้... ทุกคนมองหน้าเธออย่างเฝ้ารอคำตอบ

 

"หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะคุณแม่ หนูแค่แพ้ท้อง"

เธอไม่ได้วาดฝันว่าจะมาบอกทุกคนกลางโต๊ะอาหารแบบนี้สักนิด แต่อารมณ์เธอตอนนี้มันเก็บต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

 

"อ่อ... ฟางฟางแค่แพ้ท้อง" 

คุณหญิงรมิดาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เธอไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

 

"ห๊ะ!!! ท้อง!!" 

ทั้งคุณท่าน คุณหญิง คุณชายร้องอุทานขึ้นพร้อมกันจนได้ยินกันทั่วทั้งคฤหาสน์​เห็นจะได้ จะมีก็แต่แพรวดีที่รู้อยู่นั่งหัวเราะทุกคนอยู่เงียบๆ

 

"ค่ะ... ท้อง" 

เธอตอบสั้นๆ

 

"คุณนทีวันนี้ผมไม่เข้าบริษัท ยกเลิกงานทุกอย่าง" 

 

'ทำไมครับบอสมีอะไรงั้นหรือครับ'​

 

"เมียผมท้อง!! ผมจะพาเมียไปจดทะเบียนแล้วจะกลับมานอนกอดเมียกอดลูก เข้าใจใช่ไหม?!" 

 

'คะ.. ครับ'

 

คนที่ยืนกรานว่าจะต้องไปทำงานกลับคำพูดในทันที อะไรจะสำคัญกว่าเมียกว่าลูกไม่มีอีกแล้ว เหมราชกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้ห่างกาย มือหนาลูบวนหน้าท้องของเธอด้วยความตื่นเต้น ท้องลูกแฝดเขาไม่มีโอกาสได้ดูแล ท้องนี้เขาจะขอชดเชยให้เธอแล้วกัน... 

 

 

 

_________________

 

มาดึกแต่มานะ.... มาหลายหน้าด้วย ไม่รู้ว่ารีดจะให้อภัยไหมน้าาา🤔🤔

 

 

ฝันดีค่ะ🙏❤️

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว