บทสรุปของรักสี่เส้าเราสี่คนจะเป็นอย่างไร (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุดจ้า)

ตอนที่ 1-8 รักหารสาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 รักหารสาม

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักสามเส้า ดราม่า โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 316

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2563 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 รักหารสาม
แบบอักษร

กว่าจะแยกย้ายกันก็สองทุ่มกว่าแล้ว 

คุณคาชิอิรั้งไทกิซึ่งกำลังจะมุ่งหน้าไปสถานีโอจิไว้ ดูเหมือนว่าถ้าเดินเลียบไปตามแม่น้ำชาคุจิอิจะเดินไปจนถึงสถานีอิตาบาชิได้ 

“บ้านของฉันอยู่อิตาบาชิน่ะ เดินไปด้วยกันไหม” 

แน่นอนว่าเดินไปด้วยอยู่แล้ว 

พวกเขาแทรกตัวออกมาจากกลุ่มที่ไม่รู้จะสลายตัวกันเมื่อไหร่ แล้วเดินเลียบไปตามริมแม่น้ำสองต่อสอง 

บนถนนไร้ชื่อเสียงนี้ ต้นซากุระจะเรียงกันไปถึงตรงไหน 

มีรั้วกั้นระหว่างถนนกับแม่น้ำ แต่ระดับรั้วค่อนข้างเตี้ยพอสมควร ตอนนี้กลีบดอกซากุระลอยอยู่เต็มผิวน้ำแสนมืดมิดเต็มไปหมด ม้านั่งเรียงกันยาวไปสุดลูกหูลูกตาไม่มีคนนั่งอยู่ แต่ไทกิกับคุณคาชิอิก็ไม่คิดจะนั่งเช่นกัน 

“รู้เรื่องของคุณซากุระแล้วใช่ไหม” 

ไทกิพูดเข้าเรื่องหลังจากข้ามสะพานไปสองสะพาน 

“เรื่องที่เขาคบกับคนอื่นอยู่น่ะเหรอ?” 

“เรื่องนั้นแหละ” ไทกิพยักหน้าตอบ 

“รู้สิ ถึงจำนวนคนจะต่างกัน แต่เขาก็ทำเหมือนฉันนั้นแหละ” 

เขาฟังแต่แทบไม่เข้าใจอะไรเลย คุณคาชิอิยอมรับการกระทำของซากุระเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ราวกับแม่น้ำที่ไหนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำอย่างไรอย่างนั้น 

“คุณซากุระจริงจังและใจดีกับทุกคนมากๆ เลยนะ” 

“แล้วโอยามาดะล่ะ? เขาพูดจาใจร้ายใส่คุณคาชิอิใช่ไหม” 

คุณคาชิอิหลุดขำออกมา 

“เหมือนกันนั่นแหละ ฉันกับเขาชอบเถียงอะไรก็ได้ให้สาแก่ใจตัวเอง ฉันด่าไปยังไงก็จะได้รับการโต้ตอบแบบนั้นกลับมา แน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างได้บาดแผลทางใจ แต่ทำไปเท่าไหร่เขาก็ยังให้อภัยฉันอยู่ดี” 

หรือก็คือคุณคาชิอิเองก็ทำหมอนั่นร้องไห้ด้วยเหมือนกัน ไทกิลองจินตนาการภาพของโอยามาดะกำลังร้องไห้เปียกปอนไปด้วยน้ำตา 

ไม่ว่าจะไปเดินไปสักเท่าไหร่ ก็รู้สึกเหมือนถนนซึ่งเต็มไปด้วยต้นซากุระยามค่ำคืนจะยาวออกไปเท่านั้น จินตนาการแสนโรแมนติกอยากจะหยุดเวลาเอาไว้สองต่อสองแบบนี้ผุดขึ้นมาในหัว แต่แล้วก็มีลุงปั่นจักรยานฮัมเพลงเสียงดังผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น 

พอผ่านไปสักพัก ก็มีทางเข้าตรงขวามือ เป็นส่วนสาธารณะที่ไม่มีเครื่องเล่นอะไรเป็นพิเศษ คุณคาชิอิปลดล็อกหน้าจอมือถือแล้วเริ่มถ่ายรูปต้นซากุระ ไทกิเดินเยื้องไปด้านหลังของเธอแล้วเริ่มพูด 

“คุณคาชิอิชอบฉันตรงไหนเหรอ?” 

คุณคาชิอิหันกลับมา แล้วหันกล้องไปทางไทกิ เสียงชัตเตอร์ดังแชะขึ้นมา 

“ฮิรานุมะคุงรู้สึกเดียวดายในเวลาแบบไหนบ้างเหรอ” 

“เอ๊ะ” 

“ถ้าเป็นฉัน ก็อย่างเช่นเวลาที่ดูหนังแล้วมีซีนน่าเบื่อสุดๆ แต่คนอื่นรอบตัวกลับหัวเราะขึ้นมาอะไรทำนองนั้น มีแค่ตัวฉันที่ไม่ขำเลยสักนิด ทั้งที่รู้สึกอยากร้องไห้ออกมา แต่ทุกคนกลับขำต่อไป ก็นะ นั่นก็เป็นซีนที่ทำให้ขำได้ด้วยละนะ” 

น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาประหนึ่งซากุระที่กำลังจะโรยรา 

“หมายถึงหนังเรื่องนั้นเหรอ?” 

เมื่อสืบเดือนก่อนที่พวกเขาส่งอีเมลโต้ตอบกันกว่าสิบฉบับเกี่ยวกับภาพยนตร์นั้น คุยถึงฉากหนึ่งซึ่งตัวประกอบหาหนทางสู่ความตายแบบสติแตกเพียงคนเดียว ในฉากนั้นคุณคาชิอิบอกว่าเกลียดที่คนอื่นหัวเราะขำขัน คนที่หัวเราะคือเพื่อนสักคนของคุณคาชิอิ ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน ดูเหมือนจะเป็นการรวมตัวดูดีวีดีพร้อมๆ กับดื่มเหล้าไปด้วย และไม่รู้ว่ามีโอยามาดะหรือซากุระอยู่ด้วยหรือเปล่า 

ไทกิเองก็ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้วเหมือนกัน ช่วงที่เปิดตัวฉายในโรงเขาอยู่ม.ห้าพอดี ไทกิเองก็เกลียดฉากนั้นเหมือนกัน 

“พอมีจุดร่วมเหมือนกันก็สบายใจใช่ไหมล่ะ” 

คุณคาชิอิกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายใจ จากก้นบึ้งของหัวใจ 

ไทกิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าว 

“คุณคาชิอิ ฉันน่ะ...อยากเป็นคนเดียวที่คบกับเธอ” 

ความเงียบก่อตัวขึ้น 

 

ใต้ต้นซากุระบานสะพรั่งซึ่งเรียงรายอยู่ตามถนน สายลมแผ่วเบายามค่ำคืนพัดเอากลิ่นซากุระและความสดชื่นเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้าอบอวลไปทั่วบริเวณ สวนสาธารณะขนาดย่อมริมแม่น้ำชาคุจิอิประดับด้วยไฟสลัวประหนึ่งเวทีการแสดง 

“ฉันอยากเป็นคนเดียวที่เธอเลือก” 

ลมพัดแรงจนต้นไม้ไหวเอน 

“ขอโทษนะ ฉันน่ะ...” 

คุณคาชิอิยิ้มกริ่มออกมาเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความอ่อนไหวและอธิบายยาก 

เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็ยอมรับอะไรบางอย่างได้ 

“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องเลือกก็ได้” 

“จะดีเหรอ?” 

“คุณคาชิอิรักทุกคนเลยใช่ไหมล่ะ” 

ที่บอกว่า ‘รักทุกคน’ นั้นหมายความว่าอย่างไร ไทกิรู้ดี 

ถึงจะรักมากเท่าไหร่ ความรู้สึกรักนั้นก็ไม่เหมือนกับเขาอยู่ดี ไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้ความสำคัญเท่าไหร่ ก็ต้องมีส่วนที่เข้ากันไม่ได้อยู่ดี ตอนที่ทุกอย่างประจักษ์แก่สายตา ก็รู้ว่าย่อมมีระยะห่างที่เลี่ยงไม่ได้กับคนที่หัวเราะอยู่ข้างๆ อยู่ดี ไทกิกับคุณคาชิอิต่างเดียวดายกันทั้งคู่ 

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้มีเราแค่ข้างกายเพียงคนเดียวก็ดีเหมือนกัน คุณคาชิอิคงเชื่อแบบนั้น ถ้าหากมีคนที่จริงจังอย่างโอยามาดะคอยปกป้องเวลาเธอผิดใจกับซากุระ หรือมีไทกิคอยเยียวยาบาดแผลทางใจเวลาโอยามาดะสร้างบาดแผลให้เธอ เธอก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป 

ถ้าเปรียบกับความน่าสมเพชที่ต้องอยู่คนเดียวแล้วละก็ 

ไม่มีอะไรแย่สักหน่อย 

เหตุผลที่เขาเข้าใจคุณคาชิอิเป็นครั้งแรก คือตอนอยู่ในห้องเรียนคาบบรรยาย ไทกิเห็นตัวเองผ่านใบหน้าด้านข้างของเธอ ตอนกลุ่มผู้หญิงกำลังจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน เธอกลับนั่งกดโทรศัพท์มือถือด้วยความขมักเขม้น และใส่หูฟังออกจากห้องเรียนไปทันทีหลังหมดคาบ 

ไม่รู้ว่าเธอเริ่มทำความรู้จักฟูจังเมื่อไหร่ หลังจากนั้นก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ใบหน้าด้านข้างซึ่งแสดงความรู้สึกเหงาออกมาในครั้งนั้น คงมีแค่ไทกิที่ได้เห็น 

เขาผู้เห็นใบหน้านั้นสงสัยมาตลอด และรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่อยากเข้าไปช่วยประคับประคองเธอในสักวัน 

ไทกิซึ่งรู้จักความสนุก และคุณค่าในตัวเองที่ถูกใครสักคนห้อมล้อมเป็นอย่างดีนั้น รู้ถึงความน่ากลัวของการสูญเสียในเวลาเดียวกัน 

“รู้สึกว่าอาจจะทำอะไรสักอย่างได้น่ะ” 

หลังจากฟังเสียงอันร่าเริงของไทกิ คุณคาชิอิก็ทำหน้างงขึ้นมาทันที 

“หมายถึงกับคาเกรุกับคุณซากุระน่ะเหรอ” 

“อืม” 

“ไม่โกรธเหรอ?” 

ไม่โกรธหรอก ไม่สิ ไม่เคยโกรธเลยต่างหาก เขาไม่ปฏิเสธตางรางออกเดทตอนถูกถามเรื่องการแบ่งกะเลย และถึงจะเดาได้ว่าวันนี้โอยามาดะจะมาชมดอกซากุระด้วย ก็รอให้วันนี้มาถึงด้วยความใจจดใจจ่อ 

ไทกิแสวงหาที่ที่ตนจะถูกผู้คนห้อมล้อม หัวเราะไปด้วยกันได้ตลอด คุณคาชิอิเองก็เหมือนกัน 

เพราะอย่างนั้น ไทกิจึงใกล้ชิดกับคุณคาชิอิยิ่งกว่าใคร 

ไทกิพยายามจัดระเบียบความคิดอันสับสนในหัวจนถ่ายถอดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ทำได้เพียงมองคุณคาชิอิเท่านั้น 

“ฉันโอเค ถึงจะอธิบายออกมาไม่ได้ก็เถอะ” 

เขาพึมพำเพราะเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่ได้ดังใจ ตอนนั้นเองคุณคาชิอิก็คว้ามือของไทกิเอาไว้ เป็นครั้งแรกที่ถูกคุณคาชิอิสัมผัส 

“ฉันว่าฉันเข้าใจนะ” 

แฟนสาวของ ‘พวกเขา’ เอ่ย ขณะมีกลีบดอกซากุระแสนสวยติดอยู่บนเส้นผม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว