สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 34 : ฟ้าหลังฝน

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 : ฟ้าหลังฝน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.7k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2563 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 : ฟ้าหลังฝน
แบบอักษร

ตอนที่ 34 : ฟ้าหลังฝน

 

 

"จัดการนังหนูนั่นซ่ะ รีบเก็บหลักฐานก่อนที่พ่อมึงจะแห่มา!" 

สิ้นคำสั่งของเสี่ย ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังยกปืนขึ้นพร้อมยิงในทันที 

 

"พี่สาวระวัง...!" 

 

ปั้ง! 

 

"กรี๊ดดดดดดด... ไม่นะ...." 

เสียงหวีดร้องของฟางฟางดังสนั่น น้องสาวของเธอรีบวิ่งมาคว้าตัวเธอไว้พร้อมกับหมุนตัวเองบังวิถีกระสุนไม่ให้โดนเธอ... เลือดสีแดงสดไหลทะลักจากลำตัวน้องสาวมากมาย

 

"ลูกแพรว!!!!"

 

"แพรวดี!!!!!" 

เสียงแหบแห้งของวิภาและวิสุทธิ์ร้องจนเสียงหลงเมื่อเห็นลูกสาวล้มลงไปต่อหน้า วิภาถึงขั้นแข้งขาอ่อนไม่มีแม้แรงจะลุกไปหาลูกสาวและล้มพับลงตรงนั้น

 

ส่วนฟางฟางสติหลุดจนตัวแข็งทื่อหูดับและไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว จากนั้นก็มีลูกกระสุนมากมายสาดเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเกราะกัน​กระสุนและอาวุธครบมือกว่ายี่สิบคน บางคนถูกจับเป็น บางคนถูกจับตายทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายไปหมดต่างคนต่างหาที่หลบกำบังจะมีก็แต่สองพี่น้องที่นั่งกลางวงวิถีกระสุนโดยมีนายตำรวจสองนายถือเกราะมาตั้งป้องกันและพาทั้งคู่ขยับไปในที่ปลอดภัย

 

"หยุดนะพวกเราล้อมไว้หมดแล้ว คุณไม่มีทางหนีได้แน่เสี่ยวิชัย"

เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น เสี่ยวิชัยมีธุรกิจมืดมากมายแต่ตำรวจไม่สามารถเอาผิดได้สักครั้ง เพราะเขามีคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่ตอนนี้หลักฐานคาตาคงจะโดนแจ้งจับหลายข้อหา และหากตรวจค้นโกดังแห่งนี้ด้วยแล้วละก็.....เห็นทีว่าจะไม่รอด

 

"เข้ามากูยิงอีนี่แน่"

วัตถุสีดำเงาวับจ่อที่หัววิภา สำหรับตำรวจตัวประกันสำคัญที่สุดเขามั่นใจว่าพวกนั้นไม่กล้ายิงแน่.... แต่ครั้นจะลากเอาวิภาให้เป็นเกราะกำบังเธอกลับไม่ลุก เพราะยังขวัญ​เสียเรื่องลูกสาวจนขาไม่มีเรี่ยวแรง

 

"ปล่อยตัวประกันแล้วมอบตัวซ่ะ!"

 

"อย่าทำอะไรเธอ... มาจับผมไปแทนเถอะ ผมจะไปกับคุณเอง"

วิสุทธิ์​ร้องบอกคนร้าย ถึงอย่างไรวิภาก็ขึ้นชื่อว่าเมียจะไม่ห่วง​เลยก็คงจะไม่ได้

 

"ลุกสิ ถ้ามึงไม่ลุกมึงได้ตายตามลูกมึงไปแน่"

เสี่ยวิชัยผลักหัววิภาอย่างแรง แต่ทว่าเธอกลับมองเสี่ยวิชัยด้วยแววตาโกรธแค้นอาฆาต

 

"แกฆ่าลูกฉัน!! ไอ้เลว ไอ้ชาติ​ชั่ว!!!"

แรงฮึดสุดท้าย วิภาหันกลับมากระชากปืนจากเสี่ยวิชัยเกิดเป็นจังหวะชุลมุน​วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแย่งปืนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย คนหนึ่งอยากฆ่าอีกคนอยากหนี

 

"วิภาใจเย็นๆ คุณ... อย่าไปสู้กับมัน"

วิสุทธิ์เห็นท่าไม่ดีก็อยากเข้าไปห้าม แต่ทว่ากลับมีนายตำรวจนายหนึ่งพาเขาออกมาจากตรงนั้นเสียก่อน

 

"ไม่.... มันฆ่าลูกฉัน.. มันฆ่าลูกฉัน!!!! แก... ไอฆาตกร!"

 

ปั้ง!!

 

 

 

 

"เธอมันก็ฆาตกร!"

เสี่ยวิชัยตาเหลือกขึ้นมาก่อนจะค่อยๆปล่อยอาวุธ​แล้วใช้มือกุมหน้าท้องที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด.. เสียงแหบแห้ง​ร้องบอกวิภาก่อนที่เขาจะล้มลงหมดสติไป

 

วิภานั่งลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว.. เธอฆ่าคนตายงั้นหรือ... เธอมองอาวุธ​ปืนในมือสลับกับมองหน้าเสี่ยวิชัยอย่างหวาดระแวง เมื่อตำรวจเริ่มควบคุมสถานการณ์​ได้แล้ววิสุทธิ์ เหมราช และวาทินที่ถูกกันตัวไว้รีบเข้ามาดูแพรวดีที่กำลังนอนจมกองเลือด เสียงฟางฟางร่ำไห้กอดร่างน้องสาวไว้ทั้งน้ำตา...วิสุทธิ์เข้ามาโอบกอดลูบสาวทั้งสองคนด้วยความเสียใจ วาทินนิ่งไปชั่วขณะทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าคนที่นอนจมกองเลือดคือแพรวดี

 

"แก.... เพราะแกฟางฟาง... เพราะแก แกทำชีวิตฉันพัง พังไปหมด พังไปหมดทุกอย่าง แกเป็นคนทำให้ลูกฉันต้องตาย!!" 

วิภาร้องโวยวายเหมือนคนเสียสติ ภาพที่แพรวดีวิ่งรับกระสุนแทนพี่สาวฉายกลับเข้ามาในหัว แววตาจ้องเธออย่างเคียดแค้น

 

"อย่าเอาแต่โทษคนอื่น... หัดโทษตัวเองบ้างวิภา มันเพราะใครลูกถึงต้องมาอยู่ที่นี่!!"

วิสุทธิ์ตะโกนออกไปอย่างเหลืออด เธอเป็นยิ่งกว่างูพิษนำภัยร้ายเข้ามาในครอบครัวยังมาว่ากล่าวโทษคนอื่นไม่ได้มองตัวเองสักนิด 

 

"แต่เพราะมัน มันทำให้ลูกฉันต้องเจ็บ... มันสมควรตาย!! ฟางฟางแก... อย่าอยู่เลย!!!"

 

"ฟางฟาง.. ระวัง!"

เหมราชเอาตัวเข้ากำบังโอบกอดเธอไว้แน่น.. เธอคือนางฟ้า คือแสงสว่างของชีวิตเขาจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปเป็นอันขาด! 

 

ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

 

 

 

เสียงปืนดังขึ้นสามนัดติด กระสุนสามนัดฝังเข้าที่ร่างวิภาทั้งสามนัดโดยตำรวจฝีมือดี เธอล้มพับจมกองเลือดตัวเองลงไปในทันที เหมราชลืมตาขึ้นช้าๆเมื่อไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด 

 

"วิภา.... ไม่... วิภา"

ทุกคนหันไปมองร่างจมกองเลือดของวิภาด้วยความตกใจ... วิสุทธิ์รีบวิ่งไปประคองร่างเธอขึ้น หยดน้ำตาไหลซึมจากหา​งตาเธออย่างน่าเวทนา​

 

"ขะ.. ขอโทษนะคะ... อึก.. ขอโทษ...." 

เธอพูดได้แค่นั้นก่อนที่ดวงตาจะปิดลงและหมดลมหายใจไปในที่สุด วิสุทธิ์เหมือนคนตายทั้งเป็น เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวจนต้องหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา การสูญเสียสองชีวิตพร้อมกันมันเกินที่จะรับไหว

 

 

 

 

เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน ฟางฟางยังคงโอบประคองร่างของน้องสาวไว้ในอ้อมกอด เสียงหวานร้องไห้จนแหบแห้งคร่ำครวญไม่ยอมหยุด

 

"แพรว... น้องพี่ ได้โปรดฟื้นขึ้นมาเถอะ ฮึกๆ  ลืมตาขึ้นมองหน้าพี่ทีเถอะนะพี่ขอร้อง ไหนเราสัญญากันแล้วมิใช่หรือว่าเราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน ฮือๆ... ถ้าน้องทิ้งพี่ไปพี่จะเริ่มใหม่กับใคร พี่มีน้องสาวแค่คนเดียวนะ" 

 

 

"น้องพี่..ฮือๆ... ได้ยินที่พี่พูดไหม ตื่นมาเถอะนะ ตื่นมาเป็นน้องพี่ ตื่นมาให้พี่ได้ดูแลน้องเถอะ.... พี่สัญญาพี่จะดูแลน้องด้วยชีวิตพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายน้องพี่อีกแล้ว ฮึกๆ... จำได้ไหมตอนเด็กๆเราเคยสัญญาว่าเราจะเป็นพี่น้องที่รักกันตลอดไป... แพรวลืมแล้วหรือถึงได้มาทิ้งพี่ไปแบบนี้"

 

"ทุกอย่างมันกำลังจะดีอยู่แล้ว... ฟื้นเถอะนะ ลืมตามามองหน้าพี่...ฮือๆ พี่อยากจะบอกให้น้องได้รู้ว่าพี่ไม่โกรธน้องแล้วพี่อภัยให้น้องทุกอย่าง ตื่นสิตื่นมาฟังคำพี่.. พี่รักน้องนะแพรวดี ฮึกๆ ฟื้นขึ้นมาสิฟื้นขึ้นมา... ฮือๆ"

 

"ฟางฟาง... รถพยาบาลมาแล้วปล่อยแพรวดีให้คุณหมอมาทำหน้าที่ก่อนนะครับ"

เหมราชมาดึงร่างเธอ ฟางฟางยอมผละออกจากน้องช้าๆ เธอเหมือนจะขาดใจไ​ปทุกวินาที สองแขนแกร่งตระกองกอดเธอไว้แน่น เขาเข้าใจความรู้สึกแบบนี้เป็นอย่างดี แม้จะไม่เคยเจอแต่ก็รู้ถึงความเจ็บปวด

 

"พี่เหม... น้องของฟาง ฮึกๆ... น้องจะเจ็บมากไหมคะ น้องจะยังอยู่กับฟางไหมคะ..." 

ความเสียใจสุมแน่นอยู่ในอกมันเพราะเธอ เพราะเธอจริงๆเธอเป็นคนทำให้น้องต้องเจ็บทั้งๆที่คนๆนั้นควรเป็นเธอ

 

"แพร​วดีจะต้องปลอดภัยเราเชื่อพี่นะ... ตอนนี้เราจะต้องพาเธอไปโรงพยาบาลก่อน นางฟ้าของพี่ลุกไหวไหม"

 

"ไหวค่ะ... ฟางจะไปกับน้อง.. "

เหมราชไม่ขัดเธอแม้แต่น้อย เขาส่งเธอขึ้นรถพยาบาลไปพร้อมกับน้องเธอ ส่วนเขาต้องอยู่ที่นี่ต่อเพื่อให้ปากคำกับวาทินและพ่อของเธอ

 

 

 

สองมือเรียวจับมือน้องสาวไว้แน่น เธอบีบมันอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าสวยน่ารักของเธอตอนนี้มันช่างดูซีดเซียว​นักจนเธอใจหาย เธอเคยสูญเสียคนที่เป็นที่รักไปตอนนั้นเธอยังเด็กความเจ็บปวดมันเลยเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ ความรู้สึกจุกแน่นในอกเหมือนจะหายใจไม่ออกมันช่างทรมานเสียเหลือเกิน

 

"เด็กโง่... มารับกระสุนแทนพี่ทำไม คนที่ควรจะนอนอยู่ตรงนี้มันควรเป็นพี่...ฮึกๆ ขอเถอะนะถ้าฟ้ามีตานางฟ้าหรือเทวดามีจริง... ช่วยสร้างปาฏิหาริย์ให้หนูสักครั้งช่วยทำให้เธอรอดและปลอดภัย ได้โปรดเถอะนะคะหนูยังมีเรื่องที่อยากคุย ยังมีเรื่องที่อยากทำร่วมกับน้องอีกมากมาย ให้เธอฟื้นขึ้นมาเถอะนะคะจะแลกด้วยอะไรหนูก็ยอม"

น้ำตาใสไหลหยดบนฝ่ามือน้องสาวจนเปียกชุ่ม ปลายนิ้วมือเรียวที่เธอกอบกุมเริ่มขยับน้อยๆ จนฟางฟางรู้สึกถึงแรงบีบที่เธอส่งมาถึง.... 

 

 

 

"แพรว.... น้องพี่..."

ดวงตาคู่งามปรือขึ้นน้อยๆมองหน้าพี่สาวพร้อมใบหน้าสวยที่ยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

 

"คนไข้อาการดีขึ้นไม่น่าเชื่อเลยค่ะ รบกวนญาติเรียกเธอไว้นะคะอย่าให้เธอหลับ"

สัญญาณชีพของเธอมีจังหวะดีขึ้นอย่างหน้าอัศจรรย์​จนพยาบาลบนรถที่คิดว่าเธอไม่น่ารอดได้แต่แปลกใจ

 

"น้องพี่... อย่าหลับ มองหน้าพี่ไว้ ต้องเข้มแข็ง น้องพี่ต้องรอดต้องกลับมาเป็นน้องพี่นะ"

เธอมองหน้าน้องสาวอย่างมีความหวัง น้ำตาเริ่มไหลซึมจากใบหน้าของน้องสาว ฟางฟางยืนมือไปเกลี่ยเช็ดหยดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน

 

"หนู... ขอ.. โทษ"

 

"ไม่... ไม่ พี่ไม่ฟัง... ถ้าอยากขอโทษก็เอาไว้รักษาตัวให้หายแล้วค่อยมาบอกพี่... "

ฟางฟางส่ายหน้ารัวๆกับคำขอโทษของน้องสาว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ได้บอกว่ายกโทษให้เธอไปหมดแล้ว

 

"หนู..หายใจ ไม่ออก.. เลย ค่ะ"

 

"อดทนนะ อีกนิดเดี๋ยวจะถึงโรงพยาบาลแล้ว น้องต้องอดทนนะรู้ไหม พี่มีคนอยากแนะนำให้น้องรู้จัก สัญญากับพี่นะว่าจะสู้"

น้องสาวเกี่ยวนิ้วก้อยเธอเอาไว้แล้วพยักหน้าให้เธอเบาๆอย่างอ่อนแรง

 

 

___________________

 

 

ฟางฟางนั่งรอเธออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความกังวลใจ น้องเธอเข้าไปร่วมชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับออกมา คุณหญิงรมิดาที่รู้ข่าวจากลูกชายก็รีบบึ่งรถมาที่นี่ทันทีเพื่อมาดูแลว่าที่ลูกสะใภ้ของเธอ ส่วนเด็กๆก็ต้องฝากแม่นมและเอมอรช่วยดูไปก่อน

 

"ฟางฟาง แม่เอาเสื้อผ้ามาให้หนูเปลี่ยนด้วยนะลูก ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม ทางนี้แม่จะรอฟังข่าวให้"

เสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่แห้งกรังเต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดง ใบหน้าสวยตอนนี้มีดวงตาที่บวมช้ำช่างดูน่าสงสาร คุณหญิงกอดเธอไว้แน่นโดยที่ไม่นึกรังเกียจคราบเลือดบนตัวเธอ

 

"คุณแม่ว่าน้องจะปลอดภัยไหมคะ"

 

"แน่นอนหนูแพรวต้องปลอดภัยจ้ะ หนูไปอาบน้ำให้สบายตัวเถอะนะ พอน้องออกมาจะได้กอดน้องไงดีไหมลูก"

คุณหญิงรมิดาสงสารเธอเสียเหลือเกิน พอจะได้เริ่มต้นใหม่กับครอบครัวก็ดันเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น ชีวิตเธอทำไมต้องมาพบแต่เรื่องร้ายๆแบบนี้กันนะ

 

"คุณพาหนูฟางไปเถอะ ผมจะรอฟังข่าวให้"

คุณท่านสักการอาสารับหน้าที่แทน สภาพจิตใจฟางฟางไม่ได้ดีขนาดนั้นไม่ควรปล่อยเธออยู่คนเดียว คุณหญิงรมิดาจึงพาเธอไปตามคำแนะนำของสามี

 

เมื่อกลับมาแล้วก็พบว่าน้องสาวเธอยังไม่ออกจากห้องผ่าตัด คุณพ่อคุณแม่สามีก็ได้แต่นั่งปลอบใจเธอไม่ห่าง คอยให้กำลังใจเธอจนเธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง พยาบาลและทีมแพทย์เดินเข้าออกห้องผ่าตัดกันให้ขวัก เธอได้แต่สวดมนต์ภาวนา​ขอให้น้องสาวปลอดภัย

 

 

 

 

"ญาติคนไข้ครับ... ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วแต่ยังต้องการเลือดเธอเสียเลือดมาก ใครมีเลือดกรุ๊ปบีบริจาค​ให้เธอได้บ้างครับ" 

ทันทีที่หมอออกมาจากห้องผ่าตัด ฟางฟางรีบลุกขึ้นมาหาคุณหมออย่างรวดเร็วด้วยความหวัง

 

"หนูค่ะ หนูกับน้องเลือดกรุ๊ปเดียวกัน" 

 

"หนูฟาง พ่อเองดีกว่าหนูคงจะไม่ไหว พักก่อนเถอะลูก"

สักการรีบเอ่ยปากห้าม สภาพลูกสะใภ้จะยืนยังแทบไม่ไหวจะไปบริจาคเลือดได้อย่างไรกัน

 

"หนูไหวค่ะพ่อ... น้องทำเพื่อปกป้องหนู หนูขอช่วยน้องบ้าง" 

หากมีโอกาสช่วยได้แล้วไม่ช่วยเธอคงจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่ แค่ให้เลือดแค่นี้เธอให้ได้เพราะขนาดชีวิต... น้องสาวยังแสดงให้เห็นแล้วว่า.... ให้เธอได้เหมือนกัน

 

"งั้นเชิญเลยครับ แต่หมอขอคุยกับญาติคนไข้สักเดี๋ยวนะครับ" 

คุณหมอเดินนำฟางฟางไปที่ห้องพักแพทย์ เรื่องบางอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวของคนไข้ เขาไม่สามารถนำมาพูดให้ใครฟังได้เว้นแต่คนในครอบครัว... 

 

 

 

 

"คุณหมอมีอะไรหรือคะ? หรือว่าน้องสาวหนูเป็นอะไร" 

 

"เธอปลอดภัยแล้วครับ... แต่ตอนนี้คุณรู้หรือไม่ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ"

 

"คุณหมอแน่ใจนะคะว่าเธอกำลังตั้งครรภ์?" 

 

"แน่ครับ เราตรวจอย่างละเอียดแล้ว แล้วตอนนี้คนไข้ก็อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะแท้ง น่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เธอถูกยิงมา ตอนนี้หมอฉีดยาให้แล้ว แต่ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดนะครับคงต้องให้พักที่นี่สักระยะ ถ้าไม่มีเลือดออกแล้วก็สามารถกลับบ้านใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ" 

คุณหมอถึงกับเชิญแพทย์สูตินรีเวชมาตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ซึ่งผลก็ออกมาว่าเธอตั้ง​ครรภ์จริง แต่เธอมีเลือดออกทางช่องคลอดจึงตกอยู่ในสภาวะ​ความเสี่ยง

 

"เรื่องนี้ขอร้องคุณหมอนะคะว่าอย่าพึ่งบอกใครรวมถึงน้องสาวหนู เมื่อเธอฟื้นหนูจะเป็นคนบอกเธอเองค่ะ"

คุณหมอพยักหน้ารับคำของเธอทันที การรักษาความลับหรืออาการป่วยของคนไข้มันเป็นจรรยาบรรณ​ของแพทย์อยู่แล้ว

 

 

 

________________

 

 

 

ฟางฟางมาที่ห้องบริจาคเลือด​เลือดตามความตั้งใจ พยาบาลสอบถามซักประวัติ​นิดหน่อยก่อนจะขอเจาะเลือดของเธอไปตรวจ ฟางฟางรอนางพยาบาลทำตามขั้นตอนอย่างใจเย็นทั้งๆที่ความจริงแล้วอยากจะเอาเข็มมาเจาะเลือดเธอออกไปให้น้องเสียรู้แล้วรู้รอด

 

"คุณเทวิกาเชิญทางนี้ค่ะ" 

 

"คุณไม่สามารถบริจาคเลือดได้นะคะ เพราะคุณกำลังตั้งครรภ์ยินดีด้วยนะคะ ให้ดิฉันนัดคิวกับคุณหมอสูติให้เลยไหมคะ จะได้ทราบอายุครรภ์ที่ชัดเจน?" 

พยาบาลสาวพูดกับเธออย่างยิ้มแย้ม ส่วนคนฟังก็อึ้งไปชั่วขณะ เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเธอพึ่งรู้ว่าน้องสาวเธอท้อง! มาตอนนี้เธอก็รู้ว่าเธอท้อง.... นี่นะหรือ 

 

'ฟ้าหลังฝนที่สวยงาม'

 

มือน้อยๆลูบวนที่หน้าท้องของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ... นี่ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเธอ... อาการของน้องสาวก็พ้นขีดอันตราย แถมลูกของเธอกับลูกของแพรวดีน่าจะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน.... อนาคตครอบครัวเธอต้องอบอุ่นมากกว่านี้แน่... 

 

______________________

 

เบบี๋มาแล้วววว มาไม่แฝดแต่มาเป็นคู่!! 

 

ช่วงนี้ไรท์กลับไปทำงานตามปกติแล้ว... คงจะอัพได้แค่วันละหนึ่งตอน 

 

หลังเลิกงานสัญญา​ว่าจะรีบมาปั่นให้นะคะแต่จะลงให้ดึกหน่อย 

 

ถ้าวันไหนมาไม่ไหวจะแจ้งนะคะจะได้ไม่ต้องรอกันค่ะ

 

ส่วนนิยายเรื่องนี้ใกล้เดินมาถึงปลายทางแล้ว.... อีกไม่กี่ตอนก็จะถึงตอนจบ อยู่ด้วยกันอีกนิดนะคะ ฮึบ!! ทน​ๆอ่านหน่อย!! 

 

ไม่เคยเขียนนิยายมาก่อนอยากให้ในหนึ่งเรื่องมีครบทุกรสชาติ บางฉากก็อาจจะเขียนไม่ถึงอารมณ์คนอ่านไรท์​ต้องขออภัยด้วยค่ะ จะฝึกพัฒนา​ฝีมือไปเรื่อยๆนะคะ

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ... ❤️🙏

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว