สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 33 : เดือนร้อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 : เดือนร้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2563 23:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 : เดือนร้อน
แบบอักษร

ตอนที่ 33 : เดือนร้อน 

 

 

"พี่เหมวันนี้ฟางจะไปหายัยแพรวนะ แต่ยังไม่รู้ว่าที่ไหนเห็นบอกว่าบ่ายๆจะกลับมา เดี๋ยวฟางบอกอีกทีนะคะ" 

ถ้าเจอหน้าล่ะจะบ่นให้หูชาเลยคอยดูสิ ไม่สบายยังหนีไปทำงานทั้งๆแบบนั้น ติดต่อหาก็ไม่ได้ 

 

'ได้สิ... แต่รีบกลับนะ' 

ในใจก็อยากไปกับเธอด้วย แต่ถ้าเขาไปด้วยแพรวดีอาจจะอึดอัดไม่น้อยเวลาจะพูดจะคุยอะไรกับพี่สาว 

 

"ฝากดูเด็กๆด้วยนะคะ" 

 

'ได้ครับ มีอะไรโทรหาพี่นะ ขับรถดีๆ ถ้าคุยนานก็อย่าลืมพากันไปหาอะไรกิน อย่ามองผู้ชาย ห้ามยิ้มให้ใคร ใครมาคุยด้วยก็ทำเชิดเข้าไว้' 

 

"พอค่ะพอ.... เข้าใจแล้ว ฟางวางสายแล้วนะคะจะไปประชุมแล้วค่ะ"  

เธอต้องรีบเบรคคนปลายสาย เพราะดูเหมือนจะสั่งเยอะเหลือเกินนี่เธอไปหาน้องนะไม่ได้คิดจะไปทำอะไรแบบนั้น 

 

'​พี่เป็นห่วง ทั้งห่วงทั้งหวงเลยนี่ ตั้งใจทำงานนะครับ' 

 

"พี่ก็ตั้งใจทำงานนะคะ ฟางต้องไปแล้วไว้เจอกันค่ะ" 

เธอยิ้มกว้างกับคำพูดของเขา ทุกวันนี้ใช่เขาคนเดียวที่ไหนที่หลงเธอ เธอก็หลงเขาไม่น้อยไปกว่ากันหรอก 

 

'ครับ'​ 

ทำไมถึงรู้สึกใจคอไม่ดีเลย มันเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องอย่างไรก็บอกไม่ถูก  

 

 

ฟางฟางทำงานอย่างตั้งใจตลอดทั้งวัน แต่สมาธิกับจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อรอการติดต่อจากน้องสาว เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเธอส่งเมสเสจมาบอกว่ากำลังจะเข้าไปหาแม่ของเธอที่บ้าน หากเสร็จจากทางนั้นแล้วจะติดต่อกลับมา...  

 

 

____________________ 

 

 

 

"ให้ฉันไปด้วยไหม"  

วาทินขับรถมากับเธอจนถึงทางเข้าหมู่บ้าน วันนี้เขาเคลียร์งานเสร็จหมดแล้วจึงได้พาเธอมาตามที่เธอขอ 

 

"ไม่ดีกว่า ฉันไม่อยากตอบคำถามแม่"  

แม่เธอคงจะถามเยอะถามแยะจนหน้าปวดหัว ที่มาวันนี้ก็แค่อยากมาเห็นว่าแม่ยังสบายดีหรือไม่ และเป็นอย่างไรบ้าง 

 

"ถ้าคิดหนี.... เธอจะไม่ได้เห็นฉันในมุมนี้อีกแล้วเข้าใจไหม แล้วก็เตรียมตัวเป็นนางเอกหนังอย่างว่าได้เลย" 

วาทินถึงขั้นต้องชี้หน้าข่มขู่ ห่วงแต่เธอจะหนีแล้วเป็นอะไรไป ครั้นจะไปกับเธอด้วยเธอก็คงไม่ยอม ที่ทำได้คือตามดูแลห่าง 

 

"เข้าใจแล้ว เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันโทรหาแล้วกัน" 

เขาพยักหน้ารับก่อนจะลงจากรถไปขึ้นรถคันหลังที่มีลูกน้องจอดรออยู่ เขาไปรอเธอที่ร้านกาแฟเล็กๆแถวนั้น พูดคุยกับลูกน้องคนสนิทเพื่อฆ่าเวลา  

 

บ้านหลังใหญ่ของเธอเงียบสนิทจนดูน่ากลัว เหมือนจะไม่มีใครอยู่แม้แต่คนรับใช้ เธอตะโกนเรียกหาแม่ตั้งแต่ประตูทางเข้าบ้านแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ เธอเดินเข้าไปถึงห้องรับแขกใหญ่ แล้วก็ต้องตกใจจนสุดขีด.. 

 

"แม่คะ พ่อคะ...." 

พ่อกับแม่ถูกจับมัดนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นบ้าน บนโซฟามีชายสูงวัยใส่สูทดำสนิทนั่งอยู่ ด้านหลังมีชายอีกหกเจ็ดคนยืนเอามือไขว้หลังในท่ารอรับคำสั่ง และมีคนหนึ่งกำลังแกะเทปที่ปิดปากพ่อของเธออยู่ ส่วนคนรับใช้ในบ้านก็ถูกจับมัดนอนกองกันอยู่แถวนั้น 

 

"อย่าเข้ามาแพรวหนีไป!!" 

วิสุทธิ์ตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว กลัวคนพวกนี้จะทำอะไรลูกสาว 

 

ปิ้ว!! เพล้ง..!  

 

เสียงปืนสวมที่เก็บเสียงเล็งไปที่แจกันริมประตู แพรวดีที่กำลังจะหมุนตัวกลับถึงขั้นขาแข็งจะก้าวก็ก้าวไม่ออก 

 

"มานั่งนี่สินังหนู" 

เสี่ยวิชัยชายสูงวัยพูดด้วยเสียงเรียบๆแต่​ยกยิ้มมุมปาก พลางคิดอยู่ในใจว่าแม่เด็กคนนี้ก็ดูน่ารักใช่ย่อย จะเอาไว้ใช้เองหรือจะส่งไปขายดีหากไม่มีเงินมาใช้หนี้ 

 

"พวกคุณต้องการอะไร ปล่อยพ่อกับแม่หนูก่อนได้ไหม"  

เธอเดินก้าวขาสั่นเทาพาตัวเองมานั่งลงที่โซฟารับแขกตัวข้างๆชายสูงวัย 

 

"เงิน... สิบล้านพอจะหาให้ฉันได้ไหมล่ะนังหนู ถ้าไม่ได้เห็นทีคงต้องไปด้วยกันหน่อยนะ"  

 

"ห๊ะ... สิบล้าน ค่าอะไรอีกคะ?"  

ใบหน้าสวยดูซีดลงในทันตา เธอหันไปมองหน้าแม่ แม่ก็หลบตาเธอ ส่วนพ่อก็เอาแต่เงียบพูดอะไรไม่ออก 

 

"แม่ของนังหนูกู้เงินฉันไปเล่นพนัน นัดว่าจะให้เงินฉันมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วยังไม่เห็นมา ฉันเลยตามมาทวง ดีจริงๆที่วันนี้นังหนูกลับบ้าน เป็นดาราคงจะมีเงินอยู่สินะ" 

เสี่ยวิชัยพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี​แต่ใบหน้าและท่าทางของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่พูดสักนิด แพรวดีมองหน้ามารดาและร้องไห้ในทันที สิบห้าล้านแรกเธอพึ่งเอาตัวเข้าแลกเงินให้แม่ยังไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ แล้วรอบนี้อีกสิบล้าน 

 

"หนูไม่มีหรอกค่ะ แต่ให้เวลาหนูสักสองสามวันได้ไหมคะ เดี๋ยวหนูจะลองไปหาหยิบหายืมมาให้"  

แพรวพูดทั้งน้ำตา... ถ้าขอร้องวาทินเขาจะช่วยเธอหรือ? แล้วถ้าขอพี่สาวล่ะ พี่สาวจะว่าอย่างไร ไม่สิพี่คงไม่ช่วยหรอก เพราะแม่เธอเป็นคนก่อเรื่อง 

 

"โทรสิ ฉันให้นังหนูโทรหาใครก็ได้สักคนที่คิดว่าจะช่วยหนูได้ 

 

ครืด.... ครืด...  

 

เสียงโทรศัพท์สั่นพร้อมเสียงริงโทนดังแผ่วๆจากกระเป๋าเธอ แพรวดีทำเป็นไม่สนใจเธอไม่รู้หรอกว่าใครจะเป็นคนโทรมา แต่เธอไม่อยากรับและนี่มันก็ไม่ใช่เวลาจะรับสายใครด้วย แต่เมื่อเธอไม่รับก็มีชายคนหนึ่งกระชากกระเป๋าเธอไปพร้อมส่งมือถือให้เจ้านายของตนเอง 

 

"พี่สาว...งั้นหรือ? งั้นที่เขาพูดกันว่าคุณวิสุทธิ์มีลูกสาวสองคนนั้นก็เรื่องจริงสินะ รับสินังหนูไหนๆพี่สาวก็โทรมาแล้ว"  

เสี่ยวิชัยส่งโทรศัพท์ให้เธอ แต่แพรวดีไม่ได้คิดจะรับมันและตัดสายทิ้งทันที เธอไม่อยากให้พี่สาวต้องมายุ่งเกี่ยว​เดือดร้อนอะไรกับเธออีกแล้ว 

 

"ทำไมไม่รับล่ะ อ้อ... ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียไอ้เศรษฐีหนุ่มนั่นไม่ใช่หรือ ไม่รับสายแล้วให้พี่สาวเอาเงินมาช่วยจะดีหรือ" 

ลูกน้องคนข้างๆจำได้จึงกระซิบบอกเจ้านายว่าเธอคือใคร เพราะตอนที่ฟางฟางโทรเข้ามาหน้าจอเธอปรากฏ​รูปพี่สาวที่ถ่ายคู่กันตอนอยู่โรงพยายาล​ 

 

"ไม่ค่ะ.. ได้โปรดหนูขอร้องให้เวลาหนูสักวันก็ยังดีเดี๋ยวหนูจะหาเงินมาคืนนะคะ" 

เธอพูดยังไม่ทันจบสายเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกแพรวดีกำลังจะกดปิดเครื่องแต่ทว่าเสี่ยวิชัยก็พุ่งตัวมาอย่างเร็วแล้วแย่งโทรศัพท์ของเธอไปกดรับ และเปิดสปีกเกอร์โฟนยื่นมาตรงหน้าเธอ 

 

'ฮัลโหลยัยแพรวตัดสายพี่ทิ้งทำไม พี่จะโทรมาบอกว่าพี่จองร้านอาหารแถวที่ทำงานเอาไว้ ไปเจอกันที่นั่นนะ'​ 

 

"พี่สาว.... หนู... หนูคงไปไม่ได้ ไว้วันหลังได้ไหม"  

แพรวดีก็ยังเลือกที่จะไม่ดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนเดิม แค่เรื่องในอดีตที่ทำร้ายพี่ก็ยังไม่หายรู้สึกผิดเลย 

 

"ฟางฟาง.... พ่อแกโดนจับ หาเงินสิบล้านมาช่วยพ่อแก"  

เหมือนลูกน้องของเสี่ยวิชัยจะเดาทางวิภาออก ชายคนนั้นแกะเทปปิดปากออกให้วิภา เธอตะโกนสุดเสียงให้ดังเข้าไปในโทรศัพท์ทันที 

 

"พี่สาวไม่มีอะไรหรอกอย่าใส่ใจเลย"  

แพรวดีพยายามตะโกนเสียงดังเพื่อพูดทับเสียงแม่ที่อยู่ไกลกว่า และภาวนา​ขอให้พี่สาวไม่ได้ยิน 

 

'มีอะไรแพรว ใครโดนจับพ่อเป็นอะไรแล้วนั่นเสียงใคร'​ 

 

"นังหนูเป็นพี่สาวแพรวดีหรือ? ตอนนี้ฉันจับน้องสาวและพ่อเธอกับแม่เลี้ยงเธอไว้ เอาเงินมาให้ฉันสิบล้าน ถ้าไม่มีก็ไปตามหาน้องสาวเขาตามชายแดนและกัน ฉันจะส่งนังหนูนี่ไปขายน่าจะได้ราคาดีอยู่"  

เสี่ยวิชัยดึงโทรศัพท์กลับไปพูดเอง ให้สองแม่ลูกนี่คุยเห็นทีเขาจะไม่ได้เงินสักแดง 

 

'เงินตั้งมากมายขนาดนั้นจะเอาไปทำอะไร แล้วฉันจะไปหาที่ไหนมาให้' 

แม่กับผู้ชายคนนั้นเธอไม่ค่อยจะห่วง แต่น้องสาวเธอเนี่ยสิ ทำไมถึงได้น่าสงสารขนาดนี้ 

 

"แม่เลี้ยงเธอติดหนี้ฉัน ฉันให้เวลาเธอสามชั่วโมง ไปหาฉันที่ท่าเรือCมาคนเดียวอย่าได้คิดแจ้งความไม่งั้นฉันจะฆ่ายกโคตรเธอเลยนังหนู" 

แพรวดีถูกจับมัดไปนั่งรวมอยู่กับพ่อกับแม่ในทันที เธออยากจะหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ลูกน้องของเสี่ยวิชัยวิ่งมาลากเธอไว้ได้ทัน ในใจได้แต่ร้องไห้ภาวนา​ขอให้พี่สาวอย่ามาเธอไม่อยากนำความเดือนร้อนไปให้พี่สาวอีกแล้ว 

 

หลังจากวางสายเสี่ยวิชัยก็จับเอาสามคนพ่อแม่ลูกขึ้นรถที่จอดอยู่ทางประตูหลัง และขับพาทั้งสามคนออกไปขังไว้ในเซฟเฮาส์ทันที รวมถึงคนใช้ในบ้านทั้งหมดด้วย 

 

__________________ 

 

 

ฟางฟางช็อกไปชั่วขณะกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดีที่เธอโทรหาน้องตอนที่ทุกคนออกจากห้องประชุมไปหมดแล้ว จึงไม่มีใครได้ยินที่เธอคุยโทรศัพท์ ลำพังถ้าคนพวกนั้นจับแค่แม่เลี้ยงเธอไปเธอคงไม่ต้องมานั่งคิดให้วุ่นวายใจขนาดนี้ แต่นี่เขาจับทั้งน้องสาวทั้งพ่อของเธอไป จะให้เธออยู่เฉยก็ทำไม่ได้ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าจะหาเงินยี่สิบล้านได้จากที่ไหนแต่มันติดแค่เธอไม่กล้า 

 

"พี่เหมคะ... ฟางมีเรื่องให้พี่ช่วย" 

หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่ราวสิบนาที ในที่สุดเธอก็ต่อสายไปหาพ่อของลูก 

 

'นางฟ้าคิดถึงพี่หรือครับ... มีอะไรไหนว่ามาสิ' 

 

"ฟางอยากได้เงินสดสิบล้านภายในหนึ่งชั่วโมง พี่เหมจัดการให้ฟางได้ไหมคะ" 

เธอพูดเสียงเครียดจนอีกฝ่ายรับรู้ถึงความผิดปกติได้ในทันที เธอต้องเผื่อเวลาในการเดินทางเพราะเธอไม่ค่อยรู้จักเส้นทางในเมืองนี้เท่าไรนัก 

 

'เกิดอะไรขึ้นฟางฟาง' 

 

"ได้ไหมคะพี่เหม... พี่เตรียมให้ฟางได้ไหมคะ" 

เธอเลือกที่จะไม่บอก เธอห่วงถึงความปลอดภัยของน้องมากที่สุด 

 

'ไม่มีอะไรที่พี่ให้เราไม่ได้ อีกหนึ่งชั่วโมงพี่จะให้คนเอาไปให้' 

ฟางฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนเหมราชรีบทำตามที่เธอขอโดยให้เลขานทีเป็นคนจัดการ ส่วนเขารีบติดต่อหาวาทินในทันที.... 

 

วาทินรีบเข้าไปที่บ้านของเธออย่างรวดเร็ว เขาและลูกน้องเดินวนหาทุกซอกทุกมุมของบ้านไม่พบใครสักคน ใจแกร่งกระตุกวูบในทันที เขาไม่น่าปล่อยเธอเข้ามาคนเดียวเลยจริงๆ เพราะเห็นว่าเป็นบ้านเลยไม่ได้ชะล่าใจว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น และไม่กี่นาทีต่อมาเหมราชก็ตามมาสมทบเขาที่บ้านของเธอ 

 

"มันเร็วกว่าที่ผมคิดมากเลยพี่เหม..."  

วาทินพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด ทั้งๆที่คิดไว้แล้วว่าจะต้องปกป้องเธอให้ได้ 

 

"นั่นสิ... ไปเถอะเราต้องไปตามฟางฟาง พี่ว่ามันต้องขู่ฟางฟางแน่ไม่งั้นเธอคงบอกพี่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"  

เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอะไรไปแน่... ทั้งสองคนเลือกที่จะใช้เส้นสายติดต่อขอความช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และเน้นให้คำนึงถึงความปลอดภัยของฟางฟางและแพรวดีเป็นที่สุด 

 

ทั้งสองเลือกที่จะเปลี่ยนใช่รถรุ่นตลาดธรรมดาๆเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เมื่อเลขานทีส่งเงินให้เธอแล้วเธอก็รีบขับรถออกไปในทันที แน่นอนว่าในกระเป๋าเงินต้องมีทั้งเครื่องดักฟังและเครื่องส่งสัญญาณที่เขาประสานกับทางตำรวจให้ติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว  

 

ฟางฟางที่ไม่ค่อยรู้เส้นทางในเมืองนับว่าเป็นเรื่องยากในการเดินทาง เธอจำเป็นต้องโทรกลับไปเพื่อถามเส้นทางอีกครั้ง และนั่นก็เป็นสิ่งที่คนฟังเครื่องดักฟังต้องการ เมื่อรู้แล้วว่าเธอกำลังจะไปที่ไหนตำรวจที่เหมราชใช้เส้นสายประสานงานก็กระจายไปยังสถานที่นั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกเสี่ยวิชัยจะมาถึงเสียอีก 

 

 

__________________ 

 

 

โกดังเก็บสินค้าแห่งนี้ภายนอกจะดูธรรมดาเพราะมีธุรกิจขาวสะอาดบังหน้า แต่ทว่าเบื้องลึกภายในกลับมีอาวุธมากมายไหนจะยาเสพติดรวมอยู่ด้วย เสี่ยวิชัยเป็นผู้ร่วมลงทุนกับนักการเมืองแนวหน้าอีกหนึ่งคน แต่เพราะนักการเมืองใช้เส้นสายจึงไม่เคยมีตำรวจเข้าบุกตรวจค้นที่นี่ได้สำเร็จ 

 

ฟางฟางลงรถอย่ากล้าๆกลัวๆกอดกระเป๋าใส่เงินสดไว้แน่น ชายร่างใหญ่สองคนเดินมาประกบข้างพาเธอเข้าไปด้านในก่อนจะกลับมายืนเฝ้าปากทางเข้า  ภายในล้วนมีแต่ลังไม้มากมายถูกปิดผนึกไว้อย่างดี กลางห้องมีโต๊ะไม้เก่าๆวางอยู่ ส่วนน้องสาวกับพ่อและแม่เลี้ยงของเธอถูกจับมัดไว้ที่เก้าอี้อยู่ลึกเข้าไปอีกโดยมีเสี่ยวิชัยยืนคุมไม่ห่าง 

 

"ปล่อยน้องสาวกับพ่อฉันมา" 

ฟางฟางรวบรวมความกล้าทั้งหมดตะโกนบอกคนที่คิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้า 

 

"ไม่คิดจะช่วยแม่เลี้ยงบ้างเลยหรือยังไง แต่ช่างเถอะเอากระเป๋าเงินวางบนโต๊ะแล้วหยิบเงินออกมาคลี่ดูสินังหนู"  

เสี่ยวิชัยมองเงินในกระเป๋าที่ฟางฟางกำลังเปิดออกให้ดู มุมปากร้ายยกยิ้มอย่างพอใจและตอนนี้เขาต้องเคลียร์​ทุกอย่างอย่างรวดเร็ว เหมราชไม่ใช่คนโง่ที่เมียเอาเงินมาเยอะขนาดนี้แล้วจะนอนรออยู่เฉยๆ 

 

"รีบๆเอาน้องฉันมา" 

 

"ปล่อยพวกมันไป!" 

เมื่อเธอเอ่ยเร่งเสี่ยวิชัยจึงสั่งให้ลูกน้องปล่อยตัวทั้งสามคนในทันที และออกคำสั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งมาตรวจเช็กกระเป๋าและเงินที่เหลือ แพรวดีที่เป็นอิสระ​คนแรกเธอรีบวิ่งมาหาพี่สาว ส่วนพ่อกับแม่เลี้ยงของเธอที่มีสภาพอิดโรยจนก้าวขาเดินแทบไม่ออก ได้แต่เดินตามหลังลูกสาวอย่างเชื่องช้า 

 

"พี่... ฮึกๆ... พี่มาช่วยหนู"  

เสียงหวานแหบแห้งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เธอกลัวเหลือเกินกลัวจะต้องตายจากไปทั้งๆที่น่าจะได้เริ่มต้นกันใหม่ เธอละอายใจเหลือเกินที่แม่เอาแต่สร้างความเดือนร้อนให้ทุกคนจนถ้วนหน้า 

 

"เสี่ยครับ ในกระเป๋ามีเครื่องส่งสัญญาณ กับเครื่องดักฟัง!"  

 

"จัดการนังหนูนั่นซ่ะ รีบเก็บหลักฐานก่อนที่​พ่อมึงจะแห่มา!"  

สิ้นคำสั่งของเสี่ย ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังตรงประตูทางเข้ายกปืนขึ้นพร้อมยิงในทันที  

 

"พี่สาวระวัง...!"  

 

ปั้ง 

 

"กรี๊ดดดดดดด... ไม่นะ...."  

 

________________ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว