facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1. เจ้าแม่จำเป็น -3

ชื่อตอน : 1. เจ้าแม่จำเป็น -3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 132

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2563 13:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1. เจ้าแม่จำเป็น -3
แบบอักษร

พู่กลิ่นเดินตามเสียงเอะอะนั้นมาไม่นานเลย เธอก็ได้พบกันต้นตอของเสียง ตอนนี้ตรงหน้า...ตรงบันไดทางขึ้นตึก คนของตำหนักที่ยังอยู่กำลังช่วยกันยืนขวางทางขึ้น ถัดไปเป็นชายหญิงชราคู่หนึ่งที่แต่งตัวค่อนข้างซอมซ่อด้วยเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ ถัดไปอีกก็เป็นลุงไสวผู้ที่นำหน้าที่เป็นเวรยามเฝ้าทางเข้า-ออกตำหนัก ทั้งหมดดูมีสีหน้ายุ่งยากใจ แต่คงยกเว้นชายหญิงชราคู่ตรงหน้านี้ ที่สีหน้าของพวกเขาดูร้อนรน และเหมือนคนอมทุกข์แปลก ๆ 

"มีอะไรคะ! ป้าทัย" เธอถามอรทัย แม่บ้านใหญ่ของตำหนักที่บัดนี้กำลังถือด้ามไม้กวาดทางมะพร้าวพร้อมกับทำท่าจะเข้าขวางชายและหญิงชราคู่ตรงหน้าไปด้วย 

"ก็ตากับยายนี่น่ะสิ ป้าบอกว่าตำหนักปิดแล้ว ไม่ฟังกัน จะขอพบหนูกลิ่นให้ได้" 

หญิงสาวละสายตาจากสีหน้าไม่พอใจของอรทัยกลับไปมองชายหญิงชราต่อ ก่อนจะเลยไปทางลุงไสวที่เหมือนจะรู้ว่า เธอกำลังกังขาว่าทำไมถึงปล่อยให้คนนอกล่วงล้ำมาจนถึงทางขึ้นตึกได้ 

"ลุงห้ามแล้วนะหนูกลิ่น แต่สองคนนี้ไม่ฟังพากันบุกเข้ามา ลุงก็รีบตามมาห้ามอีกทีนี่แหละครับ" 

พู่กลิ่นพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะกลับมาสนใจชายหญิงชราคู่นี้อีกครั้ง แล้วพูดบ้าง "วันนี้ตำหนักปิดแล้วนะคะ คุณตาคุณยายคงต้องมาใหม่วันมะรืน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันพระใหญ่ ตำหนักจะงดทรงทุกวันพระค่ะ" 

"ตากับยาย มาวันมะรืนไม่ได้" อีกฝ่ายเอ่ยเสียงแหบแห้งตามประสาคนชราที่น่าจะมีอายุมากกว่า 65 ปีแล้ว 

"ทำไมถึงมาไม่ได้?" เธอถามกลับพร้อมกับย่นคิ้วเข้าด้วยกันเล็กน้อย "เอาอย่างนี้ กลิ่นจะให้คนทำคิวให้ตายายเป็นคิวแรกเลย ดีมั้ย แต่ตอนนี้ตากับยายต้องกลับกันไปก่อนนะคะ" 

ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วทำหน้าจะร้องไห้ออกมา ก่อนจะบอกสาเหตุว่า "เราสองติดรถคนอื่นมา มาจากเพชรบูรณ์ เงินทองไม่มีเลยติดรถเขาที่เข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯ เย็นนี้เจ้าของรถเขาก็จะกลับแล้ว เราสองคนก็ต้องกลับไปพร้อมกับเขาด้วยเพราะบ้านตากับยายไกลมาก ต้องอาศัยรถเขากลับ" 

พู่กลิ่นมองหน้าอรทัยอย่างช่างใจ อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าว่า "ไม่ได้ ถึงจะให้ตายายเข้าไปในตำหนัก เราก็ทำอะไรให้ตาและยายไม่ได้อยู่ดี เพราะมันเลยเวลาแล้ว เจ้าแม่ไม่ลงมาประทับทรงอีกแล้วค่ะ" 

ทั้งสองคนมองหน้ากันทำท่าจะร้องไห้อีก ก่อนจะเอ่ยว่า "ตากับยายไม่รู้จะบากหน้าไปหาใครอีกแล้ว อีหงษ์มันเคยอยู่ที่นี่มันแนะนำให้เรามาที่นี่ มันบอกว่าตำหนักนี้จะช่วยเราได้ ช่วยหลานสาวคนเดียวของเราได้" 

"หงษ์?" พู่กลิ่นทบทวนชื่อนี้ คุ้นและคล้ายว่าจะเป็นคนที่เคยอยู่ตำหนักเบิกฟ้ามาก่อน 

"อีหงษ์มันเคยทำงานอยู่ที่นี่จริงค่ะ แต่ทำได้ไม่กี่เดือนมันก็ขอกลับบ้านไปแต่งงาน บ้านมันอยู่เพชรบูรณ์จริง ๆ นั่นแหละ" อรทัยกล่าวเสริม 

"มิน่า..." พู่กลิ่นพึมพำอีกก่อนจะถามชายหญิงชราคู่ตรงหน้าเพิ่ม "แล้วหลานสาวของตาและยายเป็นอะไร โดนคนเขาทำของใส่หรือคะ" 

"ไม่..." ผู้เป็นยายตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะเล่าเพิ่มว่า "มันหายออกไปจากบ้านร่วมสองปีแล้ว ติดต่อมันไม่ได้เลย หายไปเลย จะเป็นหรือตายก็สุดจะรู้ อีหงษ์มันบอกว่าที่นี่จะช่วยเราได้ บอกเราได้ มันปวดใจนะ หลานสาวคนเดียวจะเป็นหรือตายเราไม่รู้ ถ้ารู้ว่ามันตายแน่แล้ว เราก็จะได้เลิกหวัง เลิกรอให้มันกลับมาหาเราสองคน" ว่าแล้วก็ร้องไห้อีกเบา ๆ คนเป็นตาต้องหันไปลูบหลังพลาง เช็ดน้ำตาตัวเองไปด้วยพลาง 

"แล้ว หลานสาวของตากับยายก่อนหน้านั้นอยู่ที่ไหน อยู่กับตากับยายหรือเปล่าคะ" 

ทั้งสองส่ายหน้าอีก "ไม่ มันมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนมันจะหายไป ติดต่อไม่ได้ มันยังโอนเงินมาให้ตาและบอกว่าได้งานทำใหม่แล้ว" 

"งานอะไรคะ?"  

"มันบอกว่า เป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือคนแก่ตามบ้านนี่แหละ" 

พู่กลิ่นรู้สึกเวทนาคนแก่ทั้งสองเป็นอย่างมาก และเริ่มไม่สบายใจขึ้น เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองพอจะช่วยคนชราทั้งสองนี่ได้อยู่ หากเธอไม่ช่วยแล้วปล่อยทั้งสองกลับไปด้วยความผิดหวัง คืนนี้เธอคงนอนไม่หลับเสียเอง เธอเริ่มตรึกตรองอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจว่า "เอาอย่างนี้ ตากับยายเข้าไปในตำหนัก่อน กลิ่นจะช่วย" 

"ไม่ได้นะหนูกลิ่น!" อรทัยรีบห้าม สีหน้าเคร่งเครียดมากทีเดียว "หนูกลิ่นจะทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ มันเป็นกฏของตำหนัก และมันอาจจะเกิดอันตรายกับตัวหนูกลิ่นเองนะ!" 

"แต่กลิ่นก็ปล่อยให้ตากับยายกลับไปอย่างผิดหวังไม่ได้เหมือนกันนะ ป้าทัย" เธอหันมายืนยันสีหน้าไม่ต่างจากอีกฝ่าย 

"แต่เราต้องยึดถือกฏของตำหนักว่า ถ้าเจ้าแม่ออกไปแล้ว เราจะไม่ประทับทรงอีก ไม่รับตรวจชะตาหรืออะไรอีกทั้งนั้น เพราะมันจะมีผลกับความแม่นยำด้วย" อรทัยกล่าวเสริม 

"เจ้าแม่เพิ่งออกไปเอง ดังนั้น ญาณ...ตอนนี้ก็น่าจะมีญาณที่มีความแม่นนำสูงอยู่กับตัวกลิ่นอยู่" เธอให้เหตุผล ก่อนจะเอ่ยตัดบท "นะป้าทัย เวทนาคนแก่สองคนนี้เถอะค่ะ" 

อรทัยยังคงทำหน้าตาไม่เห็นด้วยอยู่ดี พู่กลิ่นเลยรีบรวบรัด "เอาล่ะ ตากับยายตามกลิ่นมาข้างในตำหนักก่อน กลิ่นจะลองช่วยเท่าที่คิดว่าช่วยได้ค่ะ" 

ทั้งสองยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที แล้วรีบพากันเดินขึ้นตำหนัก ก่อนที่พู่กลิ่นจะเดินนำทั้งสองเข้าไปยังโถงใหญ่ของตึก ตามด้วยอรทัยที่ยังส่ายหน้าอย่างระอากับความดื้อดึงของหญิงสาว พลางเข่นเขี้ยวตามหลังคนทั้งสามไปอีกด้วยว่า 

"ประเดี๋ยวเถอะ! คงได้ล้มหมอนนอนเสื่ออีกแน่ หนูกลิ่น!" 

 

ตายายกับจะเอาเรื่องอะไรมาให้พู่กลิ่น และพระเอกของเราตอนนี้อยู่หนายยยย ... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว