บทสรุปของรักสี่เส้าเราสี่คนจะเป็นอย่างไร (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุดจ้า)

ตอนที่ 1-7 รักหารสาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 รักหารสาม

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักสามเส้า ดราม่า โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 236

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2563 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 รักหารสาม
แบบอักษร

ร้านอาหารหน้าตาเรียบง่ายตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนพลุกพล่าน ธงชาติอิตาลีหน้าร้านพัดปลิวไสวไปมาทำให้รู้ว่าเป็นร้านอาหารอิตาเลียน พอลองค้นข้อมูลด้วยชื่อร้าน ค่าอาหารโดยเฉลี่ยก็โผล่ขึ้นมา ไทกิเครียดขึ้นมาทันที ตัวเลขนั้นช่างแตกต่างกับมื้อกลางวันของไทกิเหลือเกิน 

ตอนที่ไทกิเดินทางมาถึง โอยามาดะก็ยืนพิงเหล็กกั้นถนนแล้วจ้องมองตรงทางเข้าออกร้านรออยู่แล้ว 

“โอ้ มาจริงสินะ” 

ไม่รู้ว่าโอยามาดะพูดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไร แต่ดูเหมือนเขาจะแค่มองไทกิแล้วพูดลอยๆ เท่านั้น 

สักพักก็มีคู่รักคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้น 

“หืม?” ไทกิเผลอส่งเสียงออกมา 

“อย่าส่งเสียงดังสิ” 

“ไม่ๆ ก็นั่น...” 

ลูกค้าผู้ชายคือซากุระไม่ผิดแน่ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ใช่คุณคาชิอิ เธอน่าจะเป็นสาวออฟฟิศอายุยี่สิบต้นๆ 

ทั้งสองคนกระซิบอะไรสักอย่างกันที่หน้าประตู มองเผินๆ จากระยะไกลเหมือนการสนทนาธรรมดาๆ 

ทั้งสองยิ้มให้กัน แล้วเดินหายเข้าไปหลังประตูไม้ 

“เมื่อวานเห็นสมุดบันทึกของหมอนั่นแว็บๆ เขียนว่าจะมาร้านนี้คืนนี้ หมอนั่นมาที่นี่ประจำ” 

“เดี๋ยวก่อนๆ” 

ไทกิโบกไม้โบกมือในอากาศ 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน” 

“เดตชั้นสูงสไตล์อิตาเลียนไง จะว่าไงดี คงจะกินสเต็กเนื้อซอสไวน์แดง หรือพวกบังนาเกาด้า* อะไรแบบนี้ บังนาเกาด้าเป็นอาหารแบบ...” 

“ก็นั่นแหละ! ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น...หรือว่านอกใจ?” 

“ซานะรู้เรื่องนี้ ฉันเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน หมอนั่นน่าจะคบผู้หญิงอยู่สองสามคนได้ละมั้ง” 

“หา?” 

โอยามาดะผละตัวเองออกมาจากเหล็กกั้นถนน แล้วยืนอยู่ที่เดิม 

“เจ้านั่นไม่ได้แชร์ซานะคนเดียว แต่กับคนอื่นด้วย โคตรสุดยอด ประสบการณ์โชกโชน จนถึงตอนนี้น่าจะเคยคบกับข้าราชการ นักจัดดอกไม้ นักสืบมืออาชีพผู้น่าสัยอะไรประมาณนี้อะนะ? ถ้าพูดถึงเลเวลเรื่องผู้หญิง หมอนี่เลวกว่าฉันเยอะ” 

ไทกิตกตะลึงแล้วจ้องมองเข้าไปยังร้านอาหาร จินตนาการว่าซากุระกำลังจีบหญิงด้วยคำพูดอ่อนหวานที่อีกฝากหนึ่งของกำแพงหิน แล้วกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว 

“อย่าเข้าไปรบกวนเขาเชียวนะ” 

“ทำไมถึงกล้าทำอะไรแบบนี้” เขาสบถก่อนทึ้งหัวตัวเอง “เรื่องแปลกๆ แบบนี้ ทำไมคุณคาชิอิถึง...” 

“นายรู้เรื่องซานะน้อยไป” คำพูดนั่นเสียดแทงจนรู้สึกแน่นหน้าอก “ถ้าให้สู้กับซากุระละก็ ฉันจะยอมร่วมมือด้วยก็ได้ เสือผู้หญิงแบบนั้นควรถูกกำจัดให้สิ้นซาก เพื่อผู้ชายที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรแบบเรา” 

“หึหึ” ไทกิหลุดหัวเราะอ่อนแรงออกมา 

“อะไร” 

“ถ้าให้ฉันพูด นายเป็นผู้ชายที่โดดเด่นใช้ได้เลยนะ” 

“ฮะ?” 

“ตอนม.ปลายนายเป็นคนยังไง” 

แม้แต่เขาเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถามเรื่องนี้กับโอยามาดะ 

“ถ้าถามว่าเป็นคนยังไง ก็เป็นคนธรรมดา” 

“ฉันน่ะ...เพิ่งมามีตัวตนตอนเข้ามหาวิทยาลัยเอง” 

“ตอนม.ปลายนายอินดี้เหรอ?” 

ไทกิเมินแล้วกล่าวต่อ 

“เป็นสมัยม.ปลายที่โคตรมืดมนเลยล่ะ เพราะงั้น ตอนนี้บางครั้งเลยยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเหมือนกัน” 

โอยามาดะทำหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด 

“ที่บอกว่าเพิ่งมีตัวตนตอนเข้ามหาวิทยาลัยน่ะ ฟังดูเจ็บปวดจัง” 

เขาแคะหูแล้วพูดหัวเราะ 

“ฉันก็แค่” ไทกิสวน “แค่ตั้งใจว่าจะเข้าใจผู้หญิงให้มากกว่านายหรือซากุระเท่านั้นเอง” 

“...พูดเอาแต่ใจนี่ ไอ้หน้าใหม่” 

หลังจากพูดเหน็บแนม โอยามาดะก็เอ่ยทิ้งท้าย “งั้นธุระก็จบแล้ว” ก่อนเดินจากไป            

 

* 

 

วันถัดมาอากาศแจ่มใส เหมาะสำหรับการชมดอกไม้ที่สุด เวลาเริ่มชมดอกไม้คือตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไป ตอนเที่ยงกว่าๆ ฮามาโนะก็ติดต่อมา บอกว่าจองสถานที่เอาไว้แล้ว สรุปงานนี้น่าจะเป็นการรวมกลุ่มเพื่อนของฮามาโนะในมหาวิทยาลัยรวมสิบกว่าคน 

“ดูเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยขึ้นมาแล้วสินะ” 

โคกิผู้เป็นน้องชายเอ่นแซวด้วยความอิจฉาตอนเขากำลังจะออกจากบ้าน 

“รู้สึกเหมือนพี่ได้ใช้ชีวิตแล้ว ต่างจากผมเลย” 

น้องชายซึ่งกำลังอ่านหนังสือเรียนอยู่กล่าว ดูเหมือนเขาต้องสอบซ่อมวิชาคณิตศาสตร์หลังจากสอบปลายภาค 

“นั่นแหละความแตกต่างของม.ปลายกับมหาวิทยาลัย” 

“ก็ใช่ ไม่สิ ก็ตอนม.ปลาย ต่อให้พี่ไม่ชอบอะไรก็ทำได้ดีกว่าผมไม่ใช่เหรอ ไม่เคยได้รอยปากกาแดงมหาศาลแบบนี้ด้วยใช่ไหมล่ะ” 

“เคยสิ” 

จริงๆ แล้ว เป็นเด็กม.ปลายที่ข้อสอบเต็มไปด้วยรอยปากกาแดงเลยล่ะ 

“เห? จริงดิ? ปิดเรื่องเนียนๆ มาตลอดเลยเหรอ?” 

ไทกิเห็นน้องชายทำหน้าประทับใจประหลาดๆ เลยฝืนยิ้มออกมา ที่เขาทำเหมือนชีวิต ม.ปลายมีครอบครัวสนับสนุนอย่างดี ไม่ใช่ว่าทำตามใจพ่อแม่ แต่เป็นศักดิ์ศรีของตัวเอง 

เขานั่งรถไฟสายไซเคียวแล้วเปลี่ยนขบวนเป็นสายเคฮินตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานนีอาคาบาเนะ จากนั้นก็ลงที่สถานโอจิ สวนสาธารณะอาซุกะยามะเห็นได้ตั้งแต่บนรถไฟ เป็นเนินสูงซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยสีแดงอ่อน 

พอออกจากประตูทิศใต้ของสถานี ก็เห็นรถรางวิ่งอยู่ นี่ใช่สถานีรถไฟอาราคาวะไหมนะ เขาเดินตามกลุ่มผู้มาชมดอกซากุระไป ข้ามสะพานลอย ข้ามรางรถไฟ แล้วก็เข้าไปในสวนสาธารณะจากตอนกลางของเนินเขา 

ในสวนมีผู้คนทุกเพศทุกวัยเต็มไปหมด ไทกิเริ่มกังวลว่าจะจองที่ได้หรือเปล่า หรือจะไปอยู่ที่ไหนดี 

พอลองโทรหาฮามาโนะ ฝั่งนั้นก็ตอบมาว่า “มาตรงรถจักรไอน้ำสิ” อ๋อ ที่นี่มีรถจักรด้วยนี่นะ เขาจิ๊ปากเมื่อนึกขึ้นมาได้ 

หลังจากเดินตามทางโค้งไปเรื่อยๆ ก็เจอกับเครื่องเล่นเด็กขนาดใหญ่ ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้มีรถจักรไอน้ำอยู่ตรงนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนขบวนรถจะถูกดัดแปลงเป็นเครื่องเล่นไปเสียแล้ว เมื่อสอดส่องดู ก็พบกับพวกฮามาโนะอยู่ตรงมุมหนึ่งของสวน 

“โย่ มาแล้วเหรอ” 

ฮามาโนะยกมือเรียกไทกิ 

“งาย นุมะ หวัดดี” 

ชายร่างกำลังซึ่งกำลังนอนเอกเขนกทัก เขาคือรุ่นพี่ทาเคโอะนั่นเอง เมาแอ๋ไปก่อนงานจะเริ่มเสียแล้ว 

“ฉันกับฮามาโนะจองที่กันสองคนตลอดเลย เหนื่อยฉิบ” 

“รุ่นพี่แค่เหนื่อยเพราะดื่มมากไปเท่านั้นละครับ” 

“เหนื่อยเพราะจองที่ต่างหาก จองที่” 

“ถึกเหมือนนักซูโม่เลยนะครับ” 

รุ่นพี่ทาเคโอะทำท่าจะล็อกคอฮามาโนะจากด้านหลัง แต่ฮามาโนะหลบด้วยความพลิ้ว 

“เหนื่อยหน่อยนะคะ” 

เสียงของฟูจังดังขึ้นมา เธอแต่งตาด้วยสีแดงเข้มดูแปลกตา ถึงไทกิจะไม่เหนื่อยเท่าไหร่แต่ก็ตอบกลับไปว่า “ขอบคุณที่เหนื่อยครับ” 

“ตอนนี้ซานะไปซื้อของ อีกสักพักคงกลับมาละมั้ง” 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง คุณคาชิอิกับโอยามาดะก็ถือถุงเดินมาด้วยกัน 

“มากันแล้วเหรอ” 

“ก็มากันแล้วน่ะสิวะ” 

“หยาบคายจัง?” 

ทั้งคู่พูดจาหาเรื่องกัน 

“หืม?” 

ฟูจังหันไปมองตามเสียง 

“ไม่มีอะไร เอานี่ เหล้าบ๊วยของฟูกะ” 

โอยามาดะโยนขวดส่งให้ 

“ตาบ้า อย่าโยนสิ” 

“ฟูจัง อัปไดอารีไปตอนไหนน่ะ” 

คุณคาชิอิยื่นโทรศัพท์ให้เธอดู ดูเหมือนจะเป็นไดอารีในโซลเชียลเน็ตเวิร์ก บนนั้นมีรูปซากุระซึ่งมองเห็นได้จากตรงนี้อัปลงไปด้วย 

“เมื่อกี้นี้เอง” 

ฟูจังตอบพลางเปิดขวดเหล้าบ๊วย 

สมาชิกค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการชนแก้ว เมื่อมีเด็กขายพิซซ่าของร้านใกล้ๆ เดินผ่านมา ทั้งกลุ่มก็ซื้อพิซซ่ากิน รุ่นพี่ทาเคโอะเปิดเหล้าญี่ปุ่นของจังหวัดนีงาตะที่พกมาเอง หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ฟูจังก็เริ่มย่างมาชเมลโล่ด้วยเตาพกพากินกับทุกคน 

ไทกิเอาแค่พูดคุย ดื่มเหล้า แล้วกลับมาพูดคุยสลับหัวเราะด้วยความสนุกสนาน บางจังหวะก็จ้องหน้าโอยามาดะ 

ฟ้ามืดมานานแล้ว พอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นคุณคาชิอิยืนถ่ายภาพต้นซากุระซึ่งอยู่เหนือหัว ทั้งที่แทบไม่มีใครสนใจดอกไม้อะไรนั่นเลย แต่คุณคาชิอิกลับจ้องมองต้นซากุระอย่างใจจดใจจ่อ สายลมยามค่ำคืนแสนหนาวเหน็บและใบหน้าด้านข้างของเธอนั้น ช่างตราตรึงใจของไทกิไม่รู้ลืม 

 

* บังนาเกาด้าคือ อาหารจานร้อนทำจากกระเทียมและปลาแอนโชวี่ มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นปีเยมอนเตในช่วงศตวรรษที่ 16 การเสิร์ฟและทานอาหารจานนี้คล้ายคลึงกับฟองดู บางครั้งก็เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยโดยเอาผักสดหรือผักลวกจุ่มซอสแล้วทาน 

ความคิดเห็น