สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 31 : เมื่อคุณแม่โกรธ

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 : เมื่อคุณแม่โกรธ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.2k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2563 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 : เมื่อคุณแม่โกรธ
แบบอักษร

ตอนที่ 31 : เมื่อคุณแม่โกรธ

 

 

 

 

วาทินนอนมองคนข้างๆที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอด ในหัวสมองก็พลางคิดไปถึงว่านี่เขาทำเกินไปจริงๆงั้นหรือ... ในคราแรกก็แค่อยากลงโทษลูกหนี้ตามประสาชายโสดมักมากในกามอารมณ์​เห็นของสวยของงาม แต่เขานึกไม่ถึงว่าแพรวดีจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่องจนเขารู้สึกหลงและพอใจในตัวเธอมากจนหยุดไม่อยู่ แต่หากจะให้เธอกลับมาหาเขาอีกเห็นทีเธอคงจะไม่มา จึงนึกไปถึงวิธีผูกมัดเธอไว้กับตัวโดยการจะยกหนี้ให้และยังข่มขู่เธอสารพัด... ..

 

พอเจอเธอสภาพนี้หัวใจก็อ่อนยวบทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้กับเธอ เธอก็เป็นแค่ลูกกตัญญูคนหนึ่งที่รักแม่มากแม้จะต้องแลกด้วยร่างกายเธอก็ยอม แล้วการที่​ให้เธอมาอยู่ที่นี่ด้วยเขาก็ไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แค่อยากชดเชยความผิดดูแลจนเธอหายดี และปกป้องเธอจากการกระทำของแม่ของเธอ

 

เมื่อวานนี้ช่วงหัวค่ำลูกน้องคนสนิทของเขาได้รายงานมาว่า แม่ของเธอไปติดการพนันอยู่ในบ่อนใหญ่อีกแห่งหนึ่ง สายตาที่มองเธออย่างโกรธแค้นจริงๆแล้วเขาไม่ได้คิดแค้นเธอสักนิดแต่คิดแค้นแม่เธอต่างหากที่ก้าวพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยคิดถึงผลที่จะตามมา ไม่เคยคิดที่จะห่วงลูกสาวอย่างปากว่า เขาเชื่อว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์พวกนั้นต้องตามล่าหาตัวเธอไปใช้หนี้ให้แม่ของเธอแน่นอน... 

 

"ปล่อย!!!!"

ทันทีที่แพรวดีลืมตาตื่นขึ้นแล้วเห็นว่าวาทินกำลังกอดเธอไว้ เธอรีบดิ้นหนีสุดแรงแต่ทว่าเขากลับกอดเธอไว้แน่นไม่คลายกอดแม้แต่น้อย

 

"ไม่ได้จะทำอะไร... ขอกอดเฉยๆ"

 

"ไม่ ฉันไม่เชื่อ ปล่อยฉันนะ"

 

"ถ้าจะทำฉันทำไปนานแล้วไม่รอให้เธอตื่นมาแหกปากร้องโวยวายหรอก"

พอพูดด้วยดีๆเธอไม่ฟังแล้วก็เอาแต่ดิ้นหนี แต่พอปรับเสียงให้เข้มขึ้นหน่อยกลับหยุดและเชื่อฟังในทันที เธอชอบให้เขาโมโหแบบนี้หรือยังไงกันนะ

 

"ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่า ตู้เสื้อผ้าตู้ซ้ายของเธอ"

 

"ไม่ใส่ ของใครก็ไม่รู้"

แพรวดีสะบัดหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ เสื้อผ้าเมียคนไหนกันล่ะจะให้เธอไปเอามาใส่ ใครจะไปใส่ลงกัน

 

"ของเธอ... ซื้อเมื่อวานทั้งตู้ทั้งเสื้อผ้า"

วาทินพูดเสียงเรียบพร้อมกับทำหน้าเซ็ง นี่อุตส่าห์ให้ลูกน้องรีบจัดการให้กลับมาทำท่าทางไม่พอใจเนี่ยหรือ!

 

"ซื้อให้ทำไม ไม่ได้ขอ"

 

"อยากจะแก้ผ้าอยู่บ้านก็ตามใจ"

ด้วยความขี้เกียจเถียงเขาจึงเป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อนเธอและเดินออกไปด้านนอกทันที ส่วนเธอพอเห็นเขาไปแล้วก็รีบทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ พอเสร็จแล้วคิดว่าจะเดินไปหาโทรศัพท์​มือถือเสียหน่อยไม่รู้มันหายไปไหนจำได้ว่าวางไว้ข้างหัวเตียง

 

 

"หานี่อยู่หรือ"

วาทินมองร่างบางในชุดเดรสสีชมพูอ่อนก้มๆเงยๆอยู่ข้างเตียง ไม่บอกก็รู้ว่าเธอกำลังหาอะไร เขายกมือชูโทรศัพท์สีหวานแล้วเอ่ยถาม

 

"เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ"

เธอรีบวิ่งไปคว้าแต่ทว่าเขากลับชูขึ้นสูงจนเธอหยิบไม่ถึง แต่ยื่นมือถืออีกเครื่องมาให้เธอแทน

 

"เอาไว้โทรหาฉันคนเดียว... อย่าได้คิดติดต่อใคร ถ้าขัดคำสั่งอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

วาทินเอ่ยเสียงเข้ม เธอรับมาแบบงงๆมันเป็นมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดใหม่กว่าของเธอเสียอีก

 

"ถ้าเธอฉลาดพอเธอคงจะเชื่อฟังฉัน ฉันคิดว่าเธอรู้นะว่าเวลาไม่พอใจเธอจะเป็นยังไง" 

เหมือนวาทินจะอ่านความคิดเธอออกจนทะลุปรุโปร่ง คนที่คิดว่าจะไปแอบโทรที่ไหนสักทีถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

 

"เข้าใจแล้ว" 

แพรวดีรับคำในทันที เมื่อวานก่อนที่เธอจะไปหาพี่สาวเธอเจอมาแล้วนั่นก็เพราะเธอขัดคำสั่งเขานี่แหละถึงได้โดยเขากระทำอย่างรุนแรงจนล้าไปทั้งร่าง

 

"ถ้าเป็นเด็กดี... ฉันจะอนุญาต​ให้เธอกลับบ้านอาทิตย์​ละครั้ง แต่ถ้าเธอพยศเห็นทีคงต้องให้อยู่ที่นี่ตลอดไป" 

เขาไม่อยากเสี่ยงให้เธอกลับไปอยู่บ้าน เพราะเจ้าของบ่อนฝ่ายนั้นไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม​ทั้งนั้น อาจจะบุกเข้าบ้านเธอวันไหนก็ไม่อาจรู้ได้

 

"แล้วจะให้ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร ลูกหนี้ คนใช้ หรืออีตัวของคุณ"

 

"ในฐานะเมีย!"

ก็บอกไปตั้งแต่วันแรกแล้วนี่ว่าเขาเป็นผัวของเธอ สมองเสื่อมหรือยังไงกัน!! 

 

"ถ้าฉันเป็นเมีย ผู้หญิงอีกค่อนเมืองนี้ก็จะไม่ใช่เมียคุณหมดเลยหรือ?" 

แพรวดีถามย้อนกลับ ดูก็รู้ว่าเขาเป็นพวกคลั่งเซ็กซ์​ดีไม่ดีอาจจะมีเมียมีลูกอยู่แล้วก็ได้

 

"ฉันนับเฉพาะผู้หญิงที่ฉันเอาสด!" 

วาทินกระซิบเสียงทุ้มหนักแน่นข้างใบหูขาวสะอาดก่อนจะจับข้อมือเล็กของเธอให้เดินตาม

 

แพรวดีหน้าแดงจัดกับคำพูดของเขา เธอไม่ชินกับเขาในโหมดนี้เสียเท่าไร วาทินพาเธอมานั่งที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีข้าวต้มสำหรับเธอ ส่วนของเขาเป็นกาแฟดำกับขนมปังโฮล์วีทและไข่ดาวสองฟอง เธอนั่งเขี่ยมันไปมาและตักกินได้สี่ห้าคำก็รู้สึกไม่อยากอาหารอีกแล้ว

 

"ถ้าไม่อร่อย เดี๋ยวจะสั่งให้ใหม่อยากทานอะไร" 

การรวบช้อนวางไว้ข้างถ้วยนั่นหมายถึงเธออิ่มแล้ว ทั้งๆที่พึ่งฟื้นจากอาการป่วยแต่กลับทานเพียงน้อยนิด

 

"ฉันเห็นหน้าคุณแล้วทานไม่ลง" 

เธอตอบไปตามความจริง มันอึดอัดการที่ต้องอยู่ร่วมกับคนที่เธอเกลียด! 

 

"งั้นก็ต้องทนหน่อยนะ เพราะตั้งแต่มื้อนี้ไปเราคงจะต้องทานข้าวด้วยกันทุกวัน" 

วาทินกำหมัดแน่นหงุดหงิดกับคำพูดของเธอแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสวนกลับเพียงเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

 

 

 

หลังจากที่วาทินออกไปทำงาน เธอใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องที่เขาให้เธอมาเปิดหาข้อมูลในเว็บไซต์​เกี่ยวกับตัวเขา เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่นอกจากเจ้าของบ่อน เจ้าของค่ายการแสดง เขายังทำอะไรอีกบ้าง

 

แต่ข้อมูลของเขาที่ปรากฏ​มันช่างมีน้อยนิดเสียเหลือเกิน รูปตามงานสังคมยิ่งแล้วใหญ่มีไม่ถึงสิบงานด้วยซ้ำ ในนั้นระบุว่าเขาเป็นผู้บริหารค่ายการแสดง โรงแรมแห่งนี้ แล้วก็บริษัท​ขนส่งทางทะเล ไม่มีข้อมูลในเชิงลบของเขาปรากฏ​เลยแม้แต่น้อย ส่วนภาพถ่ายที่ลงก็มีแต่ภาพด้านข้างแว๊บๆเท่านั้น เธอจึงไม่แปลกใจเลยที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

 

__________

 

'ไอ้ทิว แพรวดีอยู่กับแกใช่ไหมนี่แกคิดจะทำอะไรกันแน่'​

เหมราชออกจากบ้านได้ก็รีบโทรหารุ่นน้องอย่างร้อนใจ นี่วาทินคิดจะทำอะไรกันแน่

 

"ใช่อยู่กับผม... ผมมีเรื่องจะสารภาพ..." 

วาทินตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างที่กระทำลงไปกับแพรวดีให้รุ่นพี่ที่นับถือกันฟังทั้งหมด เหมราชอึ้งไปชั่วขณะ​เหมือนคนหาเสียงไม่เจอจนพูดไม่ออก 

 

'แล้วแกจะทำยังไงกับเธอต่อไป ชอบเธอหรือ?'

 

"ไม่รู้ครับ ยังตอบตัวเองไม่ได้ แต่พี่เหมไม่ต้องห่วงเธอหรอก เธอสบายดี ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว แต่คนอื่นก็ไม่แน่" 

จากที่เห็นสภาพเธอเมื่อวานเขารู้สึกผิดจริงๆ จนไม่คิดจะทำอะไรเลวๆแบบนั้นกับเธออีกแล้ว แล้วอีกอย่างก็อยากปกป้องเธอด้วยถ้าปล่อยไว้ก็คงไม่รอดแน่

 

'ใครว่ะ มีเรื่องอะไรอีก'

 

"แม่ของเธอเอาเงินที่ขายของสะสมของแพรวดีไปลงทุนกับการพนัน และเหมือนจะหมดตัวแล้วเป็นหนี้อีกแล้ว แต่ติดที่คราวนี้มันไม่ใช่บ่อนผมเป็นบ่อนเสี่ยวิชัย พี่รู้จักใช่ไหม"

 

'ฉิบหายแล้วไอ้ทิว'​

เหมราชอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เสี่ยวิชัยเดินเส้นทางธุรกิจสีดำอย่างเต็มตัว เรื่องความโหดเหี้ยมนี่ไม่ต้องพูดถึง

 

"เพราะงั้นผมถึงพาเธอมาอยู่กับผม" 

ลูกหนี้สำหรับเสี่ยวิชัยแล้วเขาไม่เคยปรานีถ้าสวยหน่อยก็ส่งไปขายชายแดน แต่ถ้าเกรดต่ำหรือเป็นผู้ชายก็จะไปเอาลูกเอาหลานมาใช้หนี้แทน บ้างก็ตกเป็นทาสกามอารมณ์ บ้างก็ถูกส่งไปขายซ่อง ยิ่งหากรู้ว่าแพรวดีเป็นลูกสาวแล้วละก็เสี่ยนั่นคงไม่เว้น

 

'งั้นก็ฝากด้วยก็แล้วกัน เห็นทีพี่ต้องหาเวลาคุยกับคุณ​วิสุทธิ์สักหน่อย'

เหมราชนึกแค้นในใจ คนเลวไม่มีสำนึกก็ไม่มีสำนึกอยู่วันยังค่ำ ขนาดลูกสาวเอาตัวแลกเพื่อใช้หนี้ให้หมดแล้วก็ยังมิวายไปสร้างหนี้ใหม่

 

 

 

__________________

 

 

"ฟางฟางอยู่ไหมคุณนิดา"

 

"ยะ อยู่ค่ะ ห้องประชุมเลยค่ะ เข้าไปเตรียมแผนประชุมค่ะ"

นิดาหรือเจ้านายของฟางฟางสะดุ้งสุดตัว จู่ๆเจ้านายใหญ่ที่สุขุมไม่ค่อยพูดค่อยจากับใครเท่าไร แต่ตอนนี้เขามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ

 

"ขอบคุณครับ"

พนักงานทั้งห้องต่างพากันอ้าปากค้าง ยอมรับเลยว่าตั้งแต่มีฟางฟางเข้ามาในชีวิตเจ้านายทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด คำขอบคุณที่ไม่ค่อยจะมีใครได้รับกลับดังออกมาจากคนปากหนักอย่างน่าแปลกใจ

 

"อ้าวคุณหมอ... มาทำอะไรที่นี่คะ"

เธอหันมองประตูที่ผลักเข้ามาก็เห็นคนที่สวมบทบาทคุณหมอเมื่อเช้ากำลังเดินเข้ามาเลยแกล้งเย้าเสียหน่อย

 

"พอดีหมออยากมาตรวจเช็กอาการคนไข้ครับ ว่าหายป่วยหรือยังเลยเรียกประชุมที่นี่"

ร่างสูงเดินไปโอบเอวหลวมๆของเธอจากทางด้านหลังพร้อมเอาคางเกยไหล่มนไว้และยังขโมยหอมแก้มเธออีกฟอดใหญ่

 

"เล่นอะไรคะเนี่ย อายคนอื่นเขา"

ฟางฟางฟาดหนักๆไปที่แขน ห้องประชุมนี้เป็นห้องประชุมเล็กที่กระจกขุ่นครึ่งล่าง อีกครึ่งบนเป็นกระจกใส ผู้คนสามารถมองทะลุผ่านมาได้

 

"อายทำไม พี่จะรักเมียมันแปลกตรงไหน"

 

"นี่แน่ะ!!!"

 

"โอ้ยๆเจ็บครับพี่เจ็บ"

หน้าท้องแกร่งโดนบิดอย่างแรง มันไม่แปลกหรอกถ้าอยู่ที่บ้าน แต่นี่มันที่ทำงานเธอจึงต้องลงโทษสักหน่อย

 

"ไปเลยค่ะนั่งลงเลย อีกเดี๋ยวทุกคนจะเข้ามาแล้ว"

เพียงแค่เธอเสียงแข็งเขาก็ยอมไปนั่งแต่โดยดี ไม่นานผู้ร่วมประชุมก็มากับครบ การประชุมครั้งนี้เป็นในส่วนของเธอที่รับผิดชอบ คุณแม่คนสวยอธิบายไปเรื่อยๆอย่างละเอียดยิบในส่วนต่างๆที่ได้ทำลงไปแล้ว เหมราชฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะมัวแต่มองหน้าสวยๆจนไม่สนใจอะไร หลังจากจบประชุมพ่อคุณก็หิ้วเอาเธอกลับบ้านไปพร้อมกันไม่สนใจสายตาใครที่มองมาทั้งนั้น

 

 

"จะพากลับไปไหนคะงานฟางยังไม่เสร็จเลยนะพี่เหม"

 

"พี่ว่าฟางตัวร้อนๆน่าจะอยากได้ยาเพิ่มอีกสักหน่อย"

คนเจ้าเล่ห์​ว่าอย่างนั้น คุณแม่คนสวยเลยหยิกเนื้อหน้าท้องไปอีกสักทีอย่างหมั่นไส้​ทั้งสองหยอกล้อกันมาจนถึงหน้าโรงเรียนอนุบาลของลูก

 

"มารับลูกหรือคะ?"

 

"ไม่มารับลูกให้พี่มารับเมียน้อยหรือครับ"

พอพูดจบฟางฟางปิดประตูรถสุดแรงเสียงดังสนั่นทำเอาคุณพ่ออยากจะตบปากตัวเองแรงๆสักที เขารีบวิ่งลงจากรถตามเธอไปอย่างรีบร้อน

 

"คุณแม่ขา....."

 

"ขา.. คนเก่งของแม่"

ฟางฟางนั่งย่อลงกับพื้น และกอดลูกสาวที่น่ารักไว้ในอ้อมแขน

 

"คุณพ่อก็มาด้วยนะปันฟ้า"

เด็กน้อยหันไปมองตามพี่สาวบอกก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดคนเป็นพ่อบ้าง

 

ฟางฟางจับมือทอฝัน ส่วนเหมราชอุ้มปันฟ้าไว้ในอ้อมแขน ภาพครอบครัวช่างหน้าอบอุ่นจนใครหลายๆคนพากันอิจฉา แต่ใครจะรู้ว่าคุณแม่คนสวยกำลังสวดมนต์อยู่ในใจเพื่อสงบจิตใจ

 

"เมื่อเช้าเราไม่ได้ลงมาส่งลูกกัน เพราะงั้นเลยพามารับลูกเป็นการชดเชย"

เขาเอ่ยบอกกับเธอ แต่เธอกลับเงียบและทำเป็นไม่ได้ยิน ฟางฟางเปิดประตูรถเบาะหลังและขึ้นไปนั่งกับทอฝันทำเอาคุณพ่อยืนงงอ้าปากหวอ

 

"คุณแม่งอนคุณพ่อแล้วล่ะปันฟ้า"

เขาว่าพร้อมกับจับสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ปันฟ้าที่ต้องนั่งเบาะคู่หน้าแทนคุณแม่

 

"คุณพ่อของลูกบอกว่าจะหาแม่ใหม่ให้ลูกๆ"

 

"โถ่... พี่แค่พูดหยอกเองครับ อย่าโกรธนะครับนางฟ้าของพี่"

เหมราชถึงกับไปไม่เป็น ไม่คิดว่าประโยคเล็กๆน้อยๆจะทำให้เธอโกรธขนาดนี้

 

"คุณพ่อสมควรโดนโกรธ วันนี้คุณแม่มานอนกับพวกเราก็ได้นะคะ"

ทอฝันรีบพูดขึ้น เธอเองก็โกรธเธอไม่อยากได้แม่ใหม่ แล้วพ่อก็เคย​สัญญากับเธอไว้ว่าจะไม่มีแม่ใหม่

 

"ทอฝันครับ ไม่รักพ่อแล้วหรือทำไมถึงไม่เข้าข้างพ่อเลย พ่อแค่ล้อเล่น"

เหมราชปวดหัวตึบเมื่อลูกสาวตัวน้อยจะพรากเมียรักไปจากเขา แล้วคืนนี้เขาจะหลับลงได้อย่างไร

 

"คุณพ่อพูดไม่คิดใช่ไหมคะพี่สาว ถึงได้มาบอกว่าล้อเล่น คุณปู่กับคุณย่าสอนว่าก่อนจะพูดอะไรต้องคิดให้ดีนะคะคุณพ่อ"

ปันฟ้าซ้ำเติมหนักเข้าไปอีกจนเขาอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ

 

"โถ่ลูกรัก ช่วยพ่อง้อคุณแม่ก่อนค่อยซ้ำเติมไม่ได้หรือ"

ทั้งรถเงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคน เหมราชได้แต่ถอนหายใจ พอรถจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่เด็กๆก็รีบวิ่งแจ้นลงจากรถไปฟ้องคุณปู่กับคุณย่าทันที ส่วนคนเป็นแม่ก็ขอตัวขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไม่มีใครรอเขาสักคนเดียว

 

"คุณย่าขา คุณพ่อบอกว่าจะหาแม่ใหม่ให้หนูกับพี่สาว คุณพ่อทำให้คุณแม่โกรธมากเลยค่ะ"

เด็กน้อยรีบฟ้องคุณย่า ปากน้อยๆเบะออกเหมือนจะร้องไห้เมื่อพูดถึงแม่ใหม่

 

"เดี๋ยวย่าจัดการให้ เดี๋ยวให้พี่เอมพาไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเด็กๆ"

คุณหญิงรมิดาไปนั่งรอลูกชายตัวดีในห้องโถงของบ้าน เตรียมเฉ่งเจ้าลูกชายตัวดีโดยเฉพาะ ส่วนคุณท่านสักการได้ยินก็ควันออกหูไม่แพ้กัน

 

"คุณแม่ครับ ผมแหย่เล่นนิดเดียวเอง ผมจอดรถหน้าโรงเรียนลูกแล้วน้องถามผมว่ามารับลูกหรือ ผมเลยตอบแหย่ๆไปว่า 'ไม่มารับลูกให้พี่มารับเมียน้อยหรือ'​ แค่นั้นเองครับ"

 

"โอ้ยยยยยย แม่เจ็บนะครับแม่"

คุณหญิงรมิดาฟาดเอาฟาดเอาทั้งตีทั้งหยิกจนเจ็บต้นแขนไปหมด

 

"พูดไม่คิด รู้ไหมว่าหนูฟางจะรู้สึกยังไง แกก็รู้ว่าครอบครัวเขาพังลงเพราะใคร ไปพูดแบบนั้นให้เขาได้ยินก็เหมือนไปจี้แผลเก่าให้เหวอะขึ้นมาอีกครั้ง"

คุณหญิงรมิดาอ้าปากพะงาบๆกำลังจะพูด แต่สามีก็แย่งพูดไปเสียหมดแล้วเลยได้แต่นั่งเงียบ

 

"ผะ.. ผม.. ไม่ทันคิดครับพ่อ" 

เขาลืมนึกถึงข้อนี้ไปได้อย่างไรกัน เขาลืมไปได้อย่างไรกันว่าเธอจะต้องเจ็บปวดมากขนาดไหน

 

"โตจะตายอยู่แล้ว... เป็นถึงผู้นำครอบครัวแต่กลับทำให้คนในครอบครัวเสียใจ ใช้ไม่ได้จริงๆ ถ้าวันนี้ง้อหนูฟางไม่ได้ไม่ต้องลงมาให้พ่อกับแม่เห็นหน้าเลย"

เหมราชชักไม่มั่นใจแล้วว่าตกลงใครเป็นลูกกันแน่ ทุกคนโอ๋ฟางฟางกันหมด แม้แต่เรื่องอื่นเล็กๆน้อยๆถ้าเขาแกล้งเธอเข้าหน่อยก็โดนดุเอาแล้ว

 

"นางฟ้าของพี่... พี่สำนึกผิดแล้วครับ ต่อไปพี่จะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วครับ"

ฟางฟางนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง ส่วนเหมราชนั่งลงกับพื้นข้างๆเธอแล้วกอดเอวบางไว้แน่น แต่เธอก็ยังคงเงียบ

 

"นี่ดูสิ พี่โดนคุณพ่อดุเอาด้วยบอกว่าถ้าง้อเราไม่สำเร็จไม่ให้พี่ไปให้เห็นหน้า แล้วแขนนี่ก็โดนคุณแม่ตีมาด้วย"

เขาถลกแขนเสื้อขึ้น รอยมือของคุณหญิงรมิดาแดงเป็นปื้นเต็มแขน แถมยังมีรอยบิดเป็นจ้ำๆด้วย

 

"คิกๆ สมน้ำหน้า คิกๆ" 

เธอหัวเราะร่าจนคนที่นั่งกับพื้นยังทำหน้างงไม่หาย อะไรเมื่อกี้หน้าคุณแม่ยังตึงเหมือนพึ่งดึงมา แต่ตอนนี้กลับยิ้มกว้างปากจะฉีกถึงหู

 

"ฟางไม่ได้โกรธค่ะ แค่แกล้งคืนเท่านั้นเอง"

เธอหัวเราะไม่หยุดยิ่งนึกถึงสีหน้าตอนนั่งคุกเข่ายิ่งหัวเราะดังขึ้น

 

"อ่อนี่แกล้งโกรธพี่หรือ... อย่างนี้ต้องโดนลงโทษสักที" 

เหมราชอุ้มเธอไปโยนลงบนเตียงกว้างและขยับกายขึ้นทาบทับร่างเธอไว้

 

"พอเลยค่ะ เดี๋ยวไม่ได้ไปกินข้าวกับลูกอีก"

 

"ต้องโดนลงโทษ!!!"

 

"คิกๆ พอแล้วค่ะพอแล้ว คิกๆ" 

เสียงหัวเราะคุณแม่ดังลั่นออกไปถึงข้างนอกเพราะคุณพ่อไม่ยอมปิดประตู เด็กน้อยสองคนได้ยินเข้าจึงรีบวิ่งเขามา พอเห็นพ่อกำลังจั๊กจี้เอวคุณแม่อยู่ก็รีบกระโดดขึ้นเตียงมาช่วยคุณแม่ทันที

 

"คุณแม่ล็อกไว้เลยนะคะ นี่แน่ะๆ"

 

"ช่วยด้วย พ่อโดนรุมโอ้ยๆ พ่อโดนแกล้ง"

ฟางฟางล็อกแขนเขาไว้แน่น ส่วนเด็กๆก็จั๊กจี้​เอวคุณพ่อเอาเป็นเอาตาย คุณปู่คุณย่าที่ตามขึ้นมาดูหลานๆมาเห็นเข้าก็อดไม่ได้ที่จะบันทึกวิดีโอแห่งความสุขนี้ไว้และไม่ลืมส่งไปให้ทัพเทพได้ชื่นชมความสุขนี้ด้วยอีกคน

 

 

_________________

 

การเขียนนิยายไม่สามารถเขียนให้ตรงใจทุกคนได้ ไรท์ขออนุญาต​เขียนตามพล็อตเรื่องที่วางไว้นะคะ😊

 

หากมีตรงไหนอ่านแล้วสะดุดไม่ไหลลื่นผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ🙏

 

วันนี้สำนึกผิดและชดเชยให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะคะไม่บอกว่าช่วงไหนกลัวมาไม่ทัน🤪🤪

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว