facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไม่ชอบ : 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.4k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 08:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ชอบ : 6
แบบอักษร

ไม่ชอบ : 6 

 

เสียงบีตหนักๆ ดังลอดออกมาจากประตูร้านให้ได้ยินทันทีที่ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มสองคนเดินมาหยุดที่หน้าร้าน วินเดินนำเข้าไปก่อนเพราะตนเองคุ้นเคยสถานที่เที่ยวอโคจรแบบนี้เป็นอย่างดี ส่วนจวิ้นที่ไม่เคยมาที่นี่แต่ก็เคยเที่ยวสถานที่แบบนี้บ้างเดินตามเข้าไปติดๆ 

ภายในร้านคนไม่แน่นเท่าไหร่นักยังมีที่ทางพอให้ได้เดินอยู่ พวกเขาได้โต๊ะที่มุมหนึ่งของร้านก่อนจะสั่งเครื่องดื่ม หนุ่มหน้าตี๋ที่หน้าบึ้งตึงไม่รับแขกกระแทกตัวนั่งบนเก้าอี้บาร์ซึ่งมีอยู่ประปรายในร้านนี้ ส่วนวินก็นั่งลงใกล้กันก่อนจะโยกตัวตามเพลงที่ดีเจกำลังเปิด มอมเมาอารมณ์ด้วยเสียงเพลงไปก่อนระหว่างรอเครื่องดื่มมา 

วันนี้ที่มาเที่ยวได้เพราะจวิ้นเอ่ยปากชวนทั้งที่ปกติจะนัดเที่ยวกันคืนวันศุกร์กับเสาร์เท่านั้น แต่วันนี้เพิ่งจะวันพุธไอ้นี่ก็บอกว่าอยากดื่มแล้ว วินมองเพื่อนรักที่ยังนั่งหน้าบึ้งปากกับจมูกแทบติดกันพลางจ้องโทรศัพท์เขม็งเหมือนคนคิดอะไรอยู่ พอเหล้าที่สั่งไปมาเสิร์ฟจวิ้นไม่รีรอคีบน้ำแข็งใส่แก้ว เท่เหล้าเทโซดาลงไปผสมแล้วยกซดแก้วแล้วแก้วเหล้าไม่รอให้เขาได้ดื่มตามเลย เขาใช้ศอกสะกิดมันไปหนึ่งทีจนจวิ้นหันมามอง 

"มาถึงก็ดื่มเอาๆ ใจเย็นๆ เว้ยไอ้จวิ้น" วินปรามเมื่อเพื่อนรักทำท่าจะไม่วางแก้วลงง่ายๆ ของเหลวที่ผสมลงไปในแก้วก็ดูจะเข้มจัด เจ้าตัวหัวร้อนกับบางอย่างแต่เขาไม่รู้ว่ามันหัวร้อนเพราะอะไร เพราะถามไปแล้วมันไม่ตอบพูดแค่ว่าหงุดหงิดเท่านั้น 

ระหว่างนั้นเฮียไทส่งข้อความมาถามว่าอยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้วแต่เขายังไม่ถึงบ้าน จึงบอกไปว่ามาเที่ยวเป็นเพื่อนจวิ้น เพียงเท่านี้พี่ชายคนเดียวของเขาก็เงียบไป พอเงยหน้ามาดูอีกทีก็เห็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักติดจะเป็นเกย์สาวสักนิดเข้ามาทักจวิ้นแล้ว 

"ป๊อบมากับใคร เพื่อนเหรอ" จวิ้นโน้มตัวเข้าไปถามอีกฝ่ายแทบชิดใบหน้าน่ารักนั้น เด็กหนุ่มนามว่าป๊อบยิ้มเขินก่อนจะตอบด้วยท่าทีเอียงอายกลับมา 

"มากับเพื่อนครับ แต่กระเป๋าผมเกี่ยวกับแขนพี่จวิ้นเลยหลงกับเพื่อนแล้ว" 

'อ่อย' มองจากนอกร้านยังรู้เลยว่ารายนี้อ่อยเพื่อนเขาเต็มๆ ตรงที่พวกเขานั่งไม่ค่อยมีคนเดินผ่านนักเพราะอยู่ค่อนมาทางผนังร้าน แล้วไอ้สายกระเป๋าที่ว่าเกี่ยวอยู่มันก็แค่สายเล็กๆ ของกระเป๋าถือไม่ใช่สายยาวเป็นกระเป๋าเป้เสียหน่อย แต่ดูท่าจวิ้นจะชอบและอยากเล่นด้วย 

ตั้งแต่มัธยมปลายแล้วที่จวิ้นมันลงทุนเปลี่ยนแปลงปรับปรุงความหน้าตาบ้านๆ ของมันให้ดูดีมีระดับ อ้อนวอนขอเงินเจ๊โป๊ยเซียนไปจัดฟันอีกทั้งยังขอเงินมาเข้าคลินิกรักษาผิวหน้าอีก เพราะมันมีสิวขึ้นพอสมควร มันบอกว่ามีเฮียไทเป็นไอดอล มันอยากหล่อสะอาดแบบพี่ชายของเขา โดยการแลกกับเกรดการเรียนที่ต้องดีขึ้นห้ามลดต่ำกว่า 3.50 โดยเด็ดขาด และมันก็ทำได้อย่างที่สัญญาไว้ 

หุ่นที่เคยเก้งก้างพอกันพอได้ออกกำลังกายสักหน่อยก็มีกล้ามเนื้อมากขึ้น ไอ้จวิ้นเริ่มป๊อบในหมู่สาวๆ ขนาดที่เพื่อนโรงเรียนเดียวกับเขายังอยากได้มันเป็นแฟน ตอนเข้าปี 1 มันได้เป็นเดือนคณะมีรุ่นพี่แจกขนมจีบแทบทุกวันแต่มันไม่สน เหมือนมันกำลังรออะไรบางอย่างซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันรออะไร คนนั้นก็ไม่โดนคนนี้ก็ไม่โอเค คุยกันได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ก็ตัดความสัมพันธ์เพราะมันบอกว่าไม่ใช่ จนท้ายที่สุดมันก็ได้คบกับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ก็คบได้เพียงไม่นานก็เลิก และมันก็สารภาพกับเขาว่ามันคงไม่ได้ชอบผู้หญิงแล้ว ซึ่งนั่นทำเขางงไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้ยังพาไปขึ้นครูมาด้วยกันอยู่เลย 

ตอนนี้เพียงคือคนเดียวที่มันคุยด้วยมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ได้คบกันอยู่ดี เขาสงสัยและเคยถามมันไปแต่คำตอบที่ได้คือความเงียบ ไอ้จวิ้นยังคงรออะไรบางอย่าง เขาคิดว่าคงเป็นความกล้าของมันล่ะมั้ง 

“เดี๋ยวกูมานะ” วินบอกคนที่กำลังเอาจมูกไซ้ซอกคอเด็กชื่อป๊อบอยู่ เพราะเฮียไทบอกว่ามาถึงแล้วเขาจึงออกไปรับเนื่องจากตอนนี้คนหนาตาขึ้นกลัวจะหาโต๊ะไม่เจอ 

“มาครบแก๊งเลยเหรอเฮีย เฮียแชมป์ เฮียศรสวัสดีครับ” เฮียๆ ทั้งสามเดินตามเขาเข้ามาในร้าน ลัดเลาะไปตามทางที่มีคนดิ้นแด่วๆ ไปตามจังหวะเพลงก็มาถึงโต๊ะ แน่นอนว่าตอนนี้น้องป๊อบแย่งเก้าอี้เขาไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนจวิ้นก็คลุกวงในน้องเขาไม่หยุดจนเฮียแชมป์ต้องเคาะโต๊ะ 

“เพลาหน่อยเว้ยไอ้เสือ ขึ้นไปชั้นบนดีกว่าที่ดีกว่านี้เยอะ” เฮียไทบอกก่อนจะเดินนำไปยังโซนวีไอพีที่ตนได้โทรจองก่อนจะมาถึงร้าน จวิ้นยิ้มเขินแต่ก็รู้ว่าไม่ได้เขินมากหรอกติดจะเมาเสียมากกว่าเพราะดื่มไปไม่น้อย ยิ่งบรรยากาศพาไปอะไรๆ มันก็เลยเคลิ้ม 

จวิ้นมองคนทั้งสามเห็นคู่อริของตนที่ไม่อยากเจอหน้าและทำให้เขาต้องมาหาเหล้ากินก็เบ้ปากแล้วหันหน้าหนี ไอ้วินไม่รู้ว่าเขากำลังเคืองไอ้เหี้ยพี่ศรอยู่มันจึงบอกเฮียไทไปว่าพวกเขาเที่ยวกันที่นี่ แต่ช่างเถอะเพราะเขาก็คงไม่เข้าใกล้และขอไม่สนใจไอ้พี่ศรดีกว่า ต่างคนต่างอยู่ก็จบ เขาจับมือป๊อบจูงไปตามทางเดินเพื่อตามเฮียไทขึ้นไป ไอ้พี่ศรไม่พูดอะไรกับเขาสักคำมีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เหมือนการเยาะเย้ยนั่น 

“ไหนบอกเพิ่งมาไม่นานแต่ทำไมได้คนควงละ” แชมป์พูดขึ้นเมื่อทุกคนจับจองที่นั่งแล้ว แน่นอนว่าศรอยู่คนละมุมกับจวิ้น ข้างจวิ้นมีรุ่นน้องชื่อป๊อบที่เพิ่งเจอกันนั่งอยู่ไม่ห่างกาย แขนข้างหนึ่งของจวิ้นกำลังโอบเอวโดยมือก็ลูบไล้เอวบางไปด้วย ท่าทางเหมือนคาสโนว่าซึ่งไม่คุ้นตาเลยจริงๆ 

เพราะจวิ้นในสายตาไทกับแชมป์เป็นเด็กหนุ่มที่ติดจะเรียบร้อยกว่าวินสักหน่อย ไม่ได้ดูกร้านโลกหรือเชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้ ไปเที่ยวกันก็หลายครั้งเมื่อตอนจวิ้นกับวินเรียนอยู่ปี 1 ปี 2 แต่ไหงกลับมาเปลี่ยนแนวเป็นคาสโนว่าตกเด็กในผับแล้วก็ไม่รู้ 

“เอาจริงๆ มันก็ได้หมดแหละ ขอแค่โดนใจก็สอยหมด” วินพูดเพราะรู้ใจเพื่อนตัวเองดี ที่ผ่านมามันหิ้วคนบ่อยแต่ถามว่าได้มีอะไรกับใครไหม บอกเลยว่าไม่ ก็อย่างที่กล่าวไปคือเขาไม่รู้ว่ามันกำลังรออะไร 

“เชี่ยวไม่เบานี่หว่า” ไทพูดบ้าง บุ้ยใบ้ไปทางป๊อบที่นั่งยิ้มเขินอายแต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ สายตาของเด็กหนุ่มส่งให้เฮียๆ โดยไม่ปิดบัง โดยเฉพาะศรที่อีกฝ่ายหยุดสายตาแล้วมองอย่างเชิญชวน ศรมองคนตัวเล็กที่แทบจะนั่งเกยตักจวิ้น เขาหยิบแก้วมารินเหล้าดื่มเองแบบเพียวๆ อยากให้รสชาติของเหล้าพาความรู้สึกหงุดหงิดนี้ออกไปสักที เขามองคนที่ทำตัวเหมือนเก่งเรื่องพวกนี้อย่างที่ไทแซว ไม่รู้ว่าที่ผ่านมามันผ่านมากี่มือกี่คนแล้ว ท่าทางราวกับเพลย์บอยดูไม่เข้ากับมันสักนิด หากมันมานั่งให้เขาลูบไล้เอวคงดูเข้ากันมากกว่า แล้วเด็กที่นั่งกับมันก็ต้องกร้านโลกไม่เบา คงไม่ใช่ไปควงเมียใครเขามาหรอกนะไอ้จวิ้นไม่งั้นจะขำให้ แล้วดูท่าทางนั่นสิ จะไซ้ซอกคอเขาหรือจะส่องขี้ไคลกันแน่ 

รอยยิ้มเยาะหยันของศรทำจวิ้นยิ่งหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเต้นตามคนอย่างศรด้วย แต่เขารับไม่ได้จริงๆ ที่โดนอีกฝ่ายหยาม ข้อความที่พี่ศรส่งมาก็วนเวียนอยู่ในหัวเขาซ้ำๆ กะอีแค่จูบไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนที่ถูกเขาจูบหรอกว่ามันดีแค่ไหน แม้แต่คนที่เคยสัมผัสแล้วก็ตาม ไอ้พี่ศรคิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญเคยสอนเขาได้แล้วก็จะตั้งตัวเป็นผู้ช่ำชองในเรื่องนี้ต่อไปสินะ ไม่มีทาง! 

คิดมาถึงตรงนี้ก็หงุดหงิด คิดว่า 4 ปีที่ผ่านมาเขาจะไม่พัฒนาเลยรึไง เดี๋ยวเถอะ สักวันเขาจะทำให้พี่มันดูว่าตอนนี้ไอ้จวิ้นคนนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ จวิ้นเลือกที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่สาดมาที่ตนราวสปอร์ตไลต์ จับจ้องด้วยสายตาที่กำลังอ่านเขาจนรู้สึกนั่งไม่ติด พอดีกับป๊อบขอตัวไปหาเพื่อนก่อนเพราะแยกกับเพื่อนมานานแล้ว เขาจึงนัดกับป๊อบว่าให้ออกมาเจอกันข้างนอกเพราะไม่อยากเห็นสายตาของศรที่จับจ้องตนอยู่ 

ห้องน้ำอยู่ทางด้านหลังซึ่งมีพื้นที่ด้านนอกไม่ติดกับตัวร้าน ตอนนี้ฝั่งห้องน้ำหญิงจำนวนคนรอใช้บริการเยอะกว่าฝั่งห้องน้ำชายทำให้ผู้หญิงบางคนมาเข้าห้องน้ำฝั่งนี้ด้วย ตอนแรกไม่ปวดเท่าไหร่แต่พอมายืนหน้าห้องน้ำกลับอยากระบายของเหลวนี้ซะงั้น เขายืนรอคิวอยู่สักพักก็ได้เข้าห้องน้ำเสียที จวิ้นจัดการธุระของตัวเองเสร็จก็ออกมายืนรอป๊อบตามที่ตกลงกันไว้ 

"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ" ผู้หญิงหุ่นเพรียวทรงสะบึ้มเซมาชน รอยยิ้มหวานของเธอดูยั่วยวนไม่น้อย จวิ้นยิ้มตอบกลับไปตามมารยาทก่อนจะถอยห่างอีกสักหน่อยเพื่อจะได้ไม่ขวางทางคนอื่นจนมาชนได้อีก โดยใช้ต้นไม้เป็นตัวกำบัง กระถางต้นไม้วางเรียงรายเป็นระเบียบเขาจึงเอาตัวเข้าไปแทรกระหว่างกลางพวกมัน สาวคนนั้นไม่ได้สนใจเขาอีกแต่กำลังชะเง้อคอมองไปรอบๆ ราวกับรออะไรสักอย่าง เขาล้วงมือถือออกมาเล่นฆ่าเวลา อ่านไลน์ของป๊อบที่บอกว่ากำลังจะออกมาก่อนจะได้ยินชื่อคุ้นหูจากสาวสวยคนที่ชนเขาเมื่อครู่ 

"ศรมาช้า" เขาคิดว่าชื่อศรไม่ได้เป็นชื่อพิเศษ ใครๆ ก็สามารถใช้ชื่อนี้ได้ แต่ก็อดจะเงยหน้าขึ้นมองไม่ได้ และมันก็พบว่าคนชื่อศรที่ว่าคือคนที่เขาไม่ชอบหน้านั่นเอง และสาวเจ้ากำลังคล้องแขนรับจูบอันดูดดื่มจากชายหนุ่มคนที่เธอยืนรออยู่ คาดว่าคงเจอกันในร้านนั่นแหละเพราะหน้าตาของพี่มันใช่ว่าจะดาษดื่นเสียเมื่อไหร่ หล่อคมคายไทยแท้ขนาดนั้นคงตกสาวได้ไม่ยาก 

ชุดที่ผู้หญิงคนนั้นใส่ข้างหลังเป็นสายไขว้โชว์ผิวขาวเนียน ทำให้มือใหญ่ของศรที่จวิ้นจำได้ว่าหยาบเล็กน้อยลูบไล้ไปบนแผ่นหลังและเอวคอด ลามไปบั้นท้ายงอนแล้วบีบเบาๆ ขณะที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากกัน เสียงจูบดังจนเขาที่หลบอยู่ตรงซอกต้นไม้ยังรู้สึกเขินได้ ความพลิ้วไหวของลิ้นและการปรับองศาหน้าให้เอียงรับกับอีกฝ่ายดูเป็นธรรมชาติไม่ได้เคอะเขินแต่อย่างใด จวิ้นมองทุกการกระทำของศรไม่ละสายตาราวกับกำลังเก็บข้อมูล 

และเพียงเสี้ยววิที่เขารู้สึกได้ว่าไอ้พี่ศรมันเหลือบสายตามามองเขา ระหว่างปล่อยให้หญิงสาวในอ้อมกอดได้หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด และเตรียมพร้อมรับบทจูบบทใหม่ที่ศรจะมอบให้ต่อ สายตาเยาะเย้ยราวกับคนเหนือกว่าทำให้จวิ้นกำหมัดแน่น ถ้าหากการจูบจนสาวแข้งขาอ่อนและครางกระเส่าได้ งั้นเขาก็จะทำให้ไอ้เหี้ยพี่ศรเห็นว่าเขาก็ทำได้เหมือนกันหากทุกอย่างมีเขาเป็นคนคุมเกม เพราะที่เคยจูบเขามีเพียงพี่ศรเป็นคนเริ่มและควบคุม แต่เมื่อเขาเริ่มเองและออกมามาดนักล่าบ้างล่ะ 

“พี่จวิ้นรอนานไหนครับ พอดีเพื่อนป๊อบมันชวนดวลเหล้านี่กว่า...อุ๊บส์” จวิ้นไม่รอช้า เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเข้ามาก็คว้าเอวบางมาแล้วจับป๊อบหันให้แผ่นหลังทาบทับกับฝาผนัง ประกบปิดปากไม่ให้ปากเล็กได้เอื้อนเอ่ยคำใดอีก อีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เปิดปากให้เขาได้ส่งลิ้นร้อนเข้าไปเกี่ยวกระหวัดเล่นอยู่ในโพรงปากจนน้ำลายล้นออกมาทางมุมปาก แต่เขาก็ไม่สนเพราะสิ่งที่เขาทำอยู่นี้มันคือความท้าทายและการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจูบเป็น! 

“แฮ่กๆๆ แป๊บ...แป๊บนึงก่อนครับ ผมหายใจไม่ทัน” ป๊อบดันอกคนที่ตัวโตกว่าไว้ หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด ไม่รู้ว่าชายคนนี้ไปตายอดตายอยากมาจากไหนถึงได้กินริมฝีปากเขาอย่างตะกรุมตะกรามขนาดนี้ 

“อื้อ...โอ๊ย! พี่กัดลิ้นผม” ยิ่งเพราะมีศรอยู่ใกล้จากบทจูบก็เกือบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมเพราะจวิ้นไปกัดลิ้นน้องเขาเต็มๆ เขาจึงกระซิบบอกขอโทษอีกฝ่ายเบาๆ ไม่ลืมหอมแก้มปลอบโยนไปด้วย 

“โอ๊ย! เบาๆ สิคะศร” เสียงหญิงสาวร้องบอกจนจวิ้นหันไปมอง เขาเห็นไอ้พี่ศรยืนมองอยู่ ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องเขม็งทั้งดุและเหมือนจะดูถูกการกระทำของเขา โดยสาวที่พี่ศรควงก็ยังไม่จากไปไหนยังคงไซ้ซอกคออยู่นั่น อกอวบเบียดชิดพร้อมกับมือที่เล็บทาสีสวยลูบวนอยู่บนเป้ากางเกงยีนส์ ออกแรงบีบคลึงจนเห็นรูปลำของพี่มันชัดเจน จวิ้นรีบหันกลับมาหน้าร้อนผ่าว ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคนทำอะไรกันโจ่งแจ้งที่หลังร้านพวกนี้ แต่เพราะอีกฝ่ายคือคนที่เขาไม่ชอบหน้าและเป็นคนแรกที่เคยลึกซึ้งกับเขาทำให้มันรู้สึกแปลกๆ ว่าภาพความทรงจำเดิมๆ อารมณ์เดิมๆ จะกลับมา 

จวิ้นหันมาสนใจคนตรงหน้าอีกครั้ง ประกบปิดปากเช่นเดิม ครั้งนี้ไม่ได้รีบร้อนหรือเร่งรีบอย่างที่แล้วมา ป๊อบก็สนองกลับไม่แพ้กันพร้อมกับมือนิ่มสอดล้วงเข้ามาในกางเกงเขาด้วย ปลุกปั่นอารมณ์ทั้งบนและล่างแบบนี้มีหรือจวิ้นจะไม่สนอง เขาเบียดตัวเข้าหาเพื่อที่อะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้น แต่จังหวะที่เขากำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแรงกระชากจากทางด้านหลังก็ทำเอาเขากระเด็น จากนั้นหมัดหนักๆ ก็ส่งเข้าหน้าไม่มียั้ง หูเขาอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงกรี๊ดของผู้หญิงแถวนั้น ทำเอาสร่างเมาเป็นปลิดทิ้งและมีความเจ็บเข้ามาแทนที่ 

“มึงกล้ามายุ่งกับเมียกูเหรอไอ้สัด!!” เสียงตวาดกร้าวของผู้ชายหุ่นหมีหน้าตาดุ หนวดเครารุงรังนั่นทำจวิ้นที่ยังมึนรสหมัดตกใจไม่น้อย กลิ่นคาวเลือดและรสชาติแปร่งๆ ในปากคลุ้งไปหมด ความเจ็บปวดที่ใบหน้าซีกซ้ายชาไปทั้งซีก 

“ใครเมียมึงวะ!” จวิ้นที่เหมือนจะได้สติลุกขึ้นได้จึงตวาดถามกลับอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้เขาตกอยู่ในวงล้อมผู้ชายหุ่นพอฟัดพอเหวี่ยงกับตัวเองถึง 5 คน ดูแล้วคงรอดจากดงตีนยาก แต่ก่อนอื่นก็ขอถามเพื่อความแน่ใจว่าเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งฟาดปากกันไปเมื่อครู่คือเมียมันจริงเหรอ 

“อีนี่ไงเมียกู! มึงนี่ก็ร่านไม่เบานะอีป๊อบ! กลับบ้านมึงเจอกูแน่คืนนี้มึงอย่าหวังว่าจะได้นอนเลย” ผู้ชายคนนั้นดึงป๊อบไปยืนข้างกาย ฝ่ายที่โดนสมอ้างว่าเป็นเมียไม่มีปริปากเถียงสักคำ หนำซ้ำยังเกาะแขนออดอ้อนอีกฝ่ายเพื่อขอลดความผิดอีก 

“หนูขอโทษนะพี่แคน อย่าไปทำเขาเลย ก็เมาอ่ะเลยทำอะไรเกินเลย ปล่อยไปเถอะ” 

คำว่า ‘ตอแหล’ เกือบหลุดจากปากจวิ้นไปแล้ว ถ้าไม่ติดกับว่ามุมปากปวดจี๊ดและสันกรามราวแทบอ้าปากไม่ขึ้นเขาคงด่าสักฉาด เขาไม่ได้ยินว่าไอ้คนชื่อแคนพูดอะไรกับป๊อบอีก มารู้ตัวอีกทีก็โดนล็อกตัวไว้แล้วหมัดเน้นๆ ก็ส่งเข้ามาทั้งหน้าทั้งท้องเล่นเอาจุกตัวงอ มีจังหวะหนึ่งเขาหันไปมองไอ้พี่ศรแต่ฝ่ายนั้นกลับยืนมองเฉย 

เออ... อย่าคิดว่ามันจะช่วย ไม่ชอบหน้ากันปานนี้ไม่มีทางที่พี่มันจะยื่นมือเข้ามาช่วยเขาหรอก 

เพล้ง! 

เสียงขวดแก้วโดนเหวี่ยงเข้ากำแพงทุบจนแตก ไอ้คนชื่อแคนปรี่เข้ามากะจะเอาแทงท้องชายหนุ่มที่ตกอยู่ในวงล้อมของลูกน้องตัวเอง แต่แล้วก็ต้องชะงักไปด้วยเท้าของใครคนหนึ่งซึ่งยันเข้าหน้าท้องมันเต็มๆ จนมันหงายหลังล้มลงไป พวกมันที่เหลือตกใจกับผู้มาใหม่ที่ยื่นมือเข้ามาสอดเรื่องนี้ ศรใช้จังหวะตอนที่อีกฝ่ายกำลังงงลากจวิ้นวิ่งหนีออกมาบวกกับการ์ดของร้านเข้าไปจัดการคนพวกนั้นเพราะได้รับรายงานว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน 

“ปล่อย! ปล่อยเว้ย! ไอ้พี่ศรปล่อย!” จวิ้นสะบัดแขนให้หลุดจากการจับของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งตัวงอบนพื้นเพราะปวดซี่โครงไปหมด หน้าก็ปวดแทบไม่มีส่วนไหนไม่เจ็บเลย ศรหันมามองเด็กหนุ่มที่ทรุดไปกองกุมท้องกับพื้น ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ท้ายสุดจวิ้นมันก็คือเด็กอย่างที่เขาคิดจริงๆ ไปสอยเมียคนอื่นมาควงดีแค่ไหนที่ขวดปากฉลามไม่กระซวกไส้ไปเสียก่อน 

“เดินไม่ไหว จุกเนี่ย” จวิ้นบอกเสียงอ่อน 

“อย่าสำออยจวิ้น มึงหาเรื่องเองนะ” 

“อะไร? ผมไม่รู้ว่าไอ้เด็กนั่นมันจะมีผัวแล้วนี่” 

“ทีหลังก็หัดแหกตาดูก่อนสิวะ มึงว่าคนที่ยั่วขนาดนั้นจะไม่มีผัวเลยรึไง อยากเอาชนะกูเป็นไงล่ะได้ตีนกลับมา” อย่าคิดว่าไอ้ศรคนนี้จะปลอบ บอกเลยว่านอกจากคำปลอบโยนไม่มีเขายังจะซ้ำเติมมันด้วย รู้สึกสะใจพิลึกที่มันเจอของจริงเข้าให้ และรู้สึกดีด้วยที่มันไม่ได้หอบหิ้วใครไปกินกันต่อหลังจากนี้ 

“ถ้าจะด่าก็ไม่ต้องมายุ่งเลย พี่จะไปไหนก็ไปเถอะ” จวิ้นบอกปัดทำท่าจะหยิบมือถือมาโทรหาวินแต่ศรกลับแย่งมือถือไป เอาไปทำอะไรยุกยิกอยู่ครู่หนึ่งก็ส่งกลับ จากนั้นก็ดึงจวิ้นให้ลุกยืนดีๆ แล้วหิ้วปีกไปทางรถของตน 

“อื้ออออ ไม่ไป จะไปไหนผมไม่ไปนะ โอ๊ย!!” จวิ้นร้องลั่นรถเมื่อมุมปากและแก้มเขาโดนไอ้เหี้ยพี่ศรบีบซ้ำรอยช้ำเต็มๆ ปวดร้าวไปถึงทรวงจนต้องทุบเข้าที่แขนล่ำของอีกฝ่ายระบายอารมณ์ ยกหมัดทำท่าจะซัดอีกครั้งแต่ศรหันมามองตาดุเป็นเชิงปรามว่าอย่าล้ำเส้นไปมากกว่านี้ 

จวิ้นทิ้งหลังพิงเบาะรถอย่างแรง เขาเพิ่งสังเกตว่าศรใช้รถแลนด์โรเวอร์ คันใหญ่เหมาะสมกับตัวเจ้าของดี แถมภายในยังกว้างขวางนั่งได้สบายเหมาะแก่การขับออกเที่ยวต่างจังหวัดมาก แอร์เปิดเย็นฉ่ำดับความหัวร้อนได้เป็นอย่างดี เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเห็นข้อความไลน์จากวินส่งมาว่ารับรู้ที่เขาออกมาแล้ว มีการอวยพรว่าขอให้สบายตัวกับน้องป๊อบ ก็ถือว่ายังดีที่ศรไม่ได้บอกว่าเขาออกมากับตัวเอง 

“แล้วเมื่อกี๊ทำไมถึงคิดช่วยล่ะ” เพราะเท่าที่เขาเห็นศรยังยืนเฉยปล่อยให้เขาโดนซ้อมอยู่เลย 

“เพราะมึงควรรับผิดชอบชีวิตของมึงเอง” ศรตอบก่อนจะเหลือบมองคนนั่งข้างๆ จวิ้นหน้าเหวอจนดูตลก “มึงอยากเกรียนใส่กูก่อนเอง โดนสั่งสอนบ้างก็ดีจะได้รู้ว่าเวลาผู้ใหญ่เขาบอกน่ะควรเชื่อฟัง” 

“พี่บอกอะไรตอนไหน” 

“กูบอกแล้วว่าจูบมึงไม่ได้เรื่อง แสดงว่ามึงยังไม่ควรเอาไปใช้กับใคร ในเมื่อไม่เชื่อก็ควรปล่อยให้มึงรับรู้รสตีนไปน่ะดีแล้ว แต่ที่เข้าไปช่วยเพราะไอ้เหี้ยนั่นกะเอามึงถึงตาย กูยังไม่มีชุดใส่ไปงานศพมึงก็เลยต้องช่วย” พอรู้เหตุผลจวิ้นถึงกับกอดอกหันไปมองนอกหน้าต่าง แวบหนึ่งของความรู้สึกก่อนหน้านี้คิดว่าศรจะเป็นห่วงเขาในฐานะน้องของเพื่อนตัวเอง แต่เขาคงคิดมากไป ศรเห็นจวิ้นเงียบไปจึงผลักหัวไปหนึ่งที เพราะไอ้เด็กแสบมันทำปากงุบงิบเหมือนกำลังสวดเขาอยู่จึงหมั่นไส้ จนหัวจวิ้นโขกกับกระจกรถเขาถึงได้เลิกทำแล้วกลับไปทำหน้าที่ขับรถตามเดิม 

ระหว่างนั้นแชมป์โทรมาหาถามว่าอยู่ไหน ศรจึงบอกแค่ว่าออกมาแล้วปล่อยให้ฝ่ายนั้นคิดเอาเองว่าเขาไปต่อกับสาวสวยคนนั้น ศรขับรถเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จวิ้นไม่คุ้นตาก่อนจะจอดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านสองชั้นมีโรงจอดรถและบริเวณหน้าบ้านที่จัดเป็นสวนเล็กๆ ชั้นบนมีระเบียงยื่นออกมาจัดมุมสบายๆ คาดว่าเจ้าของบ้านคงกันไว้เป็นมุมสังสรรค์ ชายหนุ่มไล่ให้จวิ้นลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อที่ตนจะได้เอารถเข้าไปจอดในรั้วบ้านได้ อีกฝ่ายที่ยังงงๆ อยู่แต่ก็ทำตาม 

“ยืนโง่อยู่ทำไม เข้าบ้าน” 

“บ้านใคร” 

“บ้านกูนี่แหละ มึงอย่าเอ๋อไอ้จวิ้น” 

จวิ้นทำหน้าไม่สบอารมณ์ที่อีกฝ่ายเอาแต่ด่าตนทุกประโยคที่เปิดปากพูด เขาเดินเข้าบ้านไปโดยลืมถอดรองเท้าเพราะมัวแต่สำรวจบ้านอยู่จึงโดนศรเตะที่น่อง เจ้าของบ้านชี้มาที่เท้าก่อนจะบ่นอีกสองสามคำแล้วเดินหายขึ้นไปชั้นบน ลงมาอีกทีก็มาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทำแผลพร้อม ศรถอดเสื้อออกก่อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิให้ลดต่ำเหลือเพียง 17 องศา 

“พี่จะทำอะไร!” จวิ้นผวาก่อนจะกระโดดหนีไปอีกฝั่งของโซฟาเมื่อศรที่อยู่ในสภาพกางเกงยีนส์ตัวเดียวเปลือยอกมานั่งลงใกล้ๆ ศรมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนจะดึงข้อเท้าจวิ้นให้เข้ามาหาตน ต่อให้ร่างกายจวิ้นมีกล้ามเนื้อแข็งแรงยังไงก็ยังแพ้แรงเขาอยู่ดี 

“อย่าๆ โอ๊ย! ไอ้เหี้ยพี่ศร! กูเจ็บ!” 

เพี้ยะ! 

ศรตบเข้าที่แขนจวิ้นไปหนึ่งทีโทษฐานที่กล้าเรียกเขาว่าเหี้ย ถ้าไม่ติดว่าเจ็บปากอยู่เขาจะตีปากมันด้วย 

“เดี๋ยวกูตบฟันร่วง พูดให้มันดีๆ นะจวิ้น มึงลามปามมากไปแล้วนะ” ศรขึ้นหน้าดุ จวิ้นพยศยิ่งกว่าตอนเป็นนักเรียนผมเกรียนเสียอีก ไอ้เด็กนี่คงโกรธเขามากที่เขาส่งข้อความไปดูถูกมัน ก็เขาเตือนแล้วว่าอย่าไปทำแบบที่ทำกับเขากับใครมันก็ยังกล้า 

“นั่งเฉยๆ กูจะทำแผลให้” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมลงให้เขาจึงเปิดกล่องปฐมพยาบาลที่ซื้อติดบ้านไว้นานแล้วแต่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมา เพื่อจะได้ทำแผลให้ไอ้คนสะเหล่อที่อยากทำเก่งไม่เข้าเรื่อง 

“ผมทำเองก็ได้ พี่จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ทำแผลเสร็จเดี๋ยวผมกลับหอเลย” 

“หอมึงอยู่ไหน” 

“ที่ xxx” 

“คนละฟากเมืองกว่ามึงจะถึงห้องก็ตีสามแล้ว เงยหน้าขึ้น” ศรพูดก่อนจะสั่งท้ายประโยค ไอ้เด็กเปรตนั่งมองหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมทำตาม ตอนนี้มุมปากจวิ้นบวมมากปากก็แตก และคาดว่าพรุ่งนี้คงเห็นรอยช้ำชัดกว่านี้แน่ๆ ที่คิ้วก็ปูดนูน ไหนจะช่วงสันกรามที่มีรอยช้ำอีก ซีกหน้าด้านซ้ายของไอ้หนุ่มหน้าตี๋ดูไม่จืดเลย 

“อ้าปาก” จวิ้นยอมทำตามอย่างว่าง่าย อาการปวดคงสยบเจ้าตัวได้สักพัก ศรมองแผลในปากมีแผลที่กระพุ้งแก้มสองสามจุดคาดว่าคงเกิดจากที่โดนต่อยแล้วฟันขบโดนกันนั่นแหละ แต่ไม่ได้หนักหนาอะไร จวิ้นมองคนที่กำลังทำแผลให้ตน ยอมรับว่าทุกครั้งที่เดือดร้อนมักมีพี่ศรเข้ามาช่วยเสมอ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าเขาเขาเลยไม่ชอบหน้ากลับไป พวกเขาสองคนคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ 

“ผมจูบห่วยจริงเหรอวะพี่” เขายอมลดทิฐิลงเพื่อถามเรื่องที่ค้างคาใจตนออกมาในที่สุด มันเป็นคำสบประมาทที่อาจฟังดูเล็กน้อยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาคิดว่าตลอด 4 ปีที่ไม่ได้เจอหน้าศรเขาโตขึ้นแล้ว ไม่ใช่ไอ้จวิ้นเด็กหัวเกรียนคนเดิมที่ต้องคอยพึ่งเรื่องเซ็กส์กับคนอื่น แต่เมื่อมาเจอศรอีกครั้งอีกฝ่ายกลับข่มเขาได้อีกแล้ว 

“หึ” ศรไม่ตอบแต่หันไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ลงกล่องให้เรียบร้อย พอเขาหันกลับมาก็เห็นว่าจวิ้นยังคงจ้องหน้าตนไม่เลิก 

“ค้างคาใจขนาดนั้น?” 

“เออดิ ก็พี่ส่งข้อความมาแถมยังมองผมแบบเหยียดๆ อีก ทำไม...มันก็แค่จูบไม่ใช่เหรอวะ ปากประกบปากใช้ลิ้นแทรกๆ ตวัดไปมาแค่นี้ก็จบแล้ว” 

“ถ้ามึงหมายถึงว่าการเอาปากครอบปากอีกคนไว้แล้วดูดเหมือนปลาซักเกอร์กินอาหารมันก็ไม่ใช่ ได้ยินไอ้เด็กนั่นบอกว่ามึงกัดลิ้นมันด้วยนี่” พอศรพูดมาถึงตรงนี้จวิ้นก็หน้าแดงผิดกับสีแก้มที่เกิดรอยช้ำของมันทันที คงอายไม่น้อยที่เขาได้ยินด้วย 

“พี่แม่ง...ผมอายว่ะ” จวิ้นก้มหน้างุดบ่นงึมงำทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ศรยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรดีๆ ได้ 

“ให้กูสอนไหมล่ะ” แม้ใจจะรู้ว่ามันคงปฏิเสธแต่ก็ลองถามดู 

“อืม เอาดิ” แต่ไม่คิดว่ามันจะตอบตกลงนี่สิ สงสัยคงรู้สึกเสียหน้ามากจริงๆ 

“ไหนมึงบอกว่าเคยเอาที่กูสอนไปทำกับคนอื่นแล้วไง” พูดไปงั้นแหละเพราะจากที่ดูวันนี้แล้วจวิ้นมันยังไม่ประสีประสาเท่าไหร่นัก ไอ้อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้ที่คิดว่ามันจะเอาเรื่องที่เขาสอนไปใช้กับใครเลยเบาบางลง เพราะท่าทางของมันคงไม่ได้ทำให้ใครถึงฝั่งฝันหรอก 

จวิ้นมุ่ยหน้าลง เขาหลอกไอ้พี่ศรไม่ได้จริงๆ เหมือนสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องมองเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง ในเมื่อศรอาสาสอนแบบนี้เขาก็ไม่อยากนึกขัดอีก อย่างไรเสียจะได้ไม่เสียหน้าเวลาเอาไปใช้กับคนอื่น อายุเข้า 22 แล้วแต่ยังไม่ประสีประสาเรื่องแบบนี้ใครรู้อายเขาตาย เรื่องการช่วยตัวเองให้ถึงจุดสุดยอดนั้นไอ้พี่ศรก็เป็นคนสอน หวังพึ่งพี่มันในเรื่องนี้อีกสักเรื่องก็คงไม่เป็นไร ก็แค่จูบเอง… 

“จะเริ่มเลยไหมล่ะ” 

“ไปอาบน้ำก่อน” 

“อ่าว! ก็แค่จูบ” 

“เออ แต่กลิ่นเหล้ากับปากมีรอยเลือดทำกูจูบไม่ลง” ศรชี้วนๆ บนหน้าของจวิ้น “ขึ้นไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวกูตามขึ้นไป เสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้หาเอาได้เลย” สั่งเสร็จเจ้าของบ้านก็เดินออกไปทางหลังบ้าน จวิ้นเดินขึ้นข้างบนที่เขาเพิ่งมาเหยียบครั้งแรก มีรูปของเจ้าของบ้านแขวนอยู่รูปเดียวใหญ่ๆ น่าจะเป็นตอนที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศมั้ง นอกนั้นก็เป็นจิ๊กซอว์ที่นำมาต่อกันเป็นงานอาร์ต เคยเห็นผ่านๆ ตามาบ้างในยูทูปว่าราคาจิ๊กซอว์เหล่านี้ไม่ใช่บาทสองบาท 

เมื่อมาถึงห้องนอนห้องหนึ่งที่โล่งกว้างมีเตียงคิงไซส์ตั้งอยู่เกือบกลางห้อง เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อิน หาไม่นานก็ได้ชุดอยู่บ้านสบายๆ มาหนึ่งชุดกับผ้าเช็ดตัว จวิ้นเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองสักพักก่อนจะออกมาด้วยชุดของศร และกลิ่นเหล้ากลิ่นแอลกอฮอล์ก็ไม่อยู่แล้ว โดยเขาละเว้นส่วนที่เพิ่งใส่ยาไปไม่ให้โดนน้ำ 

“พี่อาบน้ำแล้วเหรอ” จวิ้นถามเมื่อเห็นศรเดินเข้าห้องมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ กางกางบอลยืดๆ ย้วยๆ กับเสื้อกล้ามมีรอยขาดตรงเอว ศรไม่ตอบแต่พยักหน้าก่อนจะขึ้นเตียง เขากวักมือให้จวิ้นมานั่งตรงหน้า จวิ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วโน้มหน้าเข้าไปหาศรในทันทีแต่โดนอีกฝ่ายเบรกไว้ 

“ใจเย็น มึงรีบไปไหน” 

“ก็ผมอยากเรียนรู้เร็วๆ” 

“ทำไมต้องเรียนเร็วๆ” 

“ผมอยากเอาไปใช้แล้วไง คราวนี้ไม่ต้องมีใครโดนผมกัดลิ้นกัดปากอีก พี่รีบสอนแถอะ” ศรจ้องเขม็ง แววความหงุดหงิดพุ่งขึ้นในใจแทบจะทันที ยิ่งคิดไปว่ามันจะเอาไปใช้กับเด็กหน้าใสที่ชอบมารับมันที่บริษัทบ่อยๆ ก็ทำเอาไม่อยากสอนแล้ว 

"แล้วเวลามึงเริ่มมึงเริ่มยังไง ไม่ได้จำสิ่งที่กูเคยทำไปบ้างเลยเหรอ" คำถามของคุณครูจำเป็นทำให้จวิ้นนิ่วหน้า ใครมันจะไปจำได้ ตอนนั้นศรเป็นคนชักนำเองทั้งหมดส่วนเขามีหน้าที่แค่เคลิ้มตามเท่านั้น 

"ใครจะไปจำได้ ตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้สักหน่อย" ศรฟังคำตอบของคนที่พูดพร้อมแก้มข้างที่ไม่ช้ำขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วยกยิ้มมุมปาก ไอ้เด็กเวรนี้เวลามีมุมเขินก็น่ารักดี 

"งั้นทำให้กูดูหน่อย เริ่มเลย" ศรเปิดเพลงจากเครื่องเล่นโดยระบบสั่งการด้วยเสียง เพลงที่มีแต่ท่วงทำนองคลอไปเบาๆ สร้างบรรยากาศ แสงไฟที่เคยสว่างจ้าหรี่ลงเล็กน้อย 

จวิ้นค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นโครมครามแทบทะลุจากอก นาทีนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังทำข้อสอบพรีเทสต์ต่อหน้าอาจารย์ เป็นการสอบก่อนเรียนแบบตัวต่อตัวเพื่อแสดงให้เห็นว่าก่อนจะเรียนจริงๆ เขามีความรู้มากแค่ไหน มือเรียวเย็นเฉียบแต่ไม่ได้มาจากอุณหภูมิในห้อง เป็นเพราะเขาตื่นเต้นมากต่างหาก ริมฝีปากหยักสวยกลีบปากล่างหนากว่าปากบนของไอ้พี่ศรอยู่ห่างไปไม่ถึงหนึ่งนิ้วก่อนเขาจะประกบปิดลงไป ทั้งที่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากับศรจูบกัน แต่ทำไมมันกลับให้ความรู้สึกตื่นเต้นมากขนาดนี้ก็ไม่รู้ 

"แค่นี้? " ศรถามเมื่อจวิ้นผละออกท่าทางของมันเหมือนเพิ่งคิดอะไรได้ แค่ปากประกบไม่ได้เรียกว่าจูบด้วยซ้ำ 

"กะ...ก็...ผมไม่อยากใช้ลิ้น" 

"ทำไม" 

"ก็พี่บอกว่าตัวเองมีอารมณ์เวลาจูบ" ครั้งนี้จวิ้นทำให้ศรยิ้มเจ้าเล่ห์ได้อีกครั้ง แสดงว่ามันก็จำเรื่องราวของเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เหมือนกับที่เขาจำเรื่องราวของมันนั่นแหละ 

"ถ้ามึงไม่ใช้ลิ้นแล้วจะหัดจูบได้ยังไง ถ้ามึงจูบแล้วทำกูเคลิ้มได้ก็แสดงว่ามึงลบคำดูถูกของกูได้น่ะไอ้จวิ้น" 

เด็กหนุ่มเมื่อได้ฟังก็เหมือนจะเพิ่งคิดได้ นั่นสิ...สิ่งที่พี่ศรพูดมามันก็ถูก หากเขายังกล้าๆ กลัวๆ เก้กังอยู่แบบนี้เห็นทีจะรู้วิธีจูบจนทำคนเคลิ้มได้ยาก 

"งั้นเริ่มใหม่" จวิ้นรวบรวมสมาธิอีกครั้ง เขามองอีกฝ่ายก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ สองมือยกขึ้นประคองใบหน้าคมคายของศรไว้พร้อมหลับตาลงช้าๆ ประทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบาก่อนจะย้ำให้หนักขึ้น ละเลียดชิมกลีบปากทั้งบนและล่างแล้วค่อยๆ สอดลิ้นเข้าไปเมื่ออีกฝ่ายยอมเปิดปากให้ แต่แล้วอยู่ๆ ศรก็ชะงักไปแล้วดันจวิ้นออก 

"มึงต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่ารีบ ไม่ใช่มึงจะดูดปากเขาไปทั้งอันแบบนี้" คำสอนของศรทำจวิ้นอายถึงกับก้มหน้างุด หน้าตี๋หวานร่ำๆ เหมือนจะร้องไห้เพราะรู้สึกว่าความมั่นใจในตอนนี้หดหายเหลือศูนย์ 

"มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะพี่" จวิ้นถามเสียงอ่อน ศรทำเพียงแค่ลูบหัวทุยที่มีกลุ่มผมจัดแต่งเป็นทรงตามสมัยนิยมนั้นเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าจวิ้นเข้าหาแล้วประกบริมฝีปากอีกฝ่ายไม่ให้ทันตั้งตัว และผละออกเพื่อสบตากับเด็กหนุ่มที่กำลังมองตนอยู่ 

"ไม่ต้องห่วง กูสอนให้รับรองมึงเก่งแน่นอน" ตาคมมองสบไม่ให้อีกฝ่ายได้คิดมากไปกว่านี้ ริมฝีปากเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้ง รสจูบที่พลิ้วไหวไปตามอารมณ์ หลอกล่อให้อีกฝ่ายโอนอ่อนตามก่อนจะเร่าร้อนขึ้นเป็นดูดดื่มแทบลืมหายใจ เรียวลิ้นที่เลาะเล็มไปตากลีบปากค่อยๆ สอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นร้อน กลิ่นคาวเลือดและรสชาติแปร่งๆ ของยาทาในปากไม่ได้ขัดขวางอารมณ์ของคนทั้งคู่ที่กำลังสื่อถึงกัน 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่แผ่นหลังจวิ้นสัมผัสกับที่นอนนุ่ม โดยศรคร่อมทับอยู่ด้านบนใช้แขนทั้งสองข้างกักไว้ไม่ให้หนี แทรกตัวทาบทับไปตรงกลางหว่างขาเรียวที่ตอนนี้ยกมาถูไถกับข้างขาเขาเบาๆ แบบไม่รู้ตัว ศรปล่อยให้จวิ้นได้หอบหายใจ เขามองคนที่หน้าแดงและปากบวมเจ่อจากจูบของเขาแล้วยกยิ้ม 

“เจ็บปากไหม” 

“อึก...เจ็บแต่ทนได้” 

“ต่อเลยไหม” 

“อือ เอาสิ” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าพี่ศรใช้วิธียังไง พี่ศรหลอกล่อเหมือนจะหลอกชิมมากกว่าจะจูบดูดดื่มในคราแรก เป็นการยั่วยวนเพื่อลองเชิงให้อีกฝ่ายได้คล้อยตามก่อนจะโต้ตอบกลับมา เขาบันทึกวิธีนี้ใส่สมองในทันที ระหว่างนั้นก็ยังแลกลิ้นกับศรไม่หยุดจนรู้สึกว่ามือพี่ศรลูบคลึงไอ้โจ๋เขาอยู่จนมันขึ้นลำเต็มที่แล้ว 

“พะ...พี่ศร...” 

“อะไร” 

“อ่า...เสียวพี่” จวิ้นบอกเสียงพร่า ช่วงเอวเผลอขยับตามจังหวะที่ศรนำพา หลุดเสียงครางอิ๊อ๊ะด้วยความเสียวซ่านเมื่อนิ้วโป้งสะกิดส่วนหยักผ่านเนื้อผ้าของกางเกงที่สวมอยู่ 

“จวิ้น...” ศรก้มลงกระซิบข้างหู “ระลึกความหลังกันหน่อยไหม” 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว