บทสรุปของรักสี่เส้าเราสี่คนจะเป็นอย่างไร (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุดจ้า)

ตอนที่ 1-2 รักหารสาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2 รักหารสาม

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักสามเส้า ดราม่า โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 489

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2 รักหารสาม
แบบอักษร

สุดท้ายก็ไม่มีอีเมลตอบกลับมา แม้ไทกิจะนอนกำมือถือแน่นจนเวลาล่วงไปถึงตีหนึ่งกว่าๆ 

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาตัดสินใจโดดเรียนคาบแรก นอนต่อรอบที่สองพลางฟังรายการทีวีช่วงเช้าผ่านๆ พอเขาลืมตาแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีอีเมลส่งเข้ามา จึงรีบเปิดดูด้วยความลนลาน ทว่า พอเห็นว่าเป็นอีเมลโฆษณาของร้านเหล้า ไทกิก็จิ๊ปากเสียงดังด้วยความอารมณ์เสีย 

เขาไปถึงมหาวิทยาลัยก่อนเที่ยงเพื่อให้ทันคาบที่สาม พอตั้งใจจะไปกินข้าวมื้อเช้าควบกลางวันที่โรงอาหาร แล้วตรงไปยังโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ก็มีคนส่งเสียง “ฮิรานุมะคุง” ดังขึ้น 

เขาสะดุ้งโหยงหันไปตามเสียง คุณคาชิอิซึ่งอยู่ในสภาพเหนื่อยหอบหยุดอยู่ข้างเขาทันที 

“ดีจังที่เจอเธอ” 

“เอ๊ะ” 

“โทษทีนะ เมื่อคืนตอบเมลกลับมาใช่ไหม? ฉันเผลอกดลบไปน่ะ มีอะไรหรือเปล่า?” 

ไทกิที่ถูกจ้องมองด้วยสีหน้าร้อนรนรู้สึกสับสน ยิ่งอีกฝ่ายทักทายกะทันหันด้วยสีหน้าซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนก็ยิ่งทำให้ใจเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ 

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก” ไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ เขาไม่มีข้อแก้ตัวเลย “แค่พิมพ์ถามว่าคุณคาชิอิเคยไปสวนสาธารณะโอจิโนะอาซุกะยามะไหมน่ะ” 

“ไม่เคยหรอก” 

“งั้นเหรอ” 

การจบสนทนาจบลงกลางคัน ได้ยินแค่เพียงเสียงลมหายใจของคุณคาชิอิเท่านั้น 

“รีบวิ่งมาเหรอ?” 

พอถามคุณคาชิอิ เธอก็ชี้ไปยังอาคารห้าซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร เป็นอาคารใหม่และสูงที่สุดในวิทยาเขต กำแพงอาคารทำจากกระจกใส 

“ฉันเห็นฮิรานุมะคุงจากหน้าต่างชั้นห้า เลยรีบวิ่งลงมาน่ะ ฉันตาดีนะ” 

“ไม่ใช้ลิฟต์เหรอ?” 

“มันช้านี่นา” 

“โทรมาก็ได้นะ” 

คราวนี้คุณคาชิอิดูงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก 

“...ไม่ได้คิด...เรื่องนั้นเลย” 

ไทกิหรี่ตามองแล้วหัวเราะออกมา คุณคาชิอิหัวเราะต่อทันที เขาจึงรวบรวมความกล้าลองพูดออกไป 

“ดื่มอะไรหน่อยไหม?” 

“อ๊ะ...ก็ดีเหมือนกัน” 

คุณคาชิอิแย้มยิ้ม ใจของเขาเหมือนล่องลอยขึ้นไปบนอากาศ 

 

ทั้งสองคนซื้อเครื่องดื่มจากตู้กดน้ำอัตโนมัติ จากนั้นก็เดินไปนั่งในโรงอาหารมหาวิทยาลัยด้วยกัน 

“มีเรียนต่อไหม?” 

“คาบสามยกคลาสน่ะ ว่างจนถึงคาบที่ห้าเลย” 

ถ้าลุกออกไปแลกคูปองอาหาร คุณคาชิอิต้องลุกไปที่อื่นแน่ๆ ไทกิจึงดื่มชาอยู่ตรงนั้น แล้วเริ่มคุยกับเธอสองต่อสอง จนถึงตอนนี้พวกเขายังคุยกันได้แค่เรื่องในห้องเรียน เหมือนแลกเปลี่ยนบทสนทนาธรรมดากับเพื่อคนอื่น 

“แล้วคุณฟูจังล่ะ?” 

“คุณฟูจังเหรอ” เธอหัวเราะ “เธอโดดเรียนไปแล้วน่ะ เห็นบอกว่าจะไปทำงานพิเศษแบบเข้ากะทั้งวัน ดูท่าเดือนจะทำงานหนักเอาเรื่องเลย” 

“งั้นเหรอ” 

“เพราะไม่ประหยัดเท่าไหร่น่ะ สงสัยเธอคงซื้อเสื้อผ้าฟุ่มเฟื่อยแน่ๆ เลย คิดแบบนั้นไหม?” 

พอถูกถามแบบนั้น ในหัวของเขามีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด เขาไม่รู้วิถีการช้อปปิ้งของฟูจังเท่าไหร่ แต่ก็ตอบไปว่า “คิดสิ คิดแบบนั้นเลย” เออออตามเธอไป 

“แล้วคุณคาชิอิไม่ค่อยซื้อของเหรอ?” 

“ฉันหาซื้อแต่ของถูกๆ น่ะ ฮิรานุมะคุงล่ะ? เห็นใส่เสื้อผ้าสบายๆ ตลอดเลย” 

“ดูเป็นงั้นเหรอ?” 

“อือ ดูแล้วรู้สึกว่าเป็นคนสะอาดเรียบร้อยน่ะ” 

“เพิ่งเคยมีคนบอกแบบนี้แหละ ขอบคุณนะ” 

ใจของเขาเต้นเหมือนลูกบอลกระเด็นกระดอนไปมา อยากให้เจ้าฮามาโนะได้ฟังจริงๆ 

“ฮิรานุมะคุง” คุณคาชิอิกล่าวขณะจับหลอดชาฝรั่งด้วยปลายนิ้ว “ฉันขี้เหร่หรือเปล่า” 

“หือ?” 

คุณคาชิอิเอามือนาบแก้มทั้งสองข้าง แล้วจ้องมองไทกิ 

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?” 

ไทกิถามกลับด้วยความสับสน คุณคาชิอิจึงปล่อยมือจากแก้มแล้วหลบตา 

“เปล่าหรอก อืม ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดจะต่างกับสิ่งที่คนอื่นพูดกันน่ะ จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ” 

ไทกิเหม่อลอย เขาจ้องมองใบหน้าของคุณคาชิอิซึ่งขยับไปมาในระยะใกล้ ริมฝีปากบาง จมูกกลมเล็ก ตาชั้นเดียว ไม่ใช่คนที่จะโดนบอกว่าน่ารักเป็นพิเศษอะไร 

แต่เธอกลับมีเสน่ห์เกินคาด ทั้งนิสัยชอบทำปากจู๋เวลาคิด รอยย่นบนจมูกเวลายิ้ม ไฝใต้ตาขวา ไทกิจึงมักมองคุณคาชิอิอยู่เสมอ 

“ฉันชอบคุณคาชิอินะ” 

“เห๊ะ?”   

โรงอาหารเวลากลางวันมีเหล่านักศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงเจี้ยวจ้าวพวกเขากลับฟังดูอื้ออึงไม่ชัดเจน มีเพียงความรู้สึกยินดีปนโล่งใจเท่านั้นที่รู้สึกแจ่มชัด ทีวีด้านหลังของไทกิยังคงรายงานข่าวภาคเที่ยงต่อไป 

ท่ามกลางเสียงพวกนั้น ไทกิกำลังสารภาพรักอยู่ ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว เขาคิดในใจว่าทำไมต้องเป็นที่แบบนี้ด้วย แต่ก็สายไปแล้ว ช่วงเวลานี้ไม่มีบรรยากาศอะไรน่าจดจำเลยสักนิด ทั้งที่วันชมดอกซากุระก็ยังมีแท้ๆ แต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ 

ริมฝีปากของคุณคาชิอิขยับเป็นคำว่า “ขอบคุณนะ” ไม่ช้า ไทกิก็ได้ยินคำว่า “ขอบคุณนะ” ลอยเข้ามา 

แว็บหนึ่งนั้นเขาคิดว่าเหมือนเวลาดูพลุในงานดอกไม้ไฟ ที่จะเห็นภาพก่อนเสียง 

“ฉันก็ชอบฮิรานุมะคุงนะ” 

“บ้าน่า” 

“พูดจริง” 

ไทกิกระดกชาขวด จนไม่เหลือสักหยด 

“งั้นคบกันไหม” คุณคาชิอิเอ่ย 

“เอาเลย” ไทกิตอบ 

ที่ไหนสักแห่งในโรงอาหาร มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาว่า “แกงกะหรี่โคตรอร่อย” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว