facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 22 : รู้จัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 : รู้จัก

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.5k

ความคิดเห็น : 114

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2559 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 : รู้จัก
แบบอักษร

แย่หน่อยนะคะต้องนอนตั้งสองคืน กลับบ้านไปอย่าลืมกินยาให้ครบตามหมอสั่ง อย่าหักโหมงานหนักแล้วก็ดื่มน้ำผลไม้เยอะๆจะได้ฟื้นตัวได้ไวๆ

 

ครับ ถ้างั้นผมจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้เลยใช่มั้ย

 

ค่ะ ส่วนผู้ป่วยให้รอที่หน้าตึกเดี้ยวจะมีเวรเปลไปส่งที่รถ

 

สิ้นสุดบทสนทนาคิมหันต์ได้เดินปลีกตัวไปที่ประตูหน้าห้องเพื่อออกไปติดต่อเรื่องค่าใช้จ่าย ทันใดนั้นเมษาก็สังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อร่างสูงเดินเท้าเปล่าไม่ใส่รองเท้า เขาก้มมองใต้เตียงนอน บ้างเปิดลิ้นชักข้างเตียงแต่ก็ไม่พบรองเท้าที่ร่างสูงเคยสวมใส่

 

คิมหันต์ รองเท้าหายไปไหน

 

รีบ เลยไม่ได้ใส่

 

พูดจบเขาเดินเปิดประตูออกจากตัวห้องไป ปล่อยให้เมษายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจคิดว่าเขาคงเป็นห่วงรีบพาตนที่ป่วยมาส่งโรงพยาบาลจนลืมให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆน้อยๆของตัวเอง คนตัวเล็กทิ้งตัวลงนอนกางแขนตีขาเล่นไปมาบนเตียงผู้ป่วย ผืนผ้าห่มถูกดึงขึ้นปิดหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าเขิลอายไว้ใต้ผืนผ้าห่มนั้น

 

คนไข้กลับบ้านไปอย่าลืมทานยาให้ครบตามหมอสั่งนะคะ

 

นางพยาบาลหันมาพูดกับเมษา

 

ครับ เอ่อคุณพยาบาลเมื่อคืนผมมาถึงที่นี่ตอนกี่โมง

 

เมษาเลื่อนผืนผ้าห่มออกแล้วหันมาพูดกับนางพยาบาล

 

ตีสามกว่าๆค่ะ คุณผู้ชายดูรีบร้อนมากเลยล่ะ เวรเปลทำงานแทบไม่ทันไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหนอุ้มคุณมาถึงห้องตรวจแทนเวรเปลเสียอีก วิ่งเท้าเปล่าด้วยนะคะ ฮ่าๆๆ

 

จริงหรอครับ

 

ค่ะ เหวี่ยงเวรเปลไปอีกว่าทำงานชักช้า ต้องขออภัยในส่วนนี้ด้วย

 

หืมมม เขาทำตัวหงุดหงิดคิ้วขมวดใช่มั้ยครับพี่พยาบาล ฮ่าๆๆ

 

แบบนั้นแหละค่ะ ฮ่าๆๆ

 

หมอนี่หงุดหงิดได้ตลอดเวลาเลยล่ะครับพี่พยาบาล เจอแบบนี้ต้องทำใจหน่อย

 

แกร่ก!!!

อ๊ะ เวรเปลมาพอดี

 

นางพยาบาลพูดแล้วหันมองไปทางประตูห้องที่เปิดออกแทนที่จะเป็นเวรเปลตามที่ทั้งคู่หวังไว้ กลับเป็นคิมหันต์เสียเองที่เดินกระฟัดกระเฟี้ยดถือถุงยาเข้ามาฉุดดึงข้อมือของเมษาให้ลงจากเตียง มันทำให้เมษาแปลกใจว่าอะไรที่ทำให้เขาจำเป็นต้องรีบนร้อนขนาดนี้

 

เดี๋ยวสิ พี่พยาบาลบอกเดี๋ยวเวรเปลก็มา

 

ชักช้า!!ขี้เกียจรอ

 

แต่รออีกหน่อยไม่เห็นเป็นไร

 

ขณะที่ก้าวขาลงจากเตียงตามแรงฉุดดึงของคิมหันต์ เมษาพยายามแกะมือของร่างสูงที่กำลังกอบกุมข้อมือของเขาอยู่หวังจะให้อีกอดใจรอเวรเปลมารับต่ออีกนิด

 

ฉันง่วง!!อยากกลับไปนอนเตียงที่บ้าน

 

อื้มม งั้นกลับก็กลับ อ่ะ ขอบคุณนะครับพี่พยาบาล

 

โบกมือบ้ายบายก่อนที่ข้อมือจะถูกกระชากฉุดดึงอีกครั้ง จนเมษาต้องรีบลงจากเตียงก้าวขาเดินตามอย่างว่าง่าย แน่นอนว่าพระเอกของเราก็คงจะหงุดหงิดเสียจนคิ้วขมวดจนคิ้วแทบจะชนกัน ทั้งคู่เดินฝ่าผู้คนในโรงพยาบาลที่ต่างหันมาให้ความสนใจกับคิมหันต์ซึ่งเดินเท้าเปล่าลากกายอย่างไม่อายใคร

 

ให้ยืมรองเท้าข้างนึง เอามั้ย ฮ่าๆ

 

ความหวังดีของนายช่วยกองไว้ตรงนั้นทีเถอะ

 

รีบจนลืมใส่รองเท้าเลยหรอ ขอบคุณนะที่ห่วงกัน

 

“………………..”

 

สองขาของเมษาก้าวตามอย่างไวพรางยิ้มให้กับร่างสูงที่ฉุดดึงข้อมือตนอยู่ทั้งหน้านิ่วคิ้วขมวด คิมหันต์ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจิ๊ปากออกมาและเร่งฝีเท้าก้าวยาวกว่าเก่าเพื่อจะได้ออกไปจากสถานที่ที่มีแต่คนต่างจับตามองในการแต่งตัวแสนประหลาด

 

ยังไงก็ขอบคุณนะ

 

เลิกพร่ำแล้วรีบเดินให้มันไวกว่านี้ ฉันอายเขา

 

อื้มมมมม

 

ทั้งคู่วิ่งตรงมาที่ลานจอดรถของทางโรงพยาบาล เสียงสัญญาณปลดล๊อคดังขึ้นเมื่อคิมหันต์กดสั่งงานกับกุญแจที่ถืออยู่ในมือ ประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออกส่วนเมษาได้เข้าไปนั่งในฝั่งข้างคนขับ ทันทีที่ระบบปรับอากาศทำงานแอร์เย็นฉ่ำก็อาบกายพวกเขา มันทำให้ร่างสูงพอใจไม่น้อย

 

ลูกพ่อ อากาศที่โรงบาลคงไม่ดีเท่าโรงรถที่พ่อทำไว้ให้หนูใช่มั้ยลูก ป่ะพ่อจะพากลับบ้าน

 

และแล้วก็เป็นอีกครั้งที่พระเอกของเราคุยกับรถคล้ายคนใกล้บ้า….

 

บรื้นนนนนนน

 

ไฟหน้ารถเปิดส่องสว่างทั่วลานจอดรถใต้ตึก ก่อนที่เกลียวล้อรถคันหรูลูกชายคู่ใจอย่าง BMW M5 จะถูกขับเคลื่อนอย่างช้าๆ พวงมาลัยถูกหมุนควงตามการควบคุมของผู้ที่ยกตัวเองเป็นพ่อให้กับรถอย่างคิมหันต์ ขณะเดียวกันที่เมษาทอดมองไปตามข้างทางยามที่ตัวรถขับเคลื่อนความสงสัยในหลายๆคำถามจึงตัดสินใจชวนอีกฝ่ายพูดคุย

 

บ้านนายทำอะไรหรอ ทำไมถึงมีเงินเหลือใช้เยอะจัง

 

พ่อเป็นเจ้าของคอนโด ฉันคอยช่วยเรื่องติดต่อกับเอเจนซี่ ว่างๆก็รับงานสัก

 

คิมหันต์ตอบกลับพรางมือข้างนึงละออกจากพวงมาลัยหันมาเปิดลิ้นชักหน้ารถหยิบโบชัวคอนโดขนาดใหญ่ลักษณะเป็นกระดาษแข็งจำนวนสี่ถึงห้าหน้าที่พ่อตนเป็นเจ้าของออกมาแล้วส่งยื่นให้เมษา เมษารับมันมาแล้วเปิดออกดูรายละเอียดข้างใน

 

เริ่มต้นที่ 2.99 ล้าน…..แพงน่าดูเลยเนอะ

 

อื้มม แค่เริ่มต้นแหละ บวกค่านู่นค่านี่ตามที่ลูกค้าต้องการก็เหยียบๆหกเจ็ดล้าน

 

เอเจนซี่ที่นายทำมันเป็นไง ไม่รู้จักอ่ะ

 

เมษาปิดสมุดโบชัวในมือแล้วนอนเอนกายพิงเบาะรถหันหน้ามาทางคิมหันต์ที่ขับรถอยู่

 

ฉันไม่ได้ทำเอเจนซี่แต่ฉันติดต่อกับพวกเอเจนซี่ ปีๆนึงก็ติดต่อกับพวกนั้น ทำสัญญาตกลงกันให้เขาทำงานให้ อย่างปีที่แล้วฉันก็ตกลงไปจ่ายไป ห้าล้านกว่าๆ เป็นแบบเหมาจ่ายปีต่อปี ทางเอเจนซี่ก็ตกลงว่าจะทำโฆษณาคอนโดพ่อฉันลงโทรทัศน์ให้สองเดือน ลงหนังสือพิมพ์สี่สีหนึ่งเดือน ทำกิจกรรมเปิดตัวหนึ่งครั้ง ทำนองนี้ แล้วก็งานอื่น ลืมๆไปบ้าง

 

อ่อ…. เก่งจัง ยากมั้ย

 

งานมันไม่ยาก มันยากเวลาต้องติดต่อกับคน น่ารำคาญเป็นบ้า

 

สนุกดีนะงานที่เจอผู้คนเยอะๆ

 

ฉันไม่ชอบงานสังคม

 

นายหน้าตาดีเข้าสังคมง่ายอยู่แล้ว

 

นายมันไม่เข้าใจหรอกเมษา

 

อื้มมมม นั่นสิเนอะ ฉันอยู่ต่างจังหวัดมาตั้งแต่เกิดไม่รู้หรอกว่าสังคมคนกรุงเป็นยังไง

 

พุดจบก็ก้มหน้าลงซบอิงไปบนเบาะรถคันหรู เมษาถอนหายใจออกเบาๆในเมื่อตนไม่อาจเข้าใจและเข้าถึงสังคมของคิมหันต์ได้ คงเป็นเพราะทั้งคู่ที่ถูกเลี้ยงและเติบโตมาคนละแบบ แต่ว่าคำพูดของฝ่ายตรงข้ามทำให้เมษาเงยหน้าขึ้นมองส่งสายตาเป็นประกายเหมือนเด็กได้รับคำเชยชม

 

ฉันชอบนะที่นั่นน่ะ

 

คิมหันต์พูดแล้วยิ้มออกมา แปลกนักที่เห็นคนตรงหน้ายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่มีอยู่จริงๆ

 

จริงหรอ!!”

 

อืม สงบดี อยู่นี่ฉันเที่ยวดึกแทบทุกคืนกลับบ้านทีก็ตีสามตีสี่

 

ดีจัง ที่นายชอบที่นั่น

 

เมษาพูดแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

 

ทำไมรึ

 

เปล่า ก็ตอนแรกนายดูท่าไม่ชอบบ้านฉันไง

 

อาห๊ะ ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน แล้วที่บ้านนายทำอะไร พ่อแม่ล่ะไม่ได้อยู่ด้วยกันรึ

 

เมื่อพูดจบคิมหันต์ก็หันมาหาคนที่นั่งข้างตนอย่างเมษา เขาได้สังเกตเห็นถึงใบหน้าแสดงอารมณ์เศร้าหมองทันทีที่ประโยคคำถามสิ้นสุดลง

 

ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว พ่อกับแม่บอกว่าไปทำงานแต่ไม่บอกว่าทำที่ไหน ได้แต่ส่งเงินมาให้

 

อ่อ ได้โทรคุยกันบ้างรึเปล่าล่ะ

 

พ่อกับแม่บอกว่าไม่ให้โทร เขาบอกว่าจะโทรมาเอง

 

อยู่ตัวคนเดียวมาตลอดว่างั้นเถอะ

 

อื้มมม ตั้งแต่ม.ปลายแล้ว แต่ก็ยังดีมีน้ำตาลเป็นเพื่อน

 

เออเนอะ น้ำตาล คิดถึงมันเหมือนกัน

 

แม่มันมาออกลูกที่วัด ผ่านไปเห็นเลยเก็บมาเลี้ยง เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ แต่ตอนนี้มีนายมาอยู่ด้วยก็ไม่เหงาเหมือนแต่ก่อน

 

เพราะพ่อฉันส่งฉันไปอยู่ด้วยสินะเลยหายเหงา

 

อื้มม กินข้าวคนเดียวมันไม่อร่อยเท่ามีเพื่อนกิน เนอะ

 

อ่าห๊ะ

 

เมื่อเห็นว่าคิมหันต์จบบทสนทนา เมษาจึงเริ่มถามต่อ

 

ทำไมพ่อนายถึงส่งมาอยู่ต่างจังหวัดล่ะ

 

พ่อไปประจำงานที่ต่างจังหวัด ไม่ไว้ใจให้อยู่บ้านคนเดียว ลำพังป้าแหม่มก็ตามใจฉันมาตลอด กลัวว่าจะเที่ยวหมดกินหมดเลยโกหกว่ามีบ้านพักตากอากาศให้ฉันไปพักที่นั่นดู

 

 

แต่จริงๆคือบ้านฉันเองสินะ ฮ่าๆ พ่อนายบอกไว้ก่อนแล้วว่านายจะมาพักที่นี่

 

นายรู้จักฉันงั้นรึ

 

ก็รู้จักแค่ในนามของคิมหันต์ พิพัฒนภูวดล แต่พึงมารู้จักนายจริงๆก็ตอนนี้แหละ

 

อ้อ

 

เมษา Said.

ความจริง……ผมกับคิมหันต์เคยรู้จักกันมาก่อนในตอนที่ยังเป็นเด็ก ไม่รู้ว่าเขาจะจำผมได้รึเปล่า แต่ผมน่ะจำผู้ชายคนนี้ได้ขึ้นใจเลยทีเดียว ถามเรื่องอื่นต่อดีกว่า

 

นี่!!ที่บอกว่าเป็นช่างสัก รับงานแพงรึเปล่า

 

ก็แล้วแต่

 

“……….. ไม่เข้าใจ ราคามันไม่เท่ากันหรอ._.

 

ขนาดประมาณฝ่ามือก็หกเจ็ดพัน แล้วแต่ความยากง่าย

 

ทันทีที่คิมหันต์พูดจบเมษายกมือตัวเองขึ้นส่องดูเพื่อเปรียบเทียบขนาดฝ่ามือของตัวเองกับราคาค่าสักที่อีกคนบอกมา เขาพลิกฝ่ามือตัวเองไปมาแล้วยิ้มออกมาเมื่อขำกับการกระทำของตัวเอง

 

เป็นบ้ารึไง นั่งขำคนเดียว

 

ฝ่ามือของคิมหันต์ฟาดลงบนหลังมือของเมษาเบาๆ มันไม่แรงมากนักแต่ก็ทำให้คนตัวเล็กต้องลดเลื่อนมือหนี ไม่ได้โกรธแต่รู้สึกสนุกปนขำคิกคักเสียมากกว่า

 

เปล่า ฮ่าๆ แพงจังแล้วนายสักให้ตัวเองรึเปล่า

 

บางลายก็สักเองบางลายก็ให้ช่างคนอื่นทำให้

 

“… เจ็บมั้ย

 

เจ็บ แต่ไม่เกินความอดทนของคน

 

ฉันชอบนะ สวยดี อยากสักบ้างพอเห็นนายสักเลยอยากสักตาม

 

เมษาพูดแล้วยื่นข้อมือตัวเองให้คิมหันต์ได้ดู ใบหน้าสวยส่งยิ้มให้อย่างไร้เดียงสาพรางเอียงศีรษะไปทางซ้ายเพื่อชโงกมองหน้าอีกคนที่กำลังขับรถและทดทอดสายตามองไปบนท้องถนน คิมหันต์ไม่ได้ตอบอะไรเขาค่อยๆหมุนพวงมาลัยรถเพื่อเข้าโค้งหักศอก

 

คิดเท่าไรหรอ

 

“……………….”

 

คิดเท่าไรๆ หัวใจดวงเล็กๆนิดเดียวเอง

 

“………………..”

 

ถ้าไม่ตอบจะไปถามสิระดู สิระก็เป็นช่างสักเหมือนกันใช่มะ จริงสิ!!! สิระสักสวยรึเปล่าจะได้ให้สักให้

 

ฉันไม่สักให้ แล้วก็ไม่ให้ไอ้นั่นมันมาสักให้นาย โอเคนะ!!”

 

เมื่อได้ยินประโยคที่เมษากล่าวมามันทำให้คิมหันต์เริ่มขึ้นเสียงกรรโชกใส่คนตัวเล็กโดยรู้ตัว โดยที่เมษาได้แต่กระพริบตามองปริบๆ ในใจพรางคิดว่า ตาบ้านี่หงุดหงิดอะไรของเขากันนะ

 

อื้มมม ไม่สักก็ไม่สัก

 

เมื่อคำตอบของเมษาที่ตอบมาทำให้คิมหันต์พึงพอใจ บรรยากาศในรถจึงกลับมาเป็นปกติ ร่างสูงลดเสียงกรรโชกลงแล้วกลับมาพูดในโทนเสียงธรรมดา สองมือค่อยๆบังคับพวงมาลัยรถอย่างใจเย็น

 

ดี เนื้อขาวๆสักไปก็เสียดายเปล่าๆ

 

ทำมาห้ามคนอื่นทีตัวเองยังสักตั้งเยอะ ทั้งตัวเลยเนี่ย  ใต้หางตาก็สัก คอก็สัก หลังมือ สันมือข้างนิ้วก้อย ขา หน้าขาด้วย หัวเข่า ข้อเท้าด้านในอีกต่างหาก ตรงนี้ๆด้วย ตรงนั้นก็ด้วย ยิ่งแขนนะสักจนไม่มีที่ว่างแล้ว ที่สำคัญฉันเห็นนะว่าท้ายทอยก็สัก!!”

 

“…………..สังเกตขนาดนั้นเลยรึไง

 

ก็…..เวลานายถอดเสื้อผ้ามันก็เห็นหมดแหละ.////.

 

เหมือนที่นายมีไฝเม็ดเล็กๆตรงสะโพกกับหน้าขาด้านในสินะ ฉันว่าฉันเห็นนะ ฮ่ะๆ

 

ลามก!!!!”

 

ก็มันเห็นเอง

 

ห้ามพูดเรื่องนี้!!!”

 

คิมหันต์ คิมหันนนนนต์ อ่ะ อื้ออออออ อ๊าาาา แรงๆเลยก็ได้ ง๊าาาาา อี้ ย๊าาาาา

 

คิมหันต์บีบเสียงตนให้เล็กลงก่อนเอ่ยวาจาออกกล่าวเลียนแบบน้ำเสียงของเมษาในตอนที่ร้องครางเรียกชื่อตนเมื่อรู้สึกสุกสมยามที่บรรเลงเพลงรักร่วมกัน

 

พูดจาลามกอะไรเนี่ย!!หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ

 

นายสิลามก ตัวเองเป็นคนพูดเองนี่เวลาเรามีอะไรกัน

 

อื้อออ!!!!!ไม่คุยด้วยแล้ว ไอ้บ้า ฮื่ออออ นี่ๆๆ!!!”

 

เพี้ยยยะๆๆๆ!!

 

เมษารัวฟาดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนแขนของคิมหันต์ที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถ มันทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหนี ในขณะเดียวกันคิมหันต์เองก็ขำออกมาเมื่อเห็นว่าตัวเองหยอกล้อป่วนกวนประสาทฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ

 

ฮ่าๆ ตลกดีว่ะ

 

อะไรตลก!”

 

คนแถวนี้แหละ

 

ไม่คุยด้วยแล้ว

 

แล้วแต่

 

ไอ้ผมรองทรงสูง!!”

 

เอ้า ไหนบอกจะไม่คุยด้วย

 

ไม่คุยแล้วว!!”

 

 คิมหันนนนนต์ อ๊า อีย๊า ง๊า อ่ะ อ๊า  ฮ่าๆๆๆ นี่ นายคิดว่าฉันทำเหมือนรึเปล่า

 

ไม่ฟังงงง ไม่ฟัง ไม่อยากได้ยินน พอแล้วววว!!!”

 

งื้ออออ คิมหันต์ อ๊า ฮ่าๆๆโอ้ยยยยแม่งจี้

 

นายคิดว่าเรื่องแบบนี้มันตลกงั้นหรอ ฉันไม่ตลอกด้วยหรอกนะ ไอ้บ้า ไอ้หื่นกามมมม

 

อ้อหรอ เจ็บจังเลย โดนด่าแบบนี้คิมหันต์เจ็บจังเลย วิ๊ด วิววว

 

พูดไม่พอยังละสายตาจากทางถนนข้างหน้าหันมาส่องกระจกมองหลัง มือข้างหนึ่งถูกแกล้งทำท่าจัดทรงผมตัวเองไปมา คิมหันต์ผิวปากออกเป็นเพลงแสดงให้เห็นว่าคำพูดคำจาจากเมษาไม่เป็นต่อจิตใจของเขาเพียงนิด เมษาหันหน้าหนีพิงกระจกรถและได้แต่นิ่งเงียบพูดกับตัวเองในใจเพราะขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วย

 

เมษา Said.

ไอ้บ้า ไอ้บ้า บ้า บ้า บ้า!!!!!

 

นายรู้อะไรรึเปล่าเมษา

 

“……………..”

 

หลับไปแล้วรึไง

 

“……………...”

 

เวลาฉันมีอะไรกับนายน่ะนะ……ผมฉันมันยุ่งไปหมดจนน่าหงุดหงิดเลยล่ะ แต่นายมัน….”

 

คิมหันต์พูดทิ้งท้ายไม่ทันจบประโยคก็แกล้งชโงกหน้ามาหาอีกคนที่มัวแต่ซุกหน้าซบอิงพิงกระจกรถคันหรูเพื่อหลบเลี่ยงต่อความรู้สึกเขิดเขิล

 

“……………..”

 

 

เมษา Said.

ไอ้บ้า!!!!! ;///////;

 

นายมัน…..ทำให้ฉันหายหงุดหงิดได้บ้าง

 

“……………..”

 

เพราะอะไรอยากรู้มั้ยล่ะ

 

เมษา Said.

ไม่อยากรู้ ไม่ต้องพูดเลยไอ้บ้ากาม

 

สัญญาณไฟแดงถือเป็นจังหวะดีที่คิมหันต์สามารถกลั่นแกล้งคนตัวเล็กซึ่งนั่งคุดคู้ซุกใบหน้าไปที่กระจกรถ เมษาดึงผืนผ้าห่มผืนเดียวกันกับที่คิมหันต์ใช้ห่อและโอบอุ้มกายของตนเพื่อส่งโรงพยาบาลมาเมื่อวานคืนมันถูกห่มปกคลุมหัวตัวเองไว้เหลือแต่ตาแค่สองข้าง

 

เลิกพูดซะที!! ไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย!!” ;///////;

 

“……เพราะนายมันน่ารักจนฉันอดใจแทบไม่ไหวเลยล่ะ ซี้ดดดดดดดด

 

คิมหันต์แกล้งส่งเสียงซี้ดปากผ่านช่องไรฟัน เขาโน้มตัวยื่นหน้าเข้าหาเมษาที่กำลังนั่งหมกตัวในผ้าห่ม น้ำเสียงลามกเป็นเพียงการหยอกล้อให้อีกคนสติแตกเท่านั้น ครั้งเดียวไม่พอ แต่ยังคงเขยิบตัวเข้าใกล้กว่าเก่าแล้วส่งเสียงซี้ดปากพร้อมพ่นลมหายใจครางต่ำใส่ซ้ำๆ ….

 

ซี้ดดดดดด  อ อาห์……..”

 

ไอ้บ้า!!!!!ลามก!!!!!ทำเสียงบ้าอะไรของนายกันห๊ะ!!!พอเลย!!!!ไม่อยากฟังงงงงง ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า!!!!ถ้าไม่หยุดจะฟ้องคุณตำรวจ เห็นมั้ยๆๆยืนโบกรถอยู่

 

แล้วนายจะฟ้องคุณลุงตำรวจว่าอะไรดีล่ะ คุณตำรวจครับตาบ้านี่ทำเสียงลามกใส่ผม แบบนี้รึ

 

ไม่ฟ้องก็ได้!! หื่อออ ไม่ฟังแล้ว ไม่เอาไม่พูด

 

เสียดาย คิดว่าจะชอบฟังซะอีก

 

ใครจะไปอยากฟัง!!”

 

โอเค โอเค ทำใจร่มๆไม่ต้องตะโกนใส่กันขนาดนั้นก็ได้

 

 

นายก็หยุดพูดหยุดทำเสียงลามกๆซักทีสิ

 

หยุดก็หยุด ฮ่ะๆ

 

ยังจะมาขำอีก!!!”

 

ขำก็ผิด

 

ผิดทุกอย่างที่เป็นนายเลย!!!ไอ้คนลามก จะฟ้องป้าแหม่ม

 

ฉันคงกลัวจนตัวสั่นแน่

 

อึก!!!...จะฟ้องพ่อนาย!!!!บอกว่าหนีมาเที่ยวที่กรุงเทพ ให้ตัดเงินให้หมดบัญชี

 

พ่อครับ ผมแค่พาเมษามาเที่ยว พ่อจะตัดเงินผมมันก็ไม่ใช่ อีกอย่างหมอนี่ออกจะชอบที่นี่…..นายว่าประโยคนี้มันโอเคมั้ยล่ะที่จะใช้พูดกับพ่อฉันน่ะ

 

“………………”

 

พาไปเอเชียทีคแล้วก็กินอาหารขนมหวานร้านดีๆอีกตั้งหลายร้าน ซักพักผมก็กลับต่างจังหวัดเหมือนเดิมน่าพ่อ แค่พาหนูเมษาของพ่อมาเที่ยวแค่นั้นเอง…….ประโยคนี้เป็นไง ดีพอๆกับอันแรกเลยนะ เมษา...นายมันแพ้ฉันตั้งแต่คิดจะฟ้องพ่อแล้วล่ะ

 

อื้อ!!!!แพ้ แพ้ก็แพ้ ฉันมันแพ้มาตลอดแหละ ไอ้คนเผด็จการ บ้าอำนาจ คนเอาแต่ใจ ไอ้นิสัยไม่ดี

 

“........ผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์อย่างฉันเนี่ย….เกิดมาเพื่อชนะอย่างเดียวเลยว่ามั้ย ฮ่ะๆ แจ๋วจริงๆ

 

ชิ!!”

 

เมษาจิ๊ปากแล้วกอดอกดหันหลังทิ้งน้ำหนักพิงเบาะรถ เมื่อรู้สึกยังไงยังไงก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะผู้ชายคนนี้ในทุกๆด้าน

 

อย่ามาทำกระฟัดกระเฟียดเหมือนผู้หญิงแบบนั้น มันไม่น่ามอง

 

ร่างสูงหมุนควงพวงมาลัยรถเมื่อหมดสัญญาณไฟแดง เขายิ้มขำกับการกระทำของคนข้างๆที่ได้แต่นั่งหน้าบึ้งหน้างอนคิ้วขมวดยู่ปากเป็นเด็ก

 

ฉันเป็นผู้ชาย ยังไงก็เป็นผู้ชาย-3-

 

อ้อหรอ ผู้ชายงั้นหรอ

 

อ่าห๊ะ

 

เมษาแกล้งตอบเสียงนิ่งนั่งกอดอกไขว่ห้างหลังตรง พร้อมปลายตามองด้วยหางตาเลียนแบบท่าทางของคิมหันต์ที่มักจะทำออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่เป็นประจำ

 

เลียนแบบให้ตายยังไงก็ไม่เหมือน

 

ทำไมจะไม่เหมือน เหมือนสิ ท่าทางนายมันเย่อหยิ่งจะตายรู้ตัวบ้างป่าวเหอะ!!!”

 

ไม่เหมือนเพราะอะไรรู้ป่ะ อยากรู้จะบอกให้ฟัง

 

งั้นก็บอกมา ชิ!! จะทำให้เหมือนเลย

 

ฉันบอกแล้วไงอย่ามาทำกระฟัดกระเฟียดแบบที่ผู้หญิงเขาทำกัน

 

ฉันบอกแล้วไง!!!ว่ายังไงฉันก็เป็นผู้ชาย!!!”

 

ผู้ชายที่โดนฉันอัดเจ้าหนูใส่ก้นน่ะรึ

 

[!!!!!!!!!!!!!]

 

ผู้ชายที่โดนฉันอัดเจ้าหนูใส่ก้นน่ะรึ

ผู้ชายที่โดนฉันอัดเจ้าหนูใส่ก้นน่ะรึ

ผู้ชายที่โดนฉันอัดเจ้าหนูใส่ก้นน่ะรึ

 

“…………………….”

=///////= แป๊ดดดดดดด

 

คำพูดของคิมหันต์ทำเอาแก้มทั้งสองข้างของเมษาออกสีแดงก่ำ ทันใดนั้นจึงรีบเงื้อมมือขึ้นตบตีไปตามตัวอีกคน

 

เพี้ยยะๆๆๆ!!!!

 

ไอ้บ้า!!!!!”

 

ฮ่าๆๆๆ จุดนี้แหละที่บอกว่าเลียนแบบให้ตายยังไงก็ไม่เหมือน

 

จุดไหน!!”

 

จุดแรก ฉันไม่ตบไม่ตีแบบที่นายทำอยู่ ผู้ชายเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก

จุดที่สอง ฉันไม่แหกปากโวยวายจนรถแทบแตกแบบนี้

จุดที่สาม นายไม่มีวันได้อัดเจ้าหนูใส่ก้นฉัน แบบที่ฉันอัดเจ้าหนูใส่ก้นนาย จุดที่……”

 

พอ!!!!!ไม่เหมือนก็ไม่เหมือน จะจุดไหนก็ช่าง

 

กลับบ้านนายไปลองทำกันอีกซักรอบมั้ยล่ะ เปิดหน้าต่างรับลมเย็นๆ เปลี่ยนบรรยากาศดู

 

คิมหันต์!!!ทำไมนายถึงได้พูดเรื่องแบบนี้ได้หน้าตาเฉย ไม่อยากฟังแล้ววว

 

เมษา ทำไมนายถึงได้แหกปากไม่หยุด ไม่อยากฟังแล้ววว

 

คิมหันต์พูดเลียนแบบอีกคน ยิ่งหน้าตาเรียบนิ่งเฉยเมยยิ่งปั่นประสาทคนตัวเล็กได้ไม่น้อย

 

ก็นายมันพูดแต่เรื่องลามก แล้วก็เรื่องที่เราทำกัน

 

หื้มมม ฮ่าๆทำอะไรรึ ไอ้ที่เราทำกันน่ะทำอะไร

 

ทำเรื่องอย่างว่าไง…”

 

เมษาก้มตอบแล้วก้มหน้าหนี ใช้ปลายนิ้วชี้ทั้งสองข้างของตัวเองจิ้มชนกันซ้ำๆเมื่อพูดถึงเรื่องน่าอายที่ทำให้ตัวเองเขิลอายทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าของอีกคน…..

 

เห้ พูดให้มันชัดเจนหน่อย ฉันถามว่าทำอะไร

 

ทำแบบที่คู่รักเขาทำกันไง เพศสัมพันธ์ไงๆๆ

 

อ่อ เซ็กส์น่ะรึ

 

อื้มมมมม เซ็กส์….”

 

คืนนี้อีกซับรอบมั้ยล่ะ

 

ไม่เอาแล้ว!!!พึงออกมาจากโรงบาลจะทำต่อเลยรึไง

 

ล้อเล่นน่า ใครจะไปมีอารมณ์ได้ทุกวี่วัน

 

ก็นั่นน่ะสิ แต่….แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะฉันคิดว่ามันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้นด้วย

 

เซ็กส์น่ะรึ ฮ่าๆๆ งั้นมาทำบ่อยๆเราได้รู้จักกันมากขึ้น จนสนิทกันเลยดีมั้ย

 

 

ไม่ใช่!!!ฉันหมายถึงที่เราคุยกันในรถตอนนี้นี่ มันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น!!!”

 

 1โหว 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

เป็นไงงงงง วันนี้ทั้งคู่น่ารักมั้ยเอ่นนนนนนนน ไรท์ว่าน่ารักน้าา http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/64_38.png

 

ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนพักสมองแล้วกันเนอะ ปาดเหงื่อ. 

 

อ่านกันแบบ เบาๆ น่ารัก น่าชัง สบายๆกันไปก่อน

 

 

อ่านให้สนุกน้าา 

 

29.02.16

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว