email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 89 เซียนหกวิถีปะทะเซียนจุติ(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 89 เซียนหกวิถีปะทะเซียนจุติ(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2563 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 89 เซียนหกวิถีปะทะเซียนจุติ(2)
แบบอักษร

"คาซึคุงคนบ้าต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ ?"

 

 

 

"เอ๋ทำไมละ ?"

 

 

 

"ก็...ช่างเถอะสู้ก็สู้แต่คราวนี้ผู้ที่จะชนะก็คือฉัน มันจะไม่ใช่เธออีกต่อไป!"

 

 

 

สีหน้าของฮินะแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวเปรี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจเต็มร้อยและแฝงไว้ความควาทเจ้าเล่ห์ เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามที่ภายในเป็นประกายคล้ายดอกไม้ไฟที่กำลังแตกตัวตัวออกแสนสวยงาม ซึ่งแตกต่างจากเนตรสังสาระที่แฝงเร้นความน่ารังเกลียดไว้ลิบลับ

 

 

 

"แต่ว่าก่อนที่เราจะสู้กัน เราต้องทำขัอตกลงกันก่อนนะ อย่างแรกคาซึคุงห้ามใช้ร่างโอซึซึกิพร้อมกับโหมดเซียนหกวิถี สองห้ามเบิกเนตรที่สามโดยเด็ดขาด สามอย่าคิดยืมพลังของจิ้งจอกน้อย และสุดท้ายผู้แพ้ต้องทำตามผู้ชนะโดยไร้ข้อเงื้อนไข ว่าไงมีข้อขัดแย้งไหมคาซึคุง"

 

 

 

คาซึยะยักไหล่เป็นคำตอบ เพราะอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะใช้ร่างโอซึซึกิอยู่แล้วเพราะทันทีที่เขาใช้พลังของเขาและฮินะจะอยู่คนละมิติทันที แค่นี้ก็น่ากลัวพอแล้วไม่จำเป็นต้องผสานกับร่างเซียนหกวิถีด้วย

 

 

 

และก็ตามข้อแรกถ้าเขาไม่ใด้ใช้ทั้งสองร่างพร้อมกันเขาจะไม่สามารถเปิดเนตรที่สามได้ส่วนเรื่องยืมพลังของคิทซึเนะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าทำได้เขาคงจะใช้ความสามารถหยินหยางในการเกิดและตายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปนานแล้ว

 

 

 

พูดง่ายๆตอนนี้จิ้งจอกน้อยหรือคิทซึเนะยังคงเป็นปลิงที่คอยเกาะติดเขาเสียมากกว่า ต้องรอวันที่เขาได้จักระสัตว์หางอีกสามตัวเท่านั้นเขาก็จะยืมพลังของคิทซึเนะได้ทั้งหมดและนั่นจะทำให้เขากลายเป็นสถิตร่างของสิบหางอย่างสมบูรณ์

 

 

 

"ดีเตรียมรับความพ่ายแพ้ได้เลยคาซึคุง!"

 

 

 

 

"มันยังเร็วไปร้อยปีนะที่จะพูดแบบนี้"

 

 

 

ฟึบ

 

 

 

ชุดประจำตระกูลอุจิวะของคาซึยะถูกสับเปลี่ยนเป็นชุดคลุมหกวิถีสีขาวเทาในชั่วพริบเดียว ที่ฝ่ามือของเขามีลูกแก้วสีดำทมิฬลอยออกมาก่อนที่มันจะแปรสภาพเป็นไม้เท้าทรงกลมสอดห่วงทรงกลมข้างละสี่อัน

 

 

 

ปลายไม้เท้าชี้ลงสู่พื้นชั่วพริบตาเดียวก็มีลูกแก้วแสวงสัจธรรมแปดลูกหมุนวนไปมาที่ปลายไม้เท้า คาซึยะเงยหน้าเอียงคอมองฮินะในโหมดเซียนจุติด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยนผิดกับแรงกดดันที่เจ้าตัวกำลังปล่อยออกมา

 

 

 

แรงกดดันที่แสวงหาการต่อสู้ไหลหลากออกมาจากร่างหายของเด็กหนุ่ม กลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งเริ่มเพิ่มแรงโน้มถ่วงที่เกรี้ยวกราดกดพื้นทรายในจุดที่คาซึยะยืนจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ

 

 

 

ดวงตาสีดำแปรสภาพเป็นดวงตาสีขาวเขามีลายเส้นทรงกลมอยู่ภายในซึ่งก็คือเนตรสังสาระที่มีโทโมเอะอยู่ด้วยกันหกวง ถูกต้องปัจจุบันคาซึยะได้มาถึงขั้นหลอมรวมเนตรสังสารละและเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาขั้นที่สามแล้ว

 

 

 

ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังเทพของเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แล้วเช่นกัน แถมพลังเทพยังทรงพลังขึ้นแบบผิดหูผิดตาโดยเฉพาะอ่านจันทรานิรันดร์ของเขาที่สามารถสร้างโลกแห่งความฝันให้กลายเป็นความจริงได้ชั่วขณะนึง

 

 

 

"เอาจริงๆ นะฮินะถ้าฉันเอาจริงเธอจะไม่มีวันชนะได้เลย เพราะไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำไรอะไรฉันได้ทั้งนั้น"

 

 

 

ฮินะถึงกับยืนสับสนกับคำพูดของแฟนหนุ่ม คิ้วของเธอค่อยๆย่นและจ้องมองคาซึยะอย่างจริงจังเมื่อพบว่าดวงตาของเขากำลังมีโลหิตสีแดงดำไหลรินออกมาจากใต้ดวงตาของเขา คลื่นพลังแปลกๆ พุ่งถาโถมเข้ามาหาเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

 

"Kyōka Suigetsu(กระจกบุปผาเงาจันทรา)"

 

 

 

เสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมทำให้ฮินะถึงกับขนลุกขนพอง แถมคาซึยะที่เคยอยู่ในสายตาของเธอตลอดค่อยๆสลายหายไปเป็นเถ้าธุลี กว่าเธอจะสัมผัสถึงตัวตนของแฟนหนุ่มได้นั่นก็คือตอนที่เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกโอบกอดจากด้านหลัง

 

 

 

"เธอแพ้แล้วนะฮินะ"

 

 

 

"ขี้โกง คาซึคุงขี้โกง แน่จริงก็อย่าใช้กระจกบุปผาเงาจันทราสิ"

 

 

 

คาซึยะถึงกับทำหน้าเหว๋อ แบบนี้ก็ได้หรอ? แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแต่ก็อย่างว่าพลังนี้มันขี้โกงมากเกินไป ขนาดไรคาเงะและนินจาคุโมนับพันยังกลายเป็นมดตัวน้อยๆวิ่งเต้นในฝ่ามือเมื่อติดอยู่ภายใต้มนต์สะกดของกระจกบุปผาเงาจันทราของเขา

 

 

 

"ไม่ใช้แล้วก็ได้ แต่ยังไงก็ถือว่าที่รักได้พ่ายแพ้ รวมของเก่าเป็นหนึ่งร้อยสิบเอ็ดอย่าลืมจดลงบันทึกด้วยละ และก็ตามข้อตกลงฮินะจังต้องทำตามสิ่งที่ฉันขอ..."

 

 

 

ฮินะหันไปมองแฟนหนุ่มก็ได้แต่มองเขาอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ว่าเมื่อไหร่แฟนหนุ่มก็ชอบเอาเปรียบเธออยู่เรื่อย ทว่าไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบ เธอแค่เขินอายก็เท่านั้น

 

 

 

"ตามข้อตกลง"

 

 

 

คาซึยะแสยะยิ้มเขาส่งริมฝีปากประกบจูบปากของแฟนสาวอืมที่กอดแถวเอวค่อยๆคลายตัวออกและเลื่อนขึ้นไปบนหน้าอกที่โตเกินวัยของเธอ เขาเริ่มบีบคลึงไปมาเบาๆ เขาค่อนข้างภูมิใจกับภูเขาโตๆคู่นี้มาก

 

 

 

'เพราะมันถูกสร้างด้วยมือของฉัน'

 

 

 

หลังจากผ่านการนวดคลึงมานานหน้าอกของฮินะจึงใหญ่ไม่น้อย เขาจะชอบใช้เวลากับมันส่วนใหญ่ยามที่เขาและฮินะนอนด้วยกันยามเธอหลับเขาก็จะแอบลักหลับลงมือนวดคลึงให้เธออยู่เสมอๆ

 

 

 

น่าเสียดายที่อายุของเขาและเธอในปัจจุบันยังไม่ถึงเกณฑ์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ลงมือทำให้ฮินะถูกสยบลงบนเตียง เนื่องจากสิ่งที่ดีที่สุดจะต้องถูกเก็บไว้กินตอนสุดท้ายถึงจะอร่อยที่สุด

 

 

 

"อื้มมม~ คาซึคุงลามก"

 

 

 

"ฮี่ๆ จากนี้จะไม่อ่อนข้อให้แล้วนะ"

 

 

 

"บู่ววว~ ไม่รู้ด้วยแล้วแต่ถ้าประมาทเลินเล่อฉันขอเอาคืนอย่างสาสมแน่"

 

 

 

คาซึยะแลบลิ้นและค่อยๆ ผละตัวออกจากฮินะ ทั้งคู่ถอยหลังเพื่อทิ้งระยะห่างไปประจันหน้ากับแฟนสาว อากาศรอบตัวค่อยๆเกิดรอยแตกร้าวราวแผนกระจกใสเมื่อเขาหยุดการใช้กระจกบุปผาเงาจันทรา

 

 

 

สายตาของทั้งคู่จากที่เคยเต็มไปด้วยการหยอกเริ่มแสดงท่าทีจริงจังแตกต่างจากช่วงเวลาเมื่อครู่ลิบลับ พริบตาเดียวร่างทั้งสองก็ลอยตัวพุ่งเข้าหากันราวกับถูกดึงดูด

 

 

 

เคร้งงง! เปรี้ยงงงงงง

 

 

 

ลูกแก้วแสวงสัจธรรมที่แปรสภาพเป็นไม้เท้าของคู่รักวัยกำลังโตเขาปะทะกันจนเกิดประกายไฟ แรงกดดันยามที่ทั้งคู่ปะทะกันสร้างแรงโน้มถ่วงแสนเกรี้ยวกราดบดขี้อากาศโดยรอบจนเกิดการระเบิดขึ้นในพริบตา

 

 

 

ตู้มมมม!

 

 

 

""Shinra tensei(ข่ายเทพพิชิตฟ้า)""

 

 

 

คลื่นนนนนน

 

 

 

เปรี้ยงงง!

 

 

 

คลื่นแรงอัดอากาศแสนรุนแรงที่ปล่อยออกมาจากทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองพุ่งกระเด็นไปคนละทิศละทาง คาซึยะที่กำลังปลิวสู่พื้นทรายราวลูกกระสุนค่อนข้างแปลกใจที่ตนเองถูกแรงอัดอากาศผลักดันจากข่ายเทพพิชิตฟ้าของฮินะจนเขากระเด็นมาได้แบบนี้

 

 

 

'จักระของฮินะกำลังทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ'

 

 

 

กรี๊ดดดดด~!

 

 

 

 

การเผาไหม้ของอากาศโดยรอบทำให้คาซึยะได้สติ เขาจดจ้องมองเปลวไฟสีแดงส้มเล็กๆในมือของฮินะที่ถูกขว้างออกมา เปลวไฟดวงเล็กขนาดเท่ากำปั้นขยายตัวออกก่อนจะแปรสภาพเป็นนกเพลิงคล้ายฟีนิกซ์พุ่งมาที่เขาหมายจะสร้างบาดแผลให้แก่เขา

 

 

 

"ก่อนอื่นเธอต้องรู้ก่อนนะว่าคาถานินจามันใช้กับฉัน...ไม่ได้!!"

 

 

 

คาซึยะยื่นมือขวาสร้างแรงดึงดูดขนาดใหญ่ดูดซับนกเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามาจนหายไปในชั่วพริบตา เขาแสยะยิ้มก่อนจะเปิดอินพร้อมสะบัดมือสร้างนกเพลิงที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเมื่อครู่สองเท่าส่งคืนไปให้แฟนสาว

 

 

 

"โอ้วฉันก็ลืมบอกคาซึคุงไปเหมือนกันว่าคาถานินจามันใช้กับฉันไม่ได้เช่นกัน"

 

 

 

และก็เกิดภาพราวเดจาวู ฮินะดูดซับนกเพลิงของคาซึยะจนหายไปในชั่วพริบตาเช่นเดียวกัน แถมยังใช้เวลาน้อยกว่าเขาอีกด้วย มันทำให้จักระที่้ด้อยกว่าของฮินะเริ่มตีเสมอคาซึยะขึ้นมาทุกที

 

 

 

จากเทพนินจาระดับเจ็ดเข้าสู่ระดับเทพเจ้าขั้นแรก กลิ่นอายของแฟนสาวเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนคาซึยะเริ่มสนอกสนใจมากยิ่งขึ้นดูท่าฮินะจะเริ่มปรับสภาพจักระของตัวเองจนใกล้จะเข้าสู่จุดสูงสุดของเธอแล้ว

 

 

 

"Hakke Hyaku Nijūhasshō(มวยอ่อนแปดทิศร้อยยี่สิบแปดฝ่ามือ)"

 

 

 

กระกายแสงสีเขียวหรือร่างของฮินะเคลื่อนย้ายมาหาคาซึยะในชั่วพริบตา แต่ก่อนที่เธอจะเริ่มออกกระบวนท่าจู่ๆ ก็มีต้นไม้เลื้อยจำนวนนับไม้ถ้วนผุดออกมาจากพื้นทรายขัดขวางการออกกระบวนท่าของเธอ

 

 

 

"Shin: Jukai Kōtan(เทวะ : พฤกษาก่อเกิด)"

 

 

 

หลังจากใช้คาถาไม้เสร็จคาซึยะก็กระโดดทิ้งระยะห่างออกจากแฟนสาวในทันที เพราะเขารู้ว่าเจ้านี่คงไม่สามารถหยุดเธอได้อย่างแน่นอน อย่างมากก็แค่หนึ่งนาทีด้วยพลังระดับปัจจุบันของเธอ

 

 

 

แล้วก็อย่างที่คาดการณ์รากไม้ที่รวมตัวจนกลายเป็นโดมเริ่มมีประกายแสงสีเขียวพุ่งออกมาตามช่องรูของรากไม้ ไม่นานแสงสีเขียวก็เริ่มแปรสภาพเป็นเสาแสงสีทองพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายที่ทรงพลังทำให้คาซึยะขมวดคิ้วจนเป็นปมอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"Kinrin Tensei Baku(ระเบิดจักรสุวรรณนวชนม์)"

 

 

 

เสาสีทองสุขสะกาวฟาดมาทางคาซึยะอย่างแม่นยำราวกับดาบ คาซึยะไม่ได้โง่พอที่จะรับวิชาทรงพลังนี้ เขากระโดดหลบทำให้เสาแสงที่พลาดเข้าปะทะกับพื้นทราย

 

 

 

วับ แกร็กตู้มมมมมม!!!

 

 

 

ดาวเคราห์ทรายถูกผ่าออกเป็นสองซีกทันที ว่าแล้วเจ้านี่คือระเบิดห่วงล้อจุติที่โทเนริใช้ผ่าดวงจันทร์ แต่เขารู้ว่าระดับพลังของโทเนริน่าจะด้อยกว่าฮินะอย่างแน่นอนเขารู้สึกโล่งอกที่ไม่ถูกศักดิ์ศรีครอบงำให้ต้านรับเจ้านี่

 

 

 

"ฟู่ววว เล่นแรงเกินไปแล้วนะฮินะจัง"

 

 

 

"เพื่อชัยชนะ ไม่เลือกวิธีการ"

 

 

 

"โอ้วแบบนี้นี่เอง"

 

 

 

คาซึยะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนเขาจะเริ่มแผ่จักระบางส่วนเพื่อฟื้นฟูดวงดาวให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม นี่คือมิติที่เขาครอบครองการจะทำให้มันกลับมาอยู่ในสภาพเดิมมันไม่ใช่เรื่องยากนักแต่อาจต้องใช้เวลาอยู่บ้าง

 

 

 

"ถ้างั้นฉันจะเอาจริงเลยนะ ระวังตัวให้ดีอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

 

 

 

โครงกระดูกยักษ์สีขาวดำที่ถูกสร้างจากจักระเริ่มเข้าปลุกคลุมคาซึยะ ในชั่วพริบตาเดียวก็เผยให้เห็นซูซาโนโอะในร่างสมบูรณ์ ทว่าคาซึยะไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้เขาส่งจักระของเขาเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นเข้าสู่ซูซาโนโอะของเขา

 

 

 

ซูซาโนโอะของคาซึยะเริ่มแปรสภาพตัวเองอย่างรวดเร็ว จนคล้ายมีร่างยักษ์สีขาวบริสุทธิ์โผล่ออกมาส่วมใส่เกราะซูซาโนโอะ นี่คือวิชาคล้ายๆการแปรสภาพเข้าสู่ขั้นสุดท้ายหรือขั้นที่ห้าของซาซึเกะในต้นฉบับ ทว่ารูปแบบของคาซึยะไม่ใช่อินดรา แต่เป็นอาชูร่าที่มีสามใบหน้าและหกแขน

 

 

 

คาซึยะที่ยืนอยู่ภาพในซูซาโนโอะอาชูร่าเริ่มทำบางสิ่ง การเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดเริ่มทำให้ฮินะที่กำลังลอยตัวอยู่บนฟ้าเริ่มแปลกใจ

 

 

 

'เขากำลังทำอะไร ?'

 

 

 

"ระวังตัวไว้นะ เพราะเจ้านี่น่ากลัวมากเพราะแม้แต่ฉันก็กลัวมันเพราะควบคุมมันไม่ค่อยได้"

 

 

 

คาซึยะกล่าวด้วยท่าทีจริงจังชั่วครู่เดียวที่หนึ่งในมือซ้ายของซูซาโนโอะอาชูร่าก็มีคันธนูสีขาวดำโผล่ออกมา หนึ่งในมือขวาชู้นฟ้าก่อนจะมีศรรูปทรงแปลกๆโผล่ออกมาหนึ่งอัน

 

 

 

ยามศรถูกตรึงไว้ที่คันธนูหัวลูกศรก็เริ่มมีประกายสายฟ้าสีดำทมิฬและเพลิงสีขาวแผ่สยายออกมา กลิ่นอายที่ทรงพลังทำให้ฮินะชูมือขึ้นฟ้าอย่างไม่รีรอ ลูกแก้วแสวงสัจธรรมรอบตัวเธอทั้งเก้าลูกเริ่มไปรวมตัวกันที่ฝ่ามือก่อนจะสร้างเสาแสงสีทองสุกสะกาวที่ใหญ่กว่ารอบที่แล้วเกือบสิบเท่า พลังที่ทั้งคู่ปลดปล่อยออกมานี่แทบจะรีดเค้นจักระกันแทบหมดตัว

 

 

 

"Kinrin Tensei Baku(ระเบิดจักรสุวรรณนวชนม์)"

 

 

 

"Brahmanda Astra(ศรพรหมมาสตร์)"

 

 

 

จิ้วว!!

 

 

 

ลูกศรเพลิงสายฟ้าพุ่งไปหาฮินะราวความเร็วแสงในขณะที่ฮินะก็ส่งเสาสีทองเข้าฟาดฟันไปที่หัวลูกศรหมายจะทำลายวิชานี้ ทว่าด้วยพลังระดับเทพเจ้าของคู่รักมันยิ่งใหญ่มากเกินไปเกินที่มิตินี้จะรับไหว จึงเริ่มทำให้มิติเริ่มเกิดการแตกร้าว ท้องฟ้าของมิติเริ่มมีรอยแตกคล้ายกระจกโผล่ออกมาให้เห็นได้เรื่อยๆ

 

 

 

ตู้มมมมมม

 

 

 

"แบบนี้ชักจะไม่สวยแล้ว..."

 

 

 

เปรี้ยงงงง~!!ลูกระเบิดขนาดใหญ่เทียบเท่าดาวเคราะห์น้อยเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนคาซึยะชักไม่แน่ใจสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วนฮินะที่ยังพยายามต้านทานลูกศรซึ่งอยู่ใจกลางแรงระเบิดก็ได้แต่ตั้งรับเท่านั้น เธอเริ่มเข้าใจถึงความห่างชั้นของเธอและคาซึยะในปัจจุบันแล้ว

 

 

 

'ฉันแพ้อีกแล้วสินะ คาซึคุงเก่งที่สุดจริงๆ'ฮินะยิ้มและหลับตาก่อนจะหมดสติไปทั้งแบบนั้น

 

 

 

"จิ้ เอาละกลับกันเถอะ"

 

 

 

คาซึยะวาปเข้ามาใจกลางระเบิดในรูปลักษณ์โอซึซึกิและเปิดลาดชันแดนมรณะพาแฟนสาสกลับมาสู่มิติโลกนินจาในสภาพเหนื่อยหอบ เขามองแฟนสาวที่ยืนหมดสติค่อยๆคลายโหมดเซียนจุติจนกลับสู่สภาพที่แตกต่างจากเดิมเล็กน้อย เขามองสีผมที่เปลี่ยนเป็นสีขาวเงินของแฟนสาวและเบนสายตามองไปยังแขนซ้ายของตนเองที่หายไปก็ได้แต่ส่ายหัว

 

 

 

"แค่กๆ พรวดๆ"

 

 

 

จู่ๆคาซึยะที่กลับสู่ร่างมนุษย์ก็พ่นเลือดออกมา นี่คือผลข้างเคียงหลังจากมิติถูกทำลายไปอย่างแน่นอน ระเบิดห่วงล้อจุติของฮินะสามารถผ่าดวงดาวได้ก็จริง แต่ศรพรหมมาสตร์ของเขาสามารถทำลายล้างโลกได้ และที่เขาเสียแขนไปก็เพราะรับการโจมตีของตนเองนี่แหละ

 

 

 

"ฉันจะผนึกมันไว้เลยเจ้านั่น ฉันจะไม่ใช้มันอีกแล้ว เฮ้อให้ตายสิคงต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์กว่าแขนของฉันจะงอกกลับมา..."

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว