สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 25 : ลูกสะใภ้​

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 : ลูกสะใภ้​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.3k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 : ลูกสะใภ้​
แบบอักษร

ตอนที่ 25 : ลูกสะใภ้

 

 

 

"คุณพ่อขาาา พี่สาวจะตีหนู คิกๆ "

 

"คุณหนูอย่าวิ่งค่ะคุณหนู"

 

"ปันฟ้า พี่บอกว่าอย่าวิ่งไง! "

 

รมิดากำลังนั่งบ่นลูกชายจนปากเปียกแฉะ เสียงเอะอะจากทางบันไดก็ดังขึ้นเจี้ยวจ้าว เด็กน้องสองคนกำลังวิ่งก้าวลงบันไดมาทางนี้โดยมีแม่นมสูงวัยก้าวขาอวบๆ เดินตาม

 

"ปันฟ้าหยุด ไม่เห็นหรือว่าคุณะพ่อมีแขก" เสียงทอฝันดังไล่หลังน้องสาว ปันฟ้ามองไปเบื้องหน้าก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอจึงหยุดวิ่งแล้วเดินช้าๆ ราวกับกลัวโดนตำหนิ

 

"นี่มันอะไรกันเหมราช! เด็กพวกนี้คือใคร! " บ่นเรื่องเก่ายังไม่ทันจบก็มีเรื่องใหม่มาอีกแล้ว รมิดารู้สึกปวดหัวตุบๆ อยากจะเอาก้านมะยมมาฟาดลูกชายตัวดีสักสิบทีหรือแม่เด็กคนนี้มีลูกติด

 

"ทอฝัน ปันฟ้า มานั่งนี่เร็วลูก... คุณแม่ยังจะถามอีกหรือครับลูกผมหน้าตาเหมือนคุณแม่ขนาดนี้" เหมราชกวักมือเรียกลูกสาวทั้งสองคน เด็กทั้งคู่เดินมาอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ปันฟ้าเป็นเด็กกลัวคนแปลกหน้าได้แต่เดินตามหลังและเกาะแขนพี่สาวไว้แน่น...

 

"ไม่ต้องกลัว นี่คุณปู่กับคุณย่าเราไง" เหมราชอุ้มเอาปันฟ้าไปนั่งบนตัก เด็กทั้งสองมองหน้าผู้ใหญ่ก่อนจะกล่าวสวัสดีเป็นการทักทาย รมิดากับสักการถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกคนหนึ่งมีใบหน้างดงามเหมือนกับคนเป็นแม่ไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนอีกคนก็เหมือนตนเองในวัยเด็กเสียเหลือเกิน

 

"น่ารักใช่ไหมล่ะครับ" เหมราชยิ้มให้คนเป็นแม่ ใบหน้าของมารดาตอนนี้ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังมีความสุขมากขนาดไหน เธอยื่นมือมาลูบศีรษะน้อยๆ อย่างเอ็นดู

 

"น่ารักสิ... น่ารักมาก เล่ามาให้หมดเลยนะตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เหม" พอเห็นเด็กๆ ความโกรธที่มีต่อลูกชายเมื่อครู่หายไปจนหมด เหลือแต่ความดีใจปลาบปลื้มใจที่ยังคงอยู่

 

"หนูขอพาเด็กๆ ไปทานข้าวก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวจะไม่ทันโรงเรียนเข้าค่ะ" ฟางฟางขอเสียมารยาทกลางวงสนทนา ถ้าจะรอคุยกันจนจบเห็นทีลูกๆ คงจะได้หิวจนไส้กิ่วและไปโรงเรียนไม่ทันแน่

 

รมิดากับสักการจำใจพักเรื่องนี้ไว้ก่อนและเดินตามลูกสะใภ้กับหลานๆ เข้าสู่ห้องอาหาร อาหารเช้าง่ายๆ สามสี่อย่างดูหน้าตาบ้านๆ แต่กลับรสชาติดีจนแม่สามีเอ่ยชมไม่หยุด เด็กๆ ก็เริ่มผ่อนคลายเมื่อเห็นคุณย่ามีท่าทีอ่อนลงและเป็นกันเองมากขึ้น หลังทานมื้อเช้าเสร็จทุกคนก็กลับไปรวมกันที่ห้องโถงอีกครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องที่ค้างไว้

 

"ไหนทอฝันมาหาปู่สิลูก" สักการยื่นมือไปหาหลานสาวคนโต เธอเดินมาหาคุณปู่อย่างว่าง่าย สักการอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักด้วยความเอ็นดู

 

"ดูสิคุณหญิง หน้าตาน่ารักเหมือนคุณตอนเด็กๆ เลย" สักการกับคุณหญิงรมิดาเห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออก และได้มาแต่งงานกันตามคำขอของผู้ใหญ่แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็รักกันมากจนมีครอบครัวที่อบอุ่น

 

"ก็น้องสวยหลานก็ต้องสวยเป็นธรรมดาแหละค่ะคุณพี่ ปันฟ้าหลานย่าก็สวยเหมือนคุณแม่หนูเลย" คุณย่าหันไปพูดกับสามีอย่างขำขัน บนตักของเธอก็มีหลานสาวอีกคนนั่งอยู่ คุณย่าทั้งกอดทั้งหอมฟัดหลานสาวด้วยความเอ็นดู

 

"ย่าว่าย่าย้ายมาอยู่นี่ดีไหมปันฟ้า แล้วเดี๋ยวพอปันฟ้ากับทอฝันปิดเทอมย่าจะพาไปเที่ยวบ้านย่าดีไหมจ๊ะ" พอได้มาเห็นแล้วก็ไม่อยากจะห่าง หลานสาวน่ารักเสียเหลือเกินพูดจาฉอเลาะออดอ้อน ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาก็ไม่ปาน

 

"จริงๆ นะคะคุณย่า มาอยู่กับหนูจริงๆ นะคะ ดีจังเลยค่ะเวลาแม่กับพ่อไปธุระหนูกับพี่สาวจะได้ไม่เหงา" เด็กน้อยยิ้มกว้างโชว์ฟันน้ำนมกอดคอคุณย่าอย่างดีใจ เวลาคุณแม่ต้องกลับดึกเธอจะได้ไม่เหงา

 

"จริงสิจ๊ะ นี่ย่าทำขนมเป็นด้วยนะ เดี๋ยวย่าจะทำขนมรอทอฝันกับปันฟ้าทุกวันเลยดีไหม"

 

"ดีค่ะๆ หนูจะรีบกลับมากินทุกวันเลยค่ะ" เด็กน้อยเข้ากับคุณปู่คุณย่าได้อย่างรวดเร็ว เสียงปันฟ้าพูดเจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุดด้วยความดีใจ

 

"คุณปู่ขา หนูต้องไปโรงเรียนแล้วค่ะ ปันฟ้าเร็วเข้าเดี๋ยวจะสายเอานะ"

 

"ไหนหลานปู่มาให้ปู่หอมแก้มก่อนสิ" สักการอดไม่ได้ที่จะฟัดแก้มน้อยๆ จนเด็กทั้งสองจั๊กจี้หัวเราะคิกคักๆ ออกมาไม่หยุด คนเห่อหลานสองคนเดินตามไปส่งหลานยันประตูรถก่อนจะกลับมานั่งสอบสวนลูกชายกับลูกสะใภ้ต่อ

 

 

 

จากนั้นเหมราชจึงเล่าเรื่องทุกอย่างของฟางฟางและครอบครัวเธอให้ฟังอย่างไม่มีความลับ พอรู้เรื่องสองแม่ลูกนั้นเข้าทั้งคู่ก็โกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟ จะส่งคนไปจัดการอย่างเด็กขาดเสียด้วยซ้ำ แต่พอฟางฟางบอกไม่อยากไปวุ่นวายกับทั้งคู่อีกทั้งสองคนจึงยอมจบ

 

รมิดารู้สึกภูมิใจและถูกใจลูกสะใภ้คนนี้ยิ่งนักยอมรับในความเก่ง ความอดทน และความเด็ดเดี่ยว ในทางกลับกันเหมราชโดนคุณแม่ด่าจนยับเยินที่ไม่รู้จักตรวจสอบอะไรให้ชัดเจนเสียก่อนปล่อยให้ฟางฟางต้องตกระกำลำบากอยู่ตั้งหลายปี

 

"ฟางฟางแม่ขอโทษนะที่ลูกชายแม่ทำให้หนูต้องลำบาก ถ้าแม่รู้แม่จะไม่ปล่อยให้หนูเดือดร้อนเลย"

 

"คุณแม่อย่าคิดมากเลยค่ะ เรื่องทุกอย่างมันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้หนูมีความสุขมากค่ะ" เธอยิ้มกว้างบอกแม่สามี เธอยังจำความรู้สึกในวันแรกที่เจอเหมราชได้ดี วันนั้นเธอรู้สึกเกลียดเขามากแต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว เกลียดยังไงได้อย่างนั้น เห็นจะจริง

 

"ทีนี้คุณหญิงก็หยุดหาลูกสะใภ้ให้ลูกได้แล้วนะ ผมชอบลูกสะใภ้คนนี้ทั้งสวยทั้งเก่ง ไม่เอาคนอื่นแล้ว" สักการชื่นชมเธอมาก ยิ่งได้ฟังเรื่องราวที่ผ่านมายิ่งอดชื่นชมเธอไม่ได้ ตอนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคงลำบากมากไม่ใช่น้อยแต่เธอก็กัดฟันสู้จนเลี้ยงเด็กๆ ให้โตมาได้

 

"ถึงจะหาให้อีกร้อยคนผมก็ไม่เอาแล้วครับพ่อ..." เหมราชบีบกระชับมือน้อยๆ สายตาที่มองเธอมีความรักอยู่เต็มเปี่ยมจนพ่อกับแม่ต้องยอมรับ เพราะลูกชายไม่เคยใช้สายตาแบบนี้มองใครมาก่อน

 

"ใครจะไปหาล่ะ ฉันไม่พรากผัวพรากเมียใครหรอกน่า" คุณหญิงมองค้อนให้ทั้งพ่อทั้งลูกใครจะไปทำแบบนั้นกัน ที่เที่ยวหาผู้หญิงให้ก็เพราะอยากอุ้มหลาน ตอนนี้มีหลานแล้วจะหาไปทำไมอีก แต่ถ้าจะให้ดีก็อยากได้อีกสักคนสองคน

 

"นี่คุณพี่คะ น้องว่าเราไปช็อปปิ้งกันดีกว่า เราต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้"

 

"ตกลงจะไม่กลับจริงๆ หรือคุณหญิง ไหนว่าจะมาดูลูกเฉยๆ ไง"

 

"เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ก็บอกว่าจะอยู่ยาวรอหลานปิดเทอมค่อยกลับ" สักการหรือจะขัดอะไรคุณหญิงได้ เธอว่าไงเขาก็ว่างั้น อีกอย่างเขาเองก็ยังอยากอยู่กับหลานๆ เหมือนกัน เหมราชจึงได้แต่สั่งคนรับใช้ไปจัดการให้เรื่องห้องพักให้เรียบร้อย

 

"ฟางฟางหนูไปกับแม่นะจ๊ะ ไปหาซื้อของใช้ให้เด็กๆ ด้วยดีไหม" คุณหญิงเอ็นดูลูกสะใภ้ไม่แพ้หลานสาวทั้งสอง เธอเป็นคนมีกิริยาน่ารักสุภาพเรียบร้อยที่สำคัญเธอสวยมาก สวยจนเขาไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมลูกชายถึงได้หลงจนหัวปักหัวปำแบบนี้

 

"เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะคุณแม่ เพราะหนูต้องไปทำงาน" พอพูดจบแม่สามีหันไปมองค้อนลูกชายในทันที ดูแลลูกสองคนก็น่าจะเหนื่อยแล้วยังต้องออกไปทำงานอีกหรือ?

 

"แม่ไม่ต้องมองผมแบบนั้นเลยครับ ถ้าแม่ทำให้เธอเลิกทำงานได้ผมจะขอบคุณมาก" เขาเคยพูดกับเธออยู่ครั้งสองครั้งให้เธอเลิกทำงานแล้วอยู่บ้านดูแลลูก แต่เธอไม่ยอมเธอบอกว่ามันคืออาชีพในฝันของเธอ

 

"ทำไมละจ๊ะ เมียคนเดียวถ้าตาเหมเลี้ยงไม่ได้ ไปเลยไปเก็บข้าวเก็บของไปอยู่กับแม่ สะใภ้คนเดียวแม่เลี้ยงได้" คุณหญิงรมิดาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ฟางฟางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหมราชได้นิสัยแบบนี้มาจากไหน ถอดแบบคุณหญิงรมิดามาเลยเชียว แต่ถ้าเรื่องความเงียบขรึมดึงหน้าเห็นทีจะได้มาจากคุณพ่อ

 

"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะคุณแม่ หนูชอบทำงานนี้ค่ะมันคือความฝันของคุณแม่หนู" แม่เธอมีความฝันอยากจะเป็นมัณฑนากร แต่ก็ไม่ได้เป็นเพราะแม่เลือกที่จะสร้างบริษัทเล็กๆ ไปกับคุณพ่อ แต่ก็กลับโดนคุณพ่อหักหลัง

 

"งั้นหรือ... ถ้างั้นวันนี้ก็หยุดสักวันแล้วไปช็อปปิ้งกับแม่ดีกว่า เหมจัดการลางานให้น้องด้วยนะ"ฟางฟางทำได้แค่ลอบถอนหายใจออกมา สุดท้ายก็ขัดไม่ได้อยู่ดี จึงได้แต่พยักหน้ารับคำ..

 

"ให้ผมไปด้วยไหมครับ ผมอยากได้เสื้อใหม่อยู่พอดี"

 

"ร้อยวันพันปีแม่ชวนไปไม่เคยอยากจะไป พอมีเมียเข้าหน่อยอยากซื้อเสื้อผ้าเชียวนะ ไม่ต้องไป คุณพี่ก็ไม่ต้องไปนะคะเดี๋ยวน้องไปกับลูกสะใภ้สองคน จะไปสปาขัดผิวขัดตัวด้วย" สองพ่อลูกมองหน้ากันตาปริบๆ คุณพ่อก็อยากไปด้วยเหมือนกันเพราะไม่ได้เข้ามาเปิดหูเปิดตาในเมืองตั้งนานแล้ว และตอนแรกก็ชวนอยู่ดีๆ พอมาตอนนี้กลับบอกไม่ต้องไป

 

 

 

______________ 

 

 

ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมืองมีลูกชายคนโตเป็นผู้ถือหุ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณหญิงเข้าร้านนั่นออกร้านนี้ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้าตามประสาคนรวย มิวายจัดชุดคอลเลคชั่นใหม่ให้ลูกสะใภ้ถึงสี่แบรนด์ด้วยกัน เมื่อเธอเอ่ยปฏิเสธแม่สามีกลับบอกว่า 'อย่าขัดใจคนแก่' ฟางฟางจึงปฏิเสธไม่ได้ทำได้เพียงกล่าวขอบคุณ

 

ส่วนหลานสุดที่รักไม่ต้องพูดถึง คุณย่าจัดให้ตั้งแต่ไซต์ปัจจุบันไปจนถึงอนาคตข้างหน้าอีกสิบปีเห็นจะได้ ซ้ำกว่านั้นคุณแม่สามียังไปเห็นบ้านของเล่นที่มีสไลเดอร์แถวฟู้ดคอร์ทจึงสั่งด่วนให้ไปตั้งที่สวนข้างคฤหาสน์กำชับให้เสร็จภายในวันนี้เท่านั้น นอกจากนี้คุณแม่สามียังใจดีพาไปทำสปาขัดผิวนวดหน้าอีกต่างหาก เธอไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยเกรงใจจนไม่รู้จะเกรงใจยังไงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้

 

ระหว่างออกมารอคุณแม่สามีที่โซฟาด้านหน้า ฟางฟางบังเอิญพบกับสองคนแม่ลูกที่ไม่อยากจะเจอที่สุดกำลังเดินเข้ามา เธอนั่งนิ่งทำเป็นไม่เห็นเพราะไม่อยากสนใจแต่ก็มิวายโดนพวกนั้นเดินเข้ามาหา

 

"ต๊ายตาย หนูฟางฟางได้ข่าวว่ากลับมานานแล้ว ทำไมไม่ไปเยี่ยมน้าบ้างละจ๊ะ" วิภาเดินเข้ามาหาเธอด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน ส่วนแพรวดีก็มองจ้องเธอด้วยสายตาเกลียดชัง

 

"ฉันว่าฉันไม่รู้จักคุณนะคะ" เธอปิดหนังสือที่อ่านอยู่อย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปหาแม่สามีที่ด้านใน

 

"หึ... ได้ผัวรวยแล้วหยิ่งนะจ๊ะ ไปจับเขาท่าไหนล่ะถึงจับเสียอยู่หมัดเลย เฝ้าดีๆ ด้วยล่ะระวังผัวหาย" แพรวดีร้องตามหลังพี่สาว ดีหน่อยที่ช่วงนี้เป็นช่วงเที่ยงที่แดดร้อนระอุ ลูกค้าไม่ค่อยเยอะจึงไม่มีใครอยู่แถวนี้

 

"ฉันสิต้องถามว่าเธอไปจับเขาท่าไหนล่ะถึงไม่ติดทั้งที่มีเวลาจับตั้งห้าหกปีแท้ๆ ฉันกลับมายังไม่ทันจะถึงเดือนเขาก็หลงฉันจนหัวปักหัวปำ" ฟางฟางยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เธอไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำคุณพ่อก็หลงเธอแล้ว ยิ่งพอยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวเข้าหน่อยก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยคราวนี้

 

"แก... นังฟางฟาง สักวันฉันจะเอาเขามาเป็นของฉันให้ได้" แพรวดีกัดฟันกำหมัดแน่นอย่างโกรธแค้น

 

"ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะแพรวดี นิสัยอะไรของแม่เธอที่มันไม่ดีก็ไม่ต้องจำมาใช้ เช่นแย่งผัวชาวบ้านน่ะ" วิภาถึงกับอารมณ์ขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ฟางฟางพูด หากผู้คนรู้ว่าเธอเป็นคุณนายแย่งผัวชาวบ้านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เธอยกมือขึ้นฟาดไปที่หน้าฟางฟางจนเต็มแรงจนฟางฟางถึงกับหน้าหันไปตามแรงตบ

 

"หยุดนะ!!!!! " คุณหญิงรมิดาที่ออกมาทันเห็นลูกสะใภ้กำลังมีปากเสียงแต่ครั้นจะวิ่งออกมาห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว

 

"หึ... มันตรงเกินไปจนคุณรับไม่ได้เลยหรือคะ ถ้าคุณโตพอที่รู้ว่าอะไรผิดหรืออะไรถูกฉันก็หวังว่าคุณจะเอาไปสอนลูกบ้างนะคะ ไม่ใช่เอาแต่เลี้ยงลูกแบบผิดๆ " ฟางฟางเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ใบหน้าจะชาไปทั้งซีกแต่ปากก็ยังไม่แรงที่จะพูดกระแทกใส่สองแม่ลูกนั้นต่อ เธอรู้สึกสงสารน้องสาวด้วยซ้ำที่มีแม่แบบนี้

 

"ไปเรียกตำรวจมาเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ยอมให้ลูกสะใภ้ฉันโดนตบฟรีหรอก" คุณหญิงรมิดาโมโหจนตัวสั่นหันไปบอกผู้จัดการร้าน ใบหน้าสวยๆ ไม่ควรคู่กับริ้วรอยใดๆ ทั้งนั้น

 

"ไม่ต้องหรอกค่ะคุณแม่ เสียเวลาเปล่าๆ เรากลับไปทำมื้อเย็นให้พี่เหมดีกว่าค่ะ ทำงานเหนื่อยกลับมาจะได้ทานของอร่อยๆ " เธอเคยบอกแล้วว่าไม่อยากยุ่งก็คือไม่ยุ่ง แต่สองแม่ลูกนั้นเข้ามาหาเรื่องเธอก่อน แต่ที่ไม่ตบคืนเพราะไม่อยากเอามือไปแปดเปื้อนกับอะไรสกปรกๆ

 

"เอางั้นก็ได้... แต่ตาเหมคงไม่ยอมแน่ พวกเธอระวังตัวไว้ก็แล้วกัน! " คุณหญิงรมิดาชี้หน้าด้วยความโกรธแค้น พอขึ้นรถได้มิวายรีบโทรไปฟ้องลูกชาย เหมราชรู้เรื่องเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลือดขึ้นหน้าจนต้องสั่งคนไปจัดการ

 

 

 

 

______________________ 

 

 

 

 

ในช่วงเย็นสองแม่ลูกขับรถกลับบ้านหลังจากเข้าสปาเสร็จ จู่ๆ ก็มีรถกระบะแต่งซิ่งปาดหน้าจนแพรวดีต้องเบรคหัวทิ่มหัวตำ วิภาถึงกับอารมณ์ขึ้นกำลังจะเปิดประตูรถลงไปด่า ทว่าชายฉกรรจ์สองคนกลับลงจากรถมาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งล็อกตัวอีกคนตบใบหน้าวิภาอย่างเต็มแรง อีกคนทุบรถกระโปรงรถจนบุบเบี้ยว

 

"จำไว้ ทีหลังอย่าแตะต้องคุณหนูอีก" ชายฉกรรจ์ที่ล็อกตัวไว้เอ่ยพูดพร้อมเหวี่ยงวิภาให้ล้มลงพื้นอย่างแรงและขึ้นรถจากไป แพรวดีกลัวจนตัวสั่นแต่ก็รีบมาพยุงแม่ขึ้นรถ

 

"คุณแม่ เจ็บมากไหมคะ เดี๋ยวหนูจะพาไปโรงพยาบาลนะคะ" เธอมองหน้าแม่อย่างสงสารแล้วก็ร้องห่มร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ ความแค้นที่สุมอยู่ในอกทวีคูณขึ้นไปอีกเท่าตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

 

 

_________________________ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว