ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

คือจะไปซื้อไก่

 

วันนี้....เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย 

ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร.....ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอย 

.

.

"เบาเสียงลำโพงหน่อยได้ไหมวะพี่เจ๊น จะเปิดให้ใครฟังหนักหนาอะ"

เห่อวันสงกรานต์อะไรขนาดนี้วะ

"นี่วันสงกรานต์นะไอ้จี๊ด หัดอินเทศกาลบ้างสิวะ"

"จี๊ดว่าพี่อินเกินไป" ผมมองพี่ชายสุดที่รักที่สวมเสื้อลายดอกสีแดงแปร๊ดพร้อมกับสะพายปืนฉีดน้ำสองกระบอก กระบอกเดียวไม่หนำใจไง ทำไมพี่ไม่แบกโอ่งขึ้นหลังเลยวะ

เห้อะ....แต่น้ำหน้าอย่างพี่เจ๊น คงสะดุดรองเท้าแตะตัวเองโอ่งทับตายอยู่หน้าบ้าน

"สงกรานต์ปีนึงมี 3 วันเองจี๊ด หัดเพิ่มสีสันให้ชีวิตบ้างสิวะ มึงอะมัวแต่ทำตัวจืดชืด" เสียงบ่นลอยมาพร้อมกับเสื้อลายดอกสีชมพู "เอาไปใส่ แม่ซื้อมาให้ เขาไลน์มาสั่งให้มึงใส่"

"ไม่ใส่"

"มึงต้องใส่"

"ใส่ทำไม อยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้จะออกไปเล่นน้ำ"

"มึงดูกู ขนาดกูยังไม่เล่นน้ำตอนนี้กูยังใส่เลย"

"อืม แล้วก็แบกปืนฉีดน้ำตั้งสองกระบอก คือจี๊ดถามจริงนะ.... เพื่อ"

"ฉีดหน้ามึงนี่ไง" ว่าแล้วพี่เจ๊นก็ฉีดน้ำใส่ผมทันที อื้ออออ....เข้าตาโว้ย เข้าตาไม่พอ หน้าจอโทรศัพท์เปียกอีก

“โทรศัพท์เปียก” ผมคว้าหมอนอิงขว้างใส่พี่ชายตัวแสบก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา “พี่จะไปเล่นน้ำกี่โมงอะ”

“เย็นๆ โน่นแหละ แต่พวกไอ้แป๊ะมันตั้งถังเล่นหน้าร้านพี่อาร์มตั้งแต่ช่วงสายละ ทำไม มึงจะไปเล่นด้วยอ๋อ”

ผมส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เอาอะ เพื่อนพี่แต่ละคนมีแต่เถื่อนๆ เกิดไปกวนส้นตีนใครเขาเข้าแล้วมีเรื่องกันขึ้นมา จี๊ดจะได้ไม่โดนลูกหลง เพิ่งอายุ 17 เองอะ กลัวตาย”

“มึงจะตายเพราะปากดีเนี่ยแหละ” เจ้าตัวทำหน้าเหี้ยมใส่ ผมก็ยิ้มหวานให้ไปทีนึงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบไลน์เพื่อนๆ ว่าจะไปเล่นน้ำที่ไหนรึเปล่าซึ่งแน่นอนว่าคำตอบที่ผมส่งกลับไปคือ....ไม่

ผมไม่ค่อยชอบเล่นน้ำสงกรานต์เท่าไหร่ซึ่งต่างจากพี่เจ๊นมาก เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่ความชอบคือต่างกันสุดขั้ว ผมว่าเขาเป็นคนบ้าๆ บอๆ อะ การแบกปืนฉีดน้ำเดินไปมาในบ้านก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงแท้ๆ วางเอาไว้ก็ไม่หายหรอกเอาจริงๆ สงกรานต์ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงาเพราะว่าพ่อกับแม่ไปเยี่ยมป้าที่ต่างจังหวัด ตอนแรกผมก็อยากไปด้วยเพราะว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้จะทำอะไรไง

แต่พี่เจ๊นมันจะอยู่เล่นน้ำ

พอพี่เจ๊นบอกว่าจะอยู่เล่นน้ำ พ่อก็เลยบอกให้ผมอยู่กับพี่เจ๊นละกัน ฝากฝังอย่างดีให้ดูแลคนเป็นพี่ด้วย คือเดี๋ยวก่อนนะ จี๊ดเป็นน้อง พี่เจ๊นเป็นพี่ พี่อะควรดูแลน้องไหมวะ ทำไมทุกอย่างมันดูสวนทางกันไปหมดเลย แล้วแม่ก็เห็นดีเห็นงามกับการให้ผมอยู่บ้านเฝ้าพี่เจ๊น ทิ้งเงินไว้แล้วก็บอกว่าจะซื้อของฝากมาให้เยอะๆ เพราะงั้นอย่าเศร้าไปเลย

อืม....สุดท้ายจี๊ดก็ไม่มีทางเลือกนอกจากอยู่บ้านในช่วงสงกรานต์กับพี่ชายที่สติไม่ดี

“ถ้าจ้างวางปืนฉีดน้ำนี่กี่บาทอะ” ยิ่งมองยิ่งขัดหูขัดตา แถมมันยังเป็นอาวุธที่สามารถโจมตีผมได้ตลอดเวลาด้วยไง

“กูจะวางต่อเมื่อมึงเปลี่ยนไปใส่เสื้อลายดอก”

“มีปัญหาอะไรในการใส่เสื้อของน้องวะ”

“ก็แม่สั่ง เนี่ยะ เขาบอกให้กูถ่ายรูปมึงส่งไลน์ไปให้เขาดูด้วย ทำไม ทำเพื่อแม่แค่นี้เอง มึงคิดดูว่าแม่เลี้ยงมึงมาตั้งกี่ปี มึงดื้อใส่แม่เท่าไหร่ แม่ก็ยอมตลอด แค่มึงใส่เสื้อลายดอกให้แม่ดูแค่นี้ มึงทำไม่ได้อ๋อ ห้ะ”

จะดราม่าทำไมวะน่ะ

“เออ ใส่ก็ได้” ผมทำหน้ายับใส่ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองออกแล้วหยิบเสื้อลายดอกสีชมพูมาใส่แทน “พอใจยัง”

“เออ ยิ้มหวานๆ ด้วย กูจะถ่ายรูปให้แม่ดู” ว่าแล้วพี่เจ๊นก็กดถ่ายรูปผมรัวๆ ก่อนจะเดินเอาปืนฉีดน้ำไปวางไว้บนโต๊ะ เออ สักทีกับอีปืนสองกระบอกนั้น ผมอาศัยจังหวะเขาเผลอแล้วเอาไปซ่อนดีไหมวะ

ให้พี่เจ๊นเอาขันไปเล่นแทน

หลังจากที่วางแผนร้ายไว้ในใจเสร็จผมก็หยิบโทรศัพท์กดเข้าไปในเฟซบุ๊ก แจ้งเตือนที่เยอะผิดปกติทำให้ผมกดเข้าไปดู มันเป็นสเตตัสที่ผมโพสเมื่อวานว่า....อยากกินไก่ร้านป้านางแต่ไม่อยากเปียกน้ำ ซึ่งโพสนั้นมียอดกดไลก์ประมาณสี่ร้อยกว่า ยอดคอมเม้นต์ตอนนี้ประมาณเกือบร้อยละ อื้ม อะไรกันครับพวกคุณ แค่ผมบ่นอยากกินไก่แค่นี้จะต้องเป็นที่สนใจด้วยเหรอ

รู้สึกไม่ปลอดภัยเลยว่ะ

สถานะของผมในโรงเรียนสิริโชตวิทยานั้นคือประธานสภานักเรียนผู้เข้มงวด เป็นที่รักและที่เคียดแค้นของนักเรียนหลายๆ คน คนไม่น้อยที่รู้จักประธานจี๊ดและรอคอยโอกาสที่จะเล่นงานผมในช่วงเทศกาลสงครามน้ำแบบนี้ การที่ผมโพสว่าอยากกินไก่แต่ไม่อยากเปียก มันจะต้องมีคนมาขัดขวางการไปซื้อไก่ของผมแน่ๆ

แค่คิดจะก้าวขาออกจากบ้านก็รู้สึกเสี่ยงตายละ

เมื่อวานผมมีความรู้สึกว้อนทฺไก่ย่างมาก อยากกิน จะไปซื้อตั้งแต่เมื่อวานแต่พี่เจ๊นลากไปกินหมูกระทะ ความตั้งใจในการอยากกินไก่ยังมีอยู่และผมคิดว่าจะไปซื้อวันนี้ ร้านไก่ป้านางอยู่ไกลจากบ้านไป 10 กว่าซอย เป็นทางที่ผ่านโรงเรียนผมและซอยยิบย่อยเต็มไปหมด เป็นถนนสองเลนส์เส้นที่เขาจะเล่นน้ำกัน ซึ่งตอนนี้บ่าย 2 กว่าๆ แน่นอนว่าต้องมีคนเล่นน้ำแล้ว

ผมจะไปซื้อไก่ยังไงดีให้ไม่เปียก

“พี่เจ๊น”

“หืม....”

“ก่อนพี่จะไปเล่นน้ำ พี่ไปซื้อไก่ป้านางให้จี๊ดหน่อยดิ”

“ไม่เอาอะ กูอยากเห็นมึงโดนรุมสกรัมตอนไปซื้อไก่” เจ้าตัวชะเง้อคอมองคอมเม้นต์ใต้โพสในโทรศัพท์ผม “มึงดูเป็นที่รักของชาวบ้านดีเนอะ มีแต่คนอยากสาดน้ำใส่”

“อืม บางคนก็อยากทุ่มโอ่งใส่อะ แล้วพี่คือทำไมใจร้ายกับน้องวะ แค่ไปซื้อไก่ให้เอง ไหนๆ ตัวเองก็จะเปียกอยู่แล้วไหม”

“ก็กูอยากให้มึงเปียกด้วยไง”

“พี่เจ๊นนนน”

“ไอ้เจบอกมาว่าร้านป้านางมีโปรวันสงกรานต์ด้วยนะ ซื้อไก่ตัวนึงแถมไก่ครึ่งตัว ไม่รู้ว่าป่านนี้หมดรึยัง”

“ห้ะ!!!!!” ผมคว้าคอเสื้อพี่เจ๊นมาเขย่า “แล้วทำไมไม่รีบบอกให้ไวกว่านี้ห้ะพี่เจ๊น”

“แอ่ก....หยุดเขย่าคอกูสักที” เจ้าตัวจับแขนผมออก “เอาเวลาเขย่าคอกูไปซื้อไก่ดีกว่าไหม เดี๋ยวก็ไม่ได้แดกหรอก”

“เออ งั้นเดี๋ยวมา อย่าลืมเอารถเครื่องกลับมาด้วยนะ เนี่ยะ น้องต้องลำบากเดินไปซื้อไก่เลยเห็นไหม เพราะใคร เพราะพี่เจ๊นเอารถไปจอดไว้ร้านพี่อาร์มไง”

“บ่นเก่งชิบหาย มึงคิดเอานะ ถ้ามึงขับรถเครื่องไปอะมึงไม่รอดหรอก รึอยากเปียก”

“ไม่อยากเว้ย เดี๋ยวคอยดู จี๊ดจะกลับบ้านมาพร้อมไก่แบบตัวแห้งสนิท” ผมยักคิ้วให้พี่ชายสุดที่รักทีนึงก่อนจะหยิบของใส่ซองกันน้ำใบใหญ่ โอเค พร้อมละ ตอนนี้บ่าย 2 ครึ่ง ไก่อาจจะยังมีอยู่แต่คงต้องรีบหน่อย

“ไปดีมาดีนะ ขอให้เปียกยันไข่”

“พี่นี่แม่ง” ผมปาหมอนใส่เขาอีกครั้งก่อนจะเดินลงมา เอาล่ะ ขอเวลาเตรียมใจและวางแผนการเดินทาง 3 นาทีนะครับ

ผมออกมายืนอยู่หน้าบ้านตัวเองพลางมองซ้ายมองขวา คือแถวบ้านผมมันเป็นซอยใหญ่ติดๆ กัน และแต่ละซอยจะมีทางเชื่อมย่อยๆ ให้ทะลุไปถึงได้เกือบทั้งหมด ยันโรงเรียนผมอะ เดี๋ยวต้องวัดใจตอนเดินผ่านแถวโรงเรียนว่าจะโดนใครสาดน้ำใส่ไหม ไม่งั้นต้องทะลุสวนสาธารณะใกล้ๆ ไป แต่ไม่มั่นใจว่าจะรอดจากด่านลุงวินไหม ถ้าผมบอกเขาว่าไม่อยากเปียก ก็น่าจะปรานีผมหน่อยป้ะ เข้าใจว่าสงกรานต์อะ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนอยากเล่นน้ำสักหน่อย

พอ....เลิกดราม่าแล้วไปสักทีจี๊ด

หลังจากบอกตัวเองแบบนั้นผมก็ออกเดินทางเพื่อจะไปร้านป้านางทันที ความจริงผมจะไม่หวั่นใจว่าตัวเองต้องเปียกขนาดนี้เลยถ้าไม่เห็นพวกคอมเม้นต์ใต้โพส คือผมเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะในระดับนึง เพราะเป็นประธานนักเรียนด้วยส่วนนึงและก็เป็นเด็กกิจกรรมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมมีเพื่อนอยู่ทุกห้องอะในสายชั้นม.5 พวกรุ่นพี่ก็รู้จักผมในฐานะน้องชายของพี่เจ๊นซึ่งเป็นประธานนักเรียนรุ่นก่อน

ไม่น่าเชื่อเลยเนอะคนบ้าๆ แบบนั้นอะ

เพราะแบบนั้นแหละมันก็เลยทำให้จี๊ดคนนี้เป็นที่รู้จักของคนไปทั่ว นี่ยังไม่นับรวมเด็กม.ต้นด้วยนะ บ่อยครั้งที่เดินสวนกันในโรงเรียนแล้วเขายกมือไหว้ ในใจก็ได้แต่ถามว่าใครวะเนี่ย คือบ่อยมากจริงๆ ผมรับไหว้ทุกคนที่ไหว้ผมแบบงงๆ เก็ทฟีลนี้ตอนตัวเองเป็นเด็กแล้วไหว้รุ่นพี่ที่รู้จักเหมือนกันนะ เข้าใจละว่าทำไมตอนนั้นเขาทำหน้างงๆ กัน อ๋อ เพราะจำไม่ได้นี่เองว่าเราเป็นใคร

ครืดดดด....ดดด 

ผมกดรับโทรศัพท์ก่อนจะเอาแนบหู “ฮัลโหล”

(ไม่เล่นน้ำจริงอ๋อวะ)

“ไม่เล่น มึงก็ไปเล่นสิ”

(ก็อยากให้มึงไปด้วย สงกรานต์อะ ปีนึงมันมีครั้งเดียวนะ)

“ทำไมมึงพูดเหมือนพี่เจ๊นเลยวะ”

(เออ กูอะพี่เจ๊นสอง แล้วตอนนี้มึงทำอะไรอยู่)

“กำลังเดินไปซื้อไก่ร้านป้านาง”

(มึงเปียกแน่ แค่บ้านไอ้โน่ตรงหัวมุมซอย 3 มึงก็ไม่รอดละ)

“ปากดีจริงๆ กูก็เข้าซอยย่อยก่อนถึงหัวมุมดิ”

(ได้ดิ เดี๋ยวกูบอกไอ้โน่)

“มึงไม่ต้องเลยนะไอ้เปิร์ก ให้กูไปซื้อไก่แบบสงบๆ เถอะ” คนตั้งใจจะไม่เปียกแล้วแท้ๆ อย่ามาทำลายความตั้งใจได้ไหมวะ

(เอาจริงๆ นะจี๊ด คือต่อให้มึงจะรอดไปจากด่านไอ้โน่อะ ไหนจะด่านน้องพลอยตรงซอย 8 อีก ด่านนั้นเด็ดมาก ขาวไปหมด แก๊งค์น้องพลอยคือแจ่มมาก ใส่ผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าด้วย โคตรน่ารัก)

“กูไม่ได้ชอบผู้หญิง”

(เออกูรู้แล้ว แต่ก็แค่อยากเพ้อให้ฟัง แหม คือต่อให้มึงจะไม่ได้ชอบผู้หญิงก็เถอะ แต่หน้าแบบมึงอะผู้หญิงชอบ แล้วอีกอย่างมึงมันเหมือนโจรมีค่าหัว ใครๆ ก็อยากตามล่าทั้งนั้นในช่วงสงกรานต์)

“มึงพูดจาเป็นเว่อร์ว่ะ กูก็คนทั่วไปป้ะวะ เออว่าแต่มึงรู้ได้ไงว่าน้องพลอยเขาตั้งด่านอยู่ซอย 8 ”

(เมื่อเที่ยง กูไปซื้อข้าวกับไอ้ปันมา ก็เลยขับรถวนไปดูว่ามีใครตั้งเล่นแถวไหนบ้าง ก็นั่นแหละ ไอ้โน่ซอย 3 น้องพลอยซอย 8 ด่านลุงวินตรงสวน มีของพี่เทียนหน้าร้านช่าง แล้วก็ถนนตรงหน้าโรงเรียนเรา ด่านใหญ่สุดตรงร้านพี่อาร์ม คือเยอะชิบหาย ถ้ามึงรอดจากทุกที่ไปได้ มึงน่าจะตายตรงนั้นแหละ)

“อืม กูก็ว่างั้นแหละ ทำไมแถวนี้คนเล่นเยอะจังวะ”

(รู้แบบนี้แล้ว มึงจะถอดใจไม่ไปซื้อไก่ป้ะล่ะ)

“ไม่มีทาง วันนี้ไก่ป้านางแถมครึ่งตัวด้วย กูจะกิน กูอยากกินตั้งแต่เมื่อวานละแต่พี่เจ๊นแม่งพาไปแดกหมูกระทะ”

(เออ แล้วเนี่ยะ มึงเห็นโพสพี่เจ๊นยัง)

“โพสไรวะ”

(มึงเข้าไปดูเองละกัน เออ ถ้าเปลี่ยนใจอยากเล่นน้ำก็มาบอกพวกกู)

“เออ แต่คงไม่เปลี่ยนใจหรอก แค่นี้แหละ” ผมวางสายก่อนจะกดเข้าไปในเฟซบุ๊ก สเตตัสของพี่ชายตัวแสบแจ้งอยู่หน้าฟีด ทันทีที่ผมเห็นก็คืออยากจะกรีดร้องออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่ชีวิตจะทำได้

 .

ไอ้จี๊ดกำลังไปซื้อไก่ ใครทำให้น้องกูเปียกได้ เอาไปเลย 2 พัน....เจอกันร้านพี่อาร์ม 

 .

แม่ง....ไอ้ห่าพี่เจ๊น

ทำงี้กับน้องได้ไงวะ

กลายเป็นคนมีค่าหัว 2 พันตามที่ไอ้เปิร์กพูด ขอบใจพี่ชายสุดที่รักมากที่ทำให้การไปซื้อไก่ของผมลำบากขึ้นไปอีก 3 เท่า ช่างแม่งเถอะ เดี๋ยวถ้าเจอด่านดักจริงๆ ค่อยหาวิธีการเอาตัวรอด ผมเดินมาเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยย่อยของซอย 2 เพื่อที่จะไม่ผ่านหัวมุมที่มีด่านไอ้โน่อยู่ หันไปมองหน้าซอย 3 ก็คือมีกลุ่มเด็กยืนสาดน้ำใส่กันอย่างบ้าคลั่ง รอดไป 1 ด่านแบบเนื้อตัวแห้งสะอาด

มันอาจจะไม่ยากอย่างที่คิดก็ได้

ผมเดินลัดเลาะตามซอยมาเรื่อยๆ จนถึงซอย 7 ในจังหวะที่กำลังจะเดินผ่านก็ได้ยินเสียงแว่วดังเข้าไปมา หันไปมองก็พบเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ที่ถือขันอันจิ๋วอยู่ในมือ คุณแม่ของเขานั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับถังใสน้ำใบเล็กๆ

“พี่คะ”

“ว่าไงคะ” ผมเดินเข้ามาน้องตัวเล็ก “เรียกพี่ทำไมหืม....”

“ขอรกน้ามหน่อยได้ไหมคะ”

ผมหลุดยิ้มให้กับความน่ารักนั้น “ได้ค่ะ แต่แค่มือนะคะ” ว่าแล้วผมก็ยื่นมือไปทางเขา มือเล็กเทน้ำลงบนมือผมพร้อมกับยิ้มหวาน

“ขอบคุณค่า”

“สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ” ผมยิ้มหวานให้น้องตัวน้อยกับแม่ของเขาก่อนจะเดินมาจากตรงนั้น โว้ยยยย น่ารักจัง ถ้ามีลูกก็อยากมีลูกสาวหน้าตาน่ารักแบบนี้นี่แหละ

แต่มันคงเป็นเรื่องยากเพราะผมไม่น่ามีลูกได้

ผมเดินต่อพลางคิดอะไรไปเรื่อยยเปื่อย กำลังจะเข้าซอย 8 ซึ่งมีด่านน้องพลอย ด่านที่มีแต่ผู้หญิงและไอ้เปิร์กเพื่อนผมดูชอบอกชอบใจมาก น้องพลอยคือรุ่นน้องที่เป็นหลีดฯ คณะราชาวดี เป็นคนน่ารัก เพื่อนๆ แก๊งค์น้องก็เอาเรื่องอยู่ มีน้องคนนึงในกลุ่มน้องพลอย ชอบพี่เจ๊นมาก แต่คือพี่ชายผมไม่สนใจใครนอกจากเพื่อนและตัวมันเองไง ก็เลยเป็นโสด เททุกคนที่เข้ามาในชีวิต

เหมือนหล่อมากเลยนะคนนี้

ด่านของน้องพลอยกำลังทำสงครามกับรถกระบะที่มาจอดเทียบ ผมเห็นแบบนั้นจึงอาศัยจังหวะชุลมุนรีบเดินเลี้ยวเข้าซอยย่อยทันทีแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอกับใครบางคนที่เดินสวนมา

ชิบหายละ

“อ้าววววววววววว พี่จี๊ดดดด”

ผมยิ้มแห้งๆ ทันที “น้องกิ๊ฟ”

“เห้ย ร้อยวันพันดีไม่เคยเรียกน้องกิ๊ฟ” มือบางล้วงแป้งที่อยู่ในถัง “วันนี้วันสงกรานต์พี่จี๊ด”

“เออพี่รู้ แต่น้องมึงใจเย็นๆ ก่อน” ผมมองรุ่นน้องคนสวยที่ทำงานในสภานักเรียนด้วยกันอย่างหวาดหวั่น คือในมือมันอะถังแป้ง ไม่เปียกแน่ๆ แต่กลัวจะเลอะนี่ดิ

“หนูไม่ขอไรมากพี่จี๊ด ขอปะแป้งนิดเดียว”

“ปะที่ไหน”

“หน้าดิ”

“ปะหน้าไม่ได้ หน้ามีไว้ให้คนพิเศษปะ”

ใบหน้าหวานหัวเราะอย่างชอบใจ “ใครรร คนพิเศษอะใคร”

“มึงก็รู้ไหม” ผมยื่นมือไปตรงหน้าน้อง “หลังมืออะปะได้ ที่อื่นห้าม เร็วๆ เดี๋ยวคนอื่นเห็นกู”

“พี่แม่ง” กิ๊ฟใช้แป้งเขียนรูปหัวใจบนหลังมือผม “นี่ถือว่าหนูปรานีพี่นะ เปิดเทอมเลี้ยงหนมน้องด้วย อะหนิพี่ ถุงดินสอพอง หนูให้ เผื่อพี่อยากปะแก้มคนพิเศษ” มันส่งถุงแป้งมาให้

“เออขอบใจ กูไปก่อน เดี๋ยวไก่หมด” ผมผลักหัวคนสวยไปทีนึงก่อนจะเดินเข้าไปที่ซอย 9 แล้วลัดเลาะไปฝั่งท้ายสวนสาธารณะเพื่อหลบหลีกด่านลุงวิน

ดีนะที่ตรงนั้นเจอไอ้กิ๊ฟน่ะ ถ้าเจอคนอื่นนี่ผมคงเปียกไม่ก็เลอะแป้งมากกว่านี้แล้ว ตอนนี้ด่านที่น่าหวั่นใจต่อไปคือด่านพี่เทียนหน้าร้านช่างก่อนถึงโรงเรียน ผมซื้อของร้านพี่เทียนโคตรบ่อยเลยตอนกีฬาสี เขาเป็นศิษย์เก่า เรียนจบไปแล้วหลายปี เวลาผมไปซื้อของเขาชอบลดโน่นนี่ให้ บางครั้งก็แถมของ หวั่นใจมากเลยว่าจะไม่รอดจากด่านนี้

เอาน่ะจี๊ด....ผ่านมาได้ตั้งเท่าไหร่ นี่ก็ครึ่งทางแล้ว อีกนิดเดียวเอง

ผมชะเง้อคอมองอยู่หลังตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ พี่เทียนและผองเพื่อนเปิดตี้เล่นน้ำกันเป็นวงกว้าง แบบนี้จะผ่านไปได้ยังไงวะ ถ้าไม่เข้าซอยย่อยนั้นก็ต้องออกไปทางถนนใหญ่ และแน่นอนว่าต้องเจอคนที่เล่นน้ำเยอะมาก พอเป็นแบบนั้นผมก็จะเปียกแบบย่อยยับ หรือจะใช้การเจรจาเพื่อขอผ่านไปแบบประนีประนอม

ทำไงดี

“แอบใครอะ”

เสียงนี้มัน....

“พะ....พี่ธูป” ผมหันตามเสียงก็พบร่างสูงที่สวมแค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวถือขันเปล่าอยู่ในมือ “ทำไมไม่ใส่เสื้ออะ อนาจารนะเนี่ย”

“มึงไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง” เจ้าตัวคล้องคอผมเอาไว้ คือตัวพี่น่ะมันเปียกไง ทำแบบนี้น้องก็เปียกไปด้วยไหมล่ะ

“พี่อย่าล็อกคอจี๊ดสิ ปล่อยก่อน....นะ”

“ค่าหัวมึง 2 พันเลยนะวันนี้”

“พี่อย่าไปเล่นตามพี่เจ๊นมัน ให้น้องไปซื้อไก่แบบสงบๆ เถอะ”

“เห้ย สงกรานต์ก็ต้องเล่นน้ำดิ” ร่างสูงลากให้ผมออกจากหลังตู้ไปรษณีย์ก่อนจะหันไปทางเพื่อนๆ ในด่านพี่เทียน “พวกมึง!!!! กูเจอไอ้จี๊ด”

เหี้ยละ

ผมใช้แรงที่มีดิ้นจากการถูกล็อกก่อนจะวิ่งหน้าตั้งผ่านด่านร้านพี่เทียนไป เสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นตามมาข้างหลัง พวกเพื่อนๆ พี่เทียน รวมถึงพี่ธูปวิ่งตามเอาน้ำสาดผมอย่างเอาเป็นเอาตาย เอาเซ่ เจอสเต็ปหลบน้ำของน้องจี๊ดสักหน่อย ขันแรกผ่านไป ขันสองขันสามค่อยๆ ผ่านไป พวกพี่มึงหลงผิดแล้วที่มาไล่สาดน้ำน้อง โถ่เอ๊ย เปลืองน้ำเปล่าๆ อะขอบอก

“ไอ้จี๊ด!!!!!”

“แฮ่ก.....” ผมเลี้ยวเข้ามาในซอยเล็กก่อนจะวิ่งเข้ามาแอบหลบในบ้านหลังนึงซึ่งประตูหลังถูกเปิดเอาไว้ ขอแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ให้พี่เทียนมันวิ่งไปทางอื่นก่อน

“มันหายไปไหนแล้ววะ โคตรไวเลย” ผมมองผ่านซอกประตูก็เห็นพวกพี่ๆ วิ่งไปอีกทาง เฮ้อ....ค่อยยังชั่ว รีบออกไปก่อนที่เจ้าของบ้านจะด่าเถอะจี๊ด

“ทำอะไรอะ” 

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นด้านหลัง มันเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตอนวิ่งมาก็ไม่ได้ดูหรอกว่าเข้ามาหลบที่บ้านใคร แต่ตอนนี้รู้แล้วครับ ขนาดไม่ต้องหันกลับไปมองยังรู้เลย

“.....พี่เปรี้ยว”

“ทำไมมาอยู่นี่”

“คือจะไปซื้อไก่”

“แล้ว....”

“ก็โดนพวกพี่เทียนวิ่งไล่จะเอาน้ำสาดอะ เห็นประตูบ้านเปิดอยู่เลยเข้ามาหลบแป๊บเดียว เนี่ยะ เดี๋ยวไปละ” ผมหันหลังจะออกทางประตูหลังแต่แขนโดนคว้าไว้ก่อน

“ไปทางนี้เดี๋ยวก็เจอพวกพี่เขาอีกหรอก จะไปซื้อไก่ใช่ป้ะ เดี๋ยวกูพาไป” มือเรียวปิดประตูหลังก่อนจะลากผมมาเข้ามาในบ้าน

พี่เปรี้ยวเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนผมเอง เป็นคนที่มีเรื่องให้เข้าห้องปกครองบ่อยมาก วีรกรรมเยอะ ติดลิสต์ตัวแสบเลยล่ะครับ ผมมองร่างสูงที่สวมเสื้อฮาวายสีขาวลายใบไม้ชมพูเดินหยิบโน่นจับนี่ใส่ซองกันน้ำ แล้วกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์ก็ไม่รู้ เขาเป็นคนหน้าตาดีมากเลยในสายตาของใครหลายคนรวมถึงผมด้วย คิ้วเข้ม จมูกโด่ง แถมยังสูงโปร่งอีก คงเพราะเล่นกีฬานั่นแหละ

ผมอยากสูงให้มากกว่านี้จัง

อยากลองมองเขาในระดับสายตาเดียวกันดู

“เออจี๊ด ไปหยิบถุงที่อยู่บนโต๊ะหลังบ้านให้หน่อยดิ กูรอที่รถ” เขาสั่งก่อนจะเดินออกไปหน้าบ้าน ส่วนผมก็ไปหยิบถุงแล้วออกมาหาเขา

“พี่จะเอารถเครื่องไปอ๋อ”

“ใช่ดิ”

“ก็เปียกอะดิ แค่เข้าหน้าโรงเรียนก็เปียกแล้ว”

“นี่ไง” มือเรียวคว้าถุงก่อนจะหยิบเสื้อกันฝนในนั้นออกมาแล้วสวมให้ผม “มึงใส่เสื้อกันฝน มึงก็ไม่เปียกแล้ว”

“แต่มันร้อนอะ”

“เรื่องเยอะจัง”

“เรื่องเยอะไม่ได้เหรอ”

“มึงก็รู้ว่าได้หรือไม่ได้” เจ้าตัวเขี่ยผมที่ปรกหน้าผมออกให้ “ไม่ต้องกลัวเปียกหรอก ใครสาดน้ำใส่มึง กูจะกระทืบให้เอง”

“ไม่ได้ ห้ามมีเรื่องสิ” ผมทำหน้ามุ่ยใส่ “แล้วทำไมอยู่ดีดีพี่ก็จะพาจี๊ดไปซื้อไก่อะ”

“กลัวมึงโดนรุมสกรัมตาย” ร่างสูงขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ “ถ้ามึงตายไป....กูจะจีบใครล่ะ” 

ตึกตัก

คำพูดคำจา

ผมยกมือลูบหน้าตัวเองเพื่อไล่ความร้อน คำพูดน้อยๆ การกระทำเล็กๆ ของพี่เปรี้ยวมักทำให้ผมใจสั่น เขาชอบทำแบบนี้และมันค่อนข้างได้ผลต่อจิตใจผมมาก ทำไมรู้สึกเขินจังวะ หน้าแดงลามไปยันหูแล้วมั้ง

“ทำไมนั่งแบบนี้อะ” ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเว้นพื้นที่ด้านหน้าเอาไว้

“นั่งหน้ากู”

“พี่จะให้จี๊ดนั่งหน้า”

“เออสิ ถ้ามึงนั่งหลัง กูจะปกป้องมึงได้ยังไงถ้าโดนด่านดัก ขึ้นมาเร็ว จะกินป้ะ ไก่อะ” เขามองผมอยู่อย่างนั้น แค่คิดว่าต้องไปนั่งตรงนั้นก็รู้สึกประหม่าไปหมด แต่ไก่ก็อยากกินนี่ดิ

เอาก็เอาวะ

ผมขึ้นมานั่งด้านหน้าโดยมีร่างสูงซ้อนอยู่ด้านหลัง “พี่เปรี้ยว”

“หืม....”

“ถ้าจี๊ดเปียกอะ”

“เดี๋ยวกูเป่าให้แห้งเอง”

“ได้เหรอวะพี่” ผมเหลือบมองเขา “พี่ทำให้จี๊ดรู้สึกไม่ปลอดภัย”

“เออ ไม่เปียกหรอก นั่งดีดี เอียงหัวไปซ้ายนิดนึง” เจ้าตัวบอกก่อนจะขับรถออกมาจากบ้าน

ผมนั่งจุมปุ๊กเหมือนเด็กตัวเล็กตัวน้อยมากมั้ง เอาจริงๆ พอมานั่งตรงนี้แม่งโคตรลำบากเลย ผมไม่ได้ตัวเล็กมากเว่อร์นะ สูงตั้ง 170 เซ็นฯ กว่าๆ และคิดว่าตัวเองยังสูงได้มากกว่านี้ ผมสูงขึ้นปีละหลายเซ็นฯ อะ คือจี๊ดไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กที่เหมาะจะมานั่งตรงนี้เลย แต่ช่างเถอะ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้นั่งแบบนี้ก็ได้

ทำไมคิดแล้วใจโหวงแปลกๆ

“โอ้โหพี่เปรี้ยว โคตรเยอะเลยอะ” ผมมองถนนหน้าโรงเรียนที่มีคนเล่นน้ำกันเยอะมาก จะลัดเลาะไปได้ยังไงวะ

“ก้มหน้าไว้อะ” มือเรียวบิดรถมาอยู่ฝั่งกลางระหว่างสองเลนส์เพื่อเลี่ยงผู้คนที่เล่นน้ำตรงขอบถนน

ซ่า 

ผมก้มหลบน้ำที่ถูกสาดเข้ามา คือเสื้อกันฝนนี่ช่วยได้มากจริงๆ นะ หน้าอาจจะเปียกนิดหน่อยแต่ตัวไม่เปียกแน่นอน ผิดกับใครอีกคนที่ตอนนี้เขาเปียกแล้วเรียบร้อย ผมมองหน้าพี่เปรี้ยวผ่านกระจกข้าง มือเรียวเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นในจังหวะที่รถกำลังติด ระหว่างนั้นผมเห็นกลุ่มผู้หญิงเดินมาเพื่อจะขอปะแป้งเขาด้วย

ฮอตซะจริง

“ขอปะแป้งหน่อยนะคะ” เสียงหวานเอ่ยก่อนจะขอปะแป้งเขา “ขอปะคนหน้านี่ด้วยได้ไหมคะ”

“ไม่ได้ครับ” พี่เปรี้ยวเอ่ยก่อนจะยกมือกันพวกเธอเอาไว้ “คนนี้หวง ห้ามแตะ” 

โอ๊ยยยย ตาเปรี้ยวเขาเอาอีกแล้ว

“อู๊ยยยยย ไม่กล้าแตะเลยค่ะ” พวกเธอแซวเราสองคนก่อนจะเดินไปอีกทาง ผมหยิกหลังมือพี่เปรี้ยวอย่างหมั่นไส้ พูดอะไรของเขาวะน่ะ

“พี่พูดอะไรอะ”

“ก็พูดตามความจริง มึงคิดว่ากูจะยอมปล่อยให้ใครมาจับแก้มมึงเหรอ ฝันเหอะ” มือเรียวจับมือผมที่เปื้อนแป้งขึ้นมาดู “อันนี้ใครวาดให้”

“ไอ้กิ๊ฟ”

“ตอนไหน”

“ตอนผ่านซอย 8 ” ผมมองพี่เปรี้ยวที่ใช้มือลูบน้ำจากเสื้อกันฝนผมมาถูแป้งที่หลังมือออกให้ “พี่ทำอะไรเนี่ยะ”

“ก็ล้างแป้งออกให้ ไม่อยากให้มีหัวใจที่คนอื่นวาดติดอยู่ที่ตัวมึง ถ้าจะมีใครสักคนที่วาดได้นะ” นิ้วเรียวลูบแป้งที่แก้มตัวเองมาวาดรูปหัวใจลงตรงหลังมือผม “ก็ต้องเป็นกูเท่านั้นแหละ”

ฉ่า

แก้มร้อนไปหมดแล้วโว้ย

“พี่แม่ง.....ขับรถไปได้แล้ว” พอผมบอกแบบนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ดังออกมาจากเขา ชอบใจแหละที่ได้เห็นคนเสียอาการอะ

ผมก้มหน้างุดเมื่อหลบหลีกน้ำที่ถูกสาดเข้ามา ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ให้พี่เปรี้ยวพามาซื้อไก่ ตอนนี้หวั่นเรื่องโดนหยอดจนหัวใจจะวายมากกว่าตัวเปียกเพราะถูกสาดน้ำอีก มีโอกาสนิดหน่อยก็คือไม่ปล่อยให้พลาดเลยนะ ดูแต่ละคำพูดสิ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าจริงจังขนาดไหน แต่พูดอะไรก็คิดถึงใจน้องหน่อยได้ไหมล่ะ กลัวน้องเขินจนหน้ามืดบ้างก็ได้แหละ

พี่เปรี้ยวนี่โคตรพี่เปรี้ยวเลย

ใช้เวลาสักพักใหญ่เลยครับกว่าจะหลุดออกมาถนนเส้นหน้าโรงเรียน ผมมองคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง คือตอนนี้หลับตาข้างนึงขับรถอะ แป้งเข้าตาไง ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ตลกว่ะ สภาพของร่างสูงคือขาวไปทั่วทั้งหัวเพราะโดนรุมปะแป้ง เนื้อตัวก็เปียกจนจะเปื่อยแล้วมั้ง ส่วนจี๊ดนั้นยังปลอดภัยดี หน้าเปียกน้ำนิดหน่อยแค่นั้น

“เดี๋ยวแวะบ้านอิฟ้าแป๊บนึงนะ”

“อื้ม” พอผมรับคำ พี่เปรี้ยวก็เลี้ยวรถเข้าซอย 15 ก่อนจะจอดที่หน้าบ้านพี่ฟ้า ซึ่งมีบรรดาเพื่อนๆ ของเขานั่งเล่น UNO กันอยู่ แต่ละคนคือสภาพหน้าเต็มไปด้วยแป้ง

“อ่าวเปรี้ยว กูนึกว่ามึงจะออกมาอีกทีตอนเย็นเลย”

“นั่นดิ เปียกรอบเดียวไม่พอใจมั้งกูว่า”

“พวกมึงเงียบเลย” ร่างสูงลงจากรถก่อนจะเดินไปเปิดก๊อกน้ำ “ขอล้างหน้าหน่อย อิเด็กหน้าโรงเรียนเขารวยแป้งกันรึไงวะ ปะไม่บันยะบันยังเลยไอ้เหี้ย ล้วงเข้ามาในตากูได้คงทำละอะ”

“ขี้บ่นว่ะ” พี่ฟ้าเดินถือปืนฉีดน้ำออกมาหาผม “น้องจี๊ดดดด....ค่าหัว 2 พัน”

“หยุดเลยอิฟ้า” มือเรียวฉีดน้ำสายยางใส่พี่ฟ้าจนเธอต้องวิ่งหลบ

“อิเปรี้ยวอิเหี้ย น้ำก็น้ำบ้านกู ยังเอามาฉีดกูอีก” ใบหน้าหวานมองค้อนก่อนจะฉีดน้ำใส่อีกฝั่ง “หวงจริงๆ เลยนะเด็กมึงเนี่ยะ หวงแล้วไม่เก็บไว้ที่บ้านวะ สัส”

“เออ แล้วนี่พวกมึงจะไปไหนเนี่ยะ” พี่เกี๊ยวเอ่ยถามผม

“ผมจะไปซื้อไก่ป้านางอะพี่”

“อ่าว ไม่ใช่ไอ้เปรี้ยวแค่กกก.ก.....ไอ้สัสสสส มึงจะฉีดน้ำใส่หน้ากูทำส้นตีนไรเนี่ย แค่กกก....ไอ้ส้นตีนเปรี้ยว”

“เบื่อพวกมึงจริงๆ เลย พูดมาก” ร่างสูงปิดน้ำก่อนจะเดินกลับมาที่รถแล้วขับออกมาโดยไม่สนใจคำด่าเพื่อนๆ ที่ดังไล่หลังเลย

ผมกำลังคิดถึงคำที่เพื่อนเขาพูดว่าเปียกรอบเดียวคงไม่พอใจ มันน่าจะหมายความว่าพี่เปรี้ยวออกมาเปียกไปแล้วรอบนึงแน่ๆ อาจจะใช่นะ เพราะตอนที่ผมเจอเขาที่บ้านคือหัวยังเปียกอยู่นิดหน่อย ถ้าเป็นแบบที่คิดจริงๆ ว่าเขาเปียกไปแล้วแต่ก็ยังพาผมมาซื้อไก่และยอมเปียกอีก ดูทรงแล้วเหมือนเขาจะนัดเพื่อนๆ เล่นน้ำตอนเย็นล่ะมั้ง ไปๆ มาๆ คือเปียกทั้งวันแน่เลย

ปอดจะบวมไหมน่ะ

“ก่อนหน้าที่จะพาจี๊ดมาซื้อไก่ คือพี่เปรี้ยวออกมาแล้วรอบนึงเหรอ”

“ใช่”

“ออกมาทำไรอะ”

“ซื้อของ”

“อ๋อ ไม่เซ็งเหรอที่ต้องเปียกอีกรอบเพราะพาจี๊ดไปซื้อไก่”

“กูบอกเหตุผลมึงไปแล้ว” เจ้าตัวชะลอรถเพราะโดนด่านตรงหน้าดัก “ข้างหน้าด่านร้านพี่อาร์ม ยืนดักแล้วน่ะ”

ผมกลืนน้ำลายดังเอือกทันทีเมื่อเห็นแก๊งค์ชายโฉดยืนถือถังน้ำรอต้อนรับพวกเรา ร้านพี่อาร์มคือร้านขายของที่มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ฟีลจะคล้ายๆ ด่านร้านพี่เทียนเลยครับแต่ใหญ่กว่า เพื่อนๆ พี่เจ๊นคือยิ้มกริ่มกันใหญ่เลยเมื่อเห็นผมมากับพี่เปรี้ยว ในมือพี่อาร์มมีถังน้ำใบใหญ่แบบใหญ่ชิบหาย โอ้โห น่าจะตายที่ด่านนี้จริงๆ แบบที่ไอ้เปิร์กบอก

น้ำเป็นสิบถังเลยนะข้างหน้าอะ

“ไอ้เปรี้ยวววว มึงมาทำไมอีกรอบ” เสียงทักดังมาจากพี่อาร์ม “มากับไอ้จี๊ดซะด้วย เอากี่ถังดีหืม....”

“ให้จี๊ดไปแบบดีดีเหอะนะพี่อาร์ม แค่อยากไปซื้อไก่เอง”

“มึงใส่เสื้อกันฝนอะ มึงจะกลัวอะไร”

“ก็กลัวถังแป้งในมือพี่โบ๊ทนั่นไง” ผมมองอย่างหวาดหวั่น “จี๊ดไม่อยากเปียกจริงๆ อะ เห็นใจน้องนิดนึง....เนอะ”

พี่โบ๊ทเดินเข้ามาใกล้ “ถ้ากูปะแป้งน้องจี๊ดอะไอ้เปรี้ยว”

“กูจะเตะมึง” เสียงเข้มเอ่ยก่อนจะกดหัวผมให้ซบลงที่ไหล่ตัวเอง “จะทำอะไรกูก็ทำแต่ห้ามทำน้อง เร็วๆ ด้วยเดี๋ยวไก่หมด”

“แล้วเมื่อบ่ายมึงไม่ได้แค่กกก...ก....ไอ้เหี้ยเปรี้ยวแป้งเข้าปากกู มึงจะเอาใช่ไหมห้ะ!!!!”

ซ่า 

ซ่าาาาา 

ซ่าาาาาาาาาาาาาา 

น้ำเป็นสิบถังโถมเข้ามาที่เราสองคน ผมจับเสื้อกันฝนเอาไว้แน่นเพื่อให้ตัวเองเปียกน้อยที่สุด สัมผัสได้ถึงความชุลมุนที่บรรดาเพื่อนพี่เจ๊นมารุมปะแป้งพี่เปรี้ยว มีคนที่พยายามมาปะแป้งผมแต่ก็โดนร่างสูงปัดมือออกได้ทันตลอด แม่งเอ๊ย ชีวิตคนเราต้องมาเจออะไรขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่อยากกินไก่ แค่จะไปซื้อไก่เองนะ

สงสารตัวเองชิบหาย

คนที่น่าสงสารมากที่สุดตอนนี้ก็คือพี่เปรี้ยวครับ แป้งพอกหน้าขาวจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร พวกพี่อาร์มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อได้แกล้งน้องรักจนสาแก่ใจ เท่าที่ดูแล้วเหมือนคนที่เขาอยากแกล้งจริงๆ ก็คือพี่เปรี้ยวนี่แหละ เพราะถ้าจะเล่นงานผมจริงๆ ต่อให้พี่เปรี้ยวพูดแบบนั้น พี่อาร์มก็ไม่ฟังหรอก ไม่เป็นไรนะพี่เปรี้ยว เดี๋ยวจี๊ดจะไปจัดการพี่เจ๊นให้ โทษฐานที่ทำภารกิจซื้อไก่ครั้งนี้วุ่นวาย

เรื่องมันเริ่มจากพี่เจ๊นจริงๆ นะ

คือถ้าพี่เจ๊นมันไม่ตั้งค่าหัวผม 2 พัน ก็จะไม่มีคนจ้องจะทำให้จี๊ดเปียกขนาดนี้ ผมก็ไม่ต้องวิ่งหนีไปหลบในบ้านพี่เปรี้ยว และเขาก็คงไม่ต้องพาผมมาซื้อไก่ จนต้องสำลักน้ำสำลักแป้งซ้ำซากแบบนี้ สงสารอะ ถ้าได้ซื้อไก่นี่ผมควรแบ่งให้พี่เปรี้ยวสักครึ่งตัวไหม ถือว่าแทนคำขอบคุณที่มาลำบากกับผม

“แค่กกก....พอใจพวกมึงแล้วนะ” เจ้าตัวเอ่ยพลางทำหน้าตึงใส่

“เออ เชิญไปได้” พวกพี่อาร์มหลีกทางให้รถของเราผ่านด่านเขาไป แต่ไม่วายที่พี่โบ๊ทจะหยิบน้ำเย็นมาสาดไล่หลัง

“ไอ้เหี้ยโบ๊ท!!!! ฝากไว้ก่อนไอ้สัส”

ผมหัวเราะลั่นเมื่อเห็นเขาโวยวาย “ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ”

“หัวเราะอะไร เดี๋ยวจะโดนนะมึงอะ”

“ขำพี่เปรี้ยวอะ พวกพี่ๆ เขาดูสะใจดีนะที่ได้รุมสกรัมพี่”

“อือ เหมือนกูจะคิดผิดที่ทุกคนจะรุมสกรัมมึง”

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะยังพาจี๊ดมาอีกป้ะ”

“ก็คงงั้น”

“แต่พี่จะถูกรุมสกรัมนะ” ผมมองเขาผ่านกระจกข้าง “หรือว่าชอบที่ถูกรุมสกรัม”

“ไม่ได้ชอบที่ถูกรุมสกรัม....แต่ชอบที่ได้อยู่กับมึง” 

ตึกตัก

ดาเมจรอบนี้แรงกว่าทุกครั้งเลยว่ะ....มันจะเกินไปแล้วน้า

ใบหน้าที่ขาวโพลนไปด้วยแป้งยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นผมไปไม่เป็นอีกรอบ เขาน่ะมันร้าย นี่ตอนขากลับผมก็จะต้องโดนคำพูดพวกนี้ทำจิตใจปั่นป่วนอีกป้ะเนี่ยะ เขินจนตายอาจจะมีอยู่จริงในโลกก็ได้ เริ่มจากที่จี๊ดก่อนเลยเป็นรายแรก

ใจจะไม่ไหวแล้ว

พี่เปรี้ยวขับรถมาจอดที่หน้าร้านป้านาง ใช้เวลานานพอสมควรเลยนะกว่าจะมาถึงที่นี่อะ ผมรีบลงจากรถก่อนจะเดินไปต่อคิวเพื่อรอสั่งไก่ทันที ส่วนร่างสูงก็เดินไปขอน้ำล้างหน้าล้างตาจากแก๊งค์เด็กน้อยที่จับกลุ่มเล่นกันอยู่ใกล้ๆ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าเขาโดนเด็กๆ รุมสาดน้ำใส่อีก ดูรอยยิ้มตอนเล่นกับเด็กนั่นสิ แตกต่างจากที่แยกเขี้ยวใส่เพื่อนๆ ตลอดทั้งทางมาเลย

....น่ารักว่ะ

โคตรชอบ

หลายเดือนแล้วนะที่ความรู้สึกของเราไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่มันก็ยังมีอะไรที่ทำให้ระหว่างเรายังคงสถานะเอาไว้แค่รุ่นพี่รุ่นน้อง ปัญหามันอาจจะอยู่ที่ผมก็ได้มั้ง ไม่รู้สิ เหมือนในใจมันหวั่นๆ พี่เปรี้ยวกำลังจะเข้ามหา’ลัย ต้องเจอคนอีกเยอะ เขาอาจจะเปลี่ยนใจไปจากผมก็ได้ใครจะไปรู้ ความจริงเราก็ตกลงเรื่องนี้กันเอาไว้บ้างแล้วแหละ เขาบอกว่าจนกว่าผมจะมั่นใจ เขาจะรออยู่ตรงนั้น

หวังว่าวันที่ผมมั่นใจ....เขาจะยังอยู่ที่เดิมนะ

“เอาไก่ตัวนึงครับ”

“ตัวสุดท้ายพอดีเลยเจ้าจี๊ด” ป้านางเอ่ยบอก “นี่ถ้ามาช้ากกว่านี้คืออดกินแล้วนะ”

“จี๊ดโชคดีจังที่มาซื้อทัน อยากกินไก่ป้านางตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ” ผมมองเจ้าไก่ที่ถูกสับเป็นชิ้นๆ กลิ่นหอมมากเว่อร์ กลับถึงบ้านจะกินให้หนำใจเลย

“อะหนิ แถมครึ่งตัวโปรวันสงกรานต์ 110 บาท”

ผมส่งเงินให้ป้านางก่อนจะรับถุงไก่มา “ขอบคุณมากๆ เลยค้าบ” อู้ยยยยย....ไก่ที่ผมปรารถนา ในที่สุดก็ได้กินสมใจอยากแล้ว

“เสร็จยัง” พี่เปรี้ยวเดินเข้ามาหาผม “พอใจไหม”

“พอใจมากๆ หอมมากเลยอะ พี่เปรี้ยวเอาสักครึ่งตัวไหม ถือว่าตอบแทนที่พาจี๊ดมาซื้อไก่”

“มึงกินเถอะ เห้ยจี๊ดระวัง!!!!”

ซ่า!!!! 

น้ำถังใหญ่ถูกสาดมาจากด้านหลังแต่ร่างสูงหันตัวผมหลบมาก่อนจะรับมันไปเต็มๆ ปริมาณน้ำที่เยอะมากนั้นทำให้มีส่วนนึงเข้ามาในถุงไก่ของผม คนที่สาดน้ำใส่เราทั้งสองคนเมื่อกี๊คือลุงปื๊ด แฟนป้านางนั่นเอง ฮื้อออออ....ลุงปื๊ดทำไมสาดน้ำใส่จี๊ดแบบนี้ล่ะ

ไก่เปียกหมดเลย

“โอ๊ยตาปื๊ดดดด สาดน้ำโดนไก่เจ้าจี๊ดมันน่ะ” เสียงโวยวายของป้านางดังขึ้นมา “เปียกหมดเลยไหมลูก”

“ชุ่มเลยครับ”

“หมดแล้วด้วยอะจี๊ด เอาเงินคืนไปไหม แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเอาไก่ปลอบใจจากป้า”

“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวเอาไปปเวฟก็ได้”

“แต่มันจะไม่อร่อยแล้วน่ะสิมันเปียกน่ะ พรุ่งนี้มาเอาตัวใหม่นะ มานี่เลยตาปื๊ด แกเนี่ยนะ....”

ผมเทน้ำออกจากถุงไก่ก่อนจะยกให้พี่เปรี้ยวดู ร่างสูงยกมือลูบหัวผมเหมือนอยากปลอบใจ เซ็งอะ ลำบากหลบโน่นหลีกนี่มาตั้งนาน สุดท้ายกลับมาโดนลุงปื๊ดแฟนป้านางนี่แหละที่สาดน้ำใส่ ลุงแกคงเห็นผมใส่เสื้อกันฝนนั่นแหละ ยืนหันหลังให้แกไง ก็คงไม่คิดว่าผมมีถุงไก่อยู่ในมือ เมื่อกี๊ผมอ้าปากถุงไว้ด้วยแหละ น้ำก็เลยเข้าไปเต็มๆ

แม่งโว้ยยยยย

“ไก่เปียกหมดเลยอะพี่เปรี้ยว”

“กูเสียใจด้วย”

“จี๊ดรู้สึกแปลกๆ ในใจอะ มันแบบ....ไม่รู้ดิ คือจี๊ดตั้งใจจะมาซื้อไก่มาก เดินหลบด่านมาตั้งแต่ซอย 3 บ้านไอ้โน่ วิ่งหนีรอดจากพี่เทียนไปถึงบ้านพี่ พี่เปรี้ยวก็พาจี๊ดมาซื้อ ผ่านหน้าโรงเรียนกับด่านร้านพี่อาร์มมาโดยที่จี๊ดหน้าเปียกไปนิดเดียว แล้วก็ไม่เลอะแป้งเลย ไก่ตัวนี้ก็เป็นตัวสุดท้าย แล้วก็เปียกไปแล้วด้วย”

ไก่เปียกจะมีรสชาติเป็นยังไงอะ

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นดิ” เจ้าตัวบีบแก้มผมเข้าหากันจนปากจู๋ “มาถึงตรงนี้ มึงยังไม่เปียกก็ดีแล้วป้ะ”

“แต่ไก่เปียกหนักมากเลยนะ พี่เปรี้ยวก็ด้วย”

“กูไม่เป็นไรหรอก มึงรีบกลับป้ะ ไปสวนตรงเทศากาฬกัน”

“จะโดนเด็กเทศากาฬฟาดไหม”

“ไม่หรอก ป่ะ” เขาเดินไปคร่อมที่รถมอเตอร์ไซค์ ผมก็กลับไปนั่งที่ของตัวเอง ตาก็มองถุงไก่ในมือด้วยความสลด ไม่ชอบเวลาความตั้งใจของเรามันไม่เป็นไปตามนั้นเลย

โอเค ไก่เปียกมันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่มันทำให้ใจผมป้อแป้มาก ถ้าการได้ไปนั่งโง่ๆ ที่สวนสาธารณะแถวโรงเรียนเทศากาฬฯ จะทำให้รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยผมก็อยากทำนะ ใช้เวลาไม่นานรถของเราก็มาจอดที่โซนม้านั่งในสวน ผมวางถุงไก่บนโต๊ะก่อนจะถอดเสื้อกันฝนออก ในสวนนี้ไม่มีใครเล่นน้ำแน่นอนเพราะถ้าจะเล่นกันก็ตรงขอบถนนโน่นล่ะ

เฟลว่ะ

ผมมองร่างสูงที่เปิดเบาะรถก่อนจะหยิบถุงอะไรไม่รู้ออกมา เจ้าตัวเดินมานั่งข้างๆ แล้วส่งถุงนั้นให้ ผมรับมาดูก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

ไก่ย่างร้านป้านาง

“พี่เปรี้ยว”

“ของมึงอะ”

“ไม่ๆ ๆ ๆ ของจี๊ดคือไก่เปียก อันนี้ไม่ใช่....ทำไมพี่เปรี้ยวมีไก่ป้านางอะ”

“ก็....” เขาเหลือบมองผม “มีคนโพสว่าอยากกินแต่ไม่อยากเปียก กูก็เลยยอมเปียกไปซื้อมาให้ ยังไม่ทันได้เอาไปให้ที่บ้าน มึงก็มาอยู่ในบ้านกูแล้ว”

“แล้วทำไมพี่เปรี้ยวไม่ให้ไก่จี๊ดตั้งแต่ที่อยู่บ้านอะ”

“สงกรานต์.....ก็อยากไปเล่นน้ำกับมึง” เขาเอ่ยอย่างคนเสียอาการก่อนจะยกมือลูบคอตัวเองอย่างประหม่า “โกรธไหม”

ผมส่ายหัวพลางหลุดขำ “ตลกมากกว่า ทำให้ตัวเองลำบากทำไมวะ อยากเล่นน้ำกับจี๊ดก็ชวนดิ”

“ก็มึงเคยบอกเอาไว้ว่าไม่อยากเล่นหนิ”

“ก็พี่ยังไม่ได้ลองชวนเลย รู้ได้ไงว่าจี๊ดจะไม่ไป” ผมยิ้มหวานให้เขาพลางเขี่ยผมที่ปรกหน้าออกให้ “ขอบคุณนะพี่เปรี้ยวที่ยอมเปียกไปซื้อไก่มาให้ แล้วก็ยอมเปียกอีกรอบเพื่อพาจี๊ดมาซื้อไก่”

ถึงไก่จะเปียกไปแล้วก็เถอะ

“มึงยิ้มได้กูก็ดีใจแล้ว” เขาขยี้หัวผมเบาๆ “กินดิ”

“แกะให้หน่อยสิ เดี๋ยวจี๊ดมา” ผมบอกก่อนจะลุกมาที่ก๊อกน้ำสาธารณะ มือหยิบถุงดินสอพองที่ไอ้กิ๊ฟให้มาแล้วผสมน้ำลงไปก่อนจะขยำ

พี่เปรี้ยวนั่งแกะไก่ให้ผมอย่างตั้งใจ ตลกเขาว่ะ เพราะแบบนี้เองที่หลายๆ คนจะพูดเรื่องเขาไปซื้อไก่ถึงได้โดนจัดการซะก่อน ไม่ว่าพี่เกี๊ยวที่โดนน้ำฉีดใส่ หรือพี่โบ๊ทที่โดนเอาแป้งยัดปาก ผมประทับใจในสิ่งที่เขาทำวันนี้นะ คนเด๋อที่ไม่เอ่ยปากชวนผมมาเล่นน้ำ อาศัยการพามาซื้อไก่ว่าเป็นการเล่นน้ำกับผม มันเล่นด้วยกันตรงไหนวะ แค่ขับรถผ่านทางเฉยๆ เอง อีกอย่างผมใส่เสื้อกันฝนด้วย

มีแต่เขานั่นแหละที่เปียก

ผมเดินกลับมานั่งข้างพี่เปรี้ยวก่อนจะใช้นิ้วป้ายดินสอพองในถุงแล้วปะที่ข้างแก้มเขาเบาๆ ดวงตาคมเหลือบมองผมนิ่งๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมา เขินล่ะสิถึงได้ยิ้มแบบนั้นน่ะ เห็นแล้วมันเขี้ยวว่ะ

“ไม่ได้ปะเป็นคนแรก คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ”

“แค่มึงปะแป้งกู กูก็ดีใจแล้ว นี่หัวใจเต้นแรงมากเลยนะ ถ้าเอาหูมาแนบคือได้ยินเลยว่าตึกตักๆ ”

“เกินเหอะ”

“กูแกะไก่ให้แล้ว กินซะ เดี๋ยวกูไปล้างมือก่อน” เขาบอกก่อนจะลุกไปล้างมือ ผมใช้ส้อมจิ้มไก่เข้าปากพลางเคี้ยวแก้มตุ่ย อื้อออ...อ....อร่อยมากเลยอะ สมกับที่อยากกิน

ในระหว่างที่ผมนั่งกินไก่อยู่ พี่เปรี้ยวก็หยิบถุงดินสอพองที่วางอยู่ก่อนจะใช้นิ้วป้ายแป้งมาปะที่ข้างแก้มผมบ้าง ใบหน้าหล่อยิ้มหวานให้จนลักยิ้มขึ้น อื้อออ....น่ารัก อยากเก็บรอยยิ้มนี้เอาไว้ดูเวลาเหนื่อยใจจริงๆ มันคงทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็น

“อะ” ผมจ่อไก่ที่ปากเขา เจ้าตัวก็กินไก่ที่ผมป้อนพร้อมกับนั่งลงข้างๆ “เออพี่เปรี้ยวรู้ไหม ตอนที่จี๊ดเจอไอ้กิ๊ฟ ตอนนั้นมันจะปะแป้งที่หน้าจี๊ดด้วย แต่จี๊ดห้ามมันเอาไว้ มันก็เลยเขียนที่หลังมือแทน”

“มึงบอกว่าอะไร มันถึงได้ยอม”

“บอกว่า....หน้ามีไว้ให้คนพิเศษปะ” 

“งั้นก็กูแล้วแหละ”

“ก็คงงั้น....แต่น้อยกว่าไก่นิดนึงนะ”

มือเรียวรวบไก่ไปทั้งหมด “ให้พูดใหม่”

“เห้ยยยพี่เปรี้ยวววว เอาไก่มานะ”

“พูดใหม่ก่อน กูกับไก่ อะไรพิเศษกว่ากัน” เขาเลิกคิ้วมอง “ตอบดีดีนะ ไก่บินลงพุ่มไม้กูไม่รู้ด้วย”

“ขี้แกล้งว่ะ”

“ระหว่างกูกับไก่”

“พี่....จี๊ดเลือกพี่เปรี้ยว” 

“ก็เท่านี้” เขาวางไก่ไว้ตรงหน้าผมเหมือนเดิม คนเราอะนะ กับไก่ยังไม่ยอมอะ

ผมนั่งกินไก่พลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นสงกรานต์ที่วุ่นวายเหมือนกันนะ เฟลเพราะไก่เปียกแต่ก็ดีใจที่มีคนซื้อเอาไว้ให้ก่อนแล้ว แบบนี้ก็เรียกได้ว่ามิชชั่นคอมพลีทสินะ ผมไม่เปียกและได้กินไก่สมใจ ถ้าขากลับจะเปียกน้ำนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เพราะสบายใจแล้ว ถ้าถึงบ้านปุ๊บก็ต้องฟาดพี่เจ๊นก่อนเลยสองป้าบ โทษฐานทำแผนการซื้อไก่ของผมวินาศสันตะโร

คาดโทษไว้เลย

พีคสุดของวันนี้ก็คงเป็นพี่เปรี้ยวนี่แหละที่ทำอะไรเหนือความคาดหมายไปหมด แต่มันก็ดูสมเป็นเขาดีนะ ดูเท่และก็เด๋อด๋า ผมชอบตอนที่เขาปกป้องผมจากใครหลายๆ คนที่จะสาดน้ำใส่หรือคนที่จะเข้ามาปะแป้ง ผมชอบการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเขารู้สึกยังไง คิดยังไง แล้วผมเป็นอะไรสำหรับเขา สำคัญมากแค่ไหนถึงได้ยอมทำอะไรหลายๆ อย่างให้

วันนี้เป็นวันสงกรานต์ที่ผมมีความสุขจริงๆ

“พี่เปรี้ยว”

“หืม....”

“ขอบคุณที่ทำให้วันสงกรานต์ปีนี้ แตกต่างจากทุกปีนะ ปกติจี๊ดไม่ค่อยชอบช่วงสงกรานต์เท่าไหร่ แต่พอวันนี้ได้ใช้เวลากับพี่ มันก็ดีอะ สนุกดี”

“มึงรู้สึกแบบนั้นก็ดีแล้ว” พี่เปรี้ยวเอียงหัวเข้ามาใกล้ “พรุ่งนี้....สงกรานต์วันสุดท้าย”

“.....”

“.....ไปเล่นน้ำกันนะ”

“อื้ม.....ไปเล่นน้ำกัน”

.

.

.

----- END ----- 

. 

สวัสดีวันปีใหม่ไทยนะคะ ชาลนำเรื่องสั้นวันสงกรานต์มาให้บี๋ได้อ่านกัน ก็ที่เขียนเรื่องแบบนี้เพราะว่าเมื่อ 2 ปีก่อนชาลไปซื้อไก่ตรงหน้าซอยบ้าน และเขาเล่่นน้ำกัน ตอนไปน่ะไม่เปียก แต่ขากลับคือไก่เปียกหนักมาก ก็เลยเอามาเขียนนิยายให้อ่านค่ะ 

ขอให้บี๋มีความสุขในช่วงเทศกาลถึงแม้ว่าปีนี้จะประสบปัญหาโรคระบาดก็ตามนะคะ ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ดูแลตัวเองกันดีดีด้วยนะ ชาลรักบีี๋นะค้าบ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น