facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 โลกนอกกรงกระต่าย 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 โลกนอกกรงกระต่าย 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 04:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 โลกนอกกรงกระต่าย 100%
แบบอักษร

8

โลกนอกกรงกระต่าย

 

หลังจากใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงแผ่นดินไต้หวันโดยสวัสดิภาพ อากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดหนาๆ เทอะทะ นับว่าต้นน้ำเตรียมเสื้อผ้ามาถูกต้องทีเดียว อีกทั้งช่วงนี้ต้นไม้ใบไม้แปรเปลี่ยนสีเป็นสีส้มเหลืองเริ่มมีให้เห็น ยิ่งเจริญตาเจริญใจ

หากได้จูงมือคนรักออกไปเดินเล่นในบรรยากาศแบบนี้คงรู้สึกดีไม่น้อยเลย

คนนึกลอบยิ้มกริ่มยามมองทิวทัศน์นอกตัวรถ

“แวะส่งฉันที่บริษัทก่อน แล้วพาต้นน้ำกลับโรงแรม"

ต้นน้ำที่กำลังกระตือรือร้นกับทุกอย่างต้องสงบใจลง เพราะลืมไปว่าคุณป๋าไม่ได้พาเขามาเที่ยวเพียงอย่างเดียว ยังมีงานที่ต้องกลับมาจัดการอีกหลายอย่าง ส่วนเขาจะเอาแต่ใจไม่ได้ ต้องทำตัวเป็นกระต่ายว่าง่าย ไม่ดื้อไม่ซน ไม่กวนใจ

"ครับ" ครรชิตรับคำเสียงนิ่ง ต้นน้ำเคยเจอคนสนิทของป๋าคนนี้แค่ไม่กี่ครั้ง เพราะโดยมากเวลาอยู่กับเขาป๋าจะขับรถเอง ไม่ได้ให้ลูกน้องมาวุ่นวายอะไร

หลังจากส่งป๋าที่หน้าอาคารพาณิชย์ในย่านพลุกพล่านแห่งหนึ่งเสร็จเรียบร้อย ตัวรถก็เคลื่อนออกพาต้นน้ำกลับโรงแรม ตาหงส์มองด้านนอกตัวรถไม่วางตา ทิวทัศน์และสภาพบ้านเมืองแปลกตาทำให้เขากลับมาตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่ต้นน้ำได้เดินทางออกนอกประเทศ แม้ไม่ไกลจากบ้านเกิด แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ใช่ว่าจะได้เห็นทุกวัน

ตึกรามบ้านช่องเป็นระเบียบทันสมัย สะอาดสะอ้านสบายตา แค่คิดว่าจะได้ออกมาเดินเที่ยวเล่นกับคุณป๋าก็ตื่นเต้นแล้ว

ไม่นานก็เดินทางมาถึงโรงแรมขนาดใหญ่ ต้นน้ำเดินตามครรชิตโดยมีพนักงานจัดการเรื่องกระเป๋าเดินทางให้แม้ว่าเขาจะไม่ชินกับการบริการในระดับนี้ก็ตาม ห้องพักอยู่บนชั้นเกือบสูงสุด ลักษณะเป็นห้องชุดที่แบ่งสัดส่วนชัดเจน พื้นที่กว้างขวางตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทนสบายตา ส่วนที่อลังการที่สุดเห็นจะเป็นผนังด้านหนึ่งซึ่งเป็นกระจกทั้งผืนต้นน้ำอดเดินเข้าไปแนบใบหน้ามองวิวไกลสุดตาไม่ได้ แถมมองจากตรงนี้ยังเห็นตึกที่เป็นสัญลักษณ์ของไต้หวันชัดเจน ความสูงเสียดฟ้าโดดเด่นเป็นสง่าสมกับที่เคยเป็นตึกติดอันดับอาคารที่มีความสูงที่สุดของโลก หากได้มองยามเปิดไฟตอนกลางคืนคงสวยน่าดู

"ห้องนอนอยู่ทางนั้นนะครับ เดินไปจนสุดทางจะเจอประตูด้านขวามือ รูมเซอร์วิสสั่งได้ มีเบอร์โทรศัพท์วางไว้ให้แล้ว ส่วนคีย์การ์ดผมวางไว้ให้ตรงนี้ แต่ทางที่ดีอย่าเพิ่งออกไปไหนดีกว่าเพราะคุณยังไม่ชินเส้นทาง เดี๋ยวจะหลงทางเอาได้ ผมต้องขอตัวกลับไปหาคุณภูผาก่อนครับ"

ต้นน้ำพยักหน้ารับ มองตามฝ่ามือคนสนิทคุณป๋าผายไปทางห้องนอน และคีย์การ์ดสีขาวที่อีกฝ่ายวางไว้ให้

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับ"

ร่างสูงก้มหัวรับเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป เขาบอกไม่ถูกว่าครรชิตให้ความรู้สึกอย่างไร อีกฝ่ายไม่ใช่ไม่ชอบเขาแต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่าอยากทำความรู้จัก อาจจะอยู่ตรงกลางเพียงทำตามหน้าที่ ไม่ออกอาการอะไรให้ต้นน้ำลำบากใจ แต่ต้นน้ำรู้ว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ได้มองเขาดีสักเท่าไหร่หรอก

คนตัวเล็กถอนหายใจ เดินเข้าไปสำรวจโซนครัวที่เป็นแบบเปิดโล่ง อุปกรณ์ต่างๆ ทันสมัยแต่ยังดูใหม่กริบ สะอาดสะอ้านเหมือนไม่เคยถูกหยิบใช้งาน เปิดดูในตู้เย็นก็พบเพียงขวดน้ำดื่มจำนวนหนึ่งและน้ำผลไม้อีกนิดหน่อย นอกจากนั้นไม่มีอะไรพอประทังชีวิตได้เลย

ป๋าหนอป๋า

ทำงานจนไม่มีเวลาใส่ใจสุขภาพตัวเองแล้ว

ทั้งที่ในตู้เย็นไม่มีอาหาร แต่ในชั้นวางของกลับมีขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่หลายขวด แต่ละขวดดีกรีไม่ใช่เบาๆ เลย ทำงานเครียดขนาดนั้นเลยหรือไงนะ

ถามตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ภูผาเครียดอย่างจริงจังนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องงานสักนิด

เพราะตอนนี้ยังไม่หิวหลังจากดื่มน้ำไปหนึ่งแก้วก็ลากกระเป๋าตรงไปยังทางที่ครรชิตบอกว่าเป็นห้องนอน ป๋าคงชอบกระจกมากจริงๆ เพราะในห้องนอนใหญ่นี้ผนังด้านหนึ่งกรุด้วยกระจก แถมเจาะเป็นประตูระเบียงออกไปสู่ด้านนอกได้อีกด้วย ผ้าม่านผืนหนาเปิดไว้จนสุดเผยวิวเมือง ต้นน้ำไม่อยากคิดราคาต่อคืนของห้องพักนี้เลย

หลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้โดยแบ่งครึ่งกับคุณป๋า คนที่เพลียจากการเดินทางแถมยังนอนน้อยจึงหวังงีบพักสายตาสักครู่ แต่ไม่คิดว่าจะหลับยาวไปจนกระทั่งเย็น

 

อีกด้านหนึ่ง ภูผากลับมาสะสางงานที่คั่งค้างไว้ เพราะเขาเดินทางกลับไทยแบบปุบปับ แต่ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร เพราะโครงสร้างที่นี่ถูกวางให้ดำเนินการได้โดยไม่มีเขาอยู่แล้ว ภูผาเพียงคอยรับรายงานและตัดสินใจโครงการต่างๆ เท่านั้น

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนสีเสียแล้ว

นึกไปถึงกระต่ายน้อยที่ปล่อยให้อยู่โรงแรมเพียงลำพัง จึงวางมือจากงานทุกอย่าง และเรียกหาครรชิตให้เตรียมรถ มือหยิบโทรศัพท์ตั้งใจจองโต๊ะร้านอาหารประจำของเขา แต่อยู่ๆ ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของต้นน้ำก็แวบขึ้นมา รอยยิ้มกว้างที่เขามองแล้วคันยุบยิบในหัวใจอย่างไรชอบกล อาจเพราะรอยยิ้มนั้นปรากฏขณะต้นน้ำอยู่กับ 'มัน' พื้นหลังในรูปภาพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพลุกพล่านยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร

ริ้วความโกรธพลันแล่นขึ้น ความคิดจองร้านอาหารหรูจึงถูกล้มเลิกไป

เขาเองก็ทำให้กระต่ายน้อยยิ้มแบบนั้นได้เหมือนกัน!

ความคิดอยากเอาชนะทิ่มแทงเสียจนท่านประธานคนเก่งยังแปลกใจ ทั้งที่รู้ว่าหมอนั่นไม่มีทางสู้เขาได้เลย

แต่เมื่อกลับมาพบความว่างเปล่า ห้องโถงกลางมืดสลัว ไม่เห็นเงากระต่ายของเขาคิ้วหนาก็พลันขมวดมุ่น ในเมื่อสั่งครรชิตไว้แล้วว่ายังไม่อยากให้ออกไปไหน

"อาจจะพักผ่อนอยู่ในห้องนอนก็ได้ครับ" ครรชิตยังคงรู้ใจนายดีเหมือนเช่นเคย

ร่างสูงจึงออกเดินตรงไปยังห้องนอนตามคำแนะนำ เมื่อคืนเขาเอาแต่ใจไว้มาก อาจทำให้คนตัวเล็กอ่อนเพลีย

แล้วก็เจอกระต่ายน้อยนอนขดกอดกระต่ายตัวโปรดอยู่บนเตียงเข้าจริงๆ ที่รู้เพราะเห็นหูยาวคุ้นตาโผล่ออกมาจากผ้าห่ม

ติดกันขนาดไหนก็ให้ดูว่าพามาด้วยถึงนี่ คนซื้อให้ได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ วางกระเป๋าถอดสูทพาดไว้กับเก้าอี้ ก่อนก้าวขายาวเงียบเชียบเดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งบนขอบเตียงฝั่งที่คนตัวเล็กขดอยู่ในผ้าห่ม มือลูบไล้เส้นผมนุ่มนิ่มปรกหน้า เกลี่ยแก้มขาวนวลที่เวลานี้เย็นเฉียบเพราะอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ และผ้าห่มคลุมไม่ถึง

"ตื่นได้แล้วเด็กดี" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกขณะลูบไล้ปลายจมูกโด่งรั้นเบาๆ

แทนที่คนขี้เซาจะตื่นกลับส่ายใบหน้าคลอเคลียจมูกเขาหาปลายนิ้วเขาอย่างนั้น น่าเอ็นดูเสียจนคุณป๋าอยากจับฟัดแรงๆ

"อื้อ...." คนหลับตาพริ้มประท้วงขู่ ในเมื่อปลุกดีๆ ไม่ตื่นคุณป๋าจึงบีบปลายจมูกโด่งรั้นแรงขึ้นอีกนิดด้วยความมันเขี้ยว

"ถ้ายังไม่ตื่นจะทิ้งไว้นี่ แล้วออกไปหาอะไรกินคนเดียว"

"ผมง่วง" ความจริงต้นน้ำตื่นตั้งแต่รู้สึกได้ถึงแรงยวบของเตียงแล้ว แต่เพราะอาการมึนหัวงัวเงียเพราะนอนตอนหัวค่ำจึงไม่อยากลืมตา

"เดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อ ลุกเร็วๆ "

กระต่ายน้อยอิดออดลุกขึ้นนั่ง ในหัวมึนตื้อเหมือนคนกำลังไม่สบาย ฝ่ามือร้อนแนบลงบนใบหน้าวันอุณหภูมิ

"ป่วยหรือเปล่า"

"เปล่าครับ สงสัยนอนเยอะไป" เขาประมาทอาการอ่อนเพลียของตัวเองน้อยไปจริงๆ ในเมื่อป๋าเล่นเคี่ยวกรำเขาทั้งกลางวันกลางคืน ถ้าป่วยขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่น่าแปลกใจ

"ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ ฉันจะพาออกไปหาอะไรกิน"

ปากพูดว่าจะพาต้นน้ำออกไปหาอะไรกินก็จริง แต่เขากลับไม่รู้จักตลาดตอนกลางคืนในไต้หวันแห่งไหนเลย ในเมื่อไปกลับแต่ที่ทำงาน พบปะสังสรรค์กับบรรดาหุ้นส่วนและคู่ค้าตามห้องอาหารหรู ไม่ก็คลับเล้านจ์ของโรงแรม จะไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแบบนั้นได้อย่างไร

จึงแก้ปัญหาด้วยการให้คนตัวเล็กเลือกเองก็แล้วกัน

"มีคนแนะนำหลายที่เลยครับ รีวิวมีให้อ่านเยอะเลย"

คุณป๋าก้มลงอ่านกระทู้ของเว็บไซต์ชื่อดังในมือเล็ก ยิ่งอ่านคิ้วหนายิ่งขมวดแน่นเป็นปม ตาหงส์เลื่อนขึ้นเห็นพลันเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ เพราะภาพประกอบและจำนวนคนที่เจ้าของกระทู้รีวิวไว้ เบียดเสียดกับคนเยอะๆ ไม่ใช่งานถนัดคุณป๋าจริงๆ

พอดีกับที่ตาคมเห็นแนะนำสถานที่แห่งหนึ่ง นิ้วยาวจึงกดเข้าไป

 

'Tamsui Old Street เดินชิล บรรยากาศดี ได้ฟีลเลียบแม่น้ำ มีตลาดนัดกลางคืน'

แถมมีวิดีโอประกอบด้วย

 

"ที่นี่แล้วกัน คนไม่เยอะเท่าไหร่ เดินง่ายวิวสวย เธอจะน่าจะชอบ ส่วนที่อื่นนักท่องเที่ยวเยอะฉันสู้ไม่ไหว"

ต้นน้ำยิ้มเสียจนปากแทบฉีกไปถึงใบหูอยู่แล้ว แค่นี้คุณป๋าก็ยอมถอยให้เขาอย่างไม่รู้จะถอยอย่างไร เขาเองนึกภาพท่านประธานไปเบียดเสียดกับผู้คนมากมายในตลาดไม่ออกเหมือนกัน ความจริงต้นน้ำไม่ได้เรื่องมาก จะให้ไปทานอาหารตามร้านปกติของคุณป๋าต้นน้ำก็ไม่ขัด ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอ แต่นี่ป๋าทำเหมือนกำลังเอาใจเขาอยู่ ต้นน้ำจะยอมพลาดโอกาสอบอุ่นหัวใจแบบนี้ได้อย่างไร

"ครับ ที่นี่แหละ ไปกันเถอะ"

 

ใครจะไปรู้ว่าต้นน้ำมีโอกาสได้ออกมาเดินเที่ยวเล่นในสถานที่แบบนี้กับคุณป๋าจริงๆ แม้ในกระทู้นั้นจะบอกว่าคนไม่เยอะ เอาเข้าจริงก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่ดี ดีหน่อยที่ตอนนี้อากาศไม่ร้อนภูผาจึงไม่หงุดหงิดเท่าที่ควร

ทั้งสองมาทันแสงสุดท้ายของวัน จึงมีโอกาสเดินเล่นริมแม่น้ำก่อนที่แสงตะวันจะลับขอบฟ้า ผู้คนตรงนี้ไม่ค่อยหนาตา บางคนปั่นจักรยานชมวิว บางคู่นั่งชิวริมแม่น้ำให้บรรยากาศคึกคัก

ร่างเล็กยืนเกาะราวรั้วเหล็กอยู่ข้างแม่น้ำ ลมเย็นพัดมาเรื่อยๆ ทำให้หนาวอยู่นิดหน่อย ดีที่ป๋ากำชับให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ออกมา

ทั้งคู่มาได้เวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี สงสัยว่าวันนี้ต้นน้ำจะใช้ความโชคดีไปเยอะทีเดียว

ได้ยืนรับลมชมพระอาทิตย์ตกข้างๆ ป๋า ราวกับเป็นฉากในความฝันที่อยู่ไกลแสนไกล

"อะไร" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามเมื่อสัมผัสได้ว่าตาหงส์เอาแต่จ้องมองเขา แทนที่จะสนใจทิวทัศน์สีทองระยิบระยับบนผิวน้ำตรงหน้า

เจ้าตัวเล็กกลับส่ายหน้าไม่ยอมตอบ เอาแต่มองเขาแล้วยิ้มอยู่ข้างนั้น

"มาถึงตรงนี้ใครเขาก็ชมพระอาทิตย์ตกกันทั้งนั้น เธอมัวมองฉันทำไม เด็กบ๊อง"

"ผมมีความสุข" ต้นน้ำตอบทั้งรอยยิ้มกว้าง คำว่าเด็กบ๊องของคุณป๋าทำให้เขาชอบใจ

"แค่พระอาทิตย์ตกก็มีความสุขแล้วหรือไง เลี้ยงง่ายจริงนะ"

กระต่ายน้อยถอนสายตาไปหาแสงสีทองสุดท้ายเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว กระชับเสื้อผ้าเข้าแนบลำตัว ทอดถอนลมหายใจอย่างพึงพอใจ

"สถานที่ก็ทำให้มีความสุขอยู่หรอก แต่ถ้าคนมาด้วยไม่ใช่คนนี้ ก็คงไม่มีความสุขมากเท่านี้"

ทำไมภูผาจะไม่รู้ว่า คนนี้ ที่ว่าหมายถึงใคร

มือสากยกขึ้นบีบจมูกโด่งรั้นด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู เจ้าตัวเล็กปากหวาน ภูผาได้ยินประโยคทำนองนี้จากกระต่ายน้อยมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ครั้งนี้บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงน่าฟังกว่าทุกที

ทั้งที่ไม่ได้จับมือหรือแตะเนื้อต้องตัวกัน คุณป๋าเพียงยืนสองมือล้วงกระเป๋าอยู่เคียงข้างต้นน้ำ ทั้งสองสายตาต่างมองไปข้างหน้าไร้จุดหมาย แต่กลับรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน ทำให้ลมหนาวพัดผ่านไม่มีผลใดๆ

พระอาทิตย์จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มรำไร

"ไปเดินตลาดนัดกันเถอะครับ"

"อืม"

เมื่อเดินเข้าสู่โซนร้านอาหารผู้คนก็หนาตามากยิ่งขึ้น ร้านรวงต่างๆ เรียงรายไปตลอดทาง ร้านแรกที่สะดุดตาคงเป็นปลาหมึกทอดตัวใหญ่ยักษ์ชื่อดัง ต้นน้ำไม่พลาดลากคุณเดินเข้าไปเซื้อ ในเมื่อป๋าเลือกตามใจต้นน้ำก็จะตักตวงให้เต็มที่!

คนหนึ่งแก้มตุ่ยเพราะอาหาร อีกคนคอยเดินตามหลบผู้คนและกันเจ้ากระต่ายน้อยไปด้วย จากที่ต่างฝ่ายต่างเดิน มือเล็กถูกฝ่ามือใหญ่กุมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเมื่อรู้ต้นน้ำก็ไม่คิดจะดึงคืนกลับมา

ต้นน้ำพาคุณป๋าเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ อาหารคุ้นตาบ้างแปลกตาบ้าง บางร้านอร่อยถูกปาก บางร้านทำเอาคุณป๋าขมวดคิ้วมุ่น สำหรับต้นน้ำไม่มีอะไรสนุกไปกว่าให้คุณป๋าชิมอาหารแปลกๆ อีกแล้ว แต่ที่น่าชื่นใจที่สุดคือป๋าไม่เคยปฏิเสธอาหารที่ต้นน้ำป้อนเลยสักคำ กระต่ายน้อยก็ไม่ได้ใจร้ายป้อนอะไรซี้ซั๊ว เพราะเขาชิมก่อนทุกครั้ง

ทั้งที่อากาศเริ่มหนาวแต่เพราะผู้คนเดินเบียดกัน ต้นน้ำหันไปหาอีกครั้งก็เห็นเม็ดเหงื่อซึมตามไรผมคุณป๋าแล้ว ผ้าเช็ดหน้าผืนบางที่เตรียมมาจึงถูกใช้งาน เพราะรู้ว่าขี้ร้อน เพราะรู้ว่าจะได้ใช้

คุณป๋าเพียงยืนนิ่งให้กระต่ายน้อยซับใบหน้าท่ามกลางผู้คนมากมาย

ตลาดนัด....ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

วันนี้ต้นน้ำดื่มชานมไข่มุกเป็นแก้วที่สามแล้วตั้งแต่ลงจากรถมา โดยมีคุณป๋าดูดชิมไปเพียงสองสามที

"ถ้าปวดฉี่ตอนฉันกำลังทำ ห้ามเข้าห้องน้ำ ฉันจะรีดออกทุกหยาดหยดบนเตียง"

คำขู่ของคุณป๋าทำเอาปากเล็กปล่อยหลอดที่คาบไว้ออกทันควันด้วยความตระหนกตกใจ เพราะรู้ว่าคุณป๋าพูดได้ทำได้

"ป๋า...." แค่นึกภาพตามต้นน้ำก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความอับอายแล้ว

เอาเป็นว่าแก้วนี้เป็นแก้วสุดท้ายก็แล้วกัน

ร่างสูงส่ายหน้าระอาใจ โทษเจ้าตัวเล็กคนเดียวไม่ได้หรอก เป็นเขาที่ตามใจซื้อให้ทุกอย่างที่ปลายนิ้วกระต่ายน้อยชี้ ทำเอาเขาเองก็เจริญอาหารมากกว่าทุกที

เดินกินกันจนต้นน้ำเดินไม่ไหวแล้วนั่นแหละ คนกระตือรือร้นในทีแรกถึงได้งอแงขอกลับโรงแรมด้วยตัวเอง

กระต่ายขี้อ้อนซุกตัวเข้าหาอกเขาทันทีที่กลับขึ้นรถ ครรชิตสตาร์ทรออยู่แล้วอากาศด้านในจึงเย็นสบายไม่อึดอัด คนที่หลับมาทั้งบ่ายปรือตาลงพริ้มพร้อมหลับอีกครั้งอย่างยินดี

แต่เชื่อเถอะ คุณป๋าหาเรื่องรังแกเขาได้อีกตามเคย

 

 

 

 

50%

>>>>

ช่วงนี้อบอุ่นหัวใจไปก่อนเนอะ

ให้กระต่ายน้อยได้ตักตวงความสุขจากป๋าบ้าง

คุณป๋าก็มีมุมอ่อนโยนเหมือนกันน้า 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า

เมื่อวานแอบเบี้ยวไปหนึ่งวัน ขอโทษที่ให้คอยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว