facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 ก่อนแต่ง (nc25+)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ก่อนแต่ง (nc25+)

คำค้น : แอชตัน,แพรวา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.3k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2559 12:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ก่อนแต่ง (nc25+)
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ก่อนแต่ง (nc25+)

 

  กระดาษใบเล็กถูกส่งถึงมือลูคัสในเช้าวันต่อมา ใจความในกะดาษใบนั้นบอกถึงการเดินทางของลูกสาวคนเล็กว่าอยากจะไปฉลองความโสดส่งท้ายกับเพื่อนๆแล้วจะกลับมาอีกครั้งในวันเข้าพิธีแต่งงานร่างสูงใหญ่แบบชาวตะวันตกถอนหายใจอย่างแรงก่อนจะเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วยื่นกระดาษใบนั้นให้กับภรรยาสุดที่รักที่นั่งคอยเขาอยู่ในห้องอาหารได้อ่านข้อความจากลูกสาวคนเล็กที่เขียนฝากมากับเจ้าหน้าที่โรงแรมที่เข้าไปพักเมื่อคืน

คุณหญิงแพรพรรณอ่านข้อความในจดหมายแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดเอาแต่ใจของลูกสาวคนเล็กที่ถูกใครๆตามใจมาตั้งแต่เด็กแล้วจึงรีบต่อสายหาคุณหญิงสุชาดาเพื่อเตรียมงานแทนลูกสาวของตน

“ขอโทษด้วยนะสุ ที่ลูกแพรก่อเรื่องอีกแล้วแต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะพรรณจะตามตัวกลับมาให้ทันงานแต่งแน่นอน”

“งั้นก็ฝากพรรณด้วยนะจ๊ะ”

คุณหญิงสุชาดาวางสายจากเพื่อนรักแล้วรีบลุกจากที่นั่งตรงไปยังห้องนอนของชั้นบนที่มีลูกชายคนเดียวของเธอนอนอยู่ ร่างสมส่วนที่ยังคงสวยงามถึงแม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าแล้วก็ตามหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องนอนของแอชตันแล้วเคาะประตูแต่ก็ไร้วี่แวว

“มาธา ไปเอากุญแจสำรองมา”

“ค่ะ คุณหญิง”

แม่บ้านร่างตุ้ยนุ้ยรีบวิ่งกลับลงไปชั้นร่างตามคำสั่งเพื่อหยิบกุญแจสำรองของห้องพักต่างๆที่เก็บไว้ในห้องเก็บของก่อนจะรีบวิ่งกลับมาด้วยความเหนื่อยแล้วใช้กุญแจที่หยิบติดมือขึ้นมาไขประตูให้กับผู้เป็นนาย

“หน่อยย..พ่อตัวดี”

ห้องนอนที่ปิดทึบด้วยผ้าม่านเนื้อดีจนแสงอาทิตย์ภายนอกไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาด้านในได้จนมืดสนิทเหมือนกับตอนกลางคืนตลอดเวลากำลังถูกรบกวนด้วยการมาของใครคนหนึ่ง มือที่เริ่มมีริ้วรอยตามกาลเวลากระชากผ้าห่มหนาหนักขึ้นจนเห็นร่างใหญ่โตที่สวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม อากาศเย็นที่เข้ามาปะทะร่างกายทำให้ชายหนุ่มต้องควานหาความอบอุ่น

“มาธา เปิดผ้าม่านออกให้หมด ส่วนลูก...ลุกขึ้นมาคุยกับมัมเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นทำไมมันถึงเกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ขึ้นมาได้แอชตัน”

“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับมัมจะเกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง ผมออกจะทำตัวดีกลับมานอนที่บ้านแล้วก็กลับทันทีหลังจากไปส่งว่าที่ลูกสะใภ้มัมด้วย”

“นั่นแหละคือปัญหา ลูกพาน้องไปส่งที่ไหนแล้วทำอะไรน้องหรือเปล่า รู้ไหมว่าลูกแพรจะไม่กลับมาจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน”

แอชตันมองหน้ามารดาด้วยสายตานิ่งแต่ในใจกลับเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกๆ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาสับสนในความรู้สึกและสับสนในการรู้จักผู้หญิงทั้งที่เขาเชี่ยวชาญเรื่องแบบนี้ยิ่งกว่าอะไร ความรู้สึกแปลกๆนี้ตามก่อกวนเขาอยู่ตลอดเวลาจนนอนไม่หลับกว่าจะข่มตาหลับได้ท้องฟ้าก็สว่างเข้าไปแล้ว

“ผม..ผมก็ส่งเธอตามที่เธอบอกนะสิครับมัม แล้วลูกแพรเคยอยู่ติดบ้านนานซะที่ไหนผมก็เห็นเธอเป็นข่าวที่นั่นที่นี่ไปหมด”

“ในสถานการณ์ที่คุณหญิงแพรพรรณไม่สบายอย่างนี้ลูกแพรไม่มีทางไปไหนถ้าไม่เจอกับเรื่องที่ทำใจไม่ได้ถึงขนาดต้องทิ้งการดูแลแม่เพื่อไปอยู่ที่อื่นแบบนี้ ลูกพาน้องไปส่งที่ไหนแล้วทำอะไรน้องหรือเปล่าแอชตัน”คุณหญิงสุชาดาแทบจะตะโกนใส่หน้าลูกชายด้วยความโมโหถึงแม้อาการป่วยของแพรพรรณจะเป็นเรื่องโกหกแต่แพรวาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เธอไม่มีทางทิ้งมารดาที่กำลังป่วยออกไปเที่ยวที่ไหนแน่นอกจากว่าเมื่อคืนนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นสักอย่าง

ชายหนุ่มหลบตาไม่กล้าสบตากับสายตาจับผิดที่มองมา สมองที่เชื่องช้าเพราะขาดการพักผ่อนทำให้คิดอะไรไม่ออกแต่จะให้บอกความจริงก็คงไม่ดีนัก ชายหนุ่มจึงได้แต่ดึงผ้าห่มคืนจากมือของมารดาแล้วพันตัวเองไว้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

“ผมก็แค่พาเธอไปส่งที่โรงแรมบูตองค์หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเธอไปไหนหรือทำอะไรกับใครหรอกครับมัม มีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหมครับผมง่วง ออกจากห้องช่วยปิดประตูให้ผมด้วยขอบคุณครับ”

แอชตันใช้ผ้าห่มคลุมตัวเองจนมิดแล้วหันหลังให้กับมารดา คุณหญิงสุชาดาจึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วคิดในใจถึงพฤติกรรมที่แปลกไปของลูกชายที่หลบตาไม่กล้าสู้หน้าเธอแบบนี้

เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะถามต่อเพราะคนบางคนเอาแต่หลบหน้าซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ให้ถามคุณหญิงสุชาดาจึงเดินออกจากห้องพร้อมกับมาธาที่เปิดผ้าม่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ใครบางคนที่บอกกับมารดาว่าง่วงกลับลืมตามองความมืดใต้ผ้าห่มไม่มีความรู้สึกง่วงอย่างที่บอกกับคุณหญิงสุชาดาเลยสักนิด

หัวสมองของเขากำลังครุ่นคิดหาเหตุผลของการกระทำของตัวเองเมื่อคืนและทำความเข้าใจกับพฤติกรรมน่าสงสัยของว่าที่ภรรยา ฉายานางฟ้าคาสโนวี่ของเธอที่ได้มาคืออะไรในเมื่อเขามั่นใจว่าเมื่อคืนเป็นครั้งแรกของเธอ แต่เธอก็เดินกอดเอวผู้ชายหายเข้าไปในโรงแรมสองต่อสองหลังจากที่มีอะไรกับเขาหน้าตาเฉยยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนและโมโห แต่ที่สับสนและไม่เข้าใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือตัวเองที่เอาแต่คิดถึงเรือนกายหอมกรุ่นกับหน้าอกเต่งตึงคู่นั้นจนต้องวนรถกลับไปเห็นภาพบาดตา

ภาพบาดตา นี่แกบอกว่านั่นเป็นภาพบาดตาของแกเลยหรือไงวะ แกจะสนใจทำไมก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่จะมาเป็ภรรยาแล้วแกก็บอกว่าเป็นแค่ในนามต่างคนต่างอยู่ไงแล้วจะมีภาพบาดตาให้แกเห็นได้ยังไง คิดสิวะ

“อย่าให้เจอตัวนะ พ่อจะจับตีก้นซะให้เข็ดบังอาจมาทำให้ฉันวุ่นวายได้นะ แพรวา”

..........................................................................................................................

แพรวาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างความรู้สึกวูบวาบยังคงแล่นไปทั่วร่างเมื่อคิดถึงภาพคืนนั้นเกือบอาทิตย์แล้วที่เธอหนีมาพักที่นี่กับเอกพลและฟ้าพราว เมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแต่ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติที่บริสุทธิ์ความสวยงามร่มรื่นของพรรณไม้ต่างๆรอบที่พักที่สามารถมองเห็นภูเขาฟูจิได้อย่างเต็มตา

รีสอร์ทที่เธอพักอาศัยอยู่นี้สร้างขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีธรรมชาติงดงามและยังคงอุดมสมบูรณ์เหมือนกับยี่สิบปีก่อนไม่มีผิดทั้งทะเลสาบและบ่อน้ำพุร้อนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้เธอเลือกที่จะเดินทางมาพักผ่อนที่นี่มากกว่าจะเป็นประเทศอื่นๆ

“ลูกแพร แกจะนั่งอยู่ในสภาพนี้อีกนานไหม นี่แกเป็นแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะถ้าคราวนี้แกไม่เล่าให้ฉันฟังอีกละก็ฉันจะพาลูกกลับบ้านแล้วนะ”

“ตีตี้ ฉัน...ฉันขอโทษ” แพรวากอดร่างแข็งแกร่งของเอกพลไว้แน่น

“แกพร้อมจะเล่าให้ฉันฟังได้หรือยัง”

แพรวามองหน้าเพื่อนสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนเรื่องราวทั้งหมดจะถูกเล่าออกมาทั้งหมดตั้งแต่เรื่องแต่งงานเพื่อช่วยครอบครัวมาจนถึงเรื่องคืนนั้น เธอและเอกพลเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันที่สุดเธอไม่เคยมีความลับปิดบังหรือซ่อนเร้นกับเพื่อนคนนี้แม้แต่น้อย

“แล้วแกจะเศร้าทำไม กะอีแค่เสียตัวให้สามีตัวเองเนี้ย”

“เขายังไม่ใช่สามีฉันสักหน่อยนะ”

“อีกกี่วันละคะนับบ้างไหม ไม่ได้วันนี้พรุ่งนี้ก็ต้องได้กันละค่ะทำเป็นมานั่งเสียใจไอ้เราก็นึกว่าเรื่องอะไร เธอก็รู้สึกกับเขาใช่ไหมละไม่งั้นเธอคงกลับบ้านไปโวยวายขอยกเลิกงานแต่งงานไปแล้วไม่มานั่งบื้อ คิดมากรอเวลาเข้าพิธีแบบนี้หรอก”

“เปล่าสักหน่อยนะ”

“ยะ..ฉันเชื่อตายละ ได้ส่องกระจกไหมตอนที่ตอบฉันนะหน้าแกมันฟ้องซะขนาดนั้น เอาเถอะฉันว่านะลูกแพรแกอย่ามานั่งคิดอะไรบ้าๆอยู่แบบนี้เลยนะ เรามาหาอะไรทำสนุกๆดีกว่า”

“อะไร” แพรวาเงยหน้ามองเอกพลที่เดินยิ้มไปยืนข้างหน้าต่างตรงที่เธอนั่งเมื่อกี้ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยสายตาระยิบระยับ

“ยังใช้บริการยัยเฟอร์ร่าอยู่ไหม”

............................................................................................................................

ชายหนุ่มไม่อยากจะโกรธแต่ทำไมเขาถึงโกรธก็ไม่รู้เมื่อเห็นภาพข่าวการควงแขนกระหนุงกระหนิงของว่าที่ภรรยาของตนกับหนุ่มหล่อติดคนหนึ่งพร้อมกับจูงแขนเด็กตัวเล็กๆราวกับครอบครัวสุขสันต์กำลัง  ช็อปปิ้งกันในแหล่งแฟชั่นของประเทศญี่ปุ่น เขารู้ว่าไม่มีสิทธิ์หึงหวงเธอเพราะเขาไม่เคยประกาศให้ใครรู้ว่าเจ้าสาวของเขาเป็นใคร ทั้งที่สื่อก็พยายามถามและหาข่าวของเขาตลอดเวลาแต่ตอนนี้...

อะไรนะ หึงหวง นี่แกหึงหวงผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอแอชตัน บ้าไปแล้ว

แอชตันนิ่งเงียบทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเสียงพูดคุยของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้จนกระทั่งเห็นม่านสีแดงเข้มหนาด้านนอกขยับเขาก็แทบจะต้องกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น

“ดิฉันขอตัวออกไปดูแลลูกค้าหน้าร้านก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรก็กดปุ่มเรียกได้เชิญตามสบายค่ะห้องนี้เป็นห้องวีไอพีไม่มีใครเข้ามาอย่างแน่นอนค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินค่อยๆเดินห่างออกไปแล้วปิดประตู ม่านหนาหนักสีแดงถูกเลื่อนปิดลงทันทีที่เจ้าหน้าที่สาวคนนั้นเดินออกจากห้อง แอชตันรู้สึกได้แรงกระเพื่อมตรงผ้าม่านที่กั้นระหว่างเขากับคนที่อยู่ที่ฟากหนึ่งของห้องเล็กๆนี่ได้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น ชายหนุ่มได้ยินเสียงคลุกคลักอยู่สักครู่ก่อนจะเงียบไป

พรึ่บ!

เสียงชุดเดรสสีดำเลื่อมหลุดลงมากองอยู่ตรงข้อเท้าบางอีกฟากของผ้าม่านมันทำให้ใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งแรงขึ้นไปอีกจนเขาได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตัวเองจนแทบจะเต้นตามได้ ภาพในวันนั้นวิ่งผ่านเข้ามาในหัวของเขาในทันที ความหอมเนียนนุ่มลื่นที่เคยได้สัมผัสความเต่งตึงที่ได้ลิ้มรสไหลทะลักเข้ามาในสมองส่งผลให้บางสิ่งบางอย่างที่นอนสงบนิ่งตื่นขึ้นมาในทันที

แพรวาถอดชุดเดรสของตัวเองออกทันทีที่ในห้องเหลือเธอเพียงลำพัง ความอึดอัดของชุดเดรสที่รัดรูปทำให้ร่างขาวเนียนในชุดทูพีชต้องยืนสูดอากาศหายใจอีกสักพักกว่าจะเอื้อมมือไปหยิบชุดเจ้าสาวที่แขวนรอให้เธอกลับมาสวมใส่อย่างสมบูรณ์ แต่เพราะชุดเจ้าสาวของเธอเป็นชุดที่มีราคาแพงทางร้านจึงใช้วิธีพาดไว้กับราวผ้าม่านในห้องลองทำให้แพรวาเอาชุดลงมาไม่ถึง

“จะเอาไว้ทำไมสูงนักหนานะ ฉันต้องใส่ชุดนั่นกลับออกไปเอาบันไดปีนขึ้นไปหยิบหรือไง”

แพรวายืนมองชุดเจ้าสาวของตัวเองแล้วก็ได้แต่บ่นโดยไม่รู้ว่าตัวมีใครบางคนเดินออกมาจากผ้าม่านลองชุดด้านข้างแล้วเอื้อมมือจะหยิบชุดให้กับเธอ

“ขอบคุณค่ะ...กรี๊..อุ๊บ”

กว่าจะคิดได้ว่าในห้องควรมีแต่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นก็ในตอนที่เผลอพูดคำขอบคุณออกไปแล้ว ความกลัวแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อตอนนี้เธออยู่ในสภาพเกือบเปลือยทั้งตัวมีเพียงบราสีดำกับแพนตี้ตัวน้อยเท่านั้นที่ใช้ปกปิดร่างกาย แผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับหน้าอกกว้างของใครหนึ่งโดยที่มือข้างหนึ่งของเขาปิดปากเธอไว้ส่วนอีกข้างอยู่ที่เอวของเธอ เสียงลมหายใจที่สูดกลิ่นกายของเธอจากด้านหลังทำให้ขนอ่อนในกายของเธอลุกชัน มือเล็กของเธอพยายามแกะมือทั้งสองข้างของเขาแต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อมันรัดแน่นขึ้นจนน่ากลัว

แพรวาพยายามคิดหาวิธีร้องขอความช่วยเหลือแต่มันก็ยากเต็มที ด้วยแรงที่น้อยนิดจนไม่สามารถแม้แต่จะแกะมือเพียงข้างเดียวที่ปิดปากของเธอได้ทำให้แพรวามองไม่เห็นหนทางที่จะรอดแม้แต่จะออกไปกดปุ่มเรียกพนักงานด้านนอกก็ยากเต็มที ห้องนี้จะไม่มีใครเข้ามาจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายออกไปจากที่นี่เองนั่นหมายถึงเธออาจจะต้องตกเป็นเหยื่อของโรคจิตที่แอบซ่อนตัวอยู่ในนี้โดยไม่มีใครรู้ ความกลัวของเธอเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เอวด้านหลัง ตัวของแพรวาเริ่มสั่นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความกลัว ร่างของเธอถูกยกให้ลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยแล้วถอยไปยังหลังม่านที่ผู้ชายคนนี้เคยซ่อนตัวอยู่

“ร้องทำไม ชอบไม่ใช่เหรอที่มีผู้ชายมาบริการให้ถึงที่”

เสียงที่จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใครดังขึ้นข้างหู แพรวากรีดร้องทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางดังไปกว่าเสียงอู้อี้ที่อยู่ในลำคอ เท้าเล็กที่ลอยจากพื้นเริ่มออกแรงดิ้นกับเล็บมือที่ออกแรงข่วนก็ไม่ทำให้คนที่กอดรัดจากด้านหลังผ่อนแรงลงแม้แต่น้อย ร่างของเธอถูกวางให้คุกเข่าลงบนเก้าอี้บุนวมสีแดงตัวใหญ่หันหน้าเข้ากับผนังสีครีมตามด้วยร่างหนาหนักที่ทาบทับทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาบนตัวของเธอ

“อื้อ อื้อ..”

แอชตันเลือกที่จะวางแผนมาลองชุดแต่งงานในวันนี้เพราะต้องลองชุดพร้อมกับว่าที่เจ้าสาวที่หลบหน้าเขาไปหลายอาทิตย์ แต่เหมือนแผนครั้งนี้กำลังจะล้มไม่เป็นท่าเพราะเขากำลังจะขาดสติ

“จุ๊ จุ๊ ไม่เอาน่าเดี๋ยวใครได้ยิน”

ริมฝีปากร้อนลากไล้ลงมาตามแผ่นหลังสร้างความรู้สึกวาบหวามให้กับคนใต้ร่างจนร้อนไปหมด ความกลัวก่อนหน้านี้จางหายแทนที่ด้วยความรู้สึกเร่าร้อนจนร่างกายบิดมวน ความเชี่ยวชาญของเขาทำให้ตะขอบราหลุดออกจากกันอย่างง่ายดายเพียงแค่ใช้ฟันสะกิด

อกอวบเต่งตึงดีดผึ่งออกจากบราคู่สวยทันทีที่เป็นอิสระ มือเล็กรีบคว้าหน้าอกของตัวเองไว้ได้ทันก่อนที่บราด้านหน้าจะหลุดแต่ความต้องการของชายหนุ่มยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้นเมื่อมือข้างที่กอดเอวของเธอเลื่อนต่ำลงแล้วมุดหายเข้าไปในกางเกงในตัวจิ๋ว ความแรงของนิ้วแทรกกลางรอยแยกจนสัมผัสได้ถึงความชุ่มเปียก

“อื้ออ..”  

เสียงครวญครางในลำคอดังขึ้นเมื่อนิ้วใหญ่ออกแรงถูไถแล้วจมหายเข้าไปในโพรงสวาท แอชตันขยับนิ้วจนร่างบางส่ายสะโพกไปมาด้วยความซ่านสยิว สติของแพรวาขาดผึ่งสมองขาวโพลนในทันทีเมื่อความเร่าร้อนแทรกผ่านเข้ามาในร่างกายของเธอความคิดที่จะหนีเอาตัวรอดถูกดึงออกจากหัวแทนที่ด้วยความขาวสะอาดราวกับกระดาษเปล่าไร้การขีดเขียน

ร่างกายของแพรวาอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อมือเล็กท้าวแขนกับผนังห้องปล่อยให้บราตัวสวยหลุดจากร่างลงไปกองอยู่ที่เบาะนั่งอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกเร่าร้อนและปรารถนาจากส่วนลึกดึงเธอให้ดำดิ่งไปกับรสสวาทหอมหวานที่แผดเผาร่างกายจนร้อนระอุรอเวลาปลดปล่อยที่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“อื้อออ...”

เสียงกรีดร้องและแรงบีบรัดทำให้แอชตันผละจากช่องทางรักแล้วรูดชั้นในตัวบางของแพรวาลงไปคาอยู่ที่หน้าขาทั้งสองข้าง มือใหญ่ปลดพันธนาการของตัวเองให้เป็นอิสระอย่างรวดเร็วดึงความแข็งร้อนที่ปราศจากสิ่งขวางกั้นออกมาสัมผัสบั้นท้ายสั่นระริกด้วยความต้องการมากล้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ซี๊ดด..โอ้วว/อื้ออ..”

แอชตันกัดกรามแน่นเมื่อเผลอครางลั่นเพราะความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาจนแทบจะเสร็จทันทีเมื่อเข้าไปได้ถึงเพียงแค่ครึ่งทาง ชายหนุ่มกัดฟันดันแท่งร้อนของตัวเองเข้าไปจนสุดก่อนจะเริ่มขยับตัวเล็กน้อยแล้วเพิ่มความเร็วของสะโพกโหมกระหน่ำความใหญ่โตเข้าออกด้านในจนสุด

ร่างกายของเธอร้อนไปหมดเมื่อความร้อนครั้งแรกยังไม่ทันจางหายก็ถูกเติมเชื้อไฟเข้ามาใหม่ ความเร่าร้อนรุนแรงลุกโชนไปทั่วร่างจนต้องจิกเล็บทั้งสิบลงบนแขนของชายหนุ่ม ความร้อนที่ต้องการปลดปล่อยทำให้แพรวาต้องแหงนหงายแอ่นกายให้แอชตันจ้วงแทงได้อย่างสะดวกโดยไม่รู้ตัว บั้นท้ายของเธอคงแดงช้ำไปหมดเพราะแรงกระแทกไม่มีหยุดยั้งของชายหนุ่มที่จ้วงแทงอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

“ไม่ไหวแล้วลูกแพร...อ่า”

แอชตันกระซิบข้างหูก่อนจะจ้วงแทงเธอไม่ยั้งอย่างรวดเร็วจนแพรวาต้องกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสม ชายหนุ่มซบหน้ากับแผ่นหลังชุ่มเหงื่อเกร็งร่างหลั่งรดของเหลวร้อนเข้าสู่ภายในตามหลังแพรวาไปติดๆ

ชายหนุ่มปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระ ไม่มีเสียงพูดคุยหรือต่อว่าจากใครนอกจากเสียงลมหายใจหอบของคนทั้งคู่ แอชตันพลิกกายตัวเองนั่งลงแล้วดึงร่างของแพรวาให้นั่งตาม ความเหนื่อยอ่อนทำให้แพรวาไม่มีแรงต่อขัดขืนจึงปล่อยตัวเองให้อยู่ในสภาพนั้นโดยไม่ต่อสู้

 “ให้ผมถอดไหมละ” แอชตันถามแพรวาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรในเมื่อตอนนี้ร่างกายของเธอกับเขายังเชื่อมกันอยู่แล้วส่วนนั้นของเขายังคงใหญ่โตและแข็งตัวพร้อมที่จะขยับตัวอีกครั้งอยู่ตลอดเวลา

“ถอดสิถามได้”

“ไม่อยากได้อีกสักรอบเหรอครับคุณว่าที่ภรรยา”

แพรวาฝืนร่างกายลุกขึ้นยืนทันที ร่างเล็กหันกลับมาจ้องชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มือเรียวเลื่อนลงไปรูดกางเกงชั้นในที่คาอยู่ตรงหน้าขาขึ้นก่อนจะหยิบบราตัวสวยที่หล่นอยู่ที่เบาะขึ้นมาสวมแล้วเดินหายออกไปยังอีกฝั่งของผ้าม่านสองเท้าเล็กรีบวิ่งออกจากห้องนี้ไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย”

แอชตันพูดได้แค่นั้นก็ต้องรีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองที่ถอดเพียงไม่กี่ชิ้นขึ้นมาสวมโดยไม่ลืมหยิบชุดเดรสสีดำเลื่อมที่ยังคงกองอยู่ที่พื้นติดมือมาด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะรีบวิ่งตามว่าที่เจ้าสาวที่วิ่งออกจากห้องไปในสภาพที่แทบจะไม่สวมอะไรติดตัวด้วยความรีบร้อน

“ลูกแพร ลูกแพร” แอชตันตะโกนชื่อแพรวาเสียงดังจนผู้คนในร้านหันมองมาที่เขาจนหมดแต่ไม่มีวี่แววของแพรวาแม้แต่น้อย “คุณลิลลี่เห็นลูกแพรไหม”

“ก็อยู่ในห้องลองชุดกับคุณไงคะ”

“แต่เธอวิ่งออกมาแล้วนะในชุด...”

“ชุดอะไรคะ” ลิลลี่มองหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัยเธอยังไม่เห็นวี่แววของแพรวาออกมาจากห้องนั้นแม้แต่น้อย

“หรือว่า...” แอชตันเดินกลับเข้าไปที่ห้องที่ใช้เป็นที่ลองชุดของกับแพรวาอีกครั้งแต่กลับเพียงความว่างเปล่า

แพรวารีบวิ่งกลับไปที่รถของตัวเองที่ลานจอดรถ ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อต้องใส่ชุดเจ้าสาวของตัวเองแล้วแอบหนีออกมาทางประตูหลังร้านแล้วถูกมองด้วยสายตาแปลกประหลาดจากผู้คนที่ผ่านไปมาตลอดระหว่างที่เดินมาถึงที่นี่

มือเล็กรีบควานหากุญแจรถด้วยความเร่งรีบแต่เหมือนยิ่งรีบก็เหมือนจะยิ่งช้าในเมื่อควานหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนกลัวว่าคนที่เธอหนีมาจะตามมาทันและก็เป็นไปตามคาดเมื่อร่างสูงใหญ่ของแอชตันเดินออกจากห้องเสื้อชุดแต่งงานเดินตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ แพรวาเทสิ่งของทุกอย่างในกระเป๋าลงกับพื้นแต่ก็ยังไม่พบสิ่งที่ตามหา

“หานี่อยู่เหรอ”

กุญแจรถของเธอไปอยู่ในมือของชายหนุ่มได้อย่างไรในเมื่อเธอจำได้ว่าเก็บมันไว้ในกระเป๋าถือของตัวเองเป็นอย่างดี หรือจะเป็นตอนที่เธอเปลี่ยนชุดแล้วมือดันไปปัดกระเป๋าของตัวเองจนล้มคว่ำแล้วของในกระเป๋าก็หล่นออกมากองข้างนอกจนหมด

“เอาคืนมา”

“ชุดสวยนะ” เขาหมายถึงตามนั้นจริงๆชุดนี้เมื่ออยู่บนตัวของเธอแล้วสวยยิ่งกว่าตอนที่แขวนไว้หลายเท่า

“เอากุญแจรถฉันคืนมา”

“อยากได้คงต้องมาเอาคืนเอง” แอชตันเดินกลับไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลก่อนจะเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งรอด้วยความสบายใจว่าแพรวาคงจะตามมาเอากุญแจรถของเธอคืนในนี้แน่ๆ

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิดเมื่อแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งมาจอดหน้าร้านเพื่อส่งผู้โดยสารแพรวารีบเก็บของที่กระจายเกลือนกลาดแล้วกระโดดขึ้นแท็กซี่ออกจากที่นั่นไปทันที

“อะไรวะ...พรุ่งนี้คุณหนีไปไม่รอดแน่แพรวา”

 

*** เป็นกำลังใจให้รักลดาด้วยนะคะ 

 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว