ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

NUMBER 2 Smell of pheromone part 3 *End*

ชื่อตอน : NUMBER 2 Smell of pheromone part 3 *End*

คำค้น : สมุทร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
NUMBER 2 Smell of pheromone part 3 *End*
แบบอักษร

NUMBER 2 Smell of pheromone part 3 

               ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีเรื่องทำให้ผมเครียดมากกว่าผลการสอบที่ตกต่ำของผมลง ผมไม่รู้ว่าผมใช้ชีวิตผ่านม.ห้ามาได้ยังไงโดยที่โดนลวนลามในที่สาธารณะบ่อยจนผมไม่กล้าออกไปไหน จากที่เคยเที่ยวอย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้ง โรงหนัง ฟังเพลง เดินห้าง หรือคาราโอเกะกับเพื่อน แต่ผมเปล่า...ผมกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ในห้องของผม โดยมีแค่เกมและหนังสือเป็นเพื่อน

               ในสถานที่สาธารณะที่ผู้คนแออัด ผมจะกลายเป็นจุดสนใจและง่ายต่อการถูกลวนลาม โดยเฉพาะตาลุงแก่ๆรุ่นพ่อผม ผมเลี่ยงการออกไปข้างนอกและขึ้นรถส่วนตัวแทน บวกกับความรุงโรจน์ในอาชีพการงานของพ่อด้วย ผมก็เลยมีทุนไว้ใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง

               ผมโพสต์รูปตัวเองผมยุ่ง ปากคาบแปรงสีฟันในสภาพหน้าสดเพิ่งตื่นลงโซเชียล แค่ไม่กี่นาทียอดไลก์ก็พุ่งเกินห้าร้อย ด้วยความน่ารักของหนุ่มแว่นอย่างผมมันถูกใจเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ในโซเชียล อย่างน้อยตัวเลขพวกนี้ก็ทำให้ผมยิ้มได้บ้างก่อนจะบ้าตายในห้องนอนตัวเอง

               “ฮวู่วว...วันนี้ร้อนชะมัดเลย”

               ผมปาดเหงื่อจากหน้าผาก มือเลิกเสื้อกล้ามขึ้นเกาพุง ถึงผมจะไม่ได้มีพุงก็เถอะ ขาก้าวไปเปิดหน้าต่างห้องเพื่อให้อากาศถ่ายเทก่อนหางตาจะสะดุดกับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก

               ผมเอียงคอมองเงาสะท้อนของตัวเองด้วยความสงสัย เอาจริงๆผมไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเป็นจุดสนใจขนาดนั้น

               “ก็หล่อนี่หว๋า”

               ผมใช้สองมือแนบกับแก้มตัวเอง ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ทำปากจู๋กับตัวเอง อย่าหาว่าผมเล่นอะไรไร้สาระเลยนะ กูว่าทุกคนต้องเคยเล่นหน้าตัวเองหน้ากระจก

               “หรือเพราะว่าเตี้ยไป?”

               ผมว่าส่วนสูงอาจจะมีส่วน ผมขยับเท้าออกห่างจากกระจกเพื่อให้เห็นทั้งตัวของตัวเอง ผมว่าผมสูงตั้งร้อยเจ็ดสิบเลยนะ ไม่มีทางที่ผมจะดูน่าขย้ำเพราะความสูงแน่ ผมตัดข้อนี้ทิ้งไปตอนหันหลังให้กระจก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อยกเสื้อกล้ามขึ้นเหนือสะโพกเผยให้เห็นเอวคอดและก้อนกลม

               “นี้กูตูดใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!?”

               ผมใช้มือขยำก้นตัวเอง สะโพกของผมผายออกอย่างกับผู้หญิงที่กำลังมีลูก ยิ่งหันหลังใส่กระจกแล้วเห็นก้อนเนื้อที่ติดตัวตลอดแต่ไม่เคยรับรู้ว่ามันใหญ่ขึ้นขนาดนี้ ม่านตาผมก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ นี้มันเป็นผลมาจากการถูกขยำขยี้แก้มก้นบ่อยๆแน่

               ผมว่านี้แหละคือปัญหาของผม ผมว่าเพราะผมตูดใหญ่ไปมันเลยทำให้ผมกลายเป็นที่ต้องตาต้องใจชายได้ขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมว่าไม่น่าใช้ทั้งหมด ผมหมุนซ้ายหมุนขวา รู้สึกว่าหน้าอกตัวเองมันเจ็บๆ มือเลยเลิกเสื้อขึ้นดูหน้าอกตัวเองที่มัน...เริ่มนูนขึ้นเหมือนกับสาวน้อยที่กำลังน้ำตั้งเต้า

               “ไอ้เหี้ย นี้อะไรวะเนี่ย?”

               ผมก้มมองหัวนมสีชมพูที่มันแข็งตึงเมื่อลมเย็นโกรกผ่าน มือแตะเบาๆที่หัวนมอย่างข้องใจ แต่ว่า...แค่ผมมีหัวนมน่าจับกับตูดที่มันจับได้เต็มไม้เต็มมือ มันทำให้คนอื่นๆมองผมเป็นเครื่องระบายทางเพศได้เลยเหรอ?

               ...เพราะฟีโรโมนของมึงไงไอ้สมุทร... 

               ถึงมันจะพูดอย่างนั้นผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันหมายถึงอะไร คำพูดที่ไอ้นทีมันบอกกับผมนั้นไม่ช่วยไขข้อสงสัยของผมเท่าไหร่ หลังจากถูกกระทำชำเราจนกลายเป็นเรื่องปกติที่ผมต้องระวังตัวไปแล้วในตอนนี้ ทำให้ผมเริ่มทำตัวปกติไม่ได้ โรงเรียนชายล้วนที่ผมต้องไปเรียนทุกวัน ในบรรยากาศรอบตัวที่ทุกคนจ้องแต่จะจับผมกิน

               ไม่อยากจะคิดเลยว่าพอเปิดเทอมแล้วจะเป็นยังไง ผมจะกลายเป็นรุ่นพี่ที่น่าเคารพ...หรือจะกลายเป็นรุ่นพี่ที่ทุกคนลอบมองตูดเวลาเดินไปไหนมาไหนกันนะ นึกถึงตอนที่มองพี่ไอซ์ ผู้ชายที่น่าโดนเอาที่สุดเลย ตอนนี้ผมกลับเป็นผู้ชายที่น่าโดนเอาแทนพี่เขาไปแล้ว

               “ฟีโรโมนที่ว่านี้มันเป็นยังไงวะ?”

               ผมดึงเสื้อตัวเองลงปกปิดยอดอกของตัวเอง หันซ้ายแลขวาอยู่หลายรอบกระทั่งคุกเข่าลงตรงหน้ากระจก หรือเพราะทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา มันไปกระตุ้นฟีโรโมนเพศผู้ของคนที่กระทำชำเราผม เอาจริงๆสีหน้าของครูตอนที่ข่มขืนผมไม่ได้ดูวางแผนมาก่อนเหมือนคนอื่น

               เขาเหมือนขาดสติไปชั่วครู่ เอาแต่ดมกลิ่นของผม... พอคิดได้แบบนั้นผมก็ก้มดมตัวเองฟุดฟิด ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย กลิ่นตัวผมก็ปกติ

               “หรือว่าเพราะกูดมตัวเองเลยไม่ได้กลิ่นวะ?”

               ผมยังสงสัยในเรื่องฟีโรโมนที่ไอ้นทีพูดถึง มือหยิบเอาอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกมาเสิร์ชหาคำว่าฟีโรโมนบนอินเตอร์เน็ต

           ...เป็นสารเคมีที่หลั่งหรือขับออกมาแล้วกระตุ้นการตอบสนองทางสังคมในสปีชีส์เดียวกัน... 

               การตอบสนองทางสังคม? แบบไหน? หมายถึงการเข้าสังคมเหรอ? ผมไม่ได้โง่หรอกนะ แต่ผมไม่สามารถเข้าใจได้ว่าประโยคนี้มันแปลว่าอะไร

               ...ฟีโรโมนเป็นสารเคมีซึ่งสามารถออกฤทธิ์นอกร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่หลั่งออกมาแล้วมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่รับเข้าไป... 

               ถ้าฟีโรโมนหมายถึงสารคัดหลั่งที่ออกมาจากร่างกาย ถ้างั้น ฟีโรโมนของผมคือกลิ่นเหรอ? อ่า จะว่าไป ที่อาจารย์เขาปล้ำผม เขาก็บอกกับผมนี่น่าว่ากลิ่นผมมันหอมทั้งๆที่ตัวผมมีแต่เหงื่อ งั้นไอ้กลิ่นเหงื่อของผมก็ทำให้หลั่งฟีโรโมนออกมาสินะ  

               แล้วสำหรับคนที่รับฟีโรโมนนั้นเข้าไป...ก็จะทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งลืมตัว แล้วก็พุ่งเข้าหาผมเหมือนที่ครูเกล้าทำงั้นเหรอ? นี้มันไร้สาระเกินไปหน่อยไหม? คนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมาได้รุนแรงขนาดที่มอมเมาคนที่มีวุฒิภาวะสูงเป็นถึงอาจารย์ได้เลยเหรอ? 

               “ยังไงกูก็ไม่เชื่อ!! ฟีโรโมนอะไรนั้น ไม่มีอยู่จริงหรอก!” 

               ผมยังมั่นใจหนักแน่นว่าที่เกิดเรื่องระยำนั้นกับผมไม่ใช่เพราะร่างกายผมผิดปกติ แต่เป็นเพราะพวกเหี้ยนั้นต่างหากที่จิตใจไม่ปกติ ผมก็แค่ผู้ชาย มีไอ้สมุทรน้อยห้อยโถงเถงอยู่นี้ ถ้าผมน่ารักตัวเล็กๆแบบพี่ไอซ์ก็ว่าไปอย่าง ตัวขาวๆ เอวคอดๆ ปากกระจับน่าจูบ 

               “ซี้ดดดด” 

               อ่า ด้วยจินตนาการอันล้ำเลิศของผม ทำให้ไอ้สมุทรน้อยมันเริ่มกระตุกภายใต้กางเกง ก็พี่ไอซ์เขายั่วจริงๆนี่หว๋า แค่ขยิบตานิดเดียวผู้ชายก็วิ่งเข้าหากันตรึม และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น  

               หมับ 

               ช่วยไม่ได้ ผมจะขอจินตนาการตอนที่ผมได้สัมผัสพี่ไอซ์แล้วช่วยตัวเองสักหน่อยแล้วกัน ผมคิดแบบนั้นแล้วล้วงมือเข้าใต้กางเกง มือบดคลึงแก่นกายให้เริ่มแข็งตึงเบามือ ขยับปลายนิ้วสะกิดที่ส่วนหัวเพียงเล็กน้อยผมก็หลุดเสียงครางออกมา 

               ความหวาบวามที่ผมสร้างสรรค์ด้วยมือตัวเองนั้นทำให้ผมรู้สึกว่ากางเกงของผมมันเกะกะ ผมถอดมันออกแล้วอ้าขาออกขณะที่นั่งอยู่กับพื้นพรมตรงหน้ากระจกเงา ก็น่าอายอยู่หรอกตอนทำเรื่องแบบนี้ตอนกลางวันแซกๆ แต่ผมห้ามมือที่ขยับรูดรั้งแก่นกายตัวเองไม่ได้จริงๆ 

               แม่ก็ไม่อยู่ พ่อก็ไปทำงาน เรื่องแบบนี้ต้องทำตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้านนี้แหละ ผมสบายที่สุดแล้ว ผมเอนกายพิงขอบเตียงยามใช้มืออีกข้างคลึงลูกบอลใต้แก่นกาย  

               “อึ่ก อือออ” 

               ผมส่งเสียงฮึมฮัมให้เบาที่สุดยามความเสียวมันเริ่มมารวมกันอยู่ที่ท้องน้อย ภาพในหัวของผมคือริมฝีปากกระจับของพี่ไอซ์ที่กำลังครอบอยู่บนแก่นกายของผม ทำเสียงจ๊วบจ๊วบพร้อมดูดแก่นกายของผมเป็นจังหวะ 

               “ซี้ดดด สุดยอดเลย อาห์...” 

               ฟึ่บๆๆ 

               ผมทำร้ายตัวเองด้วยวิธีนี้ รูดรั้งแก่นกายจนมันเริ่มหลั่งน้ำสีใสออกมาจากส่วนปลาย แน่นอนว่าผมไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยิ่งผมใช้ฝ่ามือถูๆกับส่วนปลายที่ฉ่ำน้ำแล้ว ผมจะยิ่งเสียวจนต้องเกร็งปลายเท้า ความวูบวาบที่ผมคิดซะว่ามือนี้คือมือพี่ไอซ์ในวันนั้น 

           ...สมุทร มึงน่าเอามาก... 

               กึก 

               ผมกัดปากตัวเอง ม่านตาเบิกโพล่งเมื่อจู่ๆเสียงไอ้นทีก็ผุดเข้ามาในสมอง แน่นอนว่าผมไม่ได้หยุดมือที่ชักรูดแก่นกายตัวเอง ร่างของผมไหลลงไปเรื่อยจนแทบจะนอนราบกับพื้น ดวงตาเพดานที่คุ้นเคยขณะที่เสียงในหัวมันเปลี่ยนไป 

               หมับ 

               มือของไอ้นทีที่ลูบไปตามหน้าอกของผมมันทำให้ผมหวาบวามได้ไม่แพ้การแตะต้องแค่แก่นกายหรือลูกบอลคู่ใจ ผมเริ่มลูบไปตามแผงอกตัวเองด้วย จำสัมผัสตอนที่ถูกเขี่ยเม็ดสีกลางหน้าอกได้เป็นอย่างดี มันเสียว... 

               ฟึ่บๆ 

               “อ๊าห์..” นี้ผมคงจะบ้าไปแล้ว เพราะผมกำลังเล่นกับหัวนมตัวเองขณะที่กำลังชักรูดแก่นกายตัวเองเพื่อสนองตัณหา แต่นี้มันเสียวจนผมเร่งจังหวะรูดชักให้เร็วขึ้น ทั้งๆที่สะกิดที่หัวนมแต่ผมกลับรู้สึกเสียวที่หน้าท้องจนจังหวะการหายใจเปลี่ยนไป 

               ผมจำได้ดีว่าเวลาที่ถูกสอดใส่...มันเป็นยังไง  

“แฮ่กๆ...อาห์...” 

               ผมอ้าปากฮุบอากาศเข้าปอดแทบไม่ทันเมื่อปลายนิ้วของผมมันลื่นไปเสียไกล กดเข้าที่ปากทางเข้าที่เคยถูกกระทำมาหลายต่อหลายครั้ง ผมรู้สึกได้ว่ามันกำลังขมิบถี่ ข้างในมันตอดรัดตุบๆราวกับกำลังรอให้อะไรมาเติมเต็ม ผมเข้าใจนะว่าเป็นผู้ชายจะเล่นกับก้นตัวเองไม่ได้ แต่แรงปรารถนาของผมกลับมากกว่า 

               สวบ 

               ผมกดปลายนิ้วชี้ลงบนปากทางเข้าแผ่วเบา แค่ผ่านช่วงปากทางเข้าไปได้ช่องทางของผมก็หดเกร็งและตอดรัดปลายนิ้วตัวเองเป็นจังหวะ 

               “ไอ้เหี้ย...เสียวสัด” 

               ผมกดปลายนิ้วเข้าไปลึกกว่าเดิมยามที่ยังขยับรูดรั้งข้างหน้าไปพร้อมๆกัน ยิ่งเข้าลึก ข้างหน้าของผมก็ยิ่งกระตุกสู้มือผมไปด้วย ความรู้สึกที่แตกต่างจากเวลาที่ผมช่วยตัวเองก่อนหน้านี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งค้นพบอะไรสนุกๆ  

               ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ 

               ผมคงจะบ้าไปแล้วจริงๆตอนที่เริ่มขยับนิ้วชี้เข้าออกเป็นจังหวะเชื่องช้า แก่นกายของผมหลั่งน้ำออกมาเยอะกว่าเดิมเมื่อผมสอดนิ้วเข้าไปลึกและเริ่มขยับปลายนิ้วภายในช่องทางของตัวเอง 

               “อ๊าห์ สัด เสียว..” 

               สวบ สวบ สวบ 

               ผมเสียวกว่าทุกครั้งที่เคยช่วยตัวเอง ทุกครั้งที่ดึงนิ้วออก กล้ามเนื้อภายในมันจะกระตุกถี่ๆจนผมขบกรามแน่น ผมไม่คิดว่ามันจะเสียวขนาดนี้ มือทั้งสองข้างของผมเริ่มขยับเข้าจังหวะกัน เมื่อผมดึงปลายนิ้วออกจากก้น มือที่ผมรูดชักแกนกายก็จะขยับสวนทาง 

               ความเสียวเริ่มรุนแรงขึ้น จังหวะชักรูดผมเร็วขึ้น พร้อมกับจังหวะการสอดใส่ที่ผมเริ่มชักเข้าออกรุนแรงตามแรงอารมณ์  

               พรวด 

               “อึ่ก..อร๊างงงง ฮ้า...ฮ้า...แฮ่กๆ” 

               ผมยังคงนิ้วของตัวเองอยู่ที่ช่องทางด้านหลัง สัมผัสการขมิบถี่หลังจากที่ผมเสร็จสม ข้างในผมกระตุกราวกับว่ามีจุดเสียวอยู่ข้างใน ความวูบหวามตอนค่อยๆดึงนิ้วออกนั้นทำให้น้ำกามของผมหลั่งออกมาเรื่อยๆราวมันยังไม่หมดไส้หมดพุง 

               “เหี้ย! กูทำอะไรลงไปวะ?” 

               เมื่อก้มมองหยาดน้ำกามที่ไหลเลอะพื้น ผมดึงสติกลับเข้าร่างและมองตัวเองในกระจก ใบหน้าแดงก่ำและความละอายใจเข้ามาแทนที่หลังจากที่เสร็จสมอารมณ์หมายด้วยมือตัวเองไปแล้วหนึ่งรอบ ซ้ำผมยัง...ช่วยตัวเองโดยการสอดใส่อีกต่างหาก 

               ตริ๊ง

           ...กูจะเข้าไปเอาแผ่นเกมนะ บ่ายสองถึง... 

               ผมละสายตาจากกระจก หันกลับไปมองมือถือ เพื่อนหนึ่งเดียวที่ผมไม่ได้มอบความไว้ใจให้คือไอ้นที ข้อความที่มันส่งมาทำให้ผมขมวดคิ้วไม่พอใจ ครั้งก่อนที่มันมาบ้านมันวางยาผมแล้วก็ข่มขืนผมตอนพ่อแม่อยู่บ้าน หากอยู่ด้วยกันตามลำพัง เชื่อเถอะว่ามันต้องทำอะไรแปลกๆในพื้นที่ปิดแน่นอน

           ...เดี๋ยวกูเอาออกไปให้ เจอกันสวนหน้าห้างบ่ายสอง... 

           ผมจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงกับทุกๆสถานการณ์ ที่สวนมันไม่ค่อยมีคนอยู่แล้ว ผมเลยไม่จำเป็นต้องกลัวที่นั้นเท่าไหร่ ซ้ำแถวนี้ก็เป็นถิ่นผม เกิดอะไรขึ้นผมเอาตัวรอดได้แน่ ต่อให้มันจะฉุดกระชากลากถูผมยังไง หรือต่อให้มันขอร้องอ้อนวอนผมยังไง ผมก็ไม่มีทางยอมไอ้นทีแน่

               เวลาบ่ายสองผมมาตามนัดพร้อมกับแผ่นเกมที่คุยกันเอาไว้ ระยะทางระหว่างบ้านผมมาถึงนี้แค่ยี่สิบนาที ผ่านตลาดคนเดินมานิดหน่อยก่อนจะถึงห้างใหญ่และสวนสาธารณะใจกลางเมือง ผู้คนพลุกพล่านในตอนบ่ายแก่ๆ ผมจึงมั่นใจว่าผมจะปลอดภัยถ้าออกมาตอนนี้

               ขวับ

               แต่...ผมอาจจะคิดผิด ด้วยความที่มันห่างจากบ้านผมไม่เท่าไหร่ ผมเลยใส่รองเท้าแตะแบบคีบแล้วก็สวมแค่เสื้อกล้ามสีเทากับกางเกงบอล ถึงจะใส่บ็อกเซอร์ข้างใน แต่ผมก็ชอบแต่งตัวสบายๆ ให้เจ้าสมุทรน้อยได้ห้อยโตงเตง ปล่อยให้สายลมได้ชอนไช และเพราะแบบนั้นหรือเปล่า ตอนนี้ผมถึงได้เป็นจุดสนใจ

               หันซ้ายหันขวาก็มีแค่คนมอง ไม่ใช่แค่ผู้ชายหรอกนะ แต่เหล่าป้าๆที่ขายของอยู่ตลาดแผงลอยข้างทาง สาวๆพนักงานบริษัทหรือเด็กม.ต้นก็เอาแต่มองผม ถึงผมจะค่อนข้างหน้าตาดี มีคนชอบผมในอินเตอร์เน็ตเยอะแยะ แต่ถ้าในชีวิตจริงมีแต่คนจ้องผมทั้งวี่ทั้งวันแบบนี้ผมเขินจนทำตัวไม่ถูกเลยล่ะ

               “สมุทร”

และแน่นอนว่าคนที่มาตามนัดก็ยิ้มแฉ่งมาแต่ไกลพร้อมกับรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจของมัน ผมเห็นมันมาแต่ไกลแล้วก็ไปยืนริมถนนและยื่นแผ่นเกมให้มัน มันยื่นแก้วชานมไข่มุกมาให้ผมถือตอนที่มันเก็บแผ่นเอาไว้ในเกะหน้ามอเตอร์ไซด์ของมัน

               “ถ้างั้นกูกลับแล้ว”

               “ไปดิ ขึ้นรถ เดี๋ยวกูไปส่ง”

               “ไม่เอา กูกลับเองได้”

               ผมเบะปากยัดแก้วชานมคืนใส่มือให้มัน คิดว่าส่งของให้มันเสร็จแล้วจะรีบกลับบ้านไปเล่นเกม ผมพร้อมจะหันหลังให้ไอ้นทีแล้ว ถ้าหากไม่ใช่เพราะมือหนาของมันที่ล๊อกเอวผมเอาไว้ ถึงตรงนี้จะไม่ได้มีคนเยอะเพราะเหล่าผู้คนไปรวมกันอยู่ตรงตลาดข้างหน้า หรือไม่ก็เดินเล่นอยู่ในห้างกันหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเลยนะเว้ย! 

               “จะรีบไปไหนละ? หืม? จุ๊บหน่อยเร็ว”

               “พ่อมึงสิ! ปล่อยกู”

               ผมผลักหัวมันไม่ให้ผมก้มหน้ามาทำรุ่มร่ามกับผม แต่นั้นมันเปล่าประโยชน์เพราะไอ้ห่านี้มันยังพยายาม จนกระทั่งมันกดจมูกลงบนแก้มผมจนได้ การจู่โจมของไอ้นทีทำให้ผมเขินหน้าแดง เชื่อเถอะว่าหน้าหล่อๆของผมเวลาโดนลวนลามมันจะแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

               “อ๊ะ เหี้ย อะไรวะเนี่ย? เย็นนน”

               ผมผลักไอ้นทีผละถอยออกห่างแบบที่มั่นใจว่ามันคว้าตัวผมไม่ได้อีก ความรู้สึกเย็นๆตรงหน้าอกทำให้ผมก้มมอง ดึงเสื้อกล้ามของตัวเองกระพือให้น้ำชานมไขมุกมันไหลไปยังกางเกงบอล

               “อ๊ะ กูขอโทษที ก็มึงดิ้นอ่ะ ชานมกูเลยเปื้อนมึงหมด”

               ดูหน้าคนหัวเราะแบบไม่สะทกสะท้านของมันสิ ผมกำมือทำท่าจะทุบมันแบบที่มันก็หัวเราะขำ ปัดเศษไข่มุกที่เกาะอยู่บนเสื้อออก ช่วงปิดเทอมแสนสุขที่ผมต้องใช้เวลากักตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะกลัว ออกมาทั้งทีก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้เนี่ยนะ

               “ไปๆ ห้องน้ำอยู่นั้น เดี๋ยวกูรีบไปก่อน ไว้เจอกันนะจ๊ะสมุทรจ๋า”

               มันใช้ปลายนิ้วมันจูบเข้าที่ปลายนิ้วตัวเองแล้วส่งจูบมาให้ผม ไอ้จะเดินกลับบ้านสภาพนี้ก็ต้องผ่านตลาดนัดไปอีก แค่ขามาก็โดนมองพอแล้ว ถ้าบากหน้ากลับไปตอนนี้...กูว่าต้องมีคนแอบถ่ายรูปกูลงโซเชียลแน่ ด้วยความหน้าบางของผมนั้นเองก็เลยใช้วิธีที่ได้นทีเสนอให้ก่อนมันบึ่งมอเตอร์ไซด์หายลับไป

           แป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก 

               ความคิดนี้ทำให้ผมเจอกับหายนะ ใครจะคิดละว่าเวลาแค่ไม่ถึงสิบนาที กับการเดินเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะที่มีผู้คนอยู่น้อยนิด จะนำมาซึ่งการถูกข่มขืนได้อีกครั้ง สงสัยละสิว่าโลกของผมมันอันตรายอะไรขนาดนั้น ผมจะอธิบายให้เห็นภาพแบบเร็วๆ

               ซ่า

               ขณะที่ผมเปิดน้ำที่อ้างน้ำล้างคราบชานมไข่มุกตามไหปลาร้า ผมกวาดสายตามองทั่วจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครมาจะเอ๋ผมข้างหลัง กระทั่งได้ยินเสียงของเด็กชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาใกล้ แล้วเรื่องที่ผมไม่อยากให้เกิดก็เกิด

               “พวกมึงไปก่อนเลย กูฉี่ก่อน แล้วตามไปสนามบอล”

               นั้นคือเสียงสดใสที่ดูจะแหลมเล็กเพราะเสียงยังไม่แตกหนุ่ม หากฟังจากน้ำเสียงนั้นแล้วต้องเป็นเด็กตัวเล็กๆ...แต่เปล่าเลย พอเดินเข้ามาผมถึงได้รู้ว่าหมอนี้ตัวสูง แล้วก็ไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆอย่างที่ผมคิด ชั่ววินาทีที่ผมสบตากับน้องเขาตอนที่เดินเข้ามา มันหน้าแดง

               ครับ ผมหน้าแดงใส่ผมแล้วก็หลบสายตาเดินทำตัวเล็กๆไปที่โถฉี่ ผมมองมันผ่านกระจกและประเมินความสูงของมัน เสียงที่ได้ยินกับลักษณะทางกายภาพของน้องไม่เข้ากันสักนิด สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบ...อายุเท่าไหร่กันนะ?

               “พี่มองผมทำไม?”

               “ห้ะ เอ่อ ขอโทษที”

               ผมรีบก้มหน้าและกวักน้ำมาล้างเสื้อต่อ ขยี้ๆขณะที่พยายามไม่สนใจน้องมันที่กำลังฉี่

               ฟึ่บ

               รู้ตัวอีกที หมอนี้ก็มายืนข้างๆผม เปิดก๊อกน้ำแล้วล้างมือ ผมลอบมองน้องมันในกระจกอีกครั้ง พวงแก้มแดงก่ำและสีหน้าประหม่านั้นทำผมขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากกระพืบเสื้อสลัดน้ำให้มันแห้งเร็วๆ ถ้าเดินออกไปตากแดดสักพักคงจะแห้งแล้ว แดดไทยยิ่งร้ายแรง...

               หมับ

               “พี่สมุทร”

               ผมที่คิดอะไรเพลินๆเบิกตากว้าง ไอ้น้องสูงที่ยังเตี้ยกว่าผมมันโผเข้ากอดผม เสียงที่เรียกชื่อของผมนั้นทำผมงง แต่ด้วยสัณชาตญาณ ผมรีบผลักมันออกแล้วถอยหลังหนี แค่ก้าวเดียวมันก็ลดระยะห่างที่ผมสร้างขึ้นได้ทัน มือคว้าเข้าที่แผ่นหลังของผมแล้วดึงให้ร่างของเราแนบกัน

               “อะไรวะ! ปล่อยนะ!!” 

               “พี่สมุทร....พี่สมุทร” 

               เสียงเล็กแหลมเมื่อกี้กลายเป็นเสียงแหบพร่า ด้วยความที่ผมตัวสูงกว่าไอ้เด็กเหี้ยนี้ ผมก็เลยใช้มือดันหน้าผากให้มันเงนหน้าออกห่าง แต่สองมือมันเหมือนตุ๊กแกเกาะรอบเอวผมเอาไว้แน่น ใบหน้าแดงก่ำของไอ้เด็กนี้มันไม่ได้ดึงดูดความสนใจผมได้เท่า...ไอ้หนอนน้อยที่มันกำลังถูอยู่กับหัวเข่าผม 

               “ทำอะไรวะ! ปล่อยนะเว้ย!” 

               “พี่สมุทร..” 

               ผมไม่รู้ว่าการล้างชานมไข่มุกในห้องน้ำสาธารณะในเวลาไม่กี่นาทีมันจะอันตรายขนาดนี้ ผมถูกลวนลามทางสายตาระหว่างเดินออกมา ตอนนี้ยังโดนไอ้เด็กโข่งที่ไหนไม่รู้ทำหน้าหื่นกามพร้อมจะเอาหนอนน้อยของมันยัดเข้ามาในตัวผม 

               “แฮ่กๆ...พี่สมุทร!” 

               หมับ ฟลุบ 

               ด้วยความช็อกของผมจึงทำแค่ผลักหน้าผากของมัน มองหน้าแดงก่ำที่เหมือนกับสัตว์ป่าอยู่ในฤดูผสมพันธุ์ จู่ๆมันก็เอาแรงจากไหนไม่รู้ว่ากระชากแขนของผม ดันผมให้ครึ่งตัวแนบไปกับอ่างอาบน้ำ ล็อกแขนของผมเอาไว้ด้านหลังและขยับสะโพกมันถูกับช่วงล่างของผม 

               “ไอ้เหี้ย! ปล่อยกู! ปล่อยนะเว้ย!” 

               ผมตะคอกเสียงดัง แต่ก็ทำได้แค่นั้นเมื่อมันใช้มืออีกข้างกดหัวผมเอาไว้กับอ่างล้างหน้า แล้วเชื่อเถอะว่าผมกำลังช็อกจนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง นี้คือการข่มขืนเต็มรูปแบบกับคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จัก แต่มันรู้จักผม ยิ่งผมดิ้นมันก็ยิ่งบีบแขนของผมรุนแรง  

               จากประสบการณ์ของผม ผมเชื่อว่าการตะคอกใส่นั้นใช้ไม่ได้ผล..หรือแม้แต่การขอร้องอ้อนวอนก็ไร้ผล เพราะงั้นผมต้องหาวิธีที่ทำให้มันปล่อยผม 

               “หืมมม พี่สมุทร” 

               มันเหมือนคนบ้า เอาแต่เรียกชื่อผมซ้ำๆ เมื่อผมหยุดดิ้นมันก็ควักเอาหนอนน้อยของมันออกมา พร้อมกับดึงกางเกงของผมลง แล้วด้วยความที่ผมไม่ได้สวมกางเกงในมา แก้มก้นของผมก็เลยลอยเด่นอยู่ตรงหน้ามันให้มันส่งเสียงหื่นๆรดต้นคอผมอยู่นี้ 

               “ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวน้อง...ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฟังพี่นะน้อง” 

               ผมเริ่มปรับน้ำเสียงให้อยู่ในโทนปกติ ซีกหน้าไปมองดวงตาหมาป่าที่กำลังมองผมเป็นเหยื่อ ใจผมน่ะอยากจะถีบมันให้กระเด็น แต่ในเมื่อตัวผมอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบ การตะล่อมให้มันสงบจิตสงบใจนั้นคือสิ่งที่ผมกำลังพยายามจะทำเพื่อช่วยตัวเอง 

               “แฮ่กๆ...พี่สมุทร” 

               แต่มันไม่ฟังกูเลยครับ! การโน้มหน้าลงมาหาหมายจะจูบผมนั้นทำให้ผมหันหน้าหนี หลับตาปี๋และเริ่มสะบัดแขนอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าไอ้เด็กโข่งนี้มันแรงมาจากไหนแต่มันรั้งแขนอีกข้างของผมไปพาดรวมกับอีกข้างและกดทั้งแขนทั้งตัวผมแนบไปกับอ่างล้างมือ 

               ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ 

               “ไอ้เหี้ย! น้อง ฟังพี่สิวะ!” 

               ไอ้ความแข็งขืนที่กำลังขยับขยายถูไถกับร่องก้นของผมมันทำให้สติของผมกระเจิดกระเจิง นี้มันหายนะที่ผมไม่ได้จินตนาการเอาไว้ ไม่ใช่แค่มันไม่ฟังผมเท่านั้น แต่มันทำไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป  

               สวบ 

               “อึ่ก...ไอ้เหี้ย..อึ่ก...อะ เอาออกไป...” 

               มันกดแก่นกายผ่านปากถ้ำของผมเข้ามาแล้ว เสียงฮึมฮัมพอใจของมันเริ่มทำให้ผมอยากร้องไห้ มือของมันรั้งสะโพกของผมเอาไว้เพื่อไม่ให้สะโพกของผมถอยห่าง แต่ในสภาพนี้ผมไม่สามารถหนีมันไปไหนได้อยู่แล้ว ความจุกเสียดตอนมันกดแก่นกายเข้ามาจนสุดความยาวในตัวผมเริ่มทำให้ผมพูดไม่เป็นประโยค 

               “ยะ หยุดนะ...เอาออก” 

               ผมเสียงดังใส่ และดูเหมือนว่ามันจะค่อยๆดึงแก่นกายออกช้าๆ นั้นทำให้ผมสั่นระริก เวลาที่เสียวที่สุดคือตอนที่แก่นกายขยับออกจากตัว ผมไม่อยากจะยอมรับหรอก แต่สมุทรตัวน้อยของผมก็แข็งขืนขึ้นมาแล้วเหมือนกัน 

               สวบ 

               “อ๊าห์! บอกให้ไอ้เอาออกไง!” 

               “อาห์..พี่สมุทร เสียวสัดๆ!” 

               นอกจากมันจะไม่ฟังสิ่งที่ผมบอกแล้ว มันยังกดแก่นกายเข้ามาเสียมิดด้าม เริ่มกระแทกกระทั้นจนร่างของผมโยกโคลงไปตามจังหวะ ไอ้เด็กนี้มันเหมือนหิวโซเหมือนหมาบ้า กระแทกรุนแรงจนเกิดเสียงลามกก้องไปทั่ว จังหวะการกระแทกของมันก็เร็วจนผมครางไม่เป็นภาษา 

               “อึ่ก อาห์...ปล่อยกู!” 

               “อาห์...พี่ครับ พี่สมุทรครับ ยั่วมากเลยครับ” 

           ยั่วเหี้ยอะไร!? กูไม่เคยไปยั่วมึงเลย! 

               หมับ 

               มือของมันรั้งให้ขาข้างหนึ่งของผมเกยอยู่บนขอบอ่าง กดสอดแก่นกายเข้ามาได้ลึกขึ้นแบบที่ผมอ้าปากค้างกับรสสัมผัสภายใน เท้าผมเกร็งไปหมดเมื่อร่างกายถูกโจมตีเสียลึก ไอ้ขนาดน่ะไม่ได้ทำให้ช่องทางผมฉีกขาด ผมไม่ได้เจ็บ แต่มันลึก ลึกจนผมจุกไปทั่วช่องท้อง 

               “งับ หืมมมมม พี่สมุทร อาห์...พี่โคตรสวยเลย” 

               ผมที่กำลังตื่นตระหนกถูกมันรั้งร่างให้แอ่นอกแนบกับแผงอกของมัน มือข้างหนึ่งของมันล็อกแขนผมเอาไว้จากด้านหลัง บังคับให้ผมแอ่นอกรับมืออีกข้างที่มันตะปบเข้าที่อกนูน มันทั้งขยำ ทั้งขยี้ ราวกับว่าผมมีนมให้มันขย้ำอย่างงั้นแหละ  

กูเป็นผู้ชายโว้ย! มึงเห็นไหมว่าสมุทรน้อยของกูกำลังแกว่งอยู่บนอ่างล้างมือเนี่ย! 

“ฮ้า...อึ่ก อย่างน้อย..อึก ก็เอาเบาๆหน่อย..” 

สถานการณ์แบบนี้มีแต่ต้องให้มันถนอมร่างกายของผมเท่านั้น ผมกัดริมฝีปากตัวเองยามกล่ำกลืนบอกในสิ่งที่ผมต้องการในตอนนี้ ไอ้เด็กนี้มันเอาแรงเกินไป ร่างผมจะพังอยู่แล้ว ในเมื่อบอกให้มันหยุดตอนนี้ก็ไม่ได้ อย่างน้อยๆมึงช่วยทำเบาๆทีเถอะ 

หมับ 

“พี่สมุทร! ยั่วสัดๆ!” 

ฟึ่บๆๆ 

แต่นั้นคือความคิดที่ผิด มันบอกว่าผมยั่วแล้วกระแทกสะโพกรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ร่างของผมนี้สั่นสะท้านไปหมด ริมฝีปากขบเข้าหากันแน่นยามสองมือดันอ่างล้างมือเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มหน้าคะมำ  

               กึก 

               ไม่ได้ตั้งจะมอง แต่ภาพสะท้อนตรงหน้าของคือใบหน้าแดงก่ำที่ปลุกอารมณ์ได้มากกว่าเหล่านักแสดงหนังโป๊ที่ผมเคยเห็น สีหน้าที่ผมกำลังทำตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับเขาเท่าไหร่ เข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงบอกว่าผมยั่วทั้งๆที่ในหัวของผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยสักนิด 

               ดวงตาหวานฉ่ำ แก้มแดงก่ำ ใบหน้าร้อนผ่าว ร่างกายกระตุกสั่นโยกโคลงไปตามแรงกระแทก แก่นกายแข็งขืนตอบสนองกับสัมผัส ทุกอย่างที่ผมจากกระจกเงาคือตัวผมที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน 

               “อึ่ก หืมมมม หอม หอมจัง” 

               ผมมองผ่านหัวไหล่ตัวเองไปยังไอ้เด็กเสียงแหลม มันข่มตาลงหลับและกดปลายจมูกไปตามท้ายทอยของผม มือยึดสะโพกของผมเอาไว้และเคลื่อนสะโพกเข้าออกตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ผมไม่ได้จะโอ้อวดหรอกนะ แต่ว่าผมรู้ได้ว่าไอ้เด็กนี้มันยังไม่เคยมาก่อน 

               ด้วยความเงอะงะไม่รู้จะเอามือไปวางเอาไว้ตรงไหน ด้วยการขยับสะโพกเอาดุเหมือนไม่เคยเอา ตอนที่ผมมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ครั้งแรกผมก็สักแต่ว่าเอาแบบนี้ หน้าของมันเหมือนกำลังเคลิ้มกับความเสียวซ่านจากช่องทางที่ตอดรัดของผม  

               “อาห์ พี่สมุทร พี่สมุทรครับ!” 

               “อึ่ก...อ๊ะ!!” 

               จังหวะที่มันรั้งสะโพกผมไว้มั่นและหลับหูหลับตากระแทกนั้นทำให้ผมเบิกตากว้าง รู้ได้เลยว่ามันกำลังจะเสร็จสมหลังจากผ่านไปสักระยะ ผมรีบผลักแขนมัน ดิ้นอีกครั้งขณะที่มันหน้ามืดตามัวสักแต่ว่าอยากระบายความใคร่ในจบๆไป 

               พรวด 

               มันดึงแก่นกายออกจากช่องทางของผมในที่สุด ถอยหลังและใช้มือรูดรั้งแก่นกายของตัวเองต่อหน้าต่อตาผม ไอ้เด็กโข่งนี้มันปลดปล่อยออกมาราวกับลาวาที่ปะทุจากภูเขาไฟ ฉีดพ่นใส่แผ่นหลังของผมจนรู้สึกได้ถึงความเหนอะหนะ  

               “แฮ่กๆ...” 

               ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวผมจะแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา เมื่อพายุอารมณ์พัดผ่าน ไอ้คนที่ยืนหอบมองหยาดน้ำกามที่เลอะมือตัวเองก็แสดงสีหน้าแตกตื่น เก็บเจ้าลูกชายเข้าไปในกางเกงขณะที่ผมเม้มปากมองมันผ่านเงาสะท้อนในกระจก 

               มือดึงกางเกงขึ้นมาสวมทับคราบเลอะเทอะแล้วหันไปประเคนกำปั้นเข้าที่แก้มของมันเต็มแรง 

               ผวัะ 

               “โอยยย ผมขอโทษพี่ ผมขอโทษ” 

               แน่นอนว่าผมไม่หยุดอยู่แค่การต่อย ทั้งๆที่มันตัวโตกว่าผม แล้วก็เพิ่งจะใช้แรงกระทำชำเราผมแท้ๆ มันกลับคุกเข่าอยู่ตรงหน้าและยกสองมือมาป้องหัวเพื่อตั้งการ์ดปกป้องส่วนสำคัญ 

               “ไอ้เหี้ย!” 

               ผมกำหมัดแน่น เท้ายันเต็มแรงจนมันล้มคว่ำ เตะซ้ำอีกทีแบบที่มันก็ยอมจำนน แววตาที่มันมองผมอย่างตื่นตระหนกนั้นยิ่งทำให้ผมโกรธ  

               “ผมขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ จู่ๆผมก็ขยับไปเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ” 

               “การข่มขืนคนอื่นมึงพูดว่าไม่ตั้งใจงั้นเหรอ! ไอ้ชั่วเอ้ย!!!” 

               ปั๊กๆ ผวัะ 

               ผมยำมันจนหอบแฮ่กๆ แต่ด้วยความที่มันเป็นรุ่นน้องมันเลยยอมให้ผมกระทืบจนพอใจ กระทั่งผมชี้นิ้วไปที่ทางออกแล้วตะคอกใส่เสียงดัง 

               “มึงไปเลยนะ ไสหัวไป อย่าให้กูเห็นหน้าอีก!” 

               “ผมขอโทษพี่ ผมขอโทษ!” 

               ขณะที่มันคลานออกไปด้วยความตื่นตระหนก มันยังมีเวลามาบอกขอโทษขอโพยผม กระทั่งผมอยู่กับตัวเองอีกครั้ง มือผมสั่น ขาผมสั่นไปหมด ริมฝีปากเองก็สั่นระริก 

               “นี้เพราะฟีโรโมนของกูเหรอ? อึก” 

           ไอ้ฟีโรโมนเหี้ย ทำไมร่างกายกูถึงได้เป็นแบบนี้วะ! ทำไมต้องหลั่งไอ้สารเหี้ยนั้นออกมาล่อพวกหื่นกามให้ทำเรื่องเลวๆกับร่างกายกูด้วย ทำไมวะ! 

               ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ผมกัดปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ มือที่กำเข้าหากันแน่นก็เริ่มรู้สึกเจ็บเพราะเล็บที่จิกลงบนฝ่ามือ ผมส่ายหน้าและเปิดก๊อกน้ำอีกครั้งมองภาพใบหน้าแดงก่ำจากอารมณ์ที่หลงเหลือ พยายามยืนอยู่ให้ได้ด้วยขาสั่นๆ 

               ขวับๆ 

               ผมถอดแว่นตาและใช้หลังมือปาดหยาดน้ำที่ขังอยู่ในตา เคลือบม่านตาให้วาววับจนเห็นภาพตัวเองเบลอ ผมจะไม่ร้องไห้! กับพวกเหี้ยนั้นมันทำให้ผมหลั่งน้ำตาไม่ได้หรอก! ผมไม่ใช่สาวน้อยที่จะร้องเพราะเรื่องแค่นี้หรอก!!! 

               กะอีแค่ถูกข่มขืน... 

               ซ่า 

               ผมกวักน้ำล้างหน้าหลายๆรอบ มือล้วงไปตามร่องก้นและใช้น้ำล้างคราบสกปรกที่ไอ้เวรนั้นหลงเหลือเอาไว้ จากการไม่ระวังตัวของผมที่คิดว่าการอยู่ลำพังกับผู้ชายสองต่อสองเป็นเรื่องปกติ ต่อจากนี้ผมจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ผมจะระวังตัวมากกว่าเดิม 

           “กูไม่ยอมแพ้มึงหรอก ไอ้ฟีโรโมนเหี้ย!” 

End – Smell of pheromone  

เอาเป็นว่าตอนนี้น้องรู้ตัวแล้วว่าตัวเองมีฟีโรโมนที่ทำให้ผู้ชายกลายเป็นสัตว์ป่าพร้อมจะเข้ามาขย้ำและปล้ำน้องได้ทุกเมื่อ เพราะงั้นต่อจากนี้จะเริ่ม Hardcore ขึ้น ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นแนว Rape นะจ๊ะ น้องไม่ได้สมยอม น้องไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่น้องโดนกระทำ แงงงงงงง 

ถ้าไม่ชอบแนวนี้ก็ห้ามอ่านต่อเด็ดขาด!! ย้ำนะว่า ห้ามอ่านต่อเด็ดขาด!!! ต่อจากนี้จะเป็นการข่มขืนแบบเต็มรูปแบบ ไม่มีความใสๆหรือยั้งมือใดๆทั้งสิ้น เพราะงั้น...รีบสงสารน้องตั้งแต่ตอนนี้ ความโหดร้ายกำลังรออยู่เด้อออ 

ความคิดเห็น