สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่ 24 : ครอบครัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 : ครอบครัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 11:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 : ครอบครัว
แบบอักษร

ตอนที่ 24 : ครอบครัว

 

 

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด"

 

"ลูกแพรว ลูกแพรวเป็นอะไรคะ" เสียงกรีดร้องของอดีตดาราดังกึกก้องไปทั่วบ้านหลังใหญ่ หมอนอิงใบเล็กใบน้อยถูกขว้างปากระจัดกระจายตามประสาเด็กเอาแต่ใจ สองเท้ากระทืบปึงปังด้วยความโกรธแค้น มือกำแน่นตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ได้

 

"แม่ดูสิคะ นังฟางฟางมันได้คุณเหมไปแล้วแม่ดูสิคะ ดู!! หนูเกลียดมันแม่ได้ยินไหมคะหนูเกลียดมัน!! กรี๊ดดด" แพรวดีกรีดร้องอย่างคนเสียสติ เธอรักเหมราช รักมากจนไม่อยากเสียเขาไป ถึงเขาจะไม่เหลียวแลตัวเองแต่ก็ขอแค่ไม่ให้เขามีใครข้างกาย

 

"ใจเย็นๆ นะคะลูกแพรว" วิภาได้แต่ปลอบโยนลูกสาวแต่ภายในใจก็คิดแค้นไม่แพ้กัน อุตส่าห์หาวิธีให้มันไปให้พ้นได้แล้วมันก็ยังได้กลับมา แถมพอกลับมาคราวนี้ยังมาเหยียบย่ำหัวใจของลูกสาวสุดที่รักซ้ำอีก

 

"แม่ต้องจัดการมันให้แพรวนะคะ ต้องจัดการมันแพรวรักคุณเหมแม่ได้ยินไหมคะว่าแพรวรักคุณเหม!!!! " หัวใจปวดหนึบเจ็บจนจุก น้ำตาไหลอาบสองแก้มทั้งๆ ที่เธอมีโอกาสใกล้ชิดกับเขาตั้งห้าหกปี แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยคิดจะชายตามอง แต่กับอีกคนพึ่งเจอกันยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำกลับตกลงปลงใจกันได้อย่างรวดเร็ว

 

"จัดการแน่ค่ะ แต่ก่อนอื่นลูกต้องไปหาคุณอาอิทธิพลกับแม่ ถ้าอยากจะเทียบเคียงคุณเหมราชลูกก็ต้องกลับเข้าวงการอัปเกรดตัวเองขึ้นมาให้ควรคู่กับเขา ทำได้ใช่ไหม" วิภาเอ่ยกับลูกสาว หากกำจัดนังลูกเลี้ยงได้พ้นทางเมื่อไร จะผลักลูกสาวสุดแรงเพื่อให้ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้

 

"ตกลงค่ะ เดี๋ยวแพรวไปอาบน้ำก่อนนะคะ" แววตาแค้นเคืองปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าของหล่อน ตอนนี้เธอต้องทำทุกวิถีทางให้ตัวเองได้กลับไปยืนในจุดที่เคยดิ่งลึกลงมา

 

 

บริษัทการแสดงค่ายรองมีอิทธิพลเป็นเจ้าของ แม้จะเป็นค่ายรองแต่ก็มีทุนหนาพอควรแต่หากจะเอาไปเทียบกับค่ายนัมเบอร์วันก็ยังห่างชั้นกันลิบลับ เพราะงั้นหากจะดันดาราสักคนขึ้นสู่ที่สูงก็จะต้องทุ่มสุดตัวและจะต้องทุ่มกับคนที่ควรคู่เท่านั้น

 

"สวัสดีค่ะคุณอิทธิพล/สวัสดีค่ะคุณอา"

 

"มีอะไรงั้นหรือถึงได้มาหาผมถึงที่นี่" ชายสูงวัยรูปร่างอ้วนท้วมแลดูเป็นคนจิตใจดี เขาเคยเป็นเพื่อนกับวิสุทธิ์สมัยเรียนมหาลัยแต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้พบกันมากเท่าไรนัก

 

"คือลูกแพรวหมดสัญญากับพีทีเค.กรุปแล้ว เลยอยากจะถามคุณอิทธิพลว่าพอจะรับลูกแพรวเข้าทำงานด้วยได้ไหมคะ" คนเป็นแม่เป็นฝ่ายออกหน้า ส่วนเธอก็ได้แต่ทำหน้าเศร้าเว้าวอนขอความเห็นใจแม้ภายในใจจะกระดากอายก็ตามที่ต้องมาตกอับแบบนี้

 

"เรื่องครั้งนี้มันใหญ่เอาการอยู่นะ แล้วผมก็เห็นใจหลาน แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นคนดูแลที่นี่แล้วเพราะงั้นคงตัดสินใจไม่ได้ตอนนี้ผมแต่มาดูแลความเรียบร้อยแทน เดี๋ยวรอให้วาทินลูกชายผมกลับมาก่อนนะ เดี๋ยวจะให้เขาติดต่อกลับไป" วาทิน คือลูกชายที่เข้ามารับช่วงต่อ ตอนนี้เดินทางไปทำธุระอยู่ต่างแดนอีกไม่กี่วันก็คงจะกลับ

 

"คุณอาคะ นั่นมันเป็นภาพตัดต่อนะคะ แพรวไม่ได้ไปที่แบบนั้นจริงๆ นะคะ แพรวถูกใส่ร้ายค่ะ" เธอบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารจากชายสูงวัยตรงหน้า แต่ที่เธอพูดมันก็คือเรื่องจริงมันคือภาพตัดต่อ

 

"เอาล่ะๆ เดี๋ยวอาจะคุยกับวาทินให้แล้วกันเดี๋ยวจะให้คนโทรกลับไปบอก" หลังจากอิทธิพลพูดจบสองแม่ลูกก็ต้องขอตัวกลับเพราะเขายืนยันว่ายังไงเสียก็ต้องรอลูกชายเขากลับมา

 

 

 

___________________________

 

 

เวลาอาหารมื้อเย็นของคฤหาสน์หลังใหญ่ บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครึกครื้นและความอบอุ่น นอกจากจะมีสี่คนพ่อแม่ลูกแล้ว ยังมีคุณอาทัพเทพเข้ามาร่วมวงด้วยอีกเพราะคิดถึงหลานสาวใจจะขาด

 

"ทอฝัน ปีกไก่ทอดน้ำปลาอร่อยมากเลยกินเยอะๆ นะ"

 

"ขอบคุณค่ะ" ทัพเทพตักอาหารใส่จานหลานสาวเรื่อยๆ ไม่ให้ขาด เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้มาอยู่กับพวกเธอ

 

"ทำไมไม่ตักให้หนูบ้าง" ปันฟ้าเบะปากน้อยใจ อาของเธอดูจะรักพี่ทอฝันมากกว่าจนอดที่จะน้อยใจไม่ได้

 

"นี่ไงครับ อากำลังจะตักให้ปันฟ้า ไม่ร้องนะเดี๋ยวกินข้าวเสร็จอาจะเล่นเปียโนให้ฟังดีไหม" นอกเสียจากร้องเพลงเขายังเล่นดนตรีได้อีกหลายชนิด และเด็กๆ พวกนี้ก็ชอบเสียงเพลงมาก พวกเธอมีเสียงอันไพเราะไม่ต่างจากแม่ของเธอ

 

"ดีค่ะๆ ให้คุณแม่ร้องเพลงกับคุณพ่อด้วยนะคะ" ปันฟ้าว่าขึ้นอย่างอารมณ์ดี เพราะเมื่อเช้าเธอแอบได้ยินคุณพ่อกับคุณแม่ร้องเพลงส่งสายตาหวานหากัน

 

"พ่อร้องให้ฟังคนเดียวก็พอ... (เก็บเสียงหวานๆ ไปร้องกับพี่ในห้องดีกว่าเนอะ) " ประโยคแรกพูดกับลูกๆ ส่วนประโยคหลังก้มกระซิบให้ได้ยินแค่สองคน คุณแม่เลยได้แต่อายม้วนเขินจนหน้าแดง

 

"ทำไมละคะ เสียงคุณแม่หวานแล้วก็เพราะมากนะคะ" ปันฟ้าว่าขึ้นอีก เธอชอบฟังเวลาคุณแม่ร้องเพลงเพราะมันสบายหู

 

"พ่อรู้ครับ แต่ช่วงนี้แม่ทำงานมาเหนื่อยๆ ให้นั่งปรบมือก็พอแล้ว" ทำไมจะไม่รู้ว่าหวานและไพเราะขนาดไหน ก็ได้ฟังมาตั้งหลายคืนแล้ว เกิดให้คุณแม่มาใช้เสียงร้องเพลงแล้วคืนนี้ไม่มีเสียงร้องในห้องก็แย่สิ!!

 

"ปันฟ้าอย่าเอาแต่ใจสิ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เองนะ" ทอฝันดุซ้ำเธอต้องยอมเงียบปากลงและกินข้าวไปเงียบๆ โดยมีคุณพ่อคอยดูแลไม่ห่าง

 

ฟางฟางต้องยอมรับว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอเบาแรงไปได้เยอะ ทุกคนช่วยดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี ส่วนเธอก็ได้ทำงานที่เธอรักอย่างเต็มที่ เด็กๆ เองก็ไม่งอแงและเข้ากับทุกคนได้ เธอมีความสุขมากกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

เสียงเปียโนอันไพเราะเข้ากับเสียงทุ้มของคุณพ่อเป็นอย่างดี สองพี่น้องช่างมีพรสวรรค์พอกัน ทัพเทพเก่งทั้งร้องเพลงทั้งดนตรี เหมราชเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้เล่นดนตรีได้หลายชนิดเท่าน้องชายก็เท่านั้น

 

 

"คุณอาเสียงเพราะจังเลยค่ะ" ทอฝันมองคุณอาด้วยความหลงใหลปลื้มใจ เป็นเสียงที่ฟังแล้วสบายหูไม่ต่างอะไรจากเสียงของคุณแม่

 

"ถ้างั้นอามาร้องให้ฟังบ่อยๆ ดีไหมครับ" ทัพเทพเองก็เหมือนจะเอ็นดูหลานสาวคนนี้มากเพราะเธอมีใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่เป็นคุณย่าเอามากๆ

 

"มาหาบ่อยๆ นะคะ หนูคิดถึงคุณอา" พอทอฝันพูดจบคนเป็นพ่อกับคนเป็นแม่ต้องรีบหันมองหน้ากัน ทอฝันไม่ใช่เด็กที่จะมาพูดอะไรแบบนี้ แล้วก็ไม่ใช่เด็กช่างจ้อหากเป็นปันฟ้าก็ว่าไปอย่าง แต่ก็เอาเถอะเด็กก็คือเด็ก ต้องมีบางมุมที่แสดงว่าตัวเองยังเป็นเด็กบ้างถึงจะน่ารัก

 

 

"ฟางฟางครับ... พี่อยากฟังเสียงหวานๆ จัง" ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ซอกคอหอมๆ ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอจากทางด้านหลัง ส่วนฝ่ามือก็ไม่ได้อยู่ที่ลำตัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับอยู่บนเนินเนื้ออวบสองลูก

 

"ไม่เอาค่ะ...พี่ไม่เหนื่อยบ้างหรือ? " ตั้งแต่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปในคืนนั้น....เขาก็ไม่เคยหยุดเว้นว่างเลยแม้แต่คืนเดียว

 

"เหนื่อยครับ แต่พี่อยู่ใกล้เราทีไรมันอดไม่ไหวทุกทีเลย" กลิ่นหอมอ่อนๆ ได้กลิ่นทีไรไฟราคะก็ลุกโชนจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเสียทุกที หากจับเธอทำรักได้ทุกที่คงไม่รีรอที่จะทำมันแน่นอน

 

"เมื่อก่อนยังทนได้ คืนนี้ก็ต้องทนให้ได้ค่ะ" เมื่อเธอใจแข็งเขาก็ไม่อยากจะบังคับ คืนนี้จะปล่อยเธอนอนสบายๆ ไปก่อนก็แล้วกัน.. เขาทำได้เพียงกอดเรือนร่างกันสมส่วนของเธอไว้แนบชิดและอดกลั้นอารมณ์ปรารถนาให้หมดลง

 

 

___________

 

 

วันใหม่ในทุกๆ วันฟางฟางจะตื่นประมาณตีห้าครึ่งถึงหกโมงเพื่อมาจัดการตัวเองก่อนจะไปดูแลเด็กๆ ที่ต้องไปโรงเรียน แต่วันนี้คุณพ่อเป็นฝ่ายตื่นก่อนตั้งแต่ยังไม่ตีห้าครึ่งด้วยซ้ำ เพราะความกำหนัดในร่างกายมันทำให้ปวดหนึบจนข่มตาหลบต่อไม่ไหว

 

ร่างบางยังคงนอนหลับสนิทตะแคงข้างหันหลังให้เขาเช่นเดิม กางเกงนอนตัวบางถูกรูดออกไปทางปลายเท้า เรียวขาสลักเสลาถูกจับยกพาดมาด้านหลังอย่างเบามือ นิ้วสากยาวกดลึกแทรกเข้าไปในช่องเล็กคับแคบ นิ้วหัวแม่มือกดคลึงยอดเกสรเบาๆ เพียงหมุนคว้านสะกิดจุดกระสันภายในนิดหน่อยมธุรสหวานล้ำก็หลั่งออกมาไม่ขาดสาย แท่งความเป็นชายถูกควักล้วงออกมาถูกไถช่อดอกไม้เปียกชื้นอย่างทรมาน

 

"อื้ม..." เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ สัมผัสแผ่วเบาและนุ่มนวลทำให้เธอผ่อนคลายไปตามธรรมชาติและอิ่มเอมอยู่กับโลกในความฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วหัวหยักแดงก่ำที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำกามกำลังมุดผ่านกลีบดอกไม้สวยเข้าสู่ผนังถ้ำด้านในอย่างเชื่องช้า

 

เสียงซูดปากดังแว่วมาจากคนที่กำลังหลับสนิท เหมราชขบกรามแน่นสะกดกลั้นอารมณ์รักที่อาจจะรุนแรง เขาขยับส่งความยาวเข้าออกอย่างเชื่องช้าแต่เน้นจุดสำคัญ เส้นเลือดสีเข้มปูดนูนน่ากลัวรั้งรึงกลีบดอกไม้งามปลิ้นเข้าปลิ้นออกตามจังหวะรัก ร่องสวาทสาวขมิบแน่นรัดความแข็งขันแทบจะขาดจากกัน ความต้องการทะยานขึ้นสูงจนควบคุมไม่อยู่ เอวสอบอัดกระชั้นความยาวเข้าออกสุดแรงไร้ซึ่งความอ่อนโยน

 

 

"อื้มม อ่า~ ซี๊ดส์" เสียงทุ้มครางกระเส่าตอนนี้ไม่ได้สนใจแล้วว่าเธอจะตื่นขึ้นมากหรือไม่ น้ำสีใสมันวาวไหลหลั่งจนที่นอนเปียกชื้น สองมือบีบขยำอกอวบอย่างรุนแรง

 

"อ้ะ.. เจ็บ โอ๊ย.. ซี๊ด... พะ พี่เหม... อ้ะ... อ้ะ" ความกระสันรุนแรงขึ้นเกินจะรับไหม ความหวามไหวมันมีมากเกินกว่าจะข่มตาให้หลับต่อไปได้ สัมผัสที่อยู่ในภวังค์ล้วนแล้วแต่เป็นของจริง

 

"ขอโทษครับ... พี่อดไม่ไหวแล้ว" สิ้นสุดคำขอโทษก็ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องสุดลำคอ ทั้งที่พึ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมาแต่กลับถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับคนหื่นที่ปลดปล่อยน้ำเชื้อพวยพุ่งตามเธอไปติดๆ

 

"บอกว่าให้อดไงคะ" เธอดุไม่เต็มเสียงนัก เพราะบางสิ่งที่ยังคงปักคาไว้มันกระตุกไม่ยอมหยุดจนเธอร้อนวูบวาบไปหมด

 

"ก็อดแล้วเมื่อคืน.... นี่มันจะเช้าแล้วเป็นวันใหม่แล้วครับ" คนเจ้าเล่ห์แก้ตัวหน้าด้านๆ สุดท้ายก็โดนคุณแม่บิดจนเนื้อเขียวไปตามระเบียบ

 

"ปล่อยเลยค่ะ ไหนๆ ก็ตื่นแล้วเดี๋ยวฟางจะลงไปทำมื้อเช้าให้เด็กๆ เลยดีกว่า เพื่อเป็นการลงโทษแต่งตัวให้ลูกสองคนเลยนะคะ" พอว่าจบเธอก็ผลักเขาออกไป ยามลุกขึ้นน้ำสีขุ่นก็ไหลย้อยลงมาอย่างน่าอายจะต้องรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ ส่วนอีกคนก็ได้แต่มองตามเธออย่างอารมณ์ดี ถ้าจะถูกลงโทษด้วยการแต่งตัวให้ลูกทุกวันเขาก็ยอม

 

 

 

 

____________ 

 

 

 

ฟางฟางในชุดทำงานผูกผ้ากันเปื้อนสีหวานขะมักเขม้นกับการทำงานอาหารง่ายๆ ในครัว สาวใช้ถูกไล่ออกไปหางานอย่างอื่นทำ มีเพียงเอมอรเท่านั้นที่ช่วยจัดเตรียมโต๊ะอยู่ด้านนอก ราวหกโมงครึ่งอาหารทุกอย่างก็ทำเสร็จและถูกนำมาจัดไว้ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อย

 

เสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบันไดทางขึ้นคฤหาสน์ในช่วงเช้า ฟางฟางขมวดคิ้วอย่างงุ่นงงใครกันนะถึงมาที่นี่แน่เช้าตรู่เช่นนี้ เอมอรอาสาออกไปดูให้เธอจึงกลับเข้าไปเก็บของในครัวโดยที่ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอกลับออกมาคิดไว้ว่าจะขึ้นไปช่วยคุณพ่อแต่งตัวให้เด็กๆ ก็พบกับชายหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ที่ห้องโถงของบ้าน

 

"คุณหนูคะ นี้คุณท่านสักการและคุณหญิงรมิดา พ่อกับแม่ของคุณชายค่ะ" เอมอรรีบเข้ามาเอ่ยแนะนำ ฟางฟางเองก็ตกใจไม่น้อยไม่ทราบว่าท่านทั้งสองจะมาที่นี่

 

"สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า" เธอคลานเข่าเข้าไปนั่งอยู่เบื้องหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างกล้าๆ กลัวๆ เหมราชเคยบอกว่าพาไปพบท่านทั้งสองแต่ไม่คิดมาก่อนว่าท่านทั้งสองจะเป็นฝ่ายมาหา

 

"ชื่ออะไรละเธอ" คุณหญิงรมิดาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ในใจกำลังไม่พอใจเจ้าลูกชายตัวดีอย่างมากที่พาผู้หญิงเข้าบ้านโดยไม่บอกพ่อกับแม่สักคำ

 

"ฟางฟาง เทวิกา อัศวธานนท์ค่ะ"

 

"สวัสดีครับคุณแม่ คุณพ่อ" เหมราชรีบวิ่งหน้าตาตื่นลงมาเมื่อสาวใช้ขึ้นไปบอกว่าพ่อกับแม่ของเขามา เด็กๆ จึงต้องฝากให้แม่นมดูแลแทน

 

"ลงมาสักที นึกว่าจะให้รอไปอีกสักสามสี่ชั่วโมง" คุณหญิงรมิดาหันไปว่าพร้อมกระแทกเสียงใส่อย่างหมั่นไส้ลูกชาย

 

"ทำไมมาไม่บอกละครับ ผมจะได้ส่งคนไปรับ"

 

"ถ้าบอกลูกก็คงจะเอาเธอไปซ่อนแล้วสิ แล้วนี่แสดงว่าข่าวที่ออกอึกทึกครึกโครมที่มันเป็นความจริงใช่ไหม เธอถึงมาอยู่ที่บ้านเราได้" การที่ลูกมีแฟนก็ดีใจอยู่หรอก แต่มันก็หน้าน้อยใจไหมคนเป็นพ่อเป็นแม่ควรจะได้รู้ก่อนไม่ใช่รู้พร้อมคนทั้งโลกแบบนี้!

 

"โถ่วแม่ครับคนนะครับไม่ใช่แก้วใช่แหวนที่จะเอาไปซ่อนที่ไหนได้ คุณพ่อดูคุณแม่สิครับกล่าวความผม" เขาว่าพลางจับตัวฟางฟางให้ขึ้นมานั่งข้างกัน แต่เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าตอนนี้มันคงไม่เหมาะที่จะให้เธอขึ้นไปนั่งเทียบเคียงผู้ใหญ่ทั้งสอง

 

"เห้อ... แกโตแล้วเหม จะทำอะไรพ่อก็ไม่เคยว่าหรอก แต่คราวหลังจะทำอะไรก็ให้แม่แกสบายใจหน่อยไม่ได้เลยหรือ" เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยหากลูกจะครองโสดตลอดชีวิตหรือจะได้ใครมาเป็นคู่ครอง ขอแค่ลูกมีความสุขกับสิ่งที่ทำเขาก็ไม่คิดจะก้าวก่าย

 

"ตอนนี้คุณแม่อาจจะไม่พอใจ แต่อีกเดี๋ยวคุณแม่จะต้องพอใจมากๆ แน่ครับ" คนที่อยากมีหลาน พอเห็นหลานรักคงยิ้มจนแก้มปริแน่ ตอนนี้แม่ก็แค่กำลังงอนที่เขาไม่ได้บอกเรื่องของฟางฟางก่อน

 

"ขึ้นมานั่งข้างบนเถอะฟางฟาง ฉันไม่ใช่คนมากเรื่องหรอกลูกรักใครฉันก็รักด้วยทั้งนั้น ขอแค่เธอเป็นคนดีไม่ได้เข้ามาเพื่อหวังเงินทอง" รมิดาเอ่ยอย่างใจเย็นลง ท่าทีของฟางฟางก็ดูเป็นคุณหนูลูกผู้ดีอยู่บ้าง แถมมีใบหน้าสวยสดงดงามดั่งคำร่ำลือไม่มีผิดเพี้ยน และยังมีดวงหน้ากับแววตาเหมือนใครบางคนที่เขาเคยรู้จักอีกด้วย....

 

 

 

 

______________________ 

 

 

มีตัวละครเพิ่มเข้ามา จำชื่อกันเอาไว้ให้ดีนะคะ

 

ขอบพระคุณทุกกำลังใจและการติดตามจ้า ❤️🙏

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว