กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 2-1 บุปผาที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-1 บุปผาที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 265

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-1 บุปผาที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
แบบอักษร

วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าแจ่มใส หยางกับลี่อิงรีบหยิบกำไลหินสีดำแล้วออกจากบ้าน  

เมื่อเช้าหยางตื่นสายโด่ง ตะวันขึ้นไปอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว  

ระหว่างทางได้กลิ่นซาลาเปาหอมหวนยั่วน้ำลาย คุณตาหมอดูข้างทางที่คอยร้องเรียกคนที่เดินผ่านไปมา คนลากเกวียนแหวกคลื่นฝูงชนไป 

ทั้งคู่ออกมาจนถึงถนนใหญ่พบว่าเด็กสาวคนนั้นไม่ได้อยู่ที่เดิมเหมือนเมื่อวานซืน แต่พอลองเดินต่อไปตามถนนใหญ่อีกสักพักก็พบเธอกำลังดักถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ  

พวกเขาเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวคนนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะจำหยางได้เลยวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาแล้วส่งเสียงทักทาย 

“เอ่อ...พวกเราเจอกันเมื่อสามวันก่อน จำได้ไหม?” 

“อ้า ใช่” 

ได้ยินหยางตอบแบบนั้น เด็กสาวก็แสดงสีหน้าโล่งอก 

“หลังจากตอนนั้นพอจะเคยเห็นกำไลที่เหมือนกับกำไลหยก แต่ทำจากหินสีดำ ขนาดประมาณนี้บ้างไหม? ดูเหมือนว่าข้าจะทำมันตกหายไปที่ไหนไม่รู้ นี่ก็กำลังหาอยู่” 

“ทำจากหินสีดำงั้นเหรอ?” 

หยางแสร้งทำเป็นตกใจ จงใจทิ้งเวลาสักครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ 

“หรือว่าจะเป็นอันนี้รึเปล่า?...เอ๊ะ เจ้าได้ถือติดมาด้วยรึเปล่าลี่อิง?” 

“อื้ม” 

หยางใช้ศอกกระทุ้งลี่อิงเบาๆ หนุ่มน้อยจึงหยิบกำไลนั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกง  

พอยื่นให้เด็กสาวดูปุ๊บ สีหน้าที่ลำบากใจเมื่อครู่ของเธอก็เปลี่ยนมาเป็นสีหน้าตกใจแบบทันควัน 

“อ๊ะ นั่น!” 

“นี่คือสิ่งที่เจ๊ตามหาอยู่เหรอ?” 

“ใช่!” 

พอลี่อิงถามเด็กสาวก็พยักหน้าถี่ๆ ด้วยความดีใจ 

“น่าจะเป็นหลังจากที่เจอเจ้านะ เก็บได้แถวถนนใหญ่เนี่ยแหละ” 

“เห็นแปลกดี ดูคล้ายกำไลหยก ก็เลยพกไว้น่ะ เอ้า...” 

หยางกับลี่อิงโกหกได้หน้าตาเฉย 

ลี่อิงยื่นกำไลให้ เด็กสาวใช้สองมือประคองรับเหมือนมันเป็นสิ่งของที่สำคัญเสียเหลือเกิน  

“ขอบคุณนะ...ขอบคุณจริงๆ ข้าเดินตามหาตั้งแต่สะพานจนถึงที่พักก็ไม่เจอเลย ยังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี” 

เด็กสาวดีใจจนแทบจะร้องไห้ ทำให้เด็กหนุ่มสองคนรู้สึกอึดอัดใจ  

สำหรับพวกเขาเห็นกำไลนั่นเป็นแค่เพียงข้าวของกะโหลกกะลาที่เอาไว้แลกเปลี่ยนเป็นเงินเท่านั้น แต่สำหรับเด็กสาวคนนี้ กำไลนั่นดูเหมือนจะเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว 

“ไม่เป็นไรหรอก หาเจอก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกข้าก็...” 

“อ๊ะ เดี๋ยวก่อน!”  

หยางตั้งท่าจะกล่าวลา แต่เด็กสาวพูดแทรกขึ้นมา  

“ฉันอยากทำอะไรซักอย่างเพื่อเป็นการตอบแทน อุตส่าห์ช่วยให้ฉันได้เจอของสำคัญที่คิดว่าคงหาไม่เจอแล้ว” 

“ตอบแทนเหรอ?” 

หยางไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ จึงถามกลับด้วยความงงงวยโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าขื่นขมระคนอึ้ง  

“ถึงจะอยากตอบแทนก็เถอะนะ...” 

หยางยังพูดไม่จบ เจ้าลี่อิงก็ยิ้มหวานพูดแทรกขึ้นมา 

“ถ้าอย่างนั้นเลี้ยงข้าวพวกเราซักมื้อเป็นไง?” 

หยางได้ยินอย่างนั้นก็ถองศอกไปที่ลูกน้อง เขาต้องการจะเตือนว่าอย่ายุ่งเกี่ยวกับเด็กคนนี้มากไปจะดีกว่า หากเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นมาจะทำอย่างไร? 

แต่เด็กสาวที่ได้ฟังข้อเสนอนั้นดูเหมือนจะสนใจเข้าให้แล้ว 

“อ๋อ ได้สิ แบบนั้นก็ดีเลย” 

“ดีใช่ไหมล่ะ ลูกพี่?” 

ลี่อิงกระตุกแขนเสื้อของหยางแล้วเงยหน้ามองด้วยสายตาออดอ้อน 

แน่นอนว่าเด็กสาวตรงหน้าดูมั่งคั่ง ถ้าเกิดคิดจะเลี้ยงข้าวใครขึ้นมาย่อมต้องเป็นของดีอย่างที่เขาสองคนแทบจะหากินไม่ได้ แต่การที่โจรวิ่งราวจะไปกินข้าวกับเหยื่อช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน  

เด็กสาวรับรู้ได้ว่าหยางทำหน้าบูด  

“หรือว่าวันนี้พวกเจ้าไม่สะดวก? ถ้าอย่างนั้นจะเป็นพรุ่งนี้หรือมะรืนข้าก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ” 

คำถามไถ่ของเธอดูเกรงใจและเป็นห่วงเป็นใย ตรงข้ามกับหยางที่อยากจะถอนหายใจเฮือกใหญ่  

พูดมาเสียขนาดนี้จะให้อ้างว่ามีธุระก็คงน่าเกลียด  

“ไม่ใช่ยังงั้น แต่พวกข้าก็แค่เก็บกำไลที่กลิ้งตกพื้นมาให้ก็แค่นั้นเอง ไม่ต้องถึงขนาดตอบทงตอบแทนอะไรหรอก” 

หยางพูดพร้อมกับชี้กำไลหินสีดำในมือเธอด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง แต่เด็กสาวยังคงส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าเรื่องเล็กน้อย 

“กำไลหินนี้เป็นของสำคัญมาก การที่พวกเจ้าเก็บมาคืนข้าแบบนี้จะต้องเป็นเพราะองค์เทพีนำทางเป็นแน่ โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ข้าจึงต้องตอบแทนตามสมควร อย่างน้อยก็ช่วยให้ข้าไม่ต้องไปขอขมาองค์เทพี” 

ได้ยินคำพูดของเด็กสาวหยางก็เบะปากอย่างประชดประชัน  

ยายเด็กนี่เป็นพวกไว้ใจคนง่าย ดูทรงแล้วเธอคงไม่ยอมแน่ ตามใจสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรกระมัง ยายนี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นโจรวิ่งราว คงจะมองว่าพวกเขาเป็นคนไม่มีพิษมีภัย  

“...ถ้าพูดถึงขนาดนั้นจะยอมให้เลี้ยงซักมื้อก็ได้” 

เธอพยักหน้าและส่งยิ้มให้ 

“ดีจัง! ข้าชื่อฟอเนีย...ฟอเนีย อิลดาส ยินดีที่ได้รู้จักนะ” 

“ข้าชื่อลี่อิง” 

หยางคิดอยากกระทุ้งศอกเจ้าลี่อิงอีกสักที เซ่อบอกชื่อจริงออกไปเสียได้ แต่เอาเถอะขืนเผลอหลุดปากเรียกชื่ออื่นออกมาอาจจะถูกสงสัยได้  

หยางคิดทบทวนอย่างนั้นแล้วก็เลยตัดสินใจบอกชื่อจริงออกไป 

“...อู๋หยาง” 

“ลี่อิงกับหยางเรียกข้าว่าฟอเนียก็ได้จ้ะ ที่เกาะเสือขาวมีธรรมเนียมในการเรียกชื่อตัว...ฟอเนียเป็นชื่อ อิลดาส เป็นนามสกุลของข้า” 

เรื่องธรรมเนียมนั้นเคยได้ยินว่ามีเฉพาะที่เกาะเสือขาวกับเกาะเต่าดำเท่านั้น แต่เนื่องจากหยางกับลี่อิงไม่เคยรู้จักใครที่เกาะเสือขาวมาก่อนเลยรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย 

ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่กว่าจะถึงเวลาอาหารยังมีเวลาเหลืออยู่เล็กน้อย อีกทั้งพวกเขาก็เพิ่งกินอะไรมาหยกๆ ส่วนฟอเนียก็บอกว่ามีธุระต้องจัดการ เธอเลยขอแยกตัวกลับไปที่พักก่อนรอบนึง และเสนอสถานที่นัดเจอกันหลังจากนี้ แต่หยางปฏิเสธ เพราะอดคิดไม่ได้ว่าช่วงที่เด็กสาวแยกตัวไปตามลำพังเธออาจจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังได้  

อันตรายเกินไป!  

ขืนคนที่ฟังดันเป็นคนมีประสาทสัมผัสไว อาจจะจับไต๋ได้ว่าพวกเขาเป็นโจรวิ่งราวและเป็นคนที่ขโมยกำไลสีดำไปตั้งแต่แรก เลยแสร้งทำเป็นใจดีบอกว่าจะช่วยพาเธอชมเมืองยามเย็นและขอตามเธอกลับที่พัก เพื่อรอจนกว่าเธอจะเสร็จธุระ 

ความคิดเห็น