กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-11 สองโจรวิ่งราว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-11 สองโจรวิ่งราว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-11 สองโจรวิ่งราว
แบบอักษร

ทุกครั้งที่แวะมาเยี่ยมเยียนที่โกดังใต้ดินก็มักจะถูกสั่งให้นั่งสมาธิให้ดู ทำเหมือนสิ่งที่หยางพูดไม่น่าเชื่อถือ  

หยางทำท่าทีขัดขืนแต่ก็นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ วางมือขวาทับมือซ้าย หลับตา และค่อยๆ สงบลมหายใจ จากนั้นนับเลข หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เมื่อถึงเก้าก็จะสลับวางมือซ้ายทับมือขวา แล้วก็เริ่มนับหนึ่งใหม่วนไปเรื่อยๆ  

ระหว่างที่ทำแบบนั้นซ้ำๆ ก็มักจะมีความคิดเรื่อยเปื่อยผุดขึ้นมา เช่น หิวข้าวจัง อยากดื่มเหล้าอีกนิด หากว่าเหม่อลอยก็จะเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา 

ได้ยินเสียงเหมยบอกว่าพอแล้ว 

พอลืมตาก็พบเหมยมองมาด้วยท่าทางพึงพอใจ 

“เป็นไง แสดงว่าทำจริงจังเลยนะเนี่ย” 

“ก็ทำจนชินแล้ว” 

ตอนแรกที่เหมยสอนให้นั่งสมาธิ หยางได้แต่สงสัยว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มีประโยชน์อย่างไร เคยได้ยินมาว่าเหมยเรียนรู้วิธีนั่งสมาธิแบบนี้มาจากคนที่เคารพมากคนหนึ่ง แม้หยางจะไม่ค่อยเชื่อถือและเห็นประโยชน์ของวิธีนี้สักเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่นั่งสมาธิกลับรู้สึกโล่งอย่างน่าประหลาด หลังจากที่เขาย้ายออกจากโกดังใต้ดินและเมื่อลี่อิงหลิบสนิทแล้ว เขาจึงแอบนั่งสมาธิเงียบๆ อยู่เสมอเช่นเดียวกับวันนี้  

เหมยมองหยางด้วยความรู้สึกโล่งอก 

หลังจากนั้นหยางกับเหมยจึงกลับออกไปที่ห้องโถง หลังจากกินอาหารมื้อเย็นเบาๆ ไป ลี่อิงกับหยางก็พากันออกเดินทางกลับจากโกดังใต้ดินท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ย้อมฟากฟ้าเป็นสีแดง  

ทั้งสองเดินไปโดยไม่พูดไม่จา มุ่งหน้าเข้าเมืองตามเส้นทางของสัตว์ป่า  

ลี่อิงเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน 

“นี่ ลูกพี่ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับต้นกำเนิดของตัวเองบ้างเลยเหรอ?” 

เจ้านี่คงจะคาใจเรื่องคาถาเทพ หยางขมวดคิ้วชนกันแล้วมองไปลี่อิงปราดหนึ่ง 

“จะไปรู้ได้ยังไงเล่า ข้าเป็นเด็กถูกทิ้งนะเว้ย” 

หยางถูกนำตัวมาใส่ตะกร้าวางทิ้งไว้หน้าประตูทางเข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเป็นทารก คนที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบอกเขาแบบนั้น แต่เรื่องที่ถูกห่อด้วยผ้าแพรชั้นดี นอกจากเหมยที่เล่าให้เขาฟังหลังจากที่เขามาอาศัยอยู่ที่โกดังใต้ดินแล้วก็ไม่มีใครรู้ 

“จริงอะ?” 

ลี่อิงถาม สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียงของหยางได้อย่างชัดเจน แต่หยางยังคงปิดปากเงียบ  

ตัวหยางเองตอนที่สงสัยว่าตัวเองอาจมีสายเลือดจักรพรรดิจะให้บอกว่าไม่มีความรู้สึกคาดหวังเลยก็คงโกหก  

ทุกครั้งที่ท้องหิว ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนตายไปเพราะโรคระบาด หรือทุกครั้งที่ถูกใช้แรงงานอย่างหนักเจียนตาย วินาทีนั้นเขาอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่า "ถ้าเพียงแต่เขามียศถาบรรดาศักดิ์..." 

มองย้อนกลับไปมันเป็นความรู้สึกประมาณว่า "สักวันหนึ่งเถอะเขาจะไม่ต้องมาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแบบนี้อีกแล้ว"  

ขณะเดียวกันความฝันเฟื่องเช่นนั้นกลับทำให้เขารู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก  

เขาเป็นแค่โจรวิ่งราวที่ไล่ต้อนเหยื่อ เป็นได้แค่มนุษย์สกปรกที่เลือกหนทางนี้เท่านั้น 

คนแบบนี้น่ะหรือจะเป็นคนมียศถาบรรดาศักดิ์?  

เขาได้แต่เก็บความฝันเฟื่องนี้ไว้ราวกับมีความหวังว่าบาปที่ตัวเองกระทำจะได้รับการอภัย 

ช่างน่าสมเพชที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังให้อภัยตัวเองไม่ได้เลย ถ้าเป็นไปได้เขาอยากรับโทษด้วยการถูกใช้แรงงานสุดโหดแบบนั้นหวังยังดีเสียกว่า 

ลี่อิงที่อยากรู้ที่มาที่ไปของหยางคงมีความหวังตามประสาเด็กหนุ่มไร้เดียงสา แต่หยางก็ยังคงเดินต่อไปแบบเงียบเชียบ  

ให้ตายสิ เป็นเพราะมีคนขุดเรื่องเมื่อสองปีก่อนมาพูดถึงอีกแท้ๆ  

ชั่ววินาทีที่มือทั้งสองของเขาห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง หยางคิดว่าคงเป็นการลงทัณฑ์ขององค์เทพีไม่ผิดแน่  

ใช่แล้ว นั่นไม่ใช่หลักฐานของการมีเชื้อสายจักรพรรดิอะไรหรอก 

หากไม่ใช่เป็นการลงทัณฑ์จากองค์เทพีแล้วจะเป็นอะไรไปได้?  

องค์เทพีคงต้องการสั่งสอนว่าถ้ายังทำเรื่องชั่วช้าอีกจะต้องเจอแบบนี้  

ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะโดนไฟคลอกตายก็ได้  

เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ปลูกฝังทั้งความคาดหวังและความหวาดกลัวในหัวใจของหยางในเวลาเดียวกัน 

หยางผู้ยังคงคิดวนเวียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนอดคิดถึงเรื่องกำไลหินสีดำนั้นไม่ได้  

สัมผัสของหินช่างเหมือนกับสัมผัสเมื่อสองปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน 

ไอ้ของอย่างนั้นของยายเด็กนั่น  

จู่ๆ ก็รู้สึกว่ากำไลหินสีดำนั่นน่าจะพ่วงความซวยมาด้วยแน่ๆ  

อยู่ดีๆ เมื่อคืนก่อนก็ฝันเห็นภาพตอนที่ไปวิ่งราวครั้งแรกขึ้นมาเสียเฉยๆ ต้องเป็นเพราะกำไลของยายเด็กนั่นแน่ ไหนยังต้องมาเจอกับเหยื่อวิ่งราวคนเดิมอย่างยายนั่นอีก  

เพราะยายนั่นแท้ๆ ทำให้เขาต้องนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาอีก 

ระหว่างที่เดินคิดเรื่องนั้น ทั้งสองก็มาถึงถนนในเมือง  

ลี่อิงรู้สึกอย่างไรถึงได้เงียบไปก็ไม่อาจรู้ได้ หยางมองผมที่ถูกมัดไว้สูงเหมือนหางม้าที่กำลังพลิ้วไหวโดยไม่ได้ตั้งใจ 

“นี่ ลี่อิง” 

“หืม?” ลี่อิงหันมาเมื่อถูกเรียก 

“พรุ่งนี้เราเอาของที่ฉกจากยายนั่นมาไปคืนกันเถอะ” 

“ห๊ะ แต่...ลูกพี่ไม่ได้อยากคืนไม่ใช่เหรอ?” 

“เปลี่ยนใจแล้ว” 

ได้ยินเช่นนั้นดวงตาลี่อิงก็เป็นประกายทันควัน 

“ขอบคุณนะ ลูกพี่” 

“ไม่เห็นต้องมาขอบคุณอะไรข้าซักหน่อย” 

หยางเผยรอยยิ้มน้อยๆ ให้กับลี่อิงผู้ปลื้มปริ่ม 

ไม่ว่าเด็กสาวคนนั้นจะเป็นคนดีหรือร้าย แต่หยางก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนที่ได้เห็นเธออีกครั้ง  

การพบเหยื่อคนเดิมซ้ำสองจะต้องนำพาหายนะมาให้อย่างไม่ต้องสงสัย แม้การปล่อยของที่ได้มาให้หลุดมือไปง่ายๆ จะเป็นเรื่องแปลก แต่หากลูกน้องของเขายินดีปรีดาขนาดนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแย่สักเท่าไหร่  

“แต่ถ้ายายนั่นทำท่าจะจับพวกเราต้องรีบเผ่นนะ” 

ตะวันยามเย็นสีเพลิงกำลังตกดิน ฟ้าเริ่มสลัวลง ร้านรวงต่างๆ ในเมืองเริ่มเปิดโคมไฟที่แขวนไว้หน้าร้าน แต่ถนนหนทางในเมืองกลับกลืนหายไปกับสีดำสนิทของยามราตรี  

ทั้งคู่รีบมุ่งหน้าไปตามเส้นทางกลับบ้าน ต้องรีบกลับเข้าทางกำแพงเมืองให้ทันก่อนฟ้าจะมืดสนิท 

ความคิดเห็น