กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-8 สองโจรวิ่งราว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 สองโจรวิ่งราว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 202

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 สองโจรวิ่งราว
แบบอักษร

“อย่างนั้นหรอกเหรอ เลยมีความทรงจำร้ายๆ เลยนะหยางเอ๊ย!” 

พูดได้เพียงเท่านั้นเหมยก็นิ่งไปจนกว่าหยางจะเริ่มสงบลง อ้อมแขนของเหมยถึงมีกลิ่นเหล้าแต่ก็อบอุ่น  

ถึงแม้ว่าพวกเด็กๆ โดยเฉพาะพวกที่อายุแก่กว่ามักจะพูดถึงเหมยไม่ค่อยดี ทำนองว่าเป็นยายป้าที่พร่ำสอนแต่เรื่องไร้สาระ แถมยังสูบบุหรี่ ขี้เหล้า แต่หยางกลับรู้สึกผูกพันกับเธอ  

ถ้ามีแม่มันก็คงเป็นแบบนี้สินะ หยางคิด 

ครู่หนึ่งเหมยก็เอ่ยปาก 

“นี่ หยาง ในโลกนี้มันมีแต่เฉพาะพวกที่มีความสุขกับพวกไม่มีความสุขเท่านั้นแหละ แล้วผู้ชายคนนั้นมันก็โคตรไม่มีความสุขเลยว่ะ” 

หยางผละออกมามองหน้าเธอเงียบๆ ไม่เข้าใจว่าเหมยตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่  

“แต่ทุกคนที่นี่ก็ไม่มีความสุขเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถึงต้องฉกชิง วิ่งราว ลักขโมยเพื่อให้มีชีวิตรอดไปได้แต่ละวัน เพียงแต่เรื่องที่เจ้าเล่ามามันก็แค่ว่าผู้ชายคนนั้นเขามีความสุขน้อยกว่าเจ้าแค่นั้นแหละ คิดซะว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้แล้วกัน เลิกคิดมากได้แล้ว” 

นาทีนั้นหยางรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก ได้แต่ทำหน้าเหยเก 

“แต่ที่ผู้ชายคนนั้นเป็นทุกข์ก็เพราะข้านะ” 

“ก็จริง ถ้างั้นข้าก็คงไม่ห้ามหรอกถ้าเจ้าบอกว่าอยากจะกลับไปบ้านเด็กกำพร้า” 

“บ้านเด็กกำพร้า...” หยางพึมพำ 

จริงด้วยสิ เด็กๆ ที่นี่หลายคนไม่มีที่ไป ถ้าเป็นตอนนี้หยางอาจยังพอจะกลับไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโจรวิ่งราวอีกต่อไป  

ปีที่แล้วเกิดโรคระบาด เด็กๆ ในสถานเด็กกำพร้าที่ไม่ได้กินแม้แต่อาหาร และไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อยาต้องตายไปไม่รู้ตั้งกี่คน ตัวเขาเองคิดว่าอาจจะลงเอยอย่างนั้นเข้าสักวันจึงตัดสินใจหนีออกมา  

ถึงอย่างไรที่นี่ก็ยังมีอาหาร เด็กๆ ที่หาเงินได้มากก็จะได้รับส่วนแบ่งก่อน แถมยังสามารถนำเงินนั้นมาใช้เพื่อตัวเองได้  

ในสายตาของหยางแล้ว มองอย่างไรที่นี่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตรอดมากกว่า 

หลังจากหยางจมดิ่งอยู่กับความเงียบพักหนึ่งก็ส่ายหน้าแรงๆ 

“ไม่ ข้า...จะอยู่ที่นี่” 

“...แน่ใจนะ?” 

เหมยกอดหยางอีกครั้ง เขาเลยไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอทำสีหน้าอย่างไร แต่อ้อมกอดของเธอช่างแสนอบอุ่นจนหยางไม่อยากหนีไปไหน 

นกน้อยส่งเสียงร้องอยู่นอกหน้าต่าง หยางที่เพิ่งตื่นนอนเหม่อมองจ้องเพดานแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  

ตั้งแต่มาเข้าแก๊งเด็กโกดังใต้ดิน เขาก็ฝันเห็นแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก แต่สิ่งที่ฝันเห็นเมื่อคืนนี้แจ่มชัดที่สุด 

ตั้งแต่ตอนนั้นเวลาก็ผ่านเลยมาสิบปีแล้ว ตอนนี้หยางอายุสิบเจ็ด แต่จนแล้วจนรอดองค์เทพีก็ไม่เคยปรากฏกายให้เขาเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว  

เขาอยากจะบอกตัวเองที่กลัวจนตัวสั่นในตอนนั้นเหลือเกินว่าองค์เทพีอะไรนั่นคงไม่มีจริงหรอก หรือถึงจะมีอยู่จริงก็ไม่มีอิทธิฤทธิ์มากเท่าไหร่ 

ทำไมถึงเอาแต่ฝันร้ายน่าขยะแขยงอยู่ได้นะเรา เขาบ่นอุบอยู่ในใจ 

คิดวนเวียนอยู่บนเตียงพักหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นด้วยความรู้สึกวุ่นวายใจ  

เมื่อคิดได้ว่าต้องเปลี่ยนชุด จึงสอดแขนใส่เสื้อนอกสีแดงอมม่วงทึมๆ ที่ประดับด้วยกระดุมขดกลมที่ทำจากเชือกสีดำเหมือนลูกบอล ส่วนท่อนล่างใส่กางเกงขายาวสีดำ จากนั้นไม่ลืมเตะเพื่อปลุกลี่อิงเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะไปทำอาหารเช้า 

“วันนี้ต้องโผล่หน้าไปโกดังใต้ดินแล้วนะเว้ย” หยางเอ่ยบนโต๊ะอาหารเช้า 

ราวๆ สองปีก่อน หยางออกมาจากโกดังใต้ดินเพื่อมาอาศัยตามลำพังภายในบ้านผุพังหลังนี้ ที่ลี่อิงปรี่ตามมาด้วยก็เพราะความผูกพัน ตั้งแต่นั้นเลยกลายเป็นอยู่ด้วยกันสองคน  

ในบรรดาเด็กๆ แก๊งโกดังใต้ดิน หากว่าใครเป็นโจรวิ่งราวได้เก่งกาจเหมือนหยาง เมื่อโตพอที่จะรับผิดชอบตัวเองแล้วก็สามารถออกไปอยู่คนเดียวได้ หรือจะออกไปรับใช้เจ้านายก็ได้เหมือนกัน  

คนที่สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองตามลำพังและออกไปจากโกดังใต้ดินมีจำนวนไม่น้อย เนื่องจากโกดังใต้ดินเองก็มีเด็กๆ เข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขืนมีคนอยู่โยงไม่ยอมขยับขยายไปไหนก็คงคับแคบจนอยู่ลำบากเช่นกัน 

แต่สำหรับหยางแล้ว เหตุผลของเขาค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่นอยู่สักหน่อย คือเมื่อสองปีก่อนเคยเกิดเหตุไฟไหม้ที่โกดังนั้น ทำให้เหลือสมบัติเพียงผ้าห่มจำนวนหนึ่ง บางคนก็โดนไฟคลอก ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มคิดว่าคงอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว  

ทุกวันนี้เขาก็ยังโผล่หน้าไปที่โกดังใต้ดินบ้างนานๆ ครั้ง โดยมีขนมเล็กๆ น้อยๆ ติดมือไปฝากพวกเด็กๆ รวมถึงเหล้าที่เป็นของฝากสำหรับเหมย  

หยางแอบคิดว่าไหนๆ เมื่อคืนก็ฝันร้าย จะโผล่หน้าไปรังเดิมบ้างก็ไม่มีอะไรจะเสีย 

“งั้นเหรอ ถึงเวลาแล้วสินะ สองเดือนแล้วนี่ที่ไม่ได้ไปเยี่ยมที่นั่น” ลี่อิงเอ่ย 

สิ่งที่พวกเขาพกไปด้วยได้แม้จะมีเพียงขนมและของฝากถูกๆ แต่พวกเด็กๆ ที่โกดังใต้ดินก็รอคอยการมาเยือนของเขาด้วยความตื่นเต้น  

ทั้งคู่เลยออกไปซื้อของฝากที่ตลาดโดยออกทางประตูเมือง โบราณสถานที่พวกเขาตั้งชื่อกันเองว่าโกดังใต้ดินนั้นตั้งอยู่เมืองฮวงเจ็งออกไปทางฝั่งทะเลด้านใน ห่างจากถนนในเมืองพอสมควร และเพราะมีซากเสาหินที่คงจะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างในสมัยโบราณล้มกลิ้งอยู่ซึ่งกินอาณาบริเวณเข้าไปจนถึงพื้นที่เกษตรกรรม จึงไม่ค่อยมีคนป้วนเปี้ยนเท่าไหร่นัก 

สภาพเช่นนี้ถ้าได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดีก็น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อยู่หรอก ภายในโบราณสถานที่อุตส่าห์ขุดค้นก็ไม่พบวัตถุโบราณที่สำคัญแต่อย่างใด ภาพฝาผนังก็ร่อนจนแทบจะบูรณะไม่ได้ และดูท่าจะไม่มีอะไรให้พวกนักโบราณคดีปลาบปลื้มเป็นพิเศษ  

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรั้วไม้ขึงล้อมไว้กันคนเข้าไป แต่นอกเหนือนั้นก็ถูกทิ้งร้างไม่มีการจัดการใดๆ ที่เหมาะสม แต่คงไม่มีใครคิดฝันหรอกว่าที่แห่งนี้จะกลายเป็นที่ซุกหัวนอนของแก๊งหัวขโมยในที่สุด 

ความคิดเห็น