กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-7 สองโจรวิ่งราว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 สองโจรวิ่งราว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 233

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 สองโจรวิ่งราว
แบบอักษร

อาหารมื้อเย็นมาจากการรวบรวมเงินที่ทุกคนหามาได้นำไปซื้อวัตถุดิบ ทุกคนจะผลัดเวรกันหุงหาอาหารมื้อเย็น และล้อมวงนั่งขัดสมาธิกินกันบนพื้นสบายๆ ขณะที่อาหารยังร้อนๆ ซึ่งต้องเรียกว่าดีกว่าอาหารที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามากโข 

เขายังไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เจอหน้าร้านขายยาให้ใครฟัง 

พอฟ้าเปลี่ยนสีทุกคนก็พากันหลับใหล เสียงอ้อนวอนของชายคนนั้นที่ร้านขายยาทำให้หยางนอนไม่หลับ เขายืนยันว่ามีเงินแน่ๆ  

ใช่ ในกระเป๋าเงินของชายคนนั้นมีเงินชิลลิ่งอยู่เต็มกระเป๋าจริงๆ 

หรือเขาควรสารภาพว่าเป็นคนขโมยเงินทั้งหมดไปเอง? 

แต่ตอนที่มาเห็นเหตุการณ์นั้นเขาเองก็ได้แบ่งเงินให้พรรคพวกไปแล้ว เงินที่เหลือติดตัวก็คงไม่พอจ่ายค่ายาอยู่ดี  

ถึงอย่างนั้นก็ควรแสดงตัวช่วยเหลือชายคนนั้นมิใช่หรือ?  

แต่ขืนทำแบบนั้นเป็นต้องโดนตำรวจจับแน่นอน โทษของลักขโมยหนักหนาอยู่ หากโดนจับได้จะต้องใช้แรงงานอย่างแสนสาหัส เคยได้ยินว่ามีคนเหนื่อยจนตายคาที่เลยทีเดียว  

น่ากลัว!  

หยางไม่มีทางทำงานหนักขนาดนั้นได้แน่  

เขานึกถึงคำพูดของพวกผู้หญิงที่บ้านเด็กกำพร้า  

สถานเด็กกำพร้าที่หยางเคยอาศัยอยู่เคยได้รับการสนับสนุนจากวิหารเทพเจ้า เขาจึงมักได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าอยู่บ่อยครั้ง  

เรื่องที่ว่าก็คือ นานมาแล้วเทพเจ้าได้ทอดทิ้งมนุษย์ไปเนื่องจากความโง่เขลาของมนุษย์เอง แต่ยังมีเทพอีกห้าองค์ที่ไม่เคยทอดทิ้งมนุษย์ไปไหน หนึ่งในนั้นคือเทพีหวงลี่ที่คอยปกปักรักษาเกาะกิเลนแห่งนี้ที่พวกหยางอาศัยอยู่ ซึ่งเพื่อเป็นการแสดงความเคารพศรัทธาในเทพเจ้าจึงต้องสืบต่อหลักคำสอน  

มักจะมีคนพูดอยู่เสมอว่าหากทำเรื่องไม่ดีจะทำให้เทพีพิโรธ แน่นอนว่าเทพีคงโกรธในสิ่งที่หยางทำอย่างไม่ต้องสงสัย  

ทั้งที่มีโอกาสแต่เขากลับขี้ขลาดเกินกว่าจะสารภาพ องค์เทพีคงไม่มีวันให้อภัยเขาเป็นแน่  

คิดได้เช่นนี้หยางเลยหวาดกลัวว่าสักวันองค์เทพีอาจจะปรากฏกายเพื่อมาลงโทษเขา 

ระหว่างที่หยางขดตัวนอนริมกำแพง นานๆ ครั้งเขามักมีอันต้องสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงหมาหอนไกลๆ หรือไม่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวจนกระทั่งฟ้าสาง 

ในห้องโถงที่มีสภาพกึ่งๆ ห้องใต้ดิน ทั้งหน้าต่างที่น่าจะมองออกไปข้างนอกได้ แต่ความจริงอยู่สูงกว่าพื้นดินเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง ไหนจะถูกอาคารที่อยู่ติดกันขวางไว้ ทำให้ไม่สามารถมองออกไปเห็นท้องฟ้าได้ 

พอฟ้าเริ่มสว่างหยางก็สลัดห่มทิ้งแล้วลุกออกไปจากห้องโถงโดยพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เหยียบพรรคพวก แล้วเดินขึ้นบันไดออกไปข้างนอก  

พระอาทิตย์ขึ้นเรียบร้อยแล้ว แก้มของเขาสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นยามเช้า  

โกดังใต้ดินนั้นก็อยู่สูงกว่าโบราณสถานเล็กน้อยจึงทำให้มองเห็นทิวทัศน์เมืองได้บ้างแม้จะถูกกำแพงเมืองสูงๆ ที่โอบล้อมเมืองเอาไว้บดบัง มีเพียงรูปปั้นองค์เทพีที่ใหญ่กว่ากำแพงเมืองเท่านั้นที่เขามองเห็นตั้งแต่ช่วงไหล่ขึ้นไป 

เทพีหวงลี่ที่ตามตำนานเล่าขานว่าเป็นผู้คุ้มครองเกาะแห่งนี้เป็นรูปปั้นแกะสลักจากหินสีขาว ตรงหน้าผากมีสัญลักษณ์ทรงเหลี่ยม ว่ากันว่าเวลาที่เทพีปรากฏร่างต่อหน้ามนุษย์จะแปลงร่างเป็นกิเลน  

ตอนที่เห็นรูปปั้นนั้นหยางรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า ความอ่อนต่อโลก ความหวาดกลัว และความกังวลตลอดทั้งคืนทำให้เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยล้าสุดๆ เช่นกัน 

รูปปั้นเทพีตั้งอยู่ตรงนั้นเสมอไม่เคยเปลี่ยน แม้มองจากที่ไกลๆ จะดูไม่ค่อยออก แต่พระพักตร์ของเทพีองค์นั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งเมตตาอย่างเด่นชัด  

ขณะที่หยางกำลังทุกข์ทรมานกับบาปที่ตัวเองกระทำ รูปปั้นก็ยังคงยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม 

จังหวะนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินมา หยางสะดุ้งแล้วหันไปมอง  

แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบดวงตาที่ไม่ได้ผ่านการพักผ่อนนอนหลับเลยแม้สักตื่นแสบพร่า เขายกมือขึ้นขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว  

ร่างของคนที่เดินเข้ามาเป็นผู้ใหญ่ ผมปอยหนึ่งถูกมัดไว้ที่ด้านหลัง ผมที่โดนแสงแดดส่องของเธอเป็นสีเกาลัด  

ทุกคนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ล้วนมีนัยน์ตาและผมสีดำ แต่เธอผู้นี้มีสีผมที่อ่อนกว่าเล็กน้อย  

พอหันไปมองพบว่าคนคนนั้นคือเตียวเหมย ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในโกดังใต้ดินแห่งนี้ และเป็นหัวหน้าหญิงของพวกเขา 

“อ้าว ตื่นเช้าเหมือนกันนี่หยาง” 

ได้กลิ่นเหล้าลอยมาพร้อมกับเสียงทักทายของเธอ ดูท่าทางเธอคงจะดื่มทั้งคืน 

เหมยมองดูสภาพของหยางก็รู้ได้ทันทีว่าหนุ่มน้อยผู้นี้คงไม่ได้หลับได้นอน เธอจึงย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา 

“เกิดอะไรขึ้น นอนไม่หลับรึไงเรา?” 

หยางพยักหน้า 

“ไอ้หยา ตาเป็นหมีแพนด้าเลยเนี่ย กินข้าวเย็นไม่อิ่มรึไง หรือว่าอาหารไม่ถูกปากเจ้าที่โตมาแบบสุขสบาย?” 

“...ไม่ใช่เพราะหิวหรอก” 

หยางกระซิบตอบแผ่วเบา เขารู้สึกอ่อนล้าเพราะนอนไม่พอ แถมไม่อยู่ในอารมณ์จะตอบคำถามเสียด้วย เลยแสดงท่าว่าหงุดหงิด แต่เหมยกลับไม่ใส่ใจพฤติกรรมนั้น 

“ถ้าอย่างนั้นก็คงหนาวจนนอนไม่หลับ?” 

หยางส่ายหน้า  

ในที่สุดเหมยก็เดาถูก 

“หรือว่า...นอนไม่หลับเพราะรู้สึกผิดที่เป็นโจรวิ่งราว?” 

หยางมองกลับไปที่เธอด้วยความตระหนก แต่ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยของเธอส่งยิ้มอ่อนโยนกลับมาให้ 

“เด็กใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ที่นี่ทุกคนก็ต้องมีกังวลกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เทียบกับพวกแก๊งอันธพาลแล้วการวิ่งราวก็ถือว่าเป็นแค่โจรกระจอก แต่ก็เป็นการทำชั่วไม่ต่างกันเนอะ” 

ดูเหมือนเหมยจะพูดปลอบใจ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะบาปที่หยางทำมันหนักหนากว่านั้น 

“...ผิดแล้ว ไม่ใช่ซะหน่อย ฉัน... ฉัน...” 

หยางก้มหน้าพูดจาอึกๆ อักๆ พลางเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองเห็นและทำให้เธอฟัง 

ระหว่างที่ฟังเรื่องราวนั้น เธอตอบรับด้วยคำพูดประมาณว่า "อืม" "อย่างนั้นเหรอ" ด้วยท่าทีสงบ และโอบกอดหยางที่น้ำตาไหลพราก บางครั้งเหมยก็ตบหลังเบาๆ เพื่อให้กำลังใจเขา 

แม้จะฟังเรื่องราวของเขาจนจบแล้วก็ยังคงกอดเขาไว้ไม่ปล่อย 

ความคิดเห็น