กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-5 สองโจรวิ่งราว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-5 สองโจรวิ่งราว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 238

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-5 สองโจรวิ่งราว
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้นพวกเขาออกไปปฏิบัติภารกิจฉกชิงวิ่งราวข้าวของที่บรรดานักเดินทางผู้เลินเล่อพกติดตัวมาเช่นเคย  

อู๋หยางที่หลับสนิทตลอดคืนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไปเกือบหมดแล้ว ส่วนลี่อิงก็กลับมาอารมณ์ดี เป็นเช้าที่ปกติไม่ต่างจากทุกวัน 

แต่แล้วจู่ๆ ชั่วแวบหนึ่งตรงถนนใหญ่ ทั้งคู่เห็นสาวน้อยคนเดิมที่เจอเมื่อวาน 

การหวนมาเจอกับเหยื่อวิ่งราวแบบนี้เป็นอะไรที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เลยในเมืองฮวงเจ็งซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาะกิเลนอันแสนกว้างใหญ่  

ดูเหมือนเด็กสาวคนนั้นจะวนเวียนถามอะไรบางอย่างจากคนที่เดินผ่านไปมาตามท้องถนนอยู่  

คงไม่ใช่เวลาที่หยางและลี่อิงจะมาหยุดยืนอยู่แบบนี้ได้  

เมื่อคิดอะไรไม่ออกทั้งสองคนเลยซ่อนตัวในตรอกพลางแอบส่องพฤติกรรมของเด็กสาวอย่างเงียบเชียบ  

ถ้าเกิดว่าเธอกำลังหาตัวคนร้ายวิ่งราวละก็ งานเข้าแน่ทีนี้  

เธออาจจะยังไม่รู้แน่หรอกว่าคนที่ขโมยกระเป๋าไปเป็นเด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาทักทายหรือเปล่า แต่ที่สำคัญคือเธอเคยเห็นหน้าอู๋หยางแล้ว  

เธอวิ่งเหยาะๆ ไปทางคนที่เดินผ่านไปมาเหมือนจะเข้าไปพูดอะไรสักอย่าง ปฏิกิริยาตอบกลับของคนพวกนั้นก็มีทั้งส่ายหัวใส่บ้าง มองกลับมาอย่างสงสัยบ้าง  

เธอโค้งให้หนึ่งครั้งแล้วเดินจากไป ผมนุ่มสลวยนั้นพลิ้วไปตามลม ก่อนจะพุ่งเข้าหาคนที่เดินผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เด็กสาวถามอะไรจากคนที่เดินผ่านไปมาพวกนั้นกันนะ  

พวกเขาไม่ได้ยินก็จริง แต่แอบได้ยินคู่สามีภรรยาสูงวัยที่เพิ่งถูกตั้งคำถามและเดินผ่านมาบริเวณตรอกคุยกัน 

“ขอให้หาเจอทีเถอะเนอะ” 

“จริงด้วย ทำของหายในที่แบบนี้คงลำบากหน่อยแหละ” 

หยางกับลี่อิงได้ยินเข้าก็หันขวับมามองหน้ากัน 

“ยายเจ๊นั่นคิดว่าตัวเองทำของหล่นหาย ไม่ได้คิดว่าโดนขโมยไปงั้นเหรอ?” 

“เหมือนจะเป็นยังงั้นนะ” 

หยางพูดอะไรไม่ออกจึงตอบไปอย่างนั้น  

ความจริงความเข้าใจผิดแบบนี้เป็นโอกาสงามสำหรับพวกเขา 

คนอะไรจะซื่อจนเซ่อได้ขนาดนั้น ทั้งที่จริงจะฟันธงว่าเป็นเพราะหยางก็ได้  

หรือที่จริงแล้วเธอไม่ได้ระแวงอะไรเขาเลย?  

เธอเชื่อเรื่องที่หยางบอกว่าให้ทำตามคำสอนของเทพไป๋เหลียงอย่างนั้นหรือ? 

“...สถานการณ์ยังไม่เลวร้าย แต่เอาเป็นว่าเราไปทางอื่นเหอะ” 

“ได้เลย ลูกพี่!” 

ทั้งสองออกจากตรงนั้นแล้วอ้อมไปทางอื่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าวิหารใหญ่  

พวกเขาตั้งใจจะวนหาเหยื่อสักรอบแล้วค่อยแวะตลาดเพื่อหาซื้ออะไรกินก่อนกลับ ระหว่างนั้นก็ไม่ลืมแอบดูสถานการณ์ที่ถนนใหญ่ไปด้วย ถึงจะย้ายที่แล้ว แต่เด็กสาวยังคงปักหลักอยู่ตรงถนนใหญ่ 

ดูเหมือนเธอจะเหนี่ยวคนที่เดินผ่านไปมาและถามอะไรบางอย่างซ้ำๆ  

เห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังเหนื่อยล้า เพราะขาที่ก้าวไปหาผู้คนนั้นดูหนักอึ้ง อีกทั้งตอนโค้งคำนับก็ดูหมดเรี่ยวแรง 

“เจ๊นั่นยังถามหาของอยู่อีก จะหาไปถึงเมื่อไหร่กันนะ?” 

ได้ยินเสียงลี่อิงตั้งคำถามดด้วยความประหลาดใจ สีหน้าเขาดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย  

เห็นเด็กสาวตามหาของอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว หัวใจที่มีคุณธรรมเพียงน้อยนิดดูเหมือนจะเจ็บปวด 

“นี่ หรือเราจะไปบอกยายนั่นตรงๆ ว่าเราขโมยมาแล้วก็คืนให้ไปดีไหม?” 

ลี่อิงยื่นข้อเสนอ แต่หยางส่ายหัวแล้วตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย 

“พูดอะไรบ้าๆ” 

“ก็เห็นเจ๊เขาตามหาซะขนาดนั้น” 

“ยายนั่นอาจจะทำทีเป็นทำตกไว้ เพื่อล่อให้พวกเราโผล่ออกไปก็ได้” 

“ก็เป็นไปได้” 

ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนลี่อิงจะยังห่วง สังเกตว่าเขายังคอยมองไปทางเด็กสาวคนนั้น 

เอาจริงๆ หยางไม่ได้คิดว่านั่นเป็นการแสดงตบตาหรอก หากเป็นการแสดงจริง ยายนี่คงฝีมือขั้นเทพ  

เท่าที่เขาคุยกับเธอเมื่อวานก็ดูออกว่าเธอเป็นคนซื่อ เธอคงคิดไม่ได้หรอกว่าหยางเป็นคนเจ้าเล่ห์และใช้แผนตบตาเพื่อดึงความสนใจ  

แต่ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไรก็เรียกว่าเป็นเรื่องยุ่งยากไม่ต่างกัน 

“ไปเหอะ!” 

หยางถอนหายใจและหันหลังเดินออกมาทั้งอย่างนั้น ทำให้ลี่อิงไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ 

 

*** 

 

คืนแรกที่วิ่งราว หยางกลัวจนหลับไม่ลง เขาคิดว่าตัวเองต้องโดนเทพลงทัณฑ์เป็นแน่  

รอบๆ ตัวเต็มไปด้วยชายหนุ่มที่กลับมาจากวิ่งราวแล้วครองพื้นที่ตามชอบใจ ก่อนจะขดตัวหลับใหลภายในผ้าห่ม  

ถึงพื้นที่ที่ทำจากซากปรักหักพังแห่งนี้จะเย็นเยียบก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการนอนของทุกคน 

มีเพียงหยางคนเดียวที่นั่งห่อตัวด้วยผ้าห่มอยู่ริมกำแพง เม้มปากแน่นๆ พร้อมกับหลับตาลง 

และแล้วฝันร้ายก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง... 

หยางที่เติบโตเต็มวัยคิดเช่นนั้น ใจหนึ่งเขารู้ดีว่ามันเป็นแค่ฝัน  

ไอ้ฝันแบบนี้ก็แค่รีบๆ ตื่นจะได้หายไปเสียที แต่ทุกครั้งที่ความมืดเข้าโอบล้อมก็มักจะทำให้ลืมได้เสมอว่านี่เป็นความฝัน  

เขายังคงถูกดูดเข้าไปในฝันนั้นเรื่อยๆ...จนกระทั่งกลับไปตอนที่เขาอายุเจ็ดขวบ 

วันนั้นเป็นวันที่ลมสงบ หน้าต่างหลายบานจึงถูกเปิดไว้ มีแสงจันทร์อ่อนๆ ส่องลอดเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นกลางดึกที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด  

คืนนั้นหยางได้กระเป๋าสตางค์ของชายคนหนึ่งมา ชายคนนั้นเป็นพวกเดียวกับแก๊งโกดังใต้ดิน  

เขาได้ทำการฝึกซ้อมวิธีการล้วงกระเป๋าโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวจากรุ่นพี่มาอย่างโชกโชน  

พวกเด็กหนุ่มที่ช่วยฝึกซ้อมให้พากันยอมรับว่าเขาทำได้ แต่พอถึงเวลาลงมือจริงๆ เขากลับตื่นตูมและใจเต้นตึกตัก 

ที่ที่เขาเลือกลงมือก็คือมุมหนึ่งในตลาด เหยื่อเป็นชายวัยสามสิบกลางๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ไม่อาจเรียกได้ว่าชั้นสูง ดูอย่างไรก็ไม่น่าเป็นคนมีเงิน แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งในแก๊งเดียวกันกับเขาเห็นแวบหนึ่งว่ากระเป๋าสตางค์เขาท่าจะหนักเอาเรื่อง อาจจะเป็นพวกลูกขุนนางที่แอบปลอมตัวมากระมัง  

คิดได้ถึงตรงนี้ใจของอู๋หยางก็เต้นระรัวจนถึงขีดสุด 

ก่อนอื่นเขาให้พรรคพวกเข้าไปที่ร้านเดียวกับชายคนนั้นและแสร้งชนตะกร้าใส่มันฝรั่งเพื่อให้เขาหันหลังมาตามแผน จังหวะที่ชายคนนั้นกำลังตกใจก็จะเข้าไปใกล้ๆ แล้วล้วงกระเป๋าแบบเงียบเชียบและรวดเร็วที่สุด  

เมื่อสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นกระเป๋าสตางค์ไม่ผิดแน่  

หยางค่อยๆ หยิบสิ่งนั้นออกมาอย่างราบรื่นแล้วยัดใส่กระเป๋าตัวเองแบบหน้าตาเฉย ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจหัวมันที่หล่นเกลื่อนพื้น เขาก็แอบหนีเข้าตรอกไปอย่างไร้ร่องรอย 

ความคิดเห็น