กำไลหินสีดำที่หยางและลี่อิงขโมยมาได้ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? และมันจะนำพาหยางกับลี่อิงไปเจอกับอะไร!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-3 สองโจรวิ่งราว

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-3 สองโจรวิ่งราว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 247

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-3 สองโจรวิ่งราว
แบบอักษร

อย่างเช่น พวกพ่อค้าที่ลากรถบรรทุกของ คู่สามี-ภรรยาวัยกลางคนที่มุ่งมั่นไปสักการะยังมหาวิหาร วัยรุ่นที่มาเดินเปิดหูเปิดตาสำรวจตลาด  

ถนนใหญ่คึกคักและคับคั่งด้วยผู้คนมากมายที่กำลังซื้อขายของฝากและอาหารบนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพกิเลนแห่งนี้ 

ลี่อิงที่เดินอยู่ข้างๆ ดึงชายเสื้อของหยางเบาๆ มองตามสายตาของเขาไปมองเห็นสาวน้อยผมทองจากอาณาจักรเสือขาวที่ท่าทางจะมาตัวคนเดียว 

การแต่งตัวของสาวชาวเสือขาวนางนั้นแตกต่างจากคนที่นี่มากทีเดียว เธอสวมเสื้อนอกแบบไม่มีกระดุม ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงทรงคล้ายๆ กับที่พวกหยางสวม แต่รองเท้าที่ใส่สูงเหนือข้อเท้า เป็นรองเท้าบู๊ตผูกเชือกหนังแบบไขว้ เสื้อที่ชายค่อนข้างยาวของเธอพันรอบด้วยเข็มขัดหนัง บริเวณเข็มขัดมีซองใส่ของกระจุกกระจิกห้อยเอาไว้ ที่หลังแบกกระเป๋าเป้ แต่ดูทรงแล้วกระเป๋าเงินน่าจะอยู่ในกระเป๋าใส่ของกระจุกกระจิกไม่ผิดแน่ 

ดูเหมือนเธอจะเพิ่งมาเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพกิเลนเป็นครั้งแรก สังเกตจากดวงตาโตสีไวโอเล็ตที่มองไปรอบๆ อย่างเลิ่กลั่กและไม่คุ้นชิน 

"ข้าเล็งผู้หญิงคนนั้นไว้ เดี๋ยวจะไปคุยดึงความสนใจ” 

ลี่อิงเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะแยกตัวจากหยางอย่างเงียบเชียบ หยางเดินต่ออย่างไม่แยแสราวกับว่าเดินคนเดียวมาตั้งแต่แรกจนกระทั่งเข้าไปใกล้ตัวเด็กสาว 

“นี่เจ้า...เจ้านั่นแหละ คนผมทองนั่นน่ะ” 

หยางร้องทักไป เด็กสาวมองมาที่เขาด้วยความตระหนก 

เมื่อลองมองดูเธอในระยะใกล้พบว่าผมสีทองท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องของเธอนั้นกลายเป็นสีทองอ่อนจนแทบจะหลอมรวมกัน ผมเป็นลอนความยาวเหนือบ่าขึ้นมาเล็กน้อยแบบนั้นถ้าได้สัมผัสคงจะนุ่มสลวย  

“เอ๊ะ...ขะ ข้าเหรอ?” 

“ก็ใช่น่ะสิ เจ้านั่นแหละ...คนที่ลากกรงนกประหลาดๆ นั่นมาด้วยน่ะ” 

เด็กสาวลดกรงในมือขวาลง ข้างในมีนกฮูกสีน้ำตาลเทามีเขางอกโค้งมนดูสง่างาม  

เธอหยุดชะงักเพราะถูกเรียกอย่างกะทันหัน พอเห็นหยางยื่นมือไปที่กรงนกก็เลยยกขึ้นมาให้ดู 

“อ๊ะ เจ้านี่...เขาเรียกกันว่านกฮูกมีเขาน่ะ” 

“ว้าว ที่เกาะทางนู้นมีนกฮูกแบบนี้ด้วยเหรอ?” 

หยางพยายามพูดคุยกับเธออย่างมีอัธยาศัย แต่เธอยังดูระแวดระวังอยู่ สังเกตจากรอยยิ้มลังเลที่เส่งกลับมา 

“ไม่รู้สิ...บางทีอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทกิเลนก็ได้...ข้าเลยเอามาเลี้ยงไว้น่ะ ไม่ค่อยรู้จักมันดีนักหรอก โทษทีนะ” 

“ไม่เป็นไร แต่เห็นเจ้าแบกสัมภาระหนักๆ ไว้ด้วยคงลำบากแย่ ถ้าจะไปที่มหาวิหารละก็ให้ช่วยถือไปให้เอาไหม?” 

หยางคาดการณ์ว่าเธอน่าจะทนแรงดึงรั้งของกระเป๋าสะพายได้ไม่นานนักหรอก ตัวเธอเองที่ระแวดระวังจึงใช้มือจับสายสะพายของกระเป๋าให้กระชับขึ้น แต่นั่นแหละคือเป้าหมายของหยาง เพราะยิ่งเธอทำแบบนั้นสายเข็มขัดคาดเอวที่มีกระเป๋าใส่ของกระจุกกระจิกก็ยิ่งเลื่อนต่ำลง ทำให้ยิ่งขโมยได้ง่ายขึ้น 

จากด้านหลังของหญิงสาวมีลี่อิงที่ย่องเข้ามาใกล้แบบไร้เสียงฝีเท้า โดยมีหยางที่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น  

“เอ่อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าจะเอาไปวางไว้ที่พักก่อนแล้วค่อยไปต่อ” 

“หืม ดูท่าทางเจ้าเพิ่งเคยมาดินแดนเทพกิเลนอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกไม่ใช่เหรอ?” 

“กิเลน? อ้อ ที่นี่เรียกกันแบบนี้สินะ” 

เธอผงกหัวเบาๆ ทำท่าพึมพำเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก ภาษาที่ใช้บนเกาะกิเลนกับเกาะเสือขาวอาจจะต่างกันบ้างเล็กน้อยกระมัง  

หลังจากนั้นเธอก็ทำตาปริบๆ มองหยางด้วยความประหลาดใจ 

“รู้ดีจริงนะที่ว่าข้ามาเป็นครั้งแรก” 

“แหม ก็เห็นทำท่าเลิ่กลั่กเสียขนาดนั้น เอาน่า ถ้าเพิ่งมาครั้งแรกละก็จะแนะนำที่พักดีๆ ให้เอาไหม มีคนรู้จักของข้าทำโรงเตี๊ยมอยู่นะ” 

อันที่จริงเขาไม่มีคนรู้จักทำโรงเตี๊ยมอะไรนั่นหรอก กุขึ้นมาทั้งเพ 

“มะ ไม่เป็นไร เพราะมีคนแนะนำที่พักให้ข้าเรียบร้อยแล้ว” 

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่อยากบอกปัดหยาง เด็กสาวถึงได้ตอบแบบนั้น  

อู๋หยางเองก็แอบคิดว่าเธออาจจะมาไม้นี้เหมือนกันเลยเอาเรื่องโรงเตี๊ยมขึ้นมาอ้าง แต่อย่างน้อยตอนนี้ถ้ายืดบทสนทนาไปได้อีกสักนิดก็คงจะดี 

มือของลี่อิงค่อยๆ เอื้อมไปยังกระเป๋าใส่ของกระจุกกระจิกของเด็กสาว หยางที่รู้เห็นจึงบอกตัวเองว่าจะส่งสายตาไปทางนั้นไม่ได้เป็นอันขาด 

“ต้องระแวงกันขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เทพเจ้าไป๋เหลียงที่คุ้มครองดินแดนเสือขาวเองก็เคยสอนไว้ว่าให้ยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นแบบไม่เกี่ยงงอนไม่ใช่เหรอ ข้าก็แค่ทำตามคำสอนของท่านและลองทักเจ้าดูเท่านั้นเอง” 

ถึงตรงนี้ถ้าเธอส่งยิ้มสดใสออกมาได้ หยางน่าจะแซะต่อจนหลอกขอเธอแต่งงานได้เลยทีเดียว  

แต่น่าเสียดาย ที่แววตาของเขาไม่เคยประสงค์ดี ถึงจะเป็นคนอัธยาศัยดีก็เถอะ  

โชคดีที่ส่งคำพูดออกไปพร้อมยิ้มเจื่อนๆ จึงช่วยให้เด็กสาวผ่อนคลายความระแวงลงได้บ้าง จนกระทั่งเผยรอยยิ้มจากใจให้เขาเห็นเป็นครั้งแรก 

“ขอโทษด้วยนะ ข้าเพิ่งมาเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรกเลยตื่นตระหนกไปหน่อย” 

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องมีสติอยู่กับเนื้อกับตัวหน่อย เดินเหรอหราแบบนี้มันอันตรายนะ” 

“ขอบคุณที่ช่วยเตือน” 

ลี่อิงผละตัวถอยออกไปอย่างแผ่วเบา เมื่อภารกิจสำเร็จแล้วหยางเองก็ถึงเวลาต้องปล่อยเธอไปแล้วเช่นกัน 

“โทษทีนะที่มาขัดจังหวะ ไว้เจอกัน” 

“แล้วเจอกันจ้ะ” 

กลายเป็นเรื่องน่ายินดีไปเสียนี่  

จนป่านนี้ยายนั่นคงยังไม่รู้ตัวว่าโดนอะไรเข้าไป หยางเผลอยกมุมปากยิ้มเยาะ 

เมื่อแยกจากเด็กสาวมาแล้วทั้งคู่ก็เดินต่อไปบนถนนใหญ่ก่อนจะไปซ่อนตัวในตรอก  

ยายผู้หญิงซื่อบื้อเอ๊ย คงถูกเลี้ยงดูมาแบบคุณหนูลูกผู้ดี  

หยางรู้สึกแบบนั้นกับเด็กสาว แต่เผลอแป๊บเดียวก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นจนหมด 

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ย้ายไปหาเหยื่อที่ตลาดซึ่งคึกคักด้วยบรรดาพ่อค้าที่เดินทางมาจากเกาะเสือขาว จนกระทั่งตะวันใกล้ตกดินทั้งสองจึงค่อยกลับบ้าน 

ความคิดเห็น