email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 2 100% Only want you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2564 14:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 2 100% Only want you
แบบอักษร

"คุณหมอจะทิ้งแพรไว้กับคนอื่นอีกแล้วใช่ไหม"

 

ALAN PART :

 

ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่วะ มึงคิดอะไรของมึงถึงไปกอดแล้วจุ๊บหน้าผากคนไข้แถมไปอ่อยเขาอีกไอ้อลัน Oh Goddddd ผมทำอะไรลงไป ถึงจะผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้วที่ผมต้องดูแลเธอ แต่ทุกครั้งที่ผมเข้าไปในห้องนั้น ผมจะลืมทุกอย่างที่คิดเอาไว้

จะไม่ใจดีกับเธอ แต่ผมก็ต้องแพ้เพราะความขี้อ้อน

จะไม่ถึงเนื้อถึงตัวคนไข้ แต่กลายเป็นเธอที่ถึงเนื้อถึงตัวผมแทน

จะไม่อ่อยกลับ แต่ให้ทำไงวะ เธออ่อยมา เหมือนมันคือรีแอคอัตโนมัติที่ผมต้องทำ อย่างประโยคล่าสุดที่เธอบอกผม

'คุณหมออยากเป็นแฟนแพรมั้ยคะ แพรเลี้ยงคุณหมอได้ทั้งชีวิตเลยนะ' เนี่ย คิดว่าผู้ชายแบบผมจะตอบยังไงถ้าไม่ใช่ 'แล้วคุณอยากเป็นแฟนผมรึเปล่า ผมดูแลหัวใจคุณได้ทั้งชีวิตเลยนะ' ใช่ครับ ผมพูดแบบนั้นออกไป อยากจะตบปากตัวเองที่พูดไม่คิด!!!

 

"คุณหมอเล็กนิกซ์คะ"

"....."

"คุณหมอเล็นนิกซ์!!" เสียงของพยาบาลเรียกสติให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

"คะครับ ว่าอะไรนะครับ"

"คุณหมอยังไม่ตอบดิฉันเลยค่ะ ว่าตกลงจะเปลี่ยนให้คุณหมอกรีนให้มาดูแลเคสคนไข้ห้อง A016 แทนไหม"

"ครับ?" ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงหลังจากที่ได้ยินคุณพยาบาลถาม ทำไมผมถึงต้องเปลี่ยนกับหมอกรีนด้วยล่ะ หรือก่อนหน้านี้ผมพูดอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว

"อ้าว ก็เมื่อวันก่อนคุณหมอแจ้งเองไม่ใช่หรือคะว่าให้ดิฉันไปทำเอกสารเพื่อให้หมอกรีนมาดูแลเคสคุณแพรวาแทน" เมื่อวานผมพูดแบบนั้นเหรอวะ? แต่พอเห็นเอกสารยืนยันที่พยาบาลยื่นมาให้ก็ถึงบางอ้อ ตอนที่ออกมาจากห้องแพรวาผมก็สั่งให้พยาบาลเปลี่ยนหมอมาดูแลเคสแพรวาแทน เพราะผมคิดผิดที่เอาตัวเองไปใกล้ชิดกับเธอแบบนั้น เรื่องที่เกิดขึ้น มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ เธอเป็นคนไข้ผู้หญิงคนแรกที่ผมทำแบบนั้น ซึ่งผมไม่ควรทำ

คำพูดของพยาบาลที่บอกไว้ว่าน้ำตาของเธอทำให้ทุกคนสงสารมันคือเรื่องจริง แค่ผมเห็นน้ำตา หัวใจผมก็เจ็บปวดโดยที่หาเหตุผลไม่ได้ เวลาอยู่กับเธอ ได้สบตากับดวงตากลมโต มันเหมือนมนตร์สะกดที่ทำให้ผมหลงในตัวผู้หญิงคนนั้นจนหาทางออกไม่ได้

ความรู้สึกพวกนี้...มันอาจจะทำให้การตัดสินใจในการเป็นหมอผิดพลาด หมอไม่ควรเอาตัวไปผูกพันหรือใกล้ชิดกับคนไข้มากเกินไป ไม่งั้นจะเป็นพวกเราเองที่จะเจ็บป่วยทางอารมณ์ เหมือนเป็นคำสาปในวิชาชีพนี้

รักได้ แต่ห้ามรักมากเกินไป

ห่วงได้ แต่ห้ามห่วงมากเกินไป

กังวลได้ แต่ห้ามกังวลมากเกินไป

ทุกความรู้สึกต้องอยู่ในจุดที่พอดี ไม่น้อยหรือมาก ถ้าเรารู้สึกน้อย เราจะเข้าไม่ถึงคนไข้ แต้ถ้าเรารู้สึกมาก...จะเป็นเราเองที่เจ็บ

เคยมีคำพูดของอาจารย์แพทย์ท่านนึงสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ ท่านเคยสอนไว้ว่า 'หมอต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างดีที่สุด แต่อย่าเอาจิตใจเราไปผูกกับผู้ป่วยมากเกินไป เพราะเมื่อเกิดเรื่องเศร้าจะทำให้เราหดหู่และหมดกำลังใจจนจะสู้ต่อ' มันคือเรื่องจริง...

คนไข้คนแรกที่ผมช่วยชีวิตเขาไม่ได้ เกิดขึ้นตอนที่ผมยังเป็นเพียงแค่หมออินเทิร์น....ผมต้องปั๊มหัวใจเขา ทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อชีวิตเขาเอาไป แต่ท้ายสุด...เขาก็จากไปในมือผม มองกลับไปด้านหลังเห็นญาติผู้ป่วยนั่งร้องไห้กอดกันเพราะสูญเสียคนในครอบครัว คนเป็นที่รัก มันเป็นภาพที่ทำให้ผมใจสลาย เจ็บปวดจนหาคำมาอธิบายความรู้สึกพวกนั้นไม่ได้

ทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยมันได้สร้างบาดแผลในใจพวกเราทีละนิด ๆ แต่ในเมื่อพวกเราเลือกที่จะทำอาชีพนี้ พวกเราก็ต้องหาทางที่จะรักษาบาดแผลนั้นด้วยตัวเอง มองเห็นความจริง ทุกคนมีเกิด แก่ เจ็บตาย ร่างกายสลายไปตามกาลเวลาแต่สิ่งที่พวกเราทำได้คือการให้กำลังใจคนที่เขายังอยู่ รวมถึงให้กำลังใจตัวพวกเราเอง เพื่อให้สามารถยืนหยัดในชีวิตต่อไปได้

และเพราะเหตุผลพวกนี้ทำให้ผมต้องบังคับให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนทั้งหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ส่วนอื่น ทั้ง Front office และ Back office ต้องไปพบหมอจิตเวชเดือนละครั้ง ให้ทุกคนได้ระบายปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว แผนกจิตเวชจึงเป็นแผนกที่สำคัญสำหรับโรงพยาบาลพอ ๆ กับแผนกอื่น จะเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีได้ ก็ต้องเริ่มจากการดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา จะให้พวกเขาภักดีกับองค์กร ก็ต้องทำให้พวกไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวเราเสียก่อน

อ่า...ผมกำลังจะพาเข้าเรื่องธุรกิจซะงั้น คงต้องพอแค่นี้แล้วกลับมาเรื่องหัวใจก่อนจะออกนอกทะเลไปมากกว่านี้

"คุณหมอคะ"

"ผมได้ยินแล้ว" ผมยกมือบอกพยาบาล เธอคงเห็นว่าผมเงียบนานเกินไป แต่ตอนนี้ผมกำลังทบทวนความรู้สึกของตัวเอง สำหรับแพรวา...ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นพวกนี้มันคืออะไร แต่เพื่อปกป้องหัวใจและความรู้สึกของตัวเองและของเธอ ผมจำเป็นต้องปล่อยเธอไป เลือกที่จะตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลม ก่อนปัญหาพวกนั้นมันจะกลายเป็นปมที่แก้ไม่ได้

ผมหยิบปากกาแล้วเซ็นชื่อลงไปในกระดาษ ก่อนจะยื่นให้พยาบาล "เอาไปให้หมอกรีนได้เลยครับ"

"รับทราบค่ะ ว่าแต่คุณหมอจะเข้าไปตรวจคนไข้ก่อนมั้ยคะ หรือจะยกให้หมอกรีนดูแลเลย" คำถามของพยาบาลทำให้ผมมองดูนาฬิกาข้อมือ สองทุ่มครึ่งแล้ว เธอน่าจะพักผ่อนอยู่

"เดี๋ยวผมจะเข้าไปเช็กเธอก่อนกลับ"

"รับทราบค่ะ" พยาบาลออกจากห้องไปแล้ว ผมจึงเก็บเกสารต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เตรียมตัวกลับไปบ้าน บ้านที่ผมกลับไปแค่อาทิตย์ละครั้ง ไม่นอนที่ห้องพักแพทย์ก็กลับคอนโด หรือไม่ก็ไปสิงที่ผับไอแกริค ผับที่เจ้าของย้ายถิ่นฐานไปอยู่ไทยเรียบร้อยแล้ว เฮ้อ เพื่อนก็ทยอยมีครอบครัวกันหมดละ ชีวิตมันก็จะเบื่อ ๆ หน่อย แต่สิ่งที่ทำชีวิตผมตื่นเต้นและเร้าใจได้คงเป็นการรักษาและผ่าตัดเคสคนไข้ที่ยาก ๆ ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้เป็นหมอ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเหมือนกัน

คิดไปคิดไปก็พาตัวเองมาอยู่หน้าห้องพักพิเศษ A016 เรียบร้อยแล้ว ชื่อแพทย์ที่ดูแลยังเป็นชื่อผม แต่พรุ่งนี้คงเป็นชื่อหมอเคท หรือแพทย์หญิงเคทลิน กรีนที่เป็นหมอศัลยกรรมทั่วไปเช่นเดียวกับผม

ในขณะที่ผมกำลังยืนด้อม ๆ มอง ๆ ประตูห้องคนไข้ก็เปิดออกพร้อมกับพยาบาลที่เข็นรถเข็นอุปกรณ์ออกมา

"อ้าวคุณหมอ จะเข้าไปตรวจคนไข้เหรอคะ"

"ครับ คนไข้หลับรึยัง" ผมพยักหน้ารับ

"เพิ่งหลับไปเมื่อครู่นี่เองค่ะ แต่ก่อนจะหลับเธอถามถึงคุณหมอด้วยนะคะ"

"หืม ถามถึงผม?"

"ค่ะ เธอถามว่าพรุ่งนี้คุณหมอจะเข้ามาตรวจช่วงไหน เธอดูจะชอบคุณหมอมากเลยนะคะ ^^" คำถามนี้ทำให้ผมชะงัก และทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อน ๆ ได้เช่นกัน อย่าบอกนะว่าผมกำลังเขิน ให้ตายเถอะอลัน มึงจะมาเขินเพราะคำพูดแค่นี้ไม่ได้

"อืม ขอบคุณมาก ไปได้ทำงานต่อแล้ว" รีบกลบความเขินด้วยความโหดต่อ เดี๋ยวจะเสียหลักไปต่อไม่ได้

ผมค่อย ๆ หมุนลูกบิดประตูช้า ๆ เพราะกลัวว่าจะปลุกคนที่กำลังพักผ่อน ไฟในห้องมืดสนิท ทั้งคนเฝ้าทั้งคนไข้หลับหมดแล้ว ผมก้าวเท้าไปที่ข้างเตียง มองใบหน้าสวยที่กำลังสนิท ภายในห้องเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอ เวลาหลับก็น่ารักเหมือนกัน แต่เวลาตื่นทีไรนี่ทำเอาผมปวดหัวเพราะความขยันอ่อยเช้าอ่อยเย็นของเธอ เฮ้อ

"ฝันดีนะครับ" พูดพร้อมกับลูบผมเธอเบา ๆ ตอนนี้ไม่มีผ้าก็อซพันรอบศรีษะแล้ว อาการที่ศรีษะก็ไม่มีอะไรแทรกซ้อน เธอยังเดินได้ไม่ถนัดต้องมีคนพยุง เพราะแผลที่หน้าท้องยังไม่หายดี รวมถึงบาดแผลภายนอกตามตัวเช่นกัน แต่อาทิตย์หน้าคาดว่าจะดีขึ้นและเริ่มทำกายภาพบำบัดได้ตามแผนที่วางไว้ แต่แผนการรักษาพวกนั้นผมส่งให้หมอเคทลินจัดการต่อเรียบร้อยแล้ว

"คุณหมอ..." น้ำเสียงแผ่วเบาที่ออกจากริมฝีปากเล็กทำให้ผมตกใจเพราะคิดว่าเธอตื่นแล้ว แต่เปลือกตาบางที่ยังคงปิดสนิทเป็นคำตอบได้ว่าคำพูดเมื่อกี้เป็นแค่การละเมอ แต่เธอละเมอเรียกหาหมอเหรอวะ?

"แพรกลัว..."

"....."

"คุณหมอห้ามทิ้ง....คุณหมอช่วยแพร" ประโยคที่เธอพูดเป็นภาษาบ้านเกิดเมื่อครู่ ถึงแม้มันจะยังไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เท่าแต่ก็พอจะจับใจความและแปลได้ว่าเธอกำลังพูดถึงผม

แต่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อผมไม่อยากผูกพันกับเธอไปมากกว่านี้ แค่อาทิตย์เดียวยังทำให้ผมคิดถึงแต่เธอจนไม่เป็นอันทำงาน

"ผมขอโทษ" พูดจบก็ก้มลงไปจูบเบา ๆ ที่หน้าผากมน ผมฝากเธอไว้กับแพทย์หญิงที่มีฝีมือที่สุดแล้ว เธอจะไม่เป็นอะไรแน่นอน

 

 

PRAEWA PART :

 

เมื่อคืนฉันฝันถึงคุณหมอ จำได้ว่าในฝันมันเศร้ามาก ๆ แต่ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฝันว่าอะไร ฮือออ ตอนตื่นมาก็จำได้อยู่หรอก แต่พอนึกถึงเรื่องอื่นก็ดันลืมเรื่องฝันไปเสียสนิท ช่างเถอะ แต่งสวยรอคุณหมอตัวจริงดีกว่า จะไปนึกถึงคุณหมอในฝันทำไม คิคิ

"หยุดส่องกระจกแล้วกินข้าวก่อนแพร เดี๋ยวคุณหมอเข้ามาดุพี่ไม่รู้ด้วยนะ" พี่เดียร์ที่นั่งปลอกผลไม้อยู่ในโซนห้องครัวพูดขึ้นมา ตามด้วยเสียงของพี่พราวที่เพิ่งออกมาจากห้องนั้น

"พี่ว่าพี่เข้าไปห้องน้ำก็นานอยู่ เรายังแต่งสวยไม่เสร็จอีกเหรอ เฮ้อ เด็กคนนี้นิมันน่าตีจริง ๆ" พี่พราวพูดพลางทำท่าจะเข้ามาป้อนโจ๊กฉัน แต่ฉันห้ามไว้ก่อน

"คนที่มีสิทธิ์ตีแพรหรือทำโทษแพรคือคุณหมออลันคนเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นแพรจะยังไม่กินข้าว แพรอยากให้คุณหมอป้อน ^^" ฉันพูดไปตามที่คิด หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งพยาบาล พี่พราวพี่เดียร์รู้หมดแล้วว่าฉันชอบคุณหมอ เพราะฉันไม่คิดจะปิดบังใครสักนิด ก็ฉันชอบของฉันนี่น่า จะให้ทำยังไง = =

"โอ้ น้องสาวเธอทำไมแก่แดดแบบนี้ห๊ะเดียร์" พี่พราวบอกพี่เดียร์ส่วนฉันก็นั่งยิ้ม ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นประตูเปิดออก คุณหมอเทพบุตรของแพรมาแล้ว

แต่ทว่า...ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องหุบยิ้ม เพราะวันนี้คุณหมอกลายเป็นผู้หญิง ทำไมถึงเป็นหมอผู้หญิงล่ะ ปรกติจะเป็นคุณหมออลันนี่น่า ฉันมองไปเลยด้านหลังพยาบาลคนสุดท้าย แต่ก็ยังไม่เห็นคุณหมออลัน

"สวัสดีค่ะคุณแพรวา หมอชื่อเคทลิน กรีนนะคะ เรียกว่าหมอกรีนหรือหมอเคทก็ได้ค่ะ^^"

"สวัสดีค่ะคุณหมอ" ทั้งฉันพี่พราวแวะพี่เดียร์ทักทายคุณหมอพร้อมกัน

"หืม คนไข้ยังไม่กินข้าวเช้าเหรอคะ" คุณหมอคนสวยเดินมาถามฉันหลังจากที่เห็นโจ๊กในถ้วยยังคงสภาพเดิม วันนี้แผนที่วางไว้ของฉันคงจะล่มสินะ

"กำลังจะทานเลยค่ะ แฮ่ะ ๆ" ฉันส่งยิ้มให้คุณหมอ สังเกตเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายตอนคุณหมอฟังเสียงเต้นหัวใจก็สบายใจขึ้นมาหน่อยนึง คู่แข่งลดไปคนนึง เพราะคุณหมอคนสวยและใจดีคนนี้แต่งงานแล้ว

"อาทิตย์นี้มีไข้แค่วันเดียวเองใช่มั้ย" คุณหมออ่านในชาร์ทก่อนจะหันไปถามคุณพยาบาล

"ใช่ค่ะ"

"โอเค คุณแพรวาไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อนใช่มั้ยคะ มีปวดแผลหรือปวดตรงไหนรึเปล่า ถ้ามีแจ้งหมอได้เลยนะ" คุณหมอพูดพร้อมกับเปิดดูแผลผ่าตัดตรงหน้าท้อง แต่เมื่อกี้คุณหมอถามว่าถ้าเจ็บหรือปวดตรงไหนให้บอกใช่ไหม

"แพรเจ็บตรงหัวใจค่ะคุณหมอ"

"เอ๋ เจ็บหัวใจเหรอคะ" ฉันพยักหน้ารับแล้วพูดต่อ แต่ก็โดนสายตาดุ ๆ ของพี่แพรวที่มองมาบอกว่าห้ามพูด เพราะเขารู้ว่าฉันจะพูดอะไร แต่ใครจะห้ามแพรวาได้ถ้าแพรวาต้องการ

"แพรเจ็บหัวใจเพราะวันนี้ไม่ได้เจอหน้าคุณหมออลัน"

"คะ อะไรนะคะ?" ท่าทีตกใจของคุณหมอทำให้ฉันยิ้มเขิน ๆ รวมถึงพี่พยาบาลด้านหลังเช่นกัน เพราะพวกพี่เขารู้หมดแล้วว่าฉันชอบคุณหมอ

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณหมอกรีน ยัยแพรแค่แกล้งเล่น^^" ฉันหันขวับไปหาพี่พราว แกล้งลงแกล้งเล่นอะไรกันเล่า ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย

"อ๋อ โอเคค่ะ แฮ่ะ ๆ" คุณหมอเคททำหน้างง ๆ แต่ก็เออออตามไป "คุณหมอกรีนคะ ขอถามหน่อยได้มั้ยคะว่าทำไมวันนี้คุณหมอถึงมาตรวจ คือก่อนหน้านี้จะเป็นคุณหมอเล็นนิกซ์ พวกเราเลยสงสัยกันนิดหน่อย" พี่เดียร์ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมาแถมยังมากระพริบตาให้ฉันด้วย รู้ใจจริง ๆ

"อ๋อ เรื้องนี้นี่เอง ตอนนี้คุณหมอเล็นนิกซ์ไม่ได้เป็นหมอเจ้าของเคสคุณแพรวาแล้วค่ะ คุณหมอยังไม่ได้แจ้งใช่มั้ย"

"อะไรนะคะ!!!" ฉันโพล่งออกไปเสียงดังด้วยความตกใจ คุณหมออลันไม่ได้เป็นคนดูแลฉันแล้วงั้นหรือ ได้ยังไงกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ

"แสดงว่าคุณหมอเล็นนิกซ์คงไม่ได้แจ้ง งั้นหมอต้องขอโทษด้วยนะคะที่แจ้งช้า พอดีตอนนี้คุณหมอเล็นนิกซ์มีเคสด่วนเคสอื่นที่ต้องดูแล แถมคุณหมอเป็นผู้บริหารด้วยจึงมีงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบเยอะจึงไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ก็เลยส่งเคสคุณแพรวาให้หมอดูแลแทน"

".... " ฉันอึ้งไปพักใหญ่ ๆ หลังจากที่ได้ยินคำตอบ ใครถามหรือพูดอะไรฉันก็ไม่ได้ยิน เหมือนหูอื้อไปชั่วขณะหนึ่ง

คราวนี้น่ะ เจ็บที่หัวใจจริง ๆ โดยไม่ต้องแกล้งหรือโกหก เขาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง เขาทิ้งฉันกลางคันได้ยังไง ไหนบอกจะไม่ไปไหน ไหนบอกจะอยู่ข้าง ๆ ฉันไงคนบ้า!

"แพร"

"....."

"แพรวา!!" ฉันสะดุ้งหลุดจากภวังค์เพราะแรงเขย่าตัวและเสียงตะโกนเรียกชื่อของพี่พราวนี่แหละ

"แพรจะหูหนวกแล้วมีพราว"

"พี่จะตายเพราะเป็นห่วงเรานี่แหละ คุณหมอกรีนอออกไปสักพักแล้วนะ" ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะมองโจ๊กในถ้วย แผนที่จะให้เขาป้อนพังหมดแล้ว ฉันตักโจ๊กมากินอย่างคนเหม่อเลย แต่กินไปได้แค่สี่ห้าคำก็อิ่มแล้ว

"แพร อย่าทำแบบนี้"

"ก็แพรอิ่มแล้วนี่น่า แพรอยากนอนแล้ว" ฉันบอกก่อนจะหยิบยาที่พยาบาลเตรียมไว้ขึ้นมากิน เลื่อนโต๊ะที่วางข้าวออก ก่อนจะหันหลังใหเพี่พราวแล้วล้มตัวลงนอน

"คุณหมอเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาล ต้องเข้าใจเขาด้วยว่าเขางานเยอะ ไม่มีเวลา" ฉันไม่ได้ตกใจตำแหน่งที่ได้ยินเท่าไหร่ เพราะเอะใจตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ในห้องเป็นนามสกุลของเขาหมด เรื่องตำแหน่งไม่สำคัญ จะรวยหรือจะจนก็ไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาต่างหาก ต่อให้เขารวยกว่าฉันเป็นสิบเท่า ฉันก็จะเลี้ยงเขาอยู่ดี การเปย์คนที่เขารวยกว่า มันเป็นเรื่องปรกตินะ

"ค่ะ แพรเข้าใจ แพรอยากพักผ่อนแล้ว" ฉันพูดตัด ก่อนดึงผ้าห่มมาคลุมโปง ฉันเสียใจอยู่ แต่ฉันไม่อยากร้องไห้ เพราะถ้าร้องไห้จะไม่มีคุณหมอมาปลอบ ดังนั้นฉันจึงกลั้นน้ำตาเอาไว้ และวันนี้เป็นวันที่ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ทั้งวัน เป็นวันที่ฉันพูดน้อยที่สุด ทั้ง ๆ ที่ปรกติจะชวนพี่พราวพี่เดียร็หรือไม่ก็พี่พยาบาลคุยเล่นตลอด ก็คนมันเศร้านี่ จะให้เฮฮาได้ยังไงกันเล่า TT_TT

"แพร ตื่นมากินข้าวเย็นก่อน วันนี้เรานอนทั้งวันแล้วนะ" เสียงของพี่แพรทำให้ฉันดีดตัวลุกขึ้นมานั่งทันที มองซ้ายมองขวา พี่พราวออกไปข้างนอกแล้ว เย่!

พรึ่บ!

"พี่เดียร์ แพร์อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง ถ้าแพรกินโจ๊กหมดพี่เดียร์ช่วยพาแพรไปด้านนอกได้มั้ย" ฉันพูดเสียงอ้อนทำตาปริบ ๆ

"เอาวีลแชร์มาให้แพรก็ได้ เดี๋ยวแพรเข็นเอง" ยอมทุกอย่างขอแค่ได้ออกจากห้องนี้บ้าง

"พี่รู้นะว่าเราคิดอะไรอยู่" พี่เดียร์ยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะพูดต่อ "มันเย็นแล้ว คงไม่เจอคุณหมอหรอก"

"แพรแค่อยากออกไปนอกห้องบ้าง เผื่ออาจจะเจอคุณหมอ แต่ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร" ฉันพูดเสียงอ่อน คอตก พลางตักผลไม้เข้าปาก แค่อยากฟังเหตุผลจากปากเขาว่าทำไมถึงทิ้งฉันไว้แบบนี้

"เฮ้อ ก็ได้ ๆ พี่ล่ะยอมในความไม่ยอมแพ้ของเราจริง ๆ เลย"

"เย่ ขอบคุณมากนะคะ^^" ต้องรีบไปรีบกลับระหว่างที่พี่พราวกับไปที่พัก

หลังจากที่ฉันกินข้าวกินยาเสร็จเรียบร้อย พี่เดียร์ก็พาฉันออกมาสูดอากาศด้านนอกจริง ๆ โดยมีบุรุษพยาบาลเป็นคนเข็นวีลแชร์ให้ เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดูแลตั้งแต่ทางเข้าจนทางออก จะไปไหนขอแค่บอก เดี๋ยวพาไปเอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ออกจากห้อง ได้มาพบเจอผู้คนข้างนอกบ้าง

"อ้าว คุณแพรนั่นเอง วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ ทานข้าวครบทุกมื้อรึเปล่า" พี่หัวหน้าพยาบาลทักทายฉันด้วยความเป็นมิตร พี่เขาอายุน่าจะประมาณสามสิบปลาย ๆ แต่เขาใจดีมากเลย พยาบาลที่นี่ทุกคนใจดีหมด ปฏิบัติกับคนไข้ดีมาก ๆ แต่อย่างว่า ก็มันโรงพยาบาลเอกชนนี่เนอะ

"แพรกินข้าวครบทุกมื้อแล้วค่ะ"

"ครบทุกมื้อแล้วกินไปมื้อละกี่คำล่ะคะ หืม" ข่าวที่ฉันไม่ยอมกินข้าวดังจนพี่หัวหน้าพยาบาลรู้เลยเหรอเนี่ย

"วันนี้แพรไม่เจอหน้าคุณหมอแพรเลยกินข้าวไม่ลงนิคะ"

"นั่นไง ว่าแล้วเชียว คุณแพรก็อย่าไปยึดติดกับคุณหมอสิคะ คุณแพรต้องกินข้างให้อิ่มท้อง คุณแพรจะได้หายไว ๆ ได้ทำกายภาพบำบัด ประโยชน์เพื่อตัวคุณแพรหมดเลยนะคะ" เหมือนโดนคุณแม่ดุเลยล่ะค่ะ นอกจากพี่พราวที่คอยดุ ก็มีพี่หัวหน้าพยาบาลคนนี้

"ขอบคุณมากนะคะ งั้นพรุ่งนี้แพรจะกินข้าวให้หมดเลย ^^" ฉันตอบยิ้ม ๆ ข้าวฉันกินไม่ลงจริง ๆ พอฝืนกินก็รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอ้วกออกมา แต่ถ้ามีหลายคนเป็นห่วงฉันแบบนี้ ฉันก็คงต้องฝืนกิน

หลังจากที่พูดคุยกับพี่หัวหน้าพยาบาลพอเป็นพิธี ฉันกับพี่แพรก็มาตรงสวนหย่อมของโรงพยาบาล หรือที่เรียกว่า Green zone มีน้ำพุตั้งตรงกลาง แถมยังมีดอกไม้นานาชนิดที่ปลูกเอาไว้ ตอนนี้เย็นมากแล้วคนจึงไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก

"แพรขอนั่งเล่นที่นี่สักพักนะคะ" ฉันบอกพี่เดียร์กับพี่บุรุษพยาบาล "งั้นเราอยู่ตรงนี้ไปก่อนนะ พี่จะไปดูร้านขนมตรงมุมนู้นสักหน่อยว่าปิดยัง"

"ตามสบายเลยค่ะ แพรพอจะดูแลตัวเองได้แล้ว^^" ฉันตอบ อยากให้พี่เขามีเวลาส่วนตัวมากกว่ามาดูแลฉันบ้างเกรงใจพี่ทั้งสองคนที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ที่โรงพยาบาลกับฉัน ถึงจะบอกพี่พราวกับพี่เดียร์แล้วว่าเดี๋ยวซื้อตั๋วกลับไทยให้ ไม่อยากให้พี่เขาต้องมาเข้า ๆ ออกโรงพยาบาลแบบนี้ แต่พวกพี่เขาก็ไม่ยอม จะดูแลฉันอยู่ที่นี่ เพราะเหตุผลนี้ฉันถึงได้รักพี่พราวกับพี่เดียร์เหมือนคนในครอบครัว และนอกจากพี่สองคนนี้และแฟนคลับที่ติดตามก็คงไม่มีใครรักฉันแล้ว ขนาดคุณหมอยังไม่สนใจเลยแพรวา เขาคงรำคาญฉันแน่ ๆ ที่เล่นมุกจีบเขาทุกวันแบบนั้น....แต่เขาก็อ่อยฉันกลับนี่น่า เฮ้อ งั้นประโยคนั้นเขาก็คงแค่แกล้งเล่นใช่มั้ย ไม่สิเขาอาจจะแกล้งทำหมดเลยก็ได้ เขาแค่มารักษาฉันตามหน้าที่

รักแรก ช่างรันทดเสียจริง ฉันก้มมองมือตัวเอง มือข้างซ้ายติดกับสายน้ำเกลือพลันให้นึกถึงวันแรกหลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมา

'ถ้าไม่ดื้อก็ห้ามถอดสายน้ำเกลือโดยพละการ'

'แล้วถ้าแพรดื้อ'

'ผมจะตีก้นคุณ'

เป็นผู้ชายคนแรกที่พูดว่าจะตีก้นฉัน ดูความน่ารักของคุณหมอสิ น่ารักแบบนี้แล้วฉันจะเลิกรักเขาได้ยังไงกัน พอคิดถึงเขา น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ทั้งวันก็ไหลทันที ไหลเหมือนเขื่อนแตก ความเสียใจที่พยายามซ่อนเอาไว้ ตอนนี้ถูกระบายด้วยการร้องไห้

"ครับ ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเลขาติดต่อไปอีกครั้งนะครับ" เอ๋ เสียงนี้มัน...

"ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ" เสียงของคุณหมอใช่ไหม ฉันหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นคุณหมอที่วันนี้อยู่ในชุดสูทเต็มยศต่างจากทุกวันที่ใส่เสื้อกาวน์สีขาวกำลังเดินคุยโทรศัพท์มาทางนี้

จะเจอก็ควรในตอนที่ฉันสวยรึเปล่า วันนี้โทรมมากเลย เพราะคิดว่าจะไม่ได้เจอเขาเลยไม่ได้สนใจสภาพตัวเองเท่าไหร่ ฮือ เมื่อกี้ก็เพิ่งร้องไห้ไป ตาบวมอีกแน่ ๆ ยัยแพรเอ้ย T^T ได้ยินเสียงเดินเข้ามาแล้ว งั้นก้มหน้าหนีก่อนล่ะกัน

"ทำไมคนไข้ถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียว" ประโยคนี้เหมือนเขาจะพูดกับตัวเองมากกว่า และฉันก็ปลายเท้าของใครสักคนมาหยุดอยู่ตรงหน้า แถมยังย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกับฉันอีกด้วย ตาย ๆ ตายแน่ ๆ

"คุณครับ" ฮือ แค่น้ำเสียงของเขาหัวใจฉันก็เต้นแรงหมดแล้ว ความโกรธ ความเสียใจน้อยใจ หายเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา บ้าบอที่สุดเลยแพรวา ใจง่ายมาก T_T

"คุณครับ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับ เป็นอะไรรึเปล่า" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง มันคือน้ำเสียงที่ทำให้คนไข้ทุกคนหลงรักเขาสินะ

ฉันตัดสินใจค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ จนเราสองคนสบตากัน เขาดูตกใจที่เห็นฉัน

"แพรวา"

"คุณหมอไม่อยากเจอแพรใช่มั้ยคะ ถึงได้ตกใจแบบนี้" ฉันพูดยิ้ม ๆ น้ำเสียงเชิงแซวเพราะต้องการปกปิดความเศร้าของตัวเอง

"ทำไมถึงมานั่งคนเดียวในสวนครับ พี่สองคนไปไหน แล้วบุรุษพยาบาลได้เข็นมารึเปล่า" น้ำเสียงของเขายังอ่อนโยนเหมือนเดิม

"แพรไล่พวกเขาออกไปเอง แพรแค่อยากอยู่คนเดียว"

"หืม?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงหลังจากที่ได้ยินคำตอบของฉัน

"คุณหมอคิดถึงแพรไหมคะ วันนี้แพรคิดถึงคุณหมอทั้งวันเลยน้า^^" ฉันเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองเศร้าแค่ไหนที่เขาเปลี่ยนให้หมอคนอื่นมาดูแลฉัน ความตั้งใจที่จะถามเหตุผลจากเขาในตอนแรก ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เพราะไม่อยากรู้ อยากมองหน้าเขาแบบนี้ไปนาน ๆ

"เงียบแบบนี้แสดงว่าคิดถึงแพรแน่เลย แพรรู้น้า >///<"

"เดี๋ยวผมจะเรียกบุรุษพยาบาลให้พาคุณกลับไปที่ห้อง เย็นมากแล้ว อยู่ข้างนอกนาน ๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา" เขาเปลี่ยนเรื่อง คนตัวโตทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่ฉันจับข้อมือเขาไว้ก่อน

หมับ

"คุณหมอจะทิ้งแพรไว้กับคนอื่นอีกแล้วใช่ไหม"

"....."

"แพรไม่อยากให้คุณหมอไป"

"....."

"ไม่ไปได้มั้ยคะ" ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้าแบบไหนออกไป แต่รู้สึกว่าน้ำเสียงตัวเองกำลังสั่นมาก ๆ และน้ำตาที่หยุดไหลไปแล้วก็กำลังจะกลับมาไหลอีกรอบ

"เฮ้อ คุณทำอะไรกับผมเนี่ย" คนตัวโตถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเสยผมตัวเองลวก ๆ เขาหงุดหงิดฉันหรอ แต่ขอนอกเรื่อง เพราะท่าที่เขายกมือขึ้นเสยผมเมื่อกี้นะ มันกร้าวใจฉันมาก ๆ เลย! แต่ช้าก่อน เธอทำให้คุณหมอหงุดหงิดนะ

"แพรขอโทษ แพรไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณหมอหงุดหงิด"

"เปล่า ผมไม่ได้หงุดหงิดคุณ ผมหงุดหงิดตัวเองต่างหาก ไปครับ เดี๋ยวหมอจะไปส่งที่ห้อง" คุณหมอตอบเสียงทุ้ม แต่น้ำเสียงยังคงแฝงด้วยความหงุดหงิด

"คุณหมอจะไปส่งแพรจริง ๆ เหรอคะ O_o" เมื่อกี้เขายังจะให้บุรุษพยาบาลไปส่งฉันอยู่เลย เขาไม่ได้ตอบคำถามของฉันแต่เข็นวีลแชร์ออกมาจากสวน ผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล พี่ ๆ ยิ้มแซวกันใหญ่เลย ฮ่า ๆ แต่ทว่าฉันก็นึกขึ้นได้ว่าพี่เดียร์ออกไปซื้อของ เดี๋ยวกลับมาไม่เจอฉันจะตกใจเอา

"คุณหมอเดี๋ยวค่ะ" ฉันบอกเขาให้หยุดก่อนจะหันไปพูดกับพี่พยาบาล "ถ้าพี่เดียร์มาช่วยบอกพี่ให้ด้วยนะคะว่าแพรกลับไปที่ห้องแล้ว"

"ได้ค่ะคุณแพรวา^^" นอกจากพี่พยาบาลจะยิ้มแซวฉันแล้งเขายังพูดแซวฉันอีกด้วย จนฉันกับคุณหมอได้ยิน

"คุณหมอกลับมาดูแลคุณแพรเหมือนเดิมแล้วแน่ ๆ"

"ใคนจะทิ้งคนไข้น่ารักแบบคุณแพรได้ลงล่ะ ฮ่า ๆ"

"ฉันชอบคู่นี้ ถ้าฉันเชียร์คุณหมอกับคนไข้จะผิดไหม"

งื้อ ฉันเขินหมดแล้ว!! พวกพี่จะแซวต่อหน้าคุณหมอเลยเรอะ -////-

"อ่ะแฮ่ม ไม่มีการมีงานต้องทำกันรึไง ผมจะหักเงินเดือนพวกคุณให้หมด!" เสียงกระแอมจากคนด้านหลังทำให้ฉันหลุดขำออกมา ฮ่า ๆ โหดกลบเกลื่อนความเขินใช่มั้ยนะ

 

เวลาผ่านไปสักพัก

"วันนี้ทำไมไม่ยอมกินข้าว"

"คะ?" เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตอนนี้เราสองคนกำลังอยู่ในลิฟต์เพื่อกลับไปที้ห้องพัก

"คุณหมอรู้ได้ยังไงคะ" ฉันหันไปถามคนด้านหลัง ข่าวพวกนั้นน่าจะดังแต่ในหมู่พี่พยาบาลที่ดูแลฉันนี่น่า แล้วเขารู้ได้ยังไง

"ผมบอกแล้วไงว่าห้ามดื้อ ถ้าดื้อผมจะลงโทษคุณ" ดูเขาพูดสิ - -

"ก็วันนี้แพรไม่เจอหน้าคุณหมอ แพรเลยกินข้าวไม่ลง ความผิดคุณหมอนั่นแหละ" ฉันพูดความจริงออกไปไม่คิดจะปิดบังอะไรทั้งนั้น แต่ทว่า คนตัวโตที่อยู่ด้านหลัง ตอนนี้กลับเดินมาด้านหน้า นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าฉัน แขนสองข้างจับที่พนักพิงแขน

"คะ..คุณหมอ จะทำอะไรคะ" ฉันถามเสียงแผ่ว

"ถ้าไม่อยากให้ผมเสียใจ ก็ช่วยรักและดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ ผมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตคุณ แต่คุณกลับมาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ชีวิตตัวเองแบบนี้"

"....."

"รู้รึเปล่า ว่ามันทำให้ผมเจ็บ" นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับดวงตาคู่นี้ต้องการยืนยันประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่

"แพรขอทะ/ ไม่ต้องขอโทษครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ขอโทษที่ทิ้งคุณไปกลางคัน"

"......"

"แต่ผมยกเคสคุณให้คุณหมอกรีนดูแลแล้ว จะผิดคำพูดทำเหมือนคนไข้เป็นคนของเล่นแล้วโยนกันไปโยนกันมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณหมอกรีนจะเป็นคนดูแลคุณต่อ ไว้ใจได้ คุณหมอเคทลิน กรีน เป็นแพทย์ที่เก่งและมีความสามารถมากคนนึง" ฉันตั้งใจฟังเขาเงียบ ๆ เพราะตอนนี้เขาเหมือนคุณพ่อฉันมากกว่าคุณหมอ แต่เป็นพ่อทูนหัวนะ อิอิ

"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ถ้ามีเวลาว่างผมจะแวะเข้ามาเช็กอาการคุณ"

"เข้ามาเช็กอาการตามหน้าที่ใช่มั้ยคะ" แล้วฉันถามอะไรออกไปเนี่ย

"หน้าที่ก็ส่วนหนึ่ง คิดถึงก็ส่วนนึง"

"คะ?"

ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกพอดีกับที่เขาพูดจบ ก่อนที่ร่างสูงจะกลับไปด้านหลังและพาฉันออกมาจากลิฟต์ เมื่อกี้...ประโยคเมื่อกี้มันมีความหมายว่าอะไรนะ

หน้าที่ก็ส่วนนึง คิดถึงก็ส่วนนึง

มันแปลว่า....เขาก็คิดถึงฉันใช่รึเปล่า!? กรี๊ดดดดดด แพรวาสู่ขิตแล้วค่าา

 

...........................

คุณหมอกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเอง ต้องเข้าใจคุณหมอด้วยนะคะ 5555555

ปล.ใครเล่นทวิตไปเล่นแท็ก #อลันแพรวา กับไรท์ได้นะ เล่นคนเดียวมันเหงา 555555 ถ้าอัพนิยายช้าไปตามในทวิตได้เลย @jaoyingdokmai หรือไม่ก็ตามในเพจ แต่จะสิงอยู่ทวิตเป็นส่วนใหญ่ 😂

 

 

 

ความคิดเห็น