email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 87 เพื่อลูกศิษย์ตัวน้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 87 เพื่อลูกศิษย์ตัวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2563 16:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 87 เพื่อลูกศิษย์ตัวน้อย
แบบอักษร

"ท่านอาจารย์หนูจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?"

 

 

 

"แน่นอนดังนั้นเธอต้องอดทนและใจเย็นๆเข้าไว้ อีกไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น"

 

 

 

มองเด็กหญิงในหลอดแก้วที่น้ำตาคลอ ร่างกายตกอยู่ในสภาพกลายเป็นควันสีชมพูไปเกือบครึ่งตัวด้านล่าง คาซึยะก็พยายามปลอบเธอให้สบายใจ นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วที่เธอตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้

 

 

 

และเธอยังเป็นเด็กหญิงอายุเพียงห้าขวบจะรู้สึกกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลก แถมเขาก็ลงมือพยายามทำทุกสิ่งเพื่อช่วยเธอ ทว่ากลับล้มเหลวแทบทุกครั้ง

 

 

 

"ฮินะทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ?"

 

 

 

"คืบหน้าไม่น้อยเลยละ การฝังอักขระสาปน่าจะช่วยให้ยูกิมิควบคุมพลังของตัวเองได้ แต่ฉันยังไม่รู้ผลข้างเคียง..."

 

 

 

คาซึยะทำสีหน้าย่ำแย่ในขณะที่พูดคุยกับฮินะด้วยเสียงกระซิบเพื่อไม่ให้ลูกศิษย์ของเขาได้ยิน อักขระสาปของเขามีพลังหยินมากเป็นพิเศษถ้าผสานกับร่างกายผู้อื่นแบบไม่ระวังมีหวังผู้ถูกฝังอักขระสาปได้กลายเป็นแบบจูโกะแน่

 

 

 

ในตอนนั้นฮินะค่อนข้างดวงดีที่มีเลือดของเขาบางส่วนไหลเวียนอยู่ในร่างกายจึงไม่มีปัญหาในการผสานอักขระสาปของเขาในตอนนั้น ทว่ายูกิมินั้นแตกต่างเพราะเลือดและเซลล์ของเธอต่อต้านเลือดและเซลล์ของเขากับตาทวดมากเกินไป จนเกิดอาการช็อก

 

 

 

ส่วนโคนัันที่ถูกเขาฝังอักขระสาปแบบสมบูรณ์ได้โดยไม่มีปัญหาต้องบอกเลยว่าเขาและเธอมีความเข้ากันได้มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็น ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

 

 

 

"คาซึคุงมาดูนี่สิ"

 

 

 

คาซึยะเดินไปตามเสียงเรียกของแฟนสาว สายตามองตามนิ้วมือของเธอและก็พบบางสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะสิ่งที่ฮินะต้องการจะบอกเขาก็คือเลือดของเธอเหมาะสมกับริวจินมากเป็นพิเศษ

 

 

 

"ดูเหมือนว่าเธอต้องเรียนวิชาเซียนงูขาว ?"

 

 

 

ดูเหมือนเขาจะหมกมุ่นกับหลักการอื่นๆมากจนเกินไปจนลืมคิดเรื่องแบบนี้ไปเสียสนิท วิชาเซียนหลักๆของเซียนงูขาวคือการควบคุม แสดงว่าเธอยูกิมิประสบผลสำเร็จในการเรียนวิชาเซียนเธอก็จะสามารถควบคุมพลังของตนเองได้

 

 

 

"ถูกต้องพอเลือดของเธอได้รับพลังธรรมชาติและเลือดในตัวของริวจิน อัตราความเข้ากันได้ของเลือดและเซลล์ของยูกิมิและคาซึคุงจะเกิน หกสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นในการประสบผลสำเร็จ"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง ฮินะจังไปนอนเถอะนี่ก็สามวันแล้ว หลังจากนี้ฉันจะเป็นคนทดลองด้วยตนเอง"

 

 

 

ฮินะอยากจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกคาซึยะที่เรียกตัวรินโกะและซุยเรนมาลากฮินะไปนอนตามคำสั่งของเขา พูดถึงซุยเรนยามนึกถึงวันที่เธอมาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาในฐานะของแม่บ้านประจำตัวของฮินะ

 

 

 

ช่วงแรกๆ ซุยเรนก็ดูเกรงกลัวฮินะทว่าภายหลังทั้งคู่กลับสนิทสมกันจนเขาเริ่มอิจฉา จากตอนแรกเขาที่ควรจะได้นอนกอดฮินะ ทว่าปัจุบันเขาต้องไปหาเตียงนอนที่อื่นแทนจึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากสำหรับเขา

 

 

 

แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกันเนื่องจากเขาต้องแอบควบคุมโทบิที่อาศัยอยู่อาเมะงาคุเระ ให้เปิดลาดชันแดนมรณะเพื่อส่งตัวโคนันลอบมาหาเขายามค่ำ เพื่อพูดคุยกับเธอในหลายๆเรื่อง

 

 

 

ไม่ว่าจะการช่วยให้เธอสามารถเชี่ยวชาญการใช้อักขระสาปและพลังธรรมชาติ เพื่อให้เธอแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองจากภัยอันตรายลอบด้าน ที่นั่นเต็มไปด้วยคนที่อันตราย เขาที่ไม่มีเวลาจะควบคุมโทบิไว้ตลอดจึงไม่กล้าละเลยเธอที่สำคัญต่อเขา

 

 

 

"คาซึยะ"

 

 

 

พูดถึงโคนันเจ้าตัวก็โผล่ออกมาอากาศที่แตกตัวออกเป็นทรงสี่เหลี่ยม จากวิชาลาดชันแดนมรณะ เธอในชุดเสื้อแขนกุดโชว์หน้าท้องจ้องมองเขาด้วยท่าทีคิดถึงแต่ไม่ได้กระทำสิ่งใดเพื่อเป็นการสงวนตนเอง 

 

 

 

คาซึยะเหล่มองไปทางยูกิมิเมื่อพบว่าเธอหลับไปแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก คงไม่ดีนักที่จะปล่อยให้คนอื่นรู้เรื่องของเขาและโคนัน โดยเฉพาะคนใกล้ตัวของเขา

 

 

 

"ใบหน้าซูบผอมหมดแล้ว แถมขอบตาก็ดำเป็นแพนด้าไม่ได้นอนมากี่วันแล้วละ"

 

 

 

"ก็ประมาณเกือบเจ็ดวันได้แล้วละมั้ง"

 

 

 

"ไม่เหนื่อยบ้างหรอ ?"โคนันเข้ามาประชิดตัวก่อนจะใช้มือลูบแก้มของเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเป็นหวงเป็นใย

 

 

 

"เพื่อชีวิตและอนาคตของลูกศิษย์คนสำคัญเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ฉันอ่อนแอลงหรอก"

 

 

 

"งั้นหรอ แต่การทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพนี้เมื่อลูกศิษย์ของนายฟื้น เธอจะดีใจจริงๆงั้นหรอ อีกอย่างฉันก็..."

 

 

 

"ฉันก็อะไร ?"

 

 

 

โคนันส่ายหัวไม่ตอบคำถาม แก้มของเธอดูแดงเล็กน้อยยามนึกถึงเรื่องอะไรซักอย่าง ทว่าคาซึยะที่กำลังอ่อนเพลียจะสัมผัสหรือเห็นอาการเหล่านี้ได้หรอ

 

 

 

"แล้วที่เธอมาหาฉันวันนี้มีอะไรหรือเปล่า ?"

 

 

 

"ฉันแค่จะมาบอกว่าซาโซริเข้าร่วมกลุ่มของพวกเราแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวกำลังอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอาเมะ"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าอย่างและไม่สนท่าทีเป็นห่วงของโคนัน และเริ่มลงมือดูปฏิกิริยาของการหลอมรวมเซลล์บางส่วนของริวจินและยูกิมิ ส่วนโคนัันหลังจากถูกปฏิเสธความหวังดีก็น่ามุ่ยแต่ยามมองไปทางเด็กหญิงในหลอดแก้วเธอก็เลิกแสดงท่าทีเช่นนั้นทันที

 

 

 

'เป็นสภาพควันไปครึ่งร่าง'

 

 

 

"นี่คาซึยะ ลองเอาข้อมูลวิชาของฉันไปสิอาจจะช่วยเด็กคนนี้ได้บ้าง"

 

 

 

"ยังไง ?"

 

 

 

"เทคนิควิชาของฉันสามารถแปรสภาพตัวเองเป็นให้เป็นกระดาษและควบคุมมันได้อย่างใจนึก ถ้าลองเอาหลักการนี้ไปใช้ ลูกศิษย์ของนายน่าจะพอควบคุมพลังของตัวได้บ้างไม่มากก็น้อย"

 

 

 

คาซึยะหยุดมือลงและลองครุ่นคิดเรื่องที่โคนันพูดดู ยูกิมินั้นไร้กายเซียนแม้เธอจะเข้ากันได้กับเลือดและเซลล์ของริวจินทว่าเธอจะกลายเป็นแบบคาบูโตะตามต้นฉบับหรือเปล่าหลังจากปลูกถ่ายเลือดและเซลล์ของริวจินเข้าสู่ร่างกายเธอ

 

 

 

ดังนั้นมันคงไม่ดีนักที่จะให้เด็กหญิงมีสภาพน่ากลัวแบบนั้น โดยเฉพาะกับเธอที่เป็นผู้เด็กหญิง ถึงเขาจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่รูปลักษณ์ภายนอกสำหรับพวกเธอแล้วน่าจะเป็นเรื่องสำคัญมากว่าชีวิตของตนเองอีกมั้ง

 

 

 

ดังนั้นความคิดของโคนันจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ถ้ายูกิมิสามารถพัฒนาเทคนิควิชาตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกับโคนันได้ การควบคุมขีดจำกัดทางสายเลือดก็ไม่น่าจะมีปัญหา

 

 

 

'ตระกูลอิบุรินั้นโง่เขลา ถ้าเขาหาวิธีควบคุมพลังของตัวเองได้ตั้งแต่ตระกูลถูกสร้างเริ่มแรก เด็กๆในตระกูลคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้'

 

 

 

มัวแต่กลัวความตายจนต้องซ่อนอยู่ในมุมมืดของโลก คนพวกนั้นคงไม่มีวันได้พัฒนาตนเองจนได้กลับมาสู่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่แสนอบอุ่น แต่ลูกศิษย์ของเขานั้นแตกต่าง

 

 

 

ยูกิมินัันต้องการเสพสุขในโลกเบื้องบน เธอจึงพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตนเองชนะสายเลือดของตนเอง เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเธอจะต้องแข็งแกร่งและควบคุมพลังของตนเองได้อย่างแน่นอน เขาเชื่อมั่นแบบนั้น

 

 

 

"ฉันจะเริ่มทดสอบ ยังไงช่วงนี้เธอก็ระวังตัวไว้ด้วยฉันไม่แน่ใจว่าอาซามิคิดจะทำอะไรอีก"

 

 

 

"รู้อยู่แล้วละ ไว้เจอกันนะ"

 

 

 

"อือ"

 

 

 

คาซึยะเดินไปจูบลาโคนันก่อนจะเปิดมิติด้วยลาดชันแดนมรณะส่งโคนันกลับไปที่หมู่บ้านอาเมะงาคุเระ แม้ตอนนี้ที่หมู่บ้านกำลังสงบทว่าเธอก็ต้องรีบกลับไปดูแลที่นั่นเนื่องจากเธอเริ่มไม่ค่อยไว้ใจนางาโตะที่เปลี่ยนไปราวคนละคนอีกต่อไป

 

 

 

"หลักการควบคุมกระดาษสินะ"

 

 

 

คาซึยะเริ่มนั่งเขียนวิชาเทพกระดาษของโคนันโดยนำเอาหลักการแปรสภาพตัวเองและควบคุมส่วนใหญ่ของวิชามาดัดแปลงและเรียบเรียงใหม่เพื่อมอบมันให้แก่ลูกศิษย์ของเขาโดยอดหลับอดนอนไปอีกเกือบสามวันเต็ม

 

 

 

และในที่สุดวิชาใหม่สำหรับยูกิทิก็เสร็จสมบูรณ์ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เธอจะควบคุมมันได้หรือไม่แต่คงต้องทดสอบดูก่อน วิชานี้มีหลักการค่อนข้างเหมือนการควบคุมคาถาไม้ไม่น้อยน่าจะช่วยให้ยูกิมิควบคุมพลังของตนเองได้ในบางส่วน

 

 

 

"และหลังจากเธอควบคุมพลังของตนเองได้ การฝังอักขระสาปรูปแบบสมบูรณ์ และการสร้างจักระพิษน่าจะทำได้ง่ายมากขึ้น"

 

 

 

ในเมื่อขีดจำกัดทางสายเลือดของยูกิมิคือควัน แล้วทำไมเขาไม่ยกระดับควันของเธอให้ร้ายกาจขึ้นละ แถมวิชาสร้างจักระพิษของอาจารย์โอโรจิมารุก็ยังอยู่ที่เขาถ้าเธอได้เปลี่ยนจักระในร่างกายเธอให้เป็นจักระพิษ ยามเธอแปรสภาพเป็นควันไม่ใช้ว่าควันของเธอจะเป็นควันพิษหรอกหรอ ?

 

 

 

"แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว