ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 อุบัติเหตุรัก

ชื่อตอน : บทที่ 12 อุบัติเหตุรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 อุบัติเหตุรัก
แบบอักษร

ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างระหง มือหนาที่เธอกอบกุมไว้ไม่ยอมปล่อยจึงพลอยรับรู้ความร้อนนั้นไปด้วย วราธรค่อยๆแกะนิ้วเรียวออกเบาๆอย่างยากลำบาก  

"เช็ดตัวหน่อยนะ"มือหนายื่นไปบิดผ้าขนหนูให้พอหมาดๆก่อนจะเช็ดเบาๆตามแขนขาและซอกคอระหงส่วนบริเวณอื่นไม่กล้าจะล่ำเขตจึงได้ปล่อยไว้เช่นนั้นและอีกอย่างพยาบาลก็จัดการไปก่อนหน้านั้นแล้ว  

พอเช็ดจนความร้อนคลายลงเล็กน้อยจึงวางผ้าลงบนหน้าผากเล็กหวังให้มันคลายความร้อนระอุลงบ้าง 

ใบหน้าหวานที่เริ่มสดใสขึ้นเล็กน้อยทว่ายังคงนิ่งสงัดไม่ไหวติง วราธรหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิมก่อนจะทอดมองคนป่วยด้วยสีหน้าครุ่นคิดพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย  

เข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแต่วราธรก็ยังไม่ได้นอนด้วยว่าเสียงคนป่วยยังคงบ่นพึมพำๆเบาๆไม่ยอมหยุด เขาจึงลุกขึ้นพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆเพื่อฟังให้ชัดๆว่าหล่อนนั้นกำลังเอ่ยอะไร 

"หนาว พ่อจ๋า เหมยหนาว"พลันเอ่ยจบมือเรียวก็ตวัดโอบกอดแขนแกร่งไว้แน่นพลอยให้เขาต้องติดอยู่กับที่อย่างนั้นไม่สามารถนั่งลงได้ 

"ช่วยไม่ได้นะ เธอดึงฉันไว้เอง"จะกลับไปนั่งก็กลับไปไม่ได้ สุดท้ายจึงจำนนเบียดเสียดตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียงคนป่วย พอได้สัมผัสความอบอุ่นจากอกกว้างธารินก็รีบซุกหน้าเข้าหามันในทันทีด้วยคิดว่าเป็นบิดา...แขนเล็กโอบรัดเอวแกร่งพร้อมๆกับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม ทั้งๆที่เตียงไม่ใหญ่มากหากแต่คนสองคนกลับนอนชิดกันจนเหลือพื้นที่ให้ใครอีกคนสามารถแทรกตัวเข้าไปนอนได้ไม่ยาก 

ด้วยความเหนื่อยและเพลียพลอยให้คนป่วยกับคนเฝ้าไข้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย... 

 

แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านผ้าม่านผืนใหญ่ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยละลิ่วไปแตะสัมผัสผิวนวลเบาๆพลอยให้รู้สึกยะเยือกหน่อยๆ ใบหน้าเล็กรีบซุกเข้าหาความอบอุ่นในทันที แม้ผ้าห่มจะคลุมกายอยู่จนแทบมิดคอหากแต่ก็ไม่ได้ทำให้อบอุ่นเท่ากับหมอนข้างอันใหญ่ ขาเรียวยกขึ้นขนาบสะโพกแกร่งอย่างไม่รู้ตัว พลอยให้คนที่ถูกกอดรัดไปทั้งกายเริ่มขยับตัวตื่นพลางมองร่างน้อยๆในอ้อมกอด 

"อือหือ...คนรึงูเหลือมวะเนี้ย"มองขาและแขนที่พาดอยู่บนลำตัวก่อนจะพยายามงัดมันออก แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิดเพราะดูท่าคนป่วยจะกระชับกอดแน่นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ 

วราธรมองแสงแดดที่ส่องเข้ามาก่อนจะแหงนหน้าดูนาฬิกาบนฝาผนังบ่งบอกเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า  

ดูท่าวันนี้เขาคงจะไม่ได้เข้าบริษัทเป็นแน่หากยังโดนแม่งูเหลือมกอดรัดเหนียวแน่นขนาดนี้  

มือหนาค่อยๆหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดเบอร์โทรเลขาเพื่อบอกกล่าวว่าวันนี้เขาอาจจะไม่ได้เข้าไปทำงาน...เนื่องจากถูกงูเหลือมขนาดเกือบห้าสิบโลรัดไปทั้งตัว 

(สวัสดีค่ะท่านรอง) 

"คุณภาวันนี้ผมอาจจะไม่ได้เข้าบริษัทนะ ผมมีธุระด่วน" 

(รับทราบค่ะ งั้นประชุมวันนี้ก็เลื่อนไปก่อนใช่มั้ยคะ?) 

"ไม่ต้อง เดี๋ยวผมจัดการเอง" 

(โอเคค่ะ) 

"หื้อ...จะนอน อย่าเสียงดังสิ"เสียงงัวเงียเอ่ยบอกเบาๆทว่าปลายสายกลับเบิกตากว้าง เริ่มคิดในใจไปต่างๆนาๆ หากไม่คิดว่าตัวเองหูแว่ว สิ่งที่ได้ยินเป็นประโยคสุดท้ายก่อนเจ้านายตัดสายไปมันคือเสียงผู้หญิง 

เสียงผู้หญิง?ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาก็ยังไม่เห็นเจ้านายของเธอไปสนใจสาวนางไหนนอกเสียจากฑิฆัมพรหากแต่ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ใครกันที่เป็นเจ้าของเสียงในสายของเจ้านาย ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ... 

ชายหนุ่มเหลือบมองคนที่เอ่ยประท้วงเมื่อครู่ก่อนจะส่ายหน้าเนือยๆแล้วจึงกดโทรหาพี่ชายในสายเลือดต่อทันที 

(มีอะไรไอ้ท่านรองโทรมาแต่เช้า คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ขัดจังหวะจริงๆ โอ้ย!อ้วนตีเค้าทำไมครับ เค้าเจ็บนะ)วราธรได้แต่กลอกตาไปมาอย่างเอือมระอาในเสียงแอ๊บแบ๊วของพี่ชายที่ไม่ค่อยจะเข้ากับหน้าตาสักเท่าไหร่ หากเป็นเขาคงจะทำแบบนั้นไม่ลง คิดถึงสภาพตัวเองที่ต้องออดอ้อนเหมือนเด็กน้อยก็พลอยให้ขนแขนลุกชันเป็นแถบๆ 

"ก็แค่จะโทรมาบอกว่า..." 

"อือออ...บอกว่าเงียบๆหน่อย จะนอน"เสียงเล็กบ่นพึมพำๆลอยเข้าไปในโทรศัพท์  

ร่างหนาของคนที่นอนหนุนตักภรรยารีบดีดตัวนั่งพลางขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะฉีกยิ้มกรุ่มกริ่ม 

(อะฮึม...ไหนบอกไม่สนใจไง ทำไมถึง...) 

"หยุดเลยพี่เว ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดสักหน่อย คือ..."วราธรเริ่มเล่าเรื่องต่างๆให้เวหาฟังก่อนจะรีบกดวางสายเมื่อถูกพี่ชายเอ่ยแซวเพราะเขานั้นเผลอหลุดปากบอกว่าธารินกำลังกอดเขาอยู่... 

"นี้ก็รัดจังเลย"เอ่ยเบาๆพลางมองหน้าของเธออย่างพิจารณา 

ดูๆไปเธอก็สวยใช่ย่อย ปากนิด จมูกหน่อย ไม่น่าล่ะใครต่อใครถึงได้หลงเธอจนหาทางออกไม่เจอ หากแต่หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่เขา...แน่นอน! 

คนที่ลืมตาอยู่เมื่อครู่รีบแสร้งทำเป็นว่าหลับในทันทีเมื่อรู้สึกว่าคนป่วยกำลังจะตื่น 

ดวงตาคมเบิกกว้างตกใจเมื่อสบเข้ากับใบหน้าคมคายซึ่งอยู่ห่างไม่ถึงนิ้ว ก่อนจะเลื่อนมองแขนและขาของตนที่เกาะกุมบนลำตัวของชายหนุ่มราวกับเครือเถาวัลย์ 

"ไอ้เหมย แกทำอะไรลงไปเนี้ย"ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิดด้วยว่ามีสิ่งสำคัญกว่า นั้นคือการยกขาและแขนออกจากชายตรงหน้าอย่างไรไม่ให้เขานั้นตื่น ไม่งั้นมีหวังต้องอับอายแทรกแผ่นดินหนีแทบไม่ทันแน่ๆ 

"ดีนะที่ตานี่ยังไม่ตื่น"เอ่ยเบาๆอยากโล่งอกหลังจากที่จัดการยกขาออกได้สำเร็จเหลือเพียงแต่แขนที่ยังดึงออกไม่ได้ด้วยว่าถูกแขนใหญ่ทับเอาไว้เสียก่อน 

"อืออออ..."ร่างหนาขยับคล้ายจะตื่นพลอยให้ธารินนึกตกใจก่อนจะข่มตาหลับดังเดิม 

ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งคนป่วย นัยน์ตาสีนิลทอดมองดวงหน้ารูปไข่นิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ ในใจเริ่มสับสนกับความรู้สึกตัวเอง 

เขายอมรับว่าตอนนี้ไม่อาจโกรธหรือแค้นเธอได้เต็มร้อยหลังจากที่เห็นสภาพสมบุกสมบันเมื่อคืนวานของเธอ 

แอ็ด~ 

เสียงประตูเปิดออกพลอยให้คนทั้งสองที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงต้องแหงนหน้าขึ้นไปมองทว่าเมื่อพบว่าใครเข้ามาก็ต้องกระโดดออกจากกันไปคนละทิศคนละทาง 

"โอ้~ เราน่าจะเข้ามาช้ากว่านี้นิดนึงนะครับคุณย่า คุณแม่"เวหาได้ทีก็แซวน้องชายใหญ่ พลอยให้คนที่เพิ่งจะก้าวเท้าลงจากเตียงจ้องเขม็งพี่ชายอย่างเอาเรื่องทว่ากลับได้หน้าตาทะเล้นๆเป็นคำตอบโดยไม่มีทีท่าหวาดกลัววราธรเลยสักนิด ก็แหงละเขาเป็นพี่หนิ 

"กอดต่อก็ได้นะตาธร เดี๋ยวพวกย่าออกไปหาอะไรทานก่อน"คนชราก็เอาด้วยคน 

"คุณย่า"เอ่ยเรียกหญิงสูงวัยเสียงหลงด้วยท่าทางเง้างอน"คุณย่ามาก็ดีแล้วครับ ผมขอตัวกลับไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวหมดแล้ว" 

ว่าจบก็รีบสาวเท้าเดินออกไปในทันทีหากอยู่นี้ต่อคงไม่พ้นถูกพี่ชายตัวดีหาเรื่องแกล้งแหย่ไม่เลิก 

เขาไม่ได้เขินหรอกเพียงแต่รำคาญ ค้านจะต่อปากต่อคำกับเวหา...ความรู้สึกเขาบอกอย่างนั้น 

"เป็นยังไงบ้างลูก ย่ากับแม่เป็นห่วงหนูมากเลยนะ รู้ข่าวเมื่อคืนก็อยากจะมาหาเลย แต่ตาธรห้ามไว้บอกว่าดึกแล้วก็เลยไม่ได้มา เจ็บตรงไหนบ้างลูก"เสียงของแม่ย่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพลอยให้ร่างบางที่ซุกหน้าไว้ใต้ผ้าห่มในเมื่อครู่ค่อยๆโผล่ออกมาพร้อมฉีกยิ้มน้อยๆให้ทุกๆคน 

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ สงสัยพยาบาลที่นี้ดูแลดี ไม่รู้สึกว่าป่วยเลย ส่วนแผลก็ไม่ค่อยปวดแล้วล่ะค่ะ"เธอเอ่ยออกมาโดยไม่รู้เลยว่าพยาบาลที่พูดถึงนั้นก็คือวราธร 

"เอ่อ...น่าจะสามีคนไข้มากกว่านะคะที่ดูแล"เสียงพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆภูวดลเอ่ยบอกพลอยให้ธารินแสดงสีหน้าแปลกใจ...คนแบบนั้นเนี้ยนะจะดูแลเธอ  

เหตุการณ์คืนวันแต่งงาน เธอยังจำมันได้ดีว่าเขาทำเธอหวาดกลัวเพียงใด...คิดไม่ออกเลยว่าคนใจร้ายแถมปากเสียแบบนั้นจะคอยดูแลเธออย่างที่พยาบาลท่านนั้นเอ่ยบอก 

เวลาเดินล่วงเลยมาจนเกือบหกโมงเย็นคนเฝ้าไข้ก็ทยอยกันกลับหลังจากที่วราธรมาเปลี่ยนเวรยามด้วยว่าถูกผู้เป็นย่าข่มขู่ให้รีบมาเพราะรู้ว่าหลานชายเลิกงานนานแล้วหากแต่ก็ไม่ยอมมาดูแลภรรยา นางจึงต้องใช้อำนาจในมือให้เป็นประโยชน์ 

ร่างหนาที่จ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กอยู่บนโซฟาโดยไม่ใส่ใจคนป่วยเลยสักนิดยิ่งพลอยให้ธารินนึกสงสัยเข้าไปใหญ่ ว่าเขานี่หรือจะมาดูแลเธอได้ ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อคำพูดของพยาบาลคนนั้นหากแต่ไม่เคยเห็นก็เลยยังไม่เชื่อเต็มร้อย 

"มองอะไร?"เอ่ยถามทั้งๆที่มือยังเลื่อนเมาท์ไม่หยุด 

"ฝาผนัง"น้ำเสียงเรียบนิ่งพลางกดรีโมตโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ คนที่เคร่งเครียดกับงานได้ยินคำตอบกวนโอ้ยก็เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในทันทีก่อนจะก้มทำงานดังเดิมเพราะยังไม่พร้อมที่จะเสวนากับหล่อน 

เข็มนาฬิกาเดินผ่านไปเรื่อยๆราวครึ่งชั่วโมงทว่าคิ้วหนาก็ยังขมวดมุ่นกับหน้าจอโน้ตบุ๊กไม่เลิก พลอยให้คนป่วยอดที่จะเหลือบมองไม่ได้ ด้วยว่ารู้สึกเบื่อโรงพยาบาลเต็มทนแถมจะทำยังไงก็ไม่ง่วงเสียที รู้สึกคิดถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บริษัท... 

เท้าเรียวค่อยๆก้าวลงเหยียบพื้นพร้อมกับเลื่อนเสาน้ำเกลือไปตามทางแต่ก็ต้องสะงักหยุดนิ่งอยู่กับที่ 

"จะไปไหน?"เสียงเข้มเอ่ยถามพลางเงยหน้าขึ้นมองหล่อน 

"จะไปยืนเล่นที่ระเบียง อยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อ" 

"นั่งลงเลย ดึกแล้วข้างนอกลมมันแรง เดี๋ยวเกิดไม่สบายขึ้นมาอีกฉันขี้เกียจมาเฝ้า"คำสั่งแสนดุดันพลอยให้ใบหน้าหวานเริ่มบูดบึ้งอย่างขัดใจ ก่อนจะเดินกระแทกพื้นกลับไปนั่งลงบนเตียงดังเดิม สายตาคมตวัดมองชายหนุ่มอย่างเคืองๆ แต่เขาก็ไม่ได้เงยหน้ามองทว่าเขานั้นรู้หากแต่ไม่ได้ใส่ใจเพราะงานตรงหน้าดูจะเครียดมากกว่า 

"นี้ก็ดึกแล้วนะ ทำไมยังไม่ง่วงอีก ยาไม่ออกฤทธิ์รึไง?"มองนาฬิกาข้อมือตัวเองก่อนจะหันไปถามคนป่วยที่นั่งตาใสแป๋วไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลยสักนิด...พยาบาลเอายาอะไรให้กินถึงได้ดูคึกเสียจริง 

"ออกแล้ว แต่ไม่ง่วง"ว่าจบก็เดินไปหย่อนตัวลงข้างๆวราธรด้วยว่านึกเบื่อๆในใจหากได้ทำอะไรบ้างนอกจากนอนและกินก็คงจะทำให้รู้สึกดีกว่าที่เป็นอยู่ 

"อะไร?"หันมองคนข้างๆอย่างไม่ไว้ใจ 

"ให้ฉันช่วยมั้ย ฉันไม่อยากนั่งอยู่เฉยๆอ่ะ มันน่าเบื่อ" 

"ไม่ต้อง ไปนอนได้แล้วไป อย่ามาวุ่นวายกับฉัน"น้ำเสียงนึกหงุดหงิดหน่อยๆหากแต่ไม่ได้หงุดหงิดใส่เธอ 

ทั้งๆที่โดนไล่แต่ธารินก็ไม่มีทีท่าว่าจะเดินหนีกลับชะเง้อคอมองหน้าจอโน้ตบุ๊กชายหนุ่มอย่างสงสัย 

"แบบรีสอร์ตหรอคุณ" 

"อือ" 

"ฉันว่าโครงสร้างมันแปลกๆนะ คุณออกแบบเองหรอ?" 

"เปล่า บริษัทคู่แข่งเธอเป็นคนออกแบบ"เอ่ยบอกหน้าตาเฉยพลอยให้ธารินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างไรก็ไม่รู้ ลองคิดดูสิว่าเธอเป็นภรรยาแล้วถ้ามีใครรู้เข้าว่าสามีไปจ้างงานบริษัทคู่แข่งของภรรยามันจะเป็นยังไง เสียศักดิ์ศรีชะมัด!!! 

"พูดประโยคนั้นด้วยสีหน้าแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวเหอะ!" 

"ฉันก็คิดว่ามันแปลกๆนะ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะแก้ตรงไหนบ้าง รูปแบบก็ไม่ค่อยตรงกับที่ฉันคิดไว้สักนิด"ประโยคของเขาและเธอไม่เชื่อมโยงกันเลยสักนิดทว่าก็ยังคุยกันต่อไปได้ 

"ให้ฉันช่วยมั้ย? อย่าลืมสิฉันก็เป็นสถาปนิกนะ แถมโรงแรมคุณก็บริษัทฉันที่ออกแบบให้"ยิ้มอย่างภาคภูมิใจพลางยักคิ้วกวนๆ วราธรถึงกลับนิ่งมองด้วยว่าไม่เคยเห็นมุมนี้ของเธอเลยสักครั้ง...เธอดูสดใสเหมือนท้องฟ้าในยามเช้า ต่างจากคนเมื่อวานชนิดที่เทียบกันไม่ติด 

"เอาสิ อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีฝีมือระดับไหน" 

"นี้อย่ามาดูถูกฉันนะ ฉันเนี้ยระดับปรมาจารย์เลยนะจะบอกให้" 

"อย่ามัวแต่โม้ทำให้เห็นก่อนค่อยพูดเดี๋ยวจะเปลืองน้ำลายซะเปล่าๆ" 

สิ้นประโยคนั้นวราธรก็เริ่มเอ่ยบอกรูปแบบงานที่เขาต้องการก่อนที่ธารินจะลงมือทำด้วยความชำนาญพลอยให้ชายหนุ่มที่เอ่ยปากแหย่หล่อนก่อนหน้านี้แทบจะกลับคำพูดไม่ทัน 

เข็มนาฬิกาเดินมาจรดเวลาตีสองกว่าๆ นานหลายชั่วโมงที่คนสองคนมุดหน้าอยู่บริเวณหน้าจอคอมโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิดราวกับติดอยู่ในเขาวงกต... 

"อื้อ...เสร็จสักที"แขนเรียวยกขึ้นบิดไปมาเพื่อคลายความเมื่อยที่เริ่มก่อตัว"เป็นไงคุณ อึ้งไปเลย จะบอกว่านี้แหละความสามารถชั้นเลิศของฉัน" 

"เหอะ จ๊ะแม่คุณคนเก่ง"ไม่คิดโต้เถียงอะไรเพราะต้องยอมรับในการทำงานของเธอที่แม้จะรวดเร็วราวจรวดแต่กลับคงรายละเอียดทุกอย่างไม่มีตกหล่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบริษัทที่เธอทำงานอยู่ถึงได้ติดอันดับความนิยม 

"งั้นฉันไปนอนล่ะ ง่วง" 

หึ!เพิ่งจะมานึกง่วงเอาตอนนี้รึไงแม่คุณ วราธรคิดในใจพลางกระตุกยิ้ม 

ร่างบางค่อยๆยันตัวขึ้นทว่าคงเพราะนั่งบนพื้นนานเกินไปพลอยให้ขานั้นถูกครอบงำไปด้วยเหน็บ เรี่ยวแรงที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้นพลอยให้เสียการทรงตัวเซถลาไปทับร่างหนาที่อยู่ข้างๆ 

ริมฝีปากนุ่มแตะสัมผัสกันและกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ...ดวงตาคมทั้งสองคู่เบิกกว้างราวไข่ห่าน 

ทุกๆอย่างรอบๆตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง เสมือนลมหายใจของธาริน แม้มันไม่ใช่จูบแรกของเขาและเธอ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนครั้งก่อน 

สายตาพลันสบกัน...รับรู้ถึงรสสัมผัสบริเวณปาก ลมหายใจรดผ่านกันไปมา แขนหนาที่โอบรัดเอวคอดไว้ก็ไม่มีทีท่าจะคลายออก  

ในคืนนี้หลังจากมรสุมรุมเร้าไปเมื่อวันวาน พระจันทร์ก็ทอประกายเคียงคู่ดวงดาวราวกับจะประกาศสัญญาณอะไรบางอย่าง...สัญญาณที่น่ายินดี 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว