ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่ชัดเจนก็อย่าหวัง!!!

ชื่อตอน : ไม่ชัดเจนก็อย่าหวัง!!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2563 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ชัดเจนก็อย่าหวัง!!!
แบบอักษร

 

ไม่ชัดเจนก็อย่าหวัง!!! 

 

รุ่งเช้าวันต่อมา…

วันนี้จิวจื่อลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองก็เพราะว่าเป็นวันพิเศษที่พ่อของเขาอยู่ด้วย แต่เหมือนเขาจะลืมอะไรไปสักอย่างหนึ่งแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่ก็ช่างเถอะคิดมากไปก็ทำให้ปวดหัวเสียเปล่า ว่าแล้วก็คนข้าวในหม้อต่อไป

“ลูกรัก ลูกทำอะไรอยู่หือ” จิ่นหลี่เดินเข้ามาข้างในห้องครัวก็เห็นว่าลูกของตนกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ ซึ่งส่งกลิ่นหอมออกมา

“ลูกทำโจ๊กเนื้อวัวอยู่ ท่านพ่อลองชิมดู” พูดพร้อมกับใช้ทัพพีตักข้าวต้มใส่ช้อนแล้วยื่นไปตรงหน้า

จิ่นหลี่อ้าปากรับก่อนที่จะพูดออกมาเมื่อลองชิมดูแล้ว “อืม...”

“เป็นไงบ้าง ท่านพ่อ” จิวจื่อถามด้วยความคาดหวัง

“อร่อยมากเลยลูกรัก”

“งั้นท่านพ่อไปนั่งรอเลย เดี๋ยวลูกเอาไปให้”

หลังจากนั้นสองพ่อลูกก็นั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุยกันในเรื่องทั่วไปแน่นอนว่าเรื่องที่คุยกันคงไม่พ้นรูปร่างหน้าตาของจิวจื่อที่เปลี่ยนไป

“ว่าแต่ ลูกเปลี่ยนไปอย่างนี้คงมีคนมาเกี้ยวลูกเยอะน่าดู” ก็ลูกชายเขานะสิ ปากนิดจมูกหน่อยโดยเฉพาะแก้มที่ยิ้มออกมาแล้วน่าจับมาหอมสักที

“เอ่อ...ทำไมท่านพ่อถามแบบนั้นขอรับ” จิวจื่อลองเลียบเคียงถามดูเพราะว่าเขาจำได้แล้วว่าลืมอะไรไป เขาลืมบอกท่านพ่อว่ากำลังคบหาดูใจกับหวงเกออยู่!!!

“ก็เพราะว่าลูกหน้าตาเหมือนแม่มากเลย เฮ้อ พูดแล้วก็คิดถึงตอนนั้น”

“ตอนนั้น?”

“ก่อนที่พ่อกับแม่จะเป็นคู่ชีวิตกัน กว่าพ่อจะชนะใจแม่และครอบครัวของแม่มันยากมาก”

“....”

“ก็ครอบครัวของแม่ลูกมีลูกสาวอยู่คนเดียวจะไม่ให้หวงได้ยังไง ตอนนี้พ่อก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้หวงกันนัก เฮ้อ~” จิ่นหลี่มองใบหน้าของลูกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

สู้ๆ นะหวงเกอน้องจะเอาใจช่วย แต่น้องจะไม่บอกท่านพ่อหรอกว่าเราดูใจกันแล้ว ฮะ ฮะ 

“รีบทานข้าวก่อนที่มันจะเย็นกันเถอะท่านพ่อ”

“อืม ว่าแต่กิจการของลูกเป็นยังไงบ้าง”

“ช่วงนี้ก็มีคนเข้ามาเรื่อย ๆ นะขอรับ ถ้าเรากินข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวลูกพาท่านพ่อไปเดินดู”

“เอาแบบนั้นก็ได้”

 

ทั้งสองเดินมาถึงร้านจิวจื่อก็แนะนำส่วนต่าง ๆ ให้กับพ่อของตนทราบ ซึ่งใช้เวลาไปมากทีเดียวกว่าจะแนะนำเสร็จเพราะว่าช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมของไว้ขายจึงดูวุ่นวายกันไปสักหน่อย

“เอาล่ะทุกคนมาทางนี้หน่อย” เสียงของจิวจื่อดังขึ้น เมื่อเดินมาถึงห้องโถงของร้านแล้วและเห็นว่าทุกคนละมือจากงานที่ทำอยู่เดินมารวมกัน เขาจึงพูดขึ้นต่อ

“ที่ข้าเรียกทุกคนมาที่นี่ก็เพราะว่ามีคนอยากจะแนะนำให้รู้จัก” ก่อนที่เขาจะผายมือไปทางที่ท่านพ่อยืนอยู่ “คนนี้คือท่านพ่อของข้า มีนามว่าซิ่นจิ่นหลี่ ต่อไปก็ปฏิบัติกับท่านพ่อเหมือนที่ปฏิบัติกับข้า เข้าใจนะ”

“เข้าใจเจ้าค่ะ/ขอรับ”

“แยกย้ายกันไปทำงานได้” จิวจื่อกวาดตามองไปรอบแล้วก็เห็นว่าทุกคนกลับไปทำงานตามหน้าที่กันเรียบร้อยก่อนที่จะเอ่ยชวนท่านพ่อขึ้นไปห้องทำงาน

 

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้น ขัดการสนทนาระหว่างพ่อกับลูกทั้งสอง

“ใคร” จิวจื่อถามขึ้น

“ข้าเอง พ่อบ้านเทียนหงขอรับ”

“เข้ามา” เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านเทียนหงเข้ามาแล้วเขาจึงถามขึ้น “มีเรื่องอะไร”

“เรียนคุณชาย ตอนนี้ท่านแม่ทัพมาขอพบขอรับ ไม่ทราบว่าจะให้เข้ามาเลยไหม” ปกติแล้วพวกเขาจะปล่อยให้ท่านแม่ทัพเข้ามาเลยแต่ที่ต้องมาถามก่อนก็เพราะว่ามีท่านพ่อของคุณชายนั่งอยู่ด้วย

จิ่นหลี่มองหน้าลูกของตนอย่างสงสัย คนระดับแม่ทัพทำไมถึงได้มาหาลูกของตน แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เล่าให้ฟังคงจะไม่มีอะไรมากหรอก...มั้ง

จิวจื่อเห็นสายตาสงสัยที่ท่านพ่อส่งมาให้เขาก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไป เพราะว่าไม่คิดว่าหวงเกอจะมาหาเขาเร็วขนาดนี้

“ท่านพ่อว่าอย่างไรขอรับ” จิวจื่อถามเพราะข้างในห้องก็ยังมีพ่อของตนนั่งอยู่ด้วยจะให้เข้ามาก็กระไรอยู่

“ให้เข้ามาก็ดี พ่อจะได้ขอบคุณที่ท่านแม่ทัพช่วยดูแลลูกช่วงที่ผ่านมา”

“ไปเชิญท่านแม่ทัพเข้ามาได้” ได้ยินดังนั้นจึงหันไปสั่งกับพ่อบ้านเทียนหง

“ขอรับ” พ่อบ้านเทียนหงรับคำก่อนที่จะเดินออกไป

ไม่นานนักหนิงหวงก็มาถึงที่หน้าห้อง วันนี้เขาตั้งใจที่จะมอบของขวัญให้จื่อเอ๋อร์เนื่องในโอกาสที่พวกเขากำลังคบหาดูใจกัน เมื่อสำรวจความเรียบร้อยของตนเรียบร้อยแล้วเขาก็เปล่งเสียงออกไปพร้อมกับเปิดประตู

“จื่อเอ๋อร์ ~” เสียงของหนิงหวงค่อยๆ แผ่วลงเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่

“ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆ” จิวจื่อ

“.....” จื่อ...เอ๋อร์...เหรอ?

“.....” ทะ ท่านพ่อตา

 

แฮ่ม!!!

เสียงกระแอมดังขึ้นเมื่อจิวจื่อเห็นว่าทั้งสองคนเงียบกันเกินไป ถึงเขาจะพยายามกลั้นหัวเราะอยู่ก็ตาม

“เชิญท่านแม่ทัพแม่ทัพหย่งนั่งขอรับ” เขาจงใจพูดออกไปแบบนั้นพร้อมกับผายมือไปที่เก้าอี้ตรงข้าม

“อะ อืม” หนิงหวงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ถึงแม้ว่าตนจะรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเรียกนั้นก็ตาม

กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ที่โต๊ะรับรองมีท่านพ่อและเขานั่งอยู่ฝั่งเดียวกันส่วนหวงเกอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ว่าแต่ท่านแม่ทัพหย่งมาทำไมรึ” จิ่นหลี่เป็นคนถามขึ้นเมื่อตนรู้สึกว่าต้องมีเรื่องระหว่างทั้งสองคนเป็นแน่

“แฮ่ม!! วันนี้ที่ข้ามาเพราะว่ามีของจะมอบให้กับ...” พูดแล้วเขาก็มองไปเห็นว่าจิ่นหลี่กำลังยิ้มให้ แต่ก็นะเขากำลังคบหากับลูกของท่านพ่อตาก็ต้องชัดเจนกันหน่อยสิ “จื่อเอ๋อร์”

จิ่นหลี่ได้ยิ้นแล้วก็รู้สึกว่าคิ้วของเขากระตุก ไม่ใช่แค่คิ้วแล้วส่วนล่างก็รู้สึกกระตุกเหมือนกัน “...เรื่องที่ท่านแม่ทัพหย่งช่วยดูแลลูกของข้า ข้าก็ขอขอบใจท่านแม่ทัพหย่งมาก”

“ไม่เป็นไรหรอกขอรับท่านพ่อตา ข้าเต็มใจ” หนิงหวงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“พ่อตา? เท่าที่ข้าจำได้ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่าข้ามีลูกเขยเป็นท่านแม่ทัพหย่งมาก่อน”

“เดี๋ยวก็แต่งแล้ว...ว่าแต่จื่อเอ๋อร์ยังไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าพวกเราตกลงคบหาดูใจกันแล้ว” ประโยคแรกหนิงหวงพูดเสียงเบาก่อนที่จะถามขึ้น

จิ่นหลี่หันไปมองที่ลูกของตนด้วยสายตาคาดคั้น

จิวจื่อได้แต่ส่งรอยยิ้มตอบกลับไปก็เขาลืมบอกท่านพ่อ เพิ่งจะคบหากันเมื่อวานนี้เองใครมันจะไปชิน

“พ่อว่าลูกกลับไปกับพ่อเถอะ” ในที่สุดจิ่นหลี่ก็พูดขึ้นมา เขาจะปล่อยให้ลูกของเขาอยู่ใกล้กับอันตรายไม่ได้

“กลับ?” หนิงหวงพูดออกมาด้วยความสงสัย พวกเขาเพิ่งคบหากันจะปล่อยให้กลับคงไม่มีทางหรอก

“พอดีว่าที่ท่านพ่อมาที่นี่ก็เพราะว่าจะมาชวนน้องกลับบ้านที่เมืองหลวงนะ”

“ข้าไม่ให้กลับ” ได้ยินคำตอบจากคนที่รักเขาก็หันไปพูดกับว่าที่พ่อตาในอนาคตทันที

ทางด้านจิ่นหลี่ได้ยินแบบนั้นจึงพูดขึ้น “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามลูกของข้า”

“ทำไมจะไม่-”

“เอาล่ะๆ พอแค่นี้เถอะนะขอรับ หวงเกอก็สงบสติอารมณ์สักหน่อย ส่วนท่านพ่อ ไหนว่าจะถามความเห็นลูกก่อนไงขอรับ”

“ก็เพราะว่าอยู่ที่นี่มีแต่อันตราย โดยเฉพาะจวนข้าง ๆ ของลูก”

“หึ นั้นสิขอรับ” จิวจื่อขำขึ้นมาก่อนที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของท่านพ่อเมื่อกี้ แต่ก็นะเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเขาไม่ใช่ท่านพ่อเสียหน่อย “ไม่ต้องมาโน้มน้าวลูกเลย ลูกเพิ่งตกลงคบหากับหวงเกอเมื่อวานนี้เอง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ขอรับ” จิวจื่อเอ่ยเสียงห้ามเมื่อเห็นว่าท่านพ่อกำลังจะพูดต่อ “แล้วไหนของขวัญที่จะมอบให้น้องล่ะขอรับ หวงเกอ”

“พี่เกือบลืมไปเลย” หนิงหวงยืนกล่องขนาดเล็กไปให้

จิวจื่อรับมาเปิดดูก่อนที่จะพบสร้อยเงินเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

“...สวยจังเลย”

“สร้อยเส้นนี้พี่สั่งทำเป็นพิเศษก็เพื่อจื่อเอ๋อร์”

“/////”

“แฮ่ม!!! ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงวันแล้วพ่อว่าเราทานข้าวกันก่อนเถอะ” อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้ตัวเองเป็นส่วนเกินเสียล่ะ

“ขะ ขอรับ วันนี้พวกเราจะกินหมูกระทะกัน เดี๋ยวลูกออกไปเตรียมของก่อน ท่านพ่อกับหวงเกอก็พูดคุยกันไปก่อนนะขอรับ”

พูดจบแล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป แต่ไม่รู้ว่ามันจะดีรึเปล่าที่ปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน

“ทำไมท่านแม่ทัพถึงได้ตกลงคบหากับลูกของข้า” จิ่นหลี่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกของตนเดินออกไปแล้ว

“เรื่องนี้จะบอกว่าเป็นโชคชะตาลิขิตก็ได้” เพราะถ้าโชคชะตาไม่ได้ลิขิตไว้พวกเขาก็คงไม่ได้มาพบกัน

“แต่ลูกของข้าเคยแต่งงานมาก่อนนะ” มีไม่กี่คนหรอกที่จะรับได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเคยแต่งงานมาแล้ว

“ถึงจื่อเอ๋อร์จะผ่านอะไรมาข้าก็ไม่หวั่นเพราะข้าก็รักเขาเหมือนเดิม” ตอนนี้เขาได้แต่แสดงความเชื่อมั่นออกมาให้เห็นได้เท่านั้น

“ท่านแม่ทัพหย่ง ถึงพวกท่านจะรักกันแต่คนภายนอกจะมองลูกข้าอย่างไร” แน่นอนว่าต้องมีคำนินทาตามมาอยู่แล้วเพราะแต่ก่อนลูกของเขาเป็นคนอ้วนขี้เหร่ ถึงตอนนี้จะผอมแล้วก็เถอะอาจจะโดนกล่าวหาว่าล่อลวงก็ได้

“เรื่องที่จะต้องโดนนินทามันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะข้าก็ไม่สามารถห้ามให้พวกเขาไม่พูดไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเราก็จะฝ่าฟันไปด้วยกัน จะเชื่อใจกัน” เพราะถ้าพวกเขาสองคนไม่เชื่อใจกัน มัวแต่ฟังคำพูดของคนอื่น ชีวิตคู่คงไปกันไม่รอด

“เฮ้อ~ ท่านแม่ทัพ ท่านต้องสัญญากับข้ามาก่อนว่าจะดูแล ปกป้องลูกของข้า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตาม และที่สำคัญท่านต้องมีลูกของข้าแต่เพียงผู้เดียว”

“ข้าจะไม่แค่สัญญาแต่จะทำให้ท่านเห็นว่าจื่อเอ๋อร์สำคัญต่อข้ามากขนาดไหน และเรื่องที่จะมีเขาแค่คนเดียวท่านพ่อตาก็รู้ว่าครอบครัวของข้ารักเดียวใจเดียวเท่านั้น”

“ก็ดี พูดถึงเรื่องครอบครัวแล้ว ครอบครัวของท่านแม่ทัพรู้เรื่องนี้รึยัง”

“ท่านพ่อตาจะเรียกข้าว่าหนิงหวงก็ได้ เอ่อ...ข้ายังไม่ได้บอกอย่างเป็นทางการแต่ดูเหมือนท่านแม่จะรู้เรื่องแล้ว”

“ดูเหมือนเรื่องนี้ท่านแม่ทัพจะต้องทำให้ชัดเจนไม่งั้นอย่าหวังว่าจะได้ลูกของข้าไป”

พูดจบแล้วจิ่นหลี่ก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้หนิงนั่งทบทวนกับตัวเอง แต่เมื่อเปิดประตูออกมาก็พบกับจิวจื่อยืนอยู่หน้าห้อง ทั้งใบหน้าขึ้นสีและนัยน์ตามีน้ำตาคลออยู่

“ลูกได้ยินแล้วใช่ไหม” จิ่นหลี่ถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของลูก

จิวจื่อเข้าไปสวมกอดก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “ขอบคุณ ขอบคุณท่านพ่อ”

ผู้เป็นพ่อทำได้แค่ยกมือขึ้นลูบหลังของลูก ต่อให้โตสักแค่ไหนเปลี่ยนไปยังไงก็ยังเป็นลูกของเขาวันยังค่ำอยู่ดี

“ไปกินหมูกระทะของลูกกันเถอะ พ่ออยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง” จิ่นหลี่พูดขึ้นเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นลูกร้องไห้

เขาผละออกจากอ้อมกอดก่อนที่จะเช็ดน้ำตา แล้วพูดขึ้น “เดี๋ยวลูกพาท่านพ่อไป ขอไปเรียกหวงเกอก่อน”

“มีใครเรียกข้าไหม”

ก่อนที่จิวจื่อจะเข้าไปเรียกก็มีเสียงดังออกมาตามด้วยเจ้าของเสียง

“พอดีว่าน้องจะเรียกหวงเกอไปทานข้าวเที่ยงขอรับ”

“งั้นพวกเราไปกันเถอะ” พูดจบหนิงหวงก็จูงมือของจิวจื่อไป

จิ่นหลี่ได้แต่มองตามแผ่นหลังของทั้งสองไป มือคู่นั้นตอนเด็กก็เป็นเขาที่จับจูงเดินไป แต่พอตอนนี้ก็เป็นมือของอีกคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน มันทำใจยากจริง ๆ ที่จะปล่อยมือของลูกน้อยไป อ่า น้ำตาบ้านี่ก็จะไหลทำไม

“ท่านพ่อ มาสิขอรับ เดี๋ยวลูกจะพาไปกินของอร่อย”

รู้สึกตัวอีกที่ก็เห็นลูกยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งเอ่ยชวนไปกินข้าว

“อืม”

 

 

หลังจากนั้นไม่กี่วันจิ่นหลี่ก็จำต้องกลับไปเมืองหลวงคนเดียว แน่นอนเพราะว่าลูกรักยืนยันที่จะอยู่ที่นี่ เขาก็ทำได้แต่ฝากให้หนิงหวงดูแล

“ท่านพ่อเดินทางดี ๆ นะขอรับ”

“อืม ลูกก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย ที่สำคัญอย่าไปหลงเชื่อคนข้าง ๆ มากนัก” พูดพร้อมกับเหล่ตาไปมองที่หนิงหวง

“ท่านพ่อตาไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าจะดูแลจื่อเอ๋อร์ให้ดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม และอีกสามเดือนเจอกันนะท่านพ่อตา”

“ก็ดี พ่อไปแล้วนะ”

“ขอรับ”

และแล้วรถม้าก็ค่อย ๆ วิ่งหายไปจนกระทั่งลับสายตา

“เราเข้าไปข้างในกันเถอะจื่อเอ๋อร์” หนิงหวงพูดขึ้นเมื่อรถม้าหายลับไปแล้ว

“อืม”

“ไม่ต้องเสียใจไปหรอก เดี๋ยวอีกสามเดือนพวกเราก็จะได้เจอกันอีก” หนิงหวงพูดปลอบใจเพราะว่ายังไงพวกเขาก็ต้องไปเมืองหลวงอยู่แล้วเพื่อที่จะได้ร่วมงานครบรอบการครองราชย์และเขาก็จะต้องทำอะไรให้มันชัดเจนเสียที

 

 

 

................................

มาช้าแต่มานะ อ่านตอนนี้แล้วเป็นไงบ้าง คอมเม้มน์บอกไรต์ได้นะ เอาจริงชื่อตอนที่แล้วทำไรต์หลอนมากเลยเปิดเข้าไปนึกว่ามีเรื่องแจ้ง55555 ไม่รู้ว่าทำไมถึงตั้งชื่อแบบนั้น ยังไงก็ไว้เจอกันตอนหน้านะจ๊ะ

 

 

ความคิดเห็น