ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : NUMBER 2 Smell of pheromone part 2

คำค้น : สมุทร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2563 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
NUMBER 2 Smell of pheromone part 2
แบบอักษร

NUMBER 2 Smell of pheromone part 2 

               ข่าวลือของผมไม่ใช่แค่ข่าวลืออีกต่อไป มันเป็นความจริงที่ทุกคนมองผมเป็นแคนดี้ อย่างกับมีกลิ่นหอมหวนจากตัวผมกระจายไปยั่วพวกโรคจิตให้มีอาการเหมือนเป็นสัตว์ป่า จากการถูกลวนลามครั้งก่อนนั้นทำให้ผมตัดสินใจไปเช้าขึ้น เพื่อที่จะได้ครองที่นั่งบนรถไฟฟ้า

               “ประตูกำลังจะปิด”

               แค่ก้าวเข้ามาในรถไฟฟ้าสายประจำผมก็ชะงักค้าง รู้สึกเหมือนตัวเองคิดถูกแล้วนะที่มาขบวนเช้ากว่านี้ และดูเหมือนว่าทุกคนจะคิดแบบเดียวกัน ขบวนนี้จึงแน่นเอียดไปด้วยผู้คนไม่ต่างจากขบวนที่สายกว่านี้แค่ยี่สิบนาที

               “อ้าว ไม่เข้ามาเหรอครับ?”

               ผมถึงกับถอยหลังเดินออก มองภาพผู้คนหนาแน่นที่มีประชากรเป็นพนักงานออฟฟิตเสียส่วนใหญ่...และเพราะเหตุผลนั้นเอง ทำให้ผมเปลี่ยนใจ ไอ้คนที่ถามผมด้วยรอยยิ้มนั้นแผ่รังศีหื่นกามให้ผมเห็นชัดเจน แว็บแรกผมคิดไปแล้วว่าไอ้หมอนี้แหละที่ลวนลามผม

               “ไม่ครับ”

               ผมส่ายหน้าหวือมือกอดกระเป๋าแน่น สายตาหันไปสบกับลุงคนอื่นๆที่แม้จะแต่งตัวภูมิฐานแต่สายตาที่มองผม มันไม่ต่างอะไรจากที่พวกเพื่อนร่วมชั้นมองผม ผมขนลุกขึ้นมาเพราะความหวาดกลัว ร่างกายมันสั่นระริกไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจกับดวงตาหลายคู่ที่มองมาเหมือนผมเป็นอาหาร

               ผมอยู่กับสายตาพวกนี้มาตลอดทั้งปี ถึงแรกๆจะไม่รู้ตัว แต่การหลงกลไอ้พวกนี้จนทำให้เจ็บตัวอยู่เรื่อยทำให้ผมเรียนรู้ที่แยกแยะคน ถึงตอนนี้จะทำเมินผม แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้สักสิบห้านาทีหากมีเวลาจ้องผมมากพอ คนพวกนี้จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะเสน่ห์ของผม

               เดินครับ ผมเลือกที่จะเดินจากสถานีรถไฟฟ้าไปที่โรงเรียนชายล้วนที่ผมเรียนอยู่

               ที่ผมบอกว่าตัวเองมีเสน่ห์คนทำให้คนคลั่งนั้นมันคงจะดีหากผมรู้จักใช้และมีความสุขกับพรสวรรค์นี้ อย่างแรก...ผมมีเสน่ห์แค่กับผู้ชายด้วยกันเอง สำหรับผมที่ยังเห็นร่างของผู้หญิงน่ามองอยู่นั้นมันไม่มีประโยชน์สำหรับผมเลย อย่างที่สอง ผมควบคุมเสน่ห์ที่ผมไม่ได้อยากมีนี้ไม่ได้

               จากกรณีพี่คิงผู้ที่มีความอ่อนโยนเป็นจุดขาย เขาบอกว่าผมยิ้มอ่อย ซึ่งผมบอกเลยว่าผมไม่เคยคิดกับพี่แกด้านนี้สักครั้ง มันเป็นผลมาจากเสน่ห์ล้นหลามที่ผมได้รับถ่ายทอดมาจากพี่ไอซ์แน่ๆ...ซึ่งถ้าพี่ไอซ์เขาอยู่ในเมืองนี้ผมก็จะไปตามหาแล้วคายตะคาบคืนให้พี่แก

               แต่พี่เขาไม่อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าตายนะ แต่ว่าพี่ไอซ์กลายเป็นคนโด่งดังที่ผมไม่อาจเอื้อมถึง เอ๊ะ หรือนี้จะเป็นผลกรรมที่ผมเคยคิดจะไปปล้ำคนอื่นเขา ทุกวันนี้ผมเลยต้องเอาตัวรอดจากการถูกคุกคามทางเพศตลอดเวลา

               ปรี๊ดดดด

               “เอาละ วันนี้พอเท่านี้ เวรวันนี้เก็บของด้วยนะ”

               เสียงนกหวีดจากอาจารย์พละทำให้ผมตื่นจากภวังค์ที่ผมสร้างขึ้น ผมที่เป็นเวรเก็บอุปกรณ์ในวันนี้เดินไปหยิบกรวยสามเหลี่ยมที่ใช้แทนจุดมาร์กกลับตัวในการทำกิจกรรมในวันนี้รวมกัน เดินตามหลังเพื่อนๆที่เข้าคิวเอาของเข้าไปเก็บในห้องเก็บของในโรงยิม

               ดวงตาหันมองรอบตัวตลอดเพราะความกังวล หางตาหันมองไอ้นทีที่เป็นตัวอันตรายหันหลังเดินออกจากโรงยิมไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ตัวอันตรายที่สุดไปแล้ว ผมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

               “ฟุดฟิด หอมจัง...ใช้น้ำหอมเหรอ?”

               กึก

               ผมสะดุ้งโหยงเมื่ออาจาร์ยวิชาพละโน้มหน้าลงมาดมที่ไหล่ของผม ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่าทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะ ก้าวหนีอาจารย์ที่จู่ๆก็มาดมผมแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ดวงตากระพริบถี่กอดเจ้ากรวยสีส้มแดงนั้นเอาไว้ เหงื่อเริ่มซึมจากหน้าผากมากขึ้นจากที่มันมีอยู่แล้วเพราะวิ่งออกกำลังกาย

               “ครูถามว่าใช้น้ำหอมเหรอ? หอมดี ครูจะไปซื้อมาใช้บ้าง”

               ผมกลืนน้ำลายลงคอยิ้มแห้งเมื่อคิดมากไปเอง เมื่อกี้เกือบจะเอากรวยที่ถือปาใส่อาจารย์แล้ววิ่งหนีออกไปจากโรงยิมแล้วเชียว ผมตกใจหมดเลย คิดว่าอาจารย์จะเป็นบ้าเหมือนไอ้พวกที่ข่มขืนผมซะอีก

               “เปล่าครับ...ผมไม่ได้ใช้”

               “อืม งั้นเหรอ? กลิ่นตัวเธอแปลกดีนะ...เอา ทุกคน เร็วๆเข้า จะกลับไหมบ้าน เร็วๆ”

               พออาจารย์เขาพูดกับผมจบ ก็หันไปไล่กวดไอ้พวกที่เดินเออระเหยอยู่ตามมุมของโรงยิมโดยไม่ได้หันมาสนใจผมอีกเลย นั้นทำให้ผมแปลกใจและเริ่มดมกลิ่นตัวเองบ้าง หอมแบบไหน? หอมเหมือนน้ำหอมเหรอ? ตัวผมมีแต่เหงื่อแท้ๆ

               “อ้าว สมุทร ไปเก็บของได้แล้ว...”

               “อ่า อืม”

               ผมยืนดมตัวเองอยู่นานจนเพื่อนคนสุดท้ายเอาของเข้าไปเก็บเสร็จแล้ว ผมเดินเข้าไปบ้างและวางกรวยเอาไว้โดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากประตู เชื่อเถอะว่าผมระแวงว่าจะมีใครเดินเข้ามาตามหลังแล้วผลักผมลงกับเบาะยิมก่อนจะฉีกเสื้อผ้าผมและกระทำชำเราร่างกายของผม

               มันเคยเกิดขึ้นหลายครั้งในสถานที่ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ แม้แต่ในห้องเรียนมันยังเกิดขึ้นมาแล้ว นับประสาอะไรกับห้องเก็บของในโรงยิมที่กำลังจะร้างผู้คน ถึงจะมีอาจารย์ยืนไล่นักเรียนให้กลับไปอาบน้ำอยู่ แต่ตอนที่อยู่ในห้องเรียนก็มีอาจารย์เกล้าสอนอยู่เหมือนกัน

               “กลับแล้วนะครับ ขอบคุณครับครูเกล้า”

               เมื่อผมโยนกรวยเก็บเข้าที่ ผมก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อนผมส่วนใหญ่เริ่มอาบน้ำกันแล้วตรงส่วนที่เป็นล็อกเกอร์เก็บเสื้อผ้าเลยไม่ค่อยมีคน ผมกวาดตามองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นไอ้นทีแล้วก็เดินไปที่ล็อกเกอร์ตัวเองอย่างระมัดระวัง มือเลิกเสื้อขึ้นเหลือแต่เนื้อตัวเปลือยเปล่าเพื่อเปลี่ยนชุด

               หมับ

               “กลิ่นหอมจังเลยว่ะ...มึงหอมมาก”

               แต่แล้วมือหนาที่โอบรอบเอวผม ดึงให้ตัวผมเซถอยหลัง แผ่นหลังแตะกับหน้าอกของใครบางคนพร้อมเสียงสั่นๆและปลายจมูกที่ฝังลงบนลำคอของผมก็ทำให้ผมขมวดคิ้ว ผมรีบถอยห่างจนแผ่นหลังติดกับล็อกเกอร์ มือดันอกของไอ้เพื่อนตัวดีที่ผมไม่ได้สนิทด้วย

               “มึงจะทำอะไร ไปห่างๆกูเลย”

               “อะไรกัน ทีคนอื่นทำได้ กูก็อยากลองกับมึงนะ รอให้คนอื่นไปก่อนก็ได้...”

               “ไม่!”

               ผมปฏิเสธเสียงแข็ง แต่นั้นมันไม่ใช่คำปฏิเสธหนักแน่นพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมชั้นของผมหยุดการรุกราน มันเริ่มโน้มหน้าเข้ามาซุกไซร้ที่ซอกคอแบบที่ผมก็ดิ้นสุดฤทธิ์ ใช่ว่าทั้งห้องมันมีแค่เราสองคน มันมีคนอื่นอีกเยอะซึ่งพวกมันไม่ยอมช่วยผมเลย นั่งมองตาปริบๆเหมือนเรื่องนี้คือเรื่องปกติ

               หมับ

               “เฮ้ย”

               เสียงทักจากด้านหลังทำให้ไอ้นั้นมันชะงักไป ดวงตาวาวของไอ้นทีกำลังจับจ้องมาที่พวกเรา ผมที่กำลังขบกลีบปากตัวเองตัวสั่นไปหมดได้พักหายใจ มือผลักไอ้คนที่จู่โจมผมออกขณะที่หยิบเอาเสื้อพละตัวเดิมมาสวมใส่

               “อะไรไอ้นที สมุทรไม่ใช่ของมึงคนเดียวสักหน่อย”

               “...”

               นทีมันไม่พูดอะไรนอกจากย่างสามขุมพร้อมผ้าขนหนูผืนน้อยที่พันรอบเอว ผลักไหล่ไอ้นั้นแล้วดันตัวผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ ล็อกเกอร์ของผมอยู่เหนือไอ้นทีไปหนึ่งตู้ มันเลยเดินมาหาผมพร้อมกับหยิบเอาสัมภาระของมันออกมา

               “มึงเอาบอลไปเก็บให้กูที วันนี้เวรมึงไม่ใช่รึไง?”

               นทีหยิบเอาบอลในกระเป๋าของมันส่งให้ผม ซึ่งแน่นอนว่าผมรับเอาไว้โดยไม่ทักท้วงสักคำ หันมองไปคนที่พยายามจะปล้ำผมก่อนจะวิ่งแจ้นออกมาด้วยโอกาสที่ไอ้นทีมันยื่นให้ ถ้าผมอยู่ในห้องนั้นนานกว่านี้ผมอาจจะเสร็จไอ้หมอนั้นไปแล้ว จะใช้ผมทำอะไรก็ได้ แต่ผมขอเลือกออกมาจากสถานการณ์เมื่อกี้ดีกว่า

               ซึ่งนั้นคือเรื่องที่ผมคิดผิด ถ้าคิดว่าการออกมาจากตรงนั้นมันปลอดภัยแล้ว การเอาตัวเองมาอยู่ในโรงยิมเงียบสงัดโดยมีอาจารย์ที่กำลังจะปิดประตูโรงยิมอยู่กันสองคนเพียงลำพังนั้นอันตรายยิ่งกว่า

               “ครูเกล้าครับ เดี๋ยวก่อน ผมเอาบอลมาคืน”

               “อ้าว จะปิดห้องอยู่แล้วเชียว เร็วๆ รีบเข้าไป”

               ใบหน้าที่ประดับไปด้วยเคราะสั้นของอาจารย์พละไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัว เพราะเห็นแกมาตั้งแต่ม.สี่จนตอนนี้จะจบม.ห้าอยู่แล้วเลยค่อนข้างชินตา ด้วยรูปร่างสูงโปร่งของอาจารย์ทำให้ผมคิดว่าอาจารย์เคยเป็นนายแบบมาก่อน ซ้ำความเป็นกันเองที่เล่นหัวเล่นหาง พูดหยอกล้อกับนักเรียนเหมือนเป็นเพื่อนนั้นก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวอาจารย์ไม่มีความตึงเครียดเท่าไหร่ ยกเว้นตอนฝึกโหดกับเขาละนะ

               อาจารย์เกล้าเปิดประตูโรงยิมให้ผมเข้าไป มือถือบอลและวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อเปิดห้องเก็บของ แต่เมื่อยิ่งเดินเข้ามาใกล้หัวคิ้วก็ต้องขมวดเข้าหากันเป็นปม

               “ครูเกล้า ห้องเก็บของมันล็อกครับ”

               ผมตะโกนบอกอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างนอกรอล็อกโรงยิม ซึ่งครูเขาก็พยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้และเดินเข้ามาพร้อมควานหากุญแจจากพวงกุญแจโตๆนั้น

               แกร็กๆ

               “เอา...”

               อาจารย์เปิดประตูให้ผมแล้วยิ้มให้เป็นมิตร ซึ่งผมก็พยักหน้ายิ้มแห้งและเดินเข้าไปในห้อง จริงๆจะโยนเข้าไปเลยแต่ก็เกรงใจอาจารย์ที่ยืนดูอยู่ เพราะงั้นก็เลยค่อยๆเดินเข้าไปแล้วเอาไปวางไว้กับพวกของมัน ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ผมหันกลับหลังโดยไม่ระวัง แตะไอ้กรวยส้มกรวยแดงนั้นล้มกลิ้ง

               “โอยยยย..”

               ผมร้องเสียงหลงเมื่อที่ผมเตะโดนนั้นมันนิ้วโป้งเท้าที่เป็นจุดอ่อนไหว แม่งเจ็บจี๊ดเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วร่าง เสียงของผมคงทำให้อาจารย์เขาเป็นห่วงเลยกรูเข้ามาหาผมที่แขยงเท้าไปมา

               หมับ

               “อ้าวๆ ซุ่มซ่ามจริงเชียว”

               “ขอโทษครับครู”

               ผมรีบขอโทษขอโพย ไม่ได้รู้ตัวหรอกว่ามือของอาจารย์จับเข้าที่เอวของผมเพื่อประคองไม่ให้ผมล้ม ภายในห้องแออัดที่อากาศไม่ได้ถ่ายเท จู่ๆเสียงของเราทั้งคู่ก็หายไป เหลือแต่ความนิ่งงันเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์เกล้า

               “โห ครูตัวสูงจังนะ”

               “หะ..อ่า อืม ครูเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติมาก่อนน่ะ เห็นแบบนี้แต่ครูก็ขึ้นปกนิตยสารกีฬาตั้งแต่เธอยังไม่เกิดเลยนะ”

               พูดๆไปอาจารย์ก็ยกยิ้มหล่อดูภูมิอกภูมิใจกับตัวเองแบบที่ทำให้ผมหัวเราะ การหัวเราะอย่างไม่เชื่อที่มันเป็นหายนะที่ผมไม่รู้จักจำ เมื่ออาจารย์ได้เห็นรอยยิ้มของผมเข้า อาจารย์ก็รั้งเอวผมให้เข้าไปแนบชิด มืออีกข้างช้อนคางของผมให้เชิดขึ้นประกบริมฝีปากลงมาบนปากของผมไม่ให้ผมได้ตั้งตัว

               “อึ่ก! อื้อออ”

               ม่านตาของผมเบิกกว้างตอนสองมือผลักหัวไหล่แกร่งของอาจารย์สอนวิชาพละที่เห็นกันมาตั้งแต่ผมเพิ่งเข้าเรียนที่นี้ ผมนี้เกร็งไปหมดกับการจู่โจมที่ไม่คุ้น ริมฝีปากที่ขบเม้มและปลายลิ้นที่แทรกเข้ามาในโพรงปากอย่างผู้ใหญ่...เชื่อเถอะว่าจูบของอาจารย์เกล้ามันต่างจากจูบเด็กน้อยของนักเรียนที่ผมเคยเจอมา

               “อาห์...แฮ่กๆ..ฮ้า...ครู...ครูทำอะไรผม”

               ผมยกมือขึ้นมาปิดปาก ขาอ่อนขึ้นมาทันควันหลังจากที่เขาผละริมฝีปากออกจากปากผม ผมหอบหายใจระรัว เงยหน้ามองครูพละที่ทำหน้าแตกตื่นไม่ต่างจากผม

               “อ๊ะ สมุทร...ครูขอโทษ...ครูไม่ได้ตั้งใจ”

               ผมเห็นแก้มแดงๆของอาจารย์ตอนที่ดึงสติกลับมาได้ เขารีบปล่อยผมทันทีแต่นั้นทำให้ผมเซถอยหลังเหมือนจะล้ม อดีตนักกีฬาทีมชาติที่ประสาทสัมผัสไวกว่าผมก็คว้าตัวผมเอาไว้อีกครั้งเพื่อไม่ให้ผมล้มลงไปอีก แต่นั้นยิ่งเป็นสิ่งที่ผมกลัว พอเขาแตะตัวผม ผมก็ดิ้นหนีและหายนะครั้งที่สองก็ตามมา

               “อ๊ะ สมุทร”

               โครม

               ทั้งผมทั้งอาจารย์ล้มลงไปบนฟูก ร่างหนาของอาจารย์กำลังคร่อมทับเหนือหัวผม ใบหน้าแดงก่ำอย่างทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ล่อแหลม ผมยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าอกเหมือนสาวน้อย ริมฝีปากขบกัดเข้าหากันยามที่บีบสองขาเข้าหากันด้วยสภาพสั่นเทา

               “ยะ อย่าทำอะไรผมเลย...ปล่อยผมไปเถอะ”

               สิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่เคยลองทำตอนที่ถูกข่มขืน คือการขอร้องกันดีๆ ผมเอาแต่ตะคอกและใช้กำลังที่มีอยู่น้อยนิดขัดขืน ผมจึงเงยหน้ามองด้วยดวงตาไหววูบด้วยความกลัว ริมฝีปากเอ่ยบอกด้วยเสียงสั่นไม่แพ้กัน โดยหวังว่าครั้งนี้ผมจะรอดจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้

               คนที่เข้าหาผม กอดผมและถูกตัวผม มีแต่คนอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมทั้งนั้น ในหัวของผมตอนนี้คิดแต่อาจารย์จะปล้ำผม ไม่ทันได้คิดเลยว่านี้เป็นแค่อุบัติเหตุ อาจารย์อาจจะไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้น ผมคิดดีไม่ได้จริงๆหลังจากที่อาจารย์ดึงผมเข้าไปจูบแบบนั้น

               “นะครับ”

               เฮือก

               ผมสะดุ้งโหยงเมื่อมือหนาของอาจารย์ดึงข้อมือผมกดเอาไว้กับฟูกเบาะ มืออีกข้างเลิกเสื้อผมขึ้นเผยให้เห็นยอดอกของผม อาจารย์โน้มหน้าลงมาหาซอกคอของผม ขบเม้มแบบที่ผมขบกลีบปาก ไอ้ความหวังที่ผมวาดเอาไว้ก็พังทลายพร้อมกับเสียงครางที่ดังขึ้น

               “แผล็บ ม๊วฟ”

               “อาห์...อึ่ก...อยะ อย่าครู อย่า..”

               ผมสั่นระริกเมื่อปลายลิ้นของครูเลียวนเข้าที่หัวนม ดูดอมจนได้ยินเสียงจ๊วบจ๊าบ ความวูบวาบจากการถูกดูดหัวนมนั้นมันทำให้ผมครางเสียงหวาน ผมเอามืออุดปากตัวเองกลั้นเสียงแทบไม่ทัน ในหัวคิดแค่ นี้กูทำเสียงหวานอ่อยเขาเพื่ออะไร! 

               “อืมมม...หวานจัง ม๊วฟ”

               เสียงพึมพัมจากครูทำให้ผมกลัวจริงจัง ผมสั่นไปหมดตอนที่ครูแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงหว่างขาของผม มือข้างที่ว่างของครูเกล้าขยำเข้าที่ก้อนเนื้อหน้าอกของผม ผมมองครูเกล้าดูดหัวนมผมอย่างเมามันด้วยอารมณ์หลากหลาย ในหัวผมว่างเปล่าไปหมดตอนที่ครูเริ่มปลดกางเกงกีฬาของผมออกจากสะโพกแล้วแทรกตัวเข้ามาระหว่างขาของผม

               “อึ่ก ฮาห์ หอม...ตัวเธอหอมมาก”

               ตัวผมมีแต่กลิ่นเหงื่อ ทำไมอาจารย์ยังชมว่าหอมทั้งๆที่ตัวผมมีแต่เหงื่อ ความใกล้ชิดทำให้ผมรับรู้ได้ถึงแก่นกายที่ใหญ่คับกางเกงกีฬาของอาจารย์ เขาขยับสะโพกให้ส่วนกลางกายมันถูไถกันไปมา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ไม่ทันได้รู้ตัว ครูก็ควักแก่นกายออกมาถูไถกับหน้าท้องของผม

               “มะ ไม่...อึก ไม่...”

               ม่านตาของผมเบิกกว้าง ส่ายหน้าหวือกับการควักเอาแก่นกายใหญ่มาโชว์ ด้วยไรขนยุบยับแบบผู้ใหญ่ที่ขึ้นตามหน้าท้องนั้นดูแตกต่างจากของผมโดยสิ้นเชิง ผมที่ยังเด็กกลับไม่มีขนใดๆเหนือท้องน้อย ซ้ำไรขนในที่ลับของผมก็สีอ่อนจนแทบจะไม่มองเห็น

               ริมฝีปากของผมถูกครอบครองอีกครัง สัมผัสร้อนวาบที่ลูบไปตามร่างกายทำให้บิดเร้าอยู่ใต้ร่างอย่างจำยอม ผมไม่มีแรงสู้หรอก ดูครูเกล้าสิ ตัวอย่างกับควาย อดีตนักกีฬาทีมชาติที่ยังคงฟิดปั่ง ซ้ำเล่ห์เหลี่ยมก็แพรวพราวทำเอาผมหัวขาวโพลนในทุกครั้งที่ครูจูบ

               สวบ

               “อื้อออ!”

               ด้วยความเจ็บแปล๊บที่ช่องทาง ต่อให้เคลิ้มแค่ไหนก็เรียกสติตัวเองกลับเข้าร่างมาได้ ผมแทบจะถีบอาจารย์ออกเพราะความใหญ่ที่ทำให้ช่องทางของผมเจ็บจี๊ด ผมกรูถอยหลังจนหลังติดผนังยามยกมือขึ้นมาปิดเนื้อหนังมังสา มือขยับแว่นให้เห็นหน้าครูเกล้าชัดๆ ซึ่งมันใกล้มากจนผมไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาก็ได้

               “ไม่เอา...ครู อย่าทำผม..”

               ผมแค่หลบสายตาลงต่ำ ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับมังกรผงาดที่ชี้หน้าผมแทน ผมขาสั่นไปหมดได้แค่ก้มหน้างุดๆ ผมขบปากตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้สะอื้น...เอาจริงๆผมรู้สึกไม่ดี ทั้งกลัว ทั้งสับสน มันรวมกันพร้อมจะกลั้นออกมาเป็นน้ำตาได้ทุกเมื่อ แต่ผมฮึบเอาไว้ ผมเป็นผู้ชายที่โตแล้ว จะร้องไห้ง่ายๆได้ยังไง เพราะงั้นต่อให้เกิดอะไรขึ้นผมจะไม่ร้องไห้

               หมับ

               “ขอครูนะสมุทร”

               คำพูดเสียงแหบพร่ามาพร้อมกับมือหนาที่รั้งข้อเท้าแหกขาผมออก อาจารย์ก้มหน้าลงต่ำและครอบปากลงบนเจ้าสมุทรน้อยของผม ความเสียววูบที่ทำให้เบิกตากว้าง กลืนก้อนเสียงของตัวเองลงคอพร้อมกับความรู้สึกกลัว ที่วูบเข้ามาตอนนี้คือความเสียวซ่านที่แล่นพล่าน

               “ม๊วฟ...จ๊วบ”

               ไม่ใช่แค่เสียวธรรมดา แต่เวลาที่ครูใช้ปลายลิ้นเลียวนทั้งๆที่ริมฝีปากทำหน้าที่ดูดอมรอบแก่นกายของผมเอาไว้นั้นเหมือนกำลังดูดพลังชีวิตผมไปด้วย มือไม้อ่อนระทวยไหลลงไปกับพื้นเหมือนเป็นของเหลว ผมกลับมาอยู่ใต้ร่างอาจารย์อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

               สวบ

               “อ๊าห์..ซี้ดดดด...ขอเอาเข้าอีกหน่อยนะ”

               แค่เสี้ยวเดียวของแก่นกายสอดเข้ามาภายใน อาจารย์เกล้าก็ครางเสียงต่ำพร้อมกับพูดขอกับอากาศธาตุ ดวงตาผมพร่ามัวไปหมดแล้ว ไม่เหลือแรงใดๆมาต่อต้าน ครูเกล้ากดสะโพกโถมกายเข้ามาจนสุดความยาว ผมรู้สึกได้ถึงความอวบอ้วนที่กำลังขยับขยายภายใน มันเสียวก็จริงแต่ก็เจ็บด้วย

               หมับ

               “อึก...จะ เจ็บ...”

               ผมพูดได้คำเดียวพร้อมกับน้ำลายที่ไหลหกออกมาจากมุมปาก ครูเกล้าไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาเริ่มโถมกายเข้าหาผมจนตัวติดกัน มือของเขาโอบรอบเอวผมเอาไว้ไม่ให้โอกาสผมได้ขยับตัว

               ฟึ่บ ฟึ่บ

               ด้วยการขยับเข้าออก ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงตัวตนของอาจารย์เกล้า ความหนักหน่วงของสะโพกที่ขยับเป็นจังหวะเชื่องช้า หัวผมมันขาวโพลนไปหมดกับทุกๆสัมผัส เสียงครางข้างๆหูบอกผมให้รู้ว่าครูเขากำลังเสียวกับช่องทางของผมแค่ไหน

               “หอม...ฮึ่มมมม อาห์...”

               จังหวะการกระแทกเริ่มรุนแรงขึ้น สองขาของผมถูกดันให้ชี้ขึ้นเพดาน สองแขนของเขารั้งข้อพับของผมเอาไว้เพื่อให้สะโพกลอยเด่นอยู่เหนือเบาะในท่าน่าอาย แก่นกายเคลื่อนเข้าหาอีกครั้งพร้อมสะโพกแกร่งที่ขยับเร็วขึ้น อาจารย์เอาแต่ซุกหน้ากับซอกคอผม ดมกลิ่นกายที่เขาพร่ำบอกว่ามันหอมนักหนา

               “อาห์..อึ่ก...เจ็บ...ผมเจ็บ”

               ถึงผมจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่น มือทั้งผลักทั้งดันแต่เจ้าของชื่อเกล้าก็ไม่ได้สนใจ เขาเริ่มบดสะโพกลงบนหน้าขาของผมอย่างบ้าคลั่ง รับรู้ได้จากการกระตุกภายในตัวที่ทำให้ผมเสียวแปล็บ ด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจนเป็นกล้ามเนื้อแน่นนั้นไม่ขยับถอยห่างตามแรงของผม

               มีแต่จะโถมกายเข้าหาผมเป็นจังหวะมากขึ้น ผมได้กลิ่นเหงื่อจากอาจารย์ ในห้องเก็บอุปกรณ์ที่มันไม่ได้มีช่องลมระบายอากาศ มีแค่ทางประตูด้านหน้าที่เปิดเอาไว้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ความมืดทึบทำให้ผมตกอยู่ในความมืด ได้ยินแค่เสียงครางของอาจารย์และเสียงหายใจของตัวเอง

               “อาห์ อ๊ะ..ซี้ดดด”

               พรวด

               ความรู้สึกร้อนวูบในช่องท้องทำให้ผมเบิกตากว้าง อาจารย์หยุดขยับสะโพกแล้ว เขาทิ้งน้ำหนักลงบนข้อมือแล้วค้ำตัวอยู่เหนือร่างของผม ดวงตาที่มองผมเต็มไปด้วยไฟราคะแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ความแดงของใบหน้าทำให้ผมรับรู้ได้ถึงปริมาณความใคร่ที่เขามี

           นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน!? ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย! 

               “ฮึก...อึก..”

               ผมใช้สองมือสอดเข้าไปใต้แว่นตาเพื่อปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาเอง ผมกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ผมจะไม่ร้องไห้ ผมบอกตัวเองแบบนั้น แต่การถูกอาจารย์ตัวเท่าควายมีกล้ามเนื้อแน่นๆข่มขืนไม่ใช่เรื่องที่ผมรับได้

               “สมุทร...แฮ่กๆ...มองครูนี้”

               หมับ

               มือของอาจารย์หยิบแว่นตาของผมไปวางไว้ข้างตัว ดึงข้อมือของผมให้เผยใบหน้า ภาพที่ผมเห็นคือใบหน้าสลดของอาจารย์ ครูเกล้าพยายามฝืนยิ้มให้ผมขณะที่ตัวตนของเขายังฝังอยู่ข้างใน ผมกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้ ขบกรามแน่นโดยไม่ให้เสียงใดเล็ดลอด

               “รัดแน่นแบบนั้น...ครูเอาออกมาไม่ได้ เธอต้องผ่อนคลายกว่านี้”

           ในสถานการณ์แบบนี้จะให้กูผ่อนคลายได้ยังไง! 

               ผมรู้สึกได้ถึงความคับแน่นที่เพิ่มขึ้น ครูเกล้าขยายใหญ่ขึ้นเพราะก้มมองจุดเชื่อมต่อระหว่างกัน เขาปล่อยให้เท้าผมแตะพื้นอีกครั้งแต่ไม่ได้ขยับกายถอยหนีเอาแต่ก้มมองช่องทางของผมกลืนกินแก่นกายของแกอยู่นาน

               “อะ เอาออกไป..”

               ผมบอกเขาเสียงสั่น ตราบใดที่เขายังฝังตัวอยู่ในรูของผมอยู่แบบนี้ผมไม่มีแรงเหลือแน่ แต่แทนที่เขาจะยอมทำตาม เขากลับส่งมือมากอบกุมสมุทรน้อยของผมเอาไว้

               “อึ่ก...ทะ ทำอะไร ปล่อย..ปล่อยผมไป”

               ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

               “ครูยังปล่อยเธอไปไม่ได้...”

               ผมไม่รู้ว่าคนที่ข่มขืนคนอื่นคิดอะไรอยู่ แต่การที่เขากอบกุมเจ้าสมุทรน้อยของผมเอาไว้ซะแน่น ขยับรูดรั้งด้วยรอยยิ้มพึงพอใจตอนเห็นผมหุบขาเข้าหากัน ร่างกายสั่นเทิ้มกับความวูบวาบที่เขามอบให้ ผมว่าเขากำลังพยายามทำให้ผมรู้สึกดี

               “อะ...อาห์...”

               ผมครางเสียงต่ำ จากสองขาที่หุบเข้าหากันหนีความเสียววูบวาบก็ค่อยๆอ้าออก หยาดน้ำใสที่ไหลเยิ้มจากรอยแยกส่วนปลายหยดลงบนหน้าท้องของผม มืออีกข้างของอาจารย์ส่งมาลูบคลำ สะกิดเม็ดสีกลางอกของผม จุดอ่อนไหวที่ดูดพลังของผมไปหมด ตามมาด้วยเสียงครางสุดเสียงของผม

               ฟึ่บ

               “อร๊างงง”

               แก่นกายที่ขยับขยายในช่องทางเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เป็นจังหวะที่สัมพันธ์กับฝ่ามือ ตอนที่เขารูดมือลง สะโพกเขาดันแก่นกายเข้ามาลึก ผมเสียวจนสั่น ความวูบวาบที่ผมไม่รู้จะรับมือยังไงนอกจากคราง

               “อาห์...ฮ้า...ฮ้า...อืมมม ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”

               แน่นอนว่าผมยังเจ็บอยู่ แต่ตอนนี้มันมีความรู้สึกอื่นมาปะปนกับความเจ็บนั้น ช่องทางของผมมันเริ่มขยายเพราะมีอะไรฝังอยู่ข้างในนานๆ เขาขยับได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อกี้ ทุกครั้งที่ขยับ อาจารย์ก็จะรูดรั้งแก่นกายของผมไปด้วย

               “อร๊างงงงง ครู...ผมเสียว..ยะ หยุด...หยุดเถอะ”

               ผมได้แค่อ้อนวอน นัยต์ตาของครูเกล้าสะท้อนเป็นเงาของผม ภาพที่ผมอยู่ในท่วงท่าลามกเหมือนในหนังโป๊ที่ผมเคยดู อาจารย์รูดรั้งแกนกายของผมครั้งแล้วครั้งเล่า สะโพกกระเด้าเข้าหาช่องทางของผมเป็นระยะ เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนร่างของผมโยกโคลงไปตามจังหวะ

               “อาห์...เธอเซ็กซี่มากเลยสมุทร...ฮึ่มมมม”

               เป็นอีกครั้งผมรู้สึกถึงแก่นกายของอาจารย์ที่กำลังขยับขยาย การกระตุกเล็กๆก่อนที่เขาจะถอดถอนแก่นกายออกมา แนบความใหญ่โตนั้นกับแก่นกายของผมและเริ่มขยับมือเร่งจังหวะ ผมเชิดหน้าขึ้น ขบกลีบปากตัวเอง เริ่มเกร็งอีกครั้ง

               พรวด

               “แฮ่กๆ...”

               หยาดน้ำขาวขุ่นที่เลอะเสื้อพละและใบหน้าของผมทำให้ผมอยากร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ นี้ผม...ถูกข่มขืนอีกแล้ว ผมเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า ปล่อยสองมือแนบกับเบาะอย่างหมดแรง ผมหอบหายใจแรงจ้องแค่ลูกบอลกลมๆที่กลิ้งมาโดนมือ

           นี้ชีวิตผมกำลังเจอกับอะไรกันแน่? ทำไมมันเกิดขึ้นกับผมซ้ำๆ 

               “สมุทร...ครูขอโทษ...ครูไม่ได้ตั้งใจ”

               ผมยันตัวเองลุกขึ้นมากอดเข่า มือกำหัวไหล่ตัวเองเอาไว้ยามซุกหน้าลงกับหน้าขา เสียงของอาจารย์ที่สั่นระริกราวกับกำลังสำนึกผิดไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ผมได้แค่กัดฟันฟังสิ่งที่เขาพล่ามที่ผมไม่ได้ตั้งใจฟัง เหมือนเข้าหูซ้ายแล้วทะลุหูขวาของผม

               กระทั่งเสียงนั้นหายไปพร้อมกับความมืดที่เข้าครอบงำ ผมได้ยินว่าอาจารย์บอกว่าจะไปหาผ้ากับน้ำมาทำความสะอาดให้ผม แต่ผมว่า...เขาไม่กลับมาหรอก

               “สมุทร”

               เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทางประตูทำให้ผมเงยหน้าจากหัวเข่าตัวเอง ใบหน้าแตกตื่นและดวงตาที่เบิกกว้างพร้อมกับการขบกลีบปากตัวเองอย่างโมโหนั้นทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด

               “ไอ้นที”

               “แม่งเอ้ย!! ใครทำอะไรมึง!”

               มันกรูเข้ามาหาผมที่อยู่ในสภาพที่ไม่สวมกางเกง เสื้อคลุมส่วนบนเอาไว้เปื้อนเปรอะไปด้วยน้ำกาม หว่างขาของผมกำลังคายน้ำขาวขุ่นออกมา

               ฟึ่บ

               มันถอดเสื้อกันหนาวออกมาคลุมตัวผมเอาไว้ หยิบเอากางเกงของผมมาแล้วพยายามถ่างขาผมออก ยิ่งมันเห็นว่าอะไรกำลังไหลย้อนออกมาจากรูของผมมันก็ขบกรามแน่น ดวงตากำลังเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว

           อ่า นี้มึงโมโหที่กูโดนข่มขืน ทั้งๆที่มึงก็เคยข่มขืนกูน่ะเหรอ? 

               ผมอยากจะขำกับท่าทางของมัน แต่นั้นทำให้ผมที่ตีหน้าเรียบเฉยเอนกายเอาหน้าผากพิงกับหัวไหล่ของมันอย่างหมดแรง น้ำตาผมไหลออกมาช้าๆ ความรู้สึกอัดอั้นที่ผมพยายามกักเก็บมาตลอดกำลังค่อยๆแตกจากแก้วที่ผมเก็บอัดความรู้สึกทั้งหมด

               “สมุทร...มึงไม่เป็นไรนะ”

               “เป็น...กูเป็น”

               มือของมันลูบเข้าที่แผ่นหลังของผมเบาๆ ผมไม่ได้รู้สึกปลอดภัยเลยตอนอยู่กับมัน ไอ้นทีนี้แหละตัวอันตรายที่ผมควรจะต้องหนีห่างที่สุด แต่กลายเป็นว่า ตอนนี้ผมขอแค่ใครก็ได้ ใครก็ได้ที่ให้ผมยืมไหล่ มือสั่นๆของผมดึงเสื้อของมันมาปกปิดร่างกายตัวเอง

               กลีบปากขบกัดด้วยฟันจนขาวซีด สมองฉายภาพเมื่อกี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำๆ

               “ทำไมต้องเป็นกูวะ? ทำไมถึงมีแต่คนอยากข่มขืนกู...”

               ผมว่าการถามไอ้ตัวต้นคิดในการจับผมทำเมียนั้นจะได้คำตอบที่จริงจัง ไอ้นทีชะงักฝ่ามือที่ลูบหลังผม นั้นทำให้ผมรู้สึกตัว ยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาลวกๆแล้วหันไปหยิบแว่นตากับกางเกงมาใส่ทับคราบเปื้อน

               “มึงไม่รู้ตัวจริงเหรอ? เพราะฟีโรโมนรอบตัวมึงไง

               “อะไร?...ฟีโรโมนอะไร?”

               “อ่า...บรรยากาศรอบตัวมึงมันกระตุ้นอารมณ์พวกนั้น เชื่อกูเถอะว่ากลิ่นมึงมันทำให้พวกกูอยากกระแทกมึงมากแค่ไหน...อืม เหมือนโดนยาอ่ะ จะมึนๆงงๆ รู้ตัวอีกทีก็จับมึงปล้ำไปแล้ว”

               ผมอึ้งกับคำตอบที่ได้ กัดฟันกรอดกับใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ที่มันพยายามอธิบายเรื่องไร้สาระนี้ ผมคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าของผมจากมือมันมาสะพาย ค่อยๆก้าวออกจากห้องเก็บของด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เอาจริงๆผมกำลังโกรธ ถ้ามันบอกว่ามันชอบผมเลยทำแบบนี้ผมจะไม่ว่าอะไรมันเลยสักนิด

               มันเอาเรื่องฟีโรโมนบ้าบออะไรไม่รู้ออกมาอ้างกับผม...แบบนี้มันรับไม่ได้ ผมรับไม่ได้สุดๆ!

To be continued 

อัพเดตกันดีกว่า คุๆๆ มีอารมณ์แบบ สงสารน้องงงง ตอนนี้มีรีดเดอร์สงสารน้องหรือยัง? สงสารน้องเถอะ น้องถูกข่มขืนตลอดเลยนะ น้องไม่ได้สมยอมกับใครสักคน สงสารน้องเถอะนะ พลีสสสสส 

ความคิดเห็น