facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 เกินเลย (nc25+)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เกินเลย (nc25+)

คำค้น : แอชตัน,แพรวา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2559 12:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เกินเลย (nc25+)
แบบอักษร

ตอนที่ 4 เกินเลย (nc25+)

 

 กลายเป็นการหาเรื่องให้ตัวเองต้องมารับภาระดูแลคนหมดสติไปซะได้ ใบหน้าใสตอนที่หลับสนิทดูน่ารักน่าทะนุถนอมไม่น้อย ใบหน้าสวยหวานแต่นิสัยเผ็ดร้อนยิ่งกว่าอะไร เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วเขาก็อดสงสารเธอขึ้นมาไม่ได้ ใบหน้าซีดเผือดที่แสดงว่าเธอคงกลัวมากจริงๆ เขาแค่อยากจะเอาคืนที่เธอแกล้งเรื่องชุดแต่งงานแต่คงจะแกล้งเธอแรงไปหน่อยคนที่หมดสติไปถึงสิบนาทีก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้น

แอชตันเริ่มเป็นกังวลเมื่อคนตัวเล็กยังคงเงียบสนิท ยี่สิบนาทีเข้าไปแล้วเธอก็ยังไม่ฟื้นทั้งที่ใบหน้าสวยหวานก็ซับสีเลือดขึ้นมามากแล้ว กลายเป็นเขาที่เริ่มกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูกกลัวว่าเธอจะมีโรคประจำตัวแล้วเป็นอะไรมากกว่าแค่ช็อกหมดสติชายหนุ่มเบนหัวรถออกจากข้างทางตรงกลับไปยังคฤหาสน์มารีโน่ทันที

“ลูกทำอะไรแอชตัน” สุชาดาแทบจะเด้งลุกจากที่นั่งในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอุ้มผู้หญิงท่าทางหมดสติเข้ามาในห้อง “ตายแล้ว ลูกทำอะไรน้องบอกมัมมาเดี๋ยวนี้นะ”

แอชตันได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบมารดาของตนอย่างไรดี จะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ในเมื่อเห็นอยู่เต็มตาว่าแพรวาไม่ได้สติแต่จะให้บอกว่าเขาแกล้งหล่อนเพื่อเอาคืนที่หล่อนแกล้งเขาก่อน คุณหญิงสุชาดาที่เอาอกเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้สารพัดจะเชื่อเขาหรือ

“หรือว่าลูก..ลูก ลูกทำอะไรรุนแรงกับน้องใช่ไหม นี่แนะๆมัมไม่เคยสอนให้ลูกทำร้ายผู้หญิงนะ”

“โอ๊ย..มัมครับใจเย็นๆผมเปล่าทำอะไร”

“โอ๊ย..”

เสียงเล็กดังขึ้นทำให้ศึกระหว่างแม่ลูกหยุดลงหันมาให้ความสนใจกับร่างบางที่เริ่มขยับตัวอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ อาร์เธอร์รีบเข้าไปพยุงร่างว่าที่ลูกสะใภ้ให้ลุกขึ้นนั่งเบาๆในขณะที่คุณหญิงสุชาดารีบเข้ามาปลอบคนตัวเล็กที่นั่งหมดแรงด้วยอีกคน

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก เจ็บตรงไหนไหมแอชตันทำอะไรลูกแพรหรือเปล่า”

ใบหน้าสวยหวานทำท่าทางคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะเริ่มเบ้ปากเล็กน้อยเหมือนกับเด็กน้อยกำลังจะร้องไห้เวลาที่ถูกผู้ใหญ่รังแก ร่างบางเอนซบไปบนร่างของคุณหญิงสุชาดาก่อนจะเริ่มต้นสะอื้นเหมือนกับจะขาดใจ น้ำตาใสๆหยดลงบนแขนนุ่มของว่าที่คุณแม่ทำเอาคุณหญิงสุชาดาต้องหันไปทำหน้ายักษ์กับลูกชายสุดที่รักของตนด้วยความโมโห

“นี่ลูกทำอะไรน้องจริงๆใช่ไหมแอชตัน”

“ผมเปล่าทำอะไรลูกแพรเลยนะครับมัม เธอตกใจแล้วกรี๊ดสลบลงไปเอง”

“แล้วลูกทำอะไรละน้องถึงได้กรี๊ดสลบไปแบบนั้น” อาร์เธอร์ถามลูกชายที่ตอนนี้ทำหน้าเบื่อหน่ายเหลือเกิน

“ฮือๆๆ ..อีตา..เอ่อ..แอชตันเขาแกล้งลูกแพรค่ะเขาขับรถเร็วมากเลย..ฮึก แล้วก็น่ากลัวมากแล้วลูกแพรบอกให้เขาหยุดเขาก็ไม่ยอมหยุดแล้วหลังจากนั้นลูกแพรก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยค่ะคุณป้า”แพรวารีบรายงานความผิดของคนบางคนอย่างรวดเร็วพร้อมปั้นสีหน้าตกใจอย่างสุดความสามารถ

“แอชตัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะทำยังไงน้องอยู่ในรถด้วยทั้งคนนะ ไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงคนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันบ้าง” อาร์เธอร์ต่อว่าลูกชายที่ยืนจ้องหน้าคนตัวเล็กตาเป็นประกายไม่หยุด

แอชตันอยากจะจับยัยตัวแสบแพรวามาตีก้นซะให้เข็ดมีอย่างที่ไหนทำเป็นตีหน้าเศร้าแต่แอบยิ้มลับหลังเขาแบบนี้ อย่านึกว่าที่ก้มหน้าร้องไห้กับอกแม่ของเขาแล้วเขาจะไม่เห็นรอยยิ้มของเธอนะ ฝันไปเถอะ

“ผมแค่แกล้งลูกแพรนิดหน่อยเองก็เธอแกล้งเปลี่ยนชุดเจ้าสาวที่ร้านทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเสร็จทันในเดือนหน้านี้นะครับแด็ด”

“ไม่จริงนะคะคุณป้า ลูกแพรแค่อยากจะได้ชุดเจ้าสาวที่สวยและเหมาะสมกับตัวเองเท่านั้นไม่ได้คิดจะแกล้งใครจริงๆนะคะ คุณป้าเชื่อลูกแพรนะคะ”

“มัมเชื่อจ๊ะลูก ลูกแพรเรียกมัมดีกว่านะอย่าเรียกป้าเลย”

“ค่ะมัม” แพรวาเอนตัวกอดซบคุณหญิงสุชาดาเพื่อเอาใจว่าที่แม่สามีอย่างออกหน้าออกตาก่อนจะแอบแลบลิ้นเล็กน้อยใส่คนที่จ้องเธออยู่ใกล้ๆ

“ลูกไปจัดการชุดแต่งงานตามที่น้องต้องการเลยนะแอชตัน” คุณหญิงสุชาดาเงยหน้าพูดกับลูกชายตัวเองก่อนจะก้มลงไปปลอบแพรวาที่ยังบีบน้ำตาทำเสียงกระซิกไม่หยุด

“อะไรนะ มันจะไปทันได้ยังไงครับมัมเธอจะให้ดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่างเวรา แวงตัดเย็บให้ใครก็รู้ว่าดีไซน์เนอร์คนนี้คิวเธอยาวขนาดไหน ไหนจะลูกไม้ฝรั่งเศส ผ้าไหมชั้นดี มุกแท้ เพชรเบลเยี่ยมภายในหนึ่งเดือนมันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด”

“แต่ลูกแพรอยากได้นี่คะมัม”แพรวาส่งสายตาออดอ้อนกับว่าที่แม่สามีจนเธอต้องใจอ่อนพยักหน้ากับคำขอของแพรวาต่อหน้าชายหนุ่มที่อ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว

แอชตันกำหมัดในมือแน่นเขาชักอยากจะกระชากร่างของแพรวาออกมาทำโทษมันซะเดี๋ยวนี้เลย นี่ตกลงเขาคิดผิดใช่ไหมที่พาเธอกลับมาที่คฤหาสน์หลังนี้แทนที่จะเป็นคฤหาสน์โฮเมอร์ของเธอ แล้วมีอย่างที่ไหนบิดามารดาของเธอก็โอ๋เอาอกเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้จนออกหน้าออกตาจนเขาคิดว่าตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกของบ้านนี้

“ทำตามที่น้องต้องการแอชตัน”

แพรวาแทบจะกลั้นยิ้มของตัวเองไว้ไม่ได้เมื่อได้เห็นใบหน้าตกใจของชายหนุ่มที่ได้รับคำสั่งจากมารดาของตัวเองให้ทำตามที่เธอต้องการ แพรวาหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาวาววับของแอชตันที่มองมายังเธออย่างคาดโทษ งานนี้เธอต้องรีบหนีเอาตัวรอดก่อนดีที่สุด

“นี่ก็ใกล้มื้อเย็นแล้ว ลูกแพรอยู่ทานข้าวด้วยกันกับมัมนะลูกวันนี้มัมจัดอาหารไทยไว้พอดี”

“ค่ะมัม”

แอชตันทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวเล็กกุมขมับกับเรื่องน่าปวดหัวที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของว่าที่ภรรยาของเขา นี่ขนาดว่าเป็นแค่ว่าที่ ยังปวดหัวขนาดนี้ถ้าหากเป็น ภรรยาของเขาเต็มตัวเขาไม่ต้องหายาแก้ปวดพกติดตัวตลอดเวลาเลยหรือไงนะ

มื้อเย็นในคฤหาสน์มารีโน่เป็นไปอย่างครึกครื้นเมื่ออาร์เธอร์และคุณหญิงสุชาดาคอยเอาอกเอาใจแพรวาและหญิงสาวก็คอยเอาอกเอาใจผู้ใหญ่ทั้งคู่จนใครบางคนออกอาการอิจฉาแทบจะตักข้าวเข้าปากนับคำได้ เพราะไม่มีใครสนใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะแม้แต่น้อย

“แอชตันส่งน้องกลับบ้านดีๆนะลูก”

“ไม่เอาค่ะ ลูกแพรกลัวให้คนขับรถไปส่งลูกแพรได้ไหมคะมัม” แพรวารีบเกาะแขนคุณหญิงสุชาดาไว้แน่น เรื่องเมื่อตอนเช้าเธอยังกลัวไม่หายยิ่งเขารู้ว่าเธอใช้เรื่องที่เกิดขึ้นออดอ้อนว่าที่แม่สามีคราวนี้เขาต้องเอาคืนอะไรเธออีกแน่

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ถ้าคราวนี้แอชตันเขาทำกับลูกแพรเหมือนเมื่อเช้าอีกแด็ดจะยึดรถทุกคันของเขาคืนให้หมดเลย”

“แด็ด!

แอชตันตกใจแทบช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน ถึงขั้นจะยึดรถของเขาทุกคันเพราะยัยแสบนี่เชียวหรือแล้ว ถ้ายัยนี่เกิดปั้นน้ำเป็นตัวว่าเขาขับรถเหมือนเมื่อเช้าอีกเขาไม่แย่หรือไง

“งั้นก็ได้ค่ะแด็ด” แพรวายอมปล่อยแขนคุณหญิงสุชาดาก่อนจะไหว้ลาแล้วเดินขึ้นรถไปกับแอชตันอีกครั้งด้วยใจหวั่นๆ

เจ้ากระทิงดุสีดำเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์มารีโน่อีกครั้ง หรือจะเรียกให้ถูกก็คือกระชากตัวด้วยความเร็วแต่ก็ไม่เร็วเท่ากับตอนเช้าที่เขาคิดจะแกล้งเธอ แพรวาหันไปมองคนขับรถที่ทำท่าผิวปากสบายใจที่ได้แกล้งเธอด้วยสายตาหวาดระแวง

“ส่งฉันลงที่โรงแรมบูตองค์ไม่ต้องกลับไปส่งฉันที่คฤหาสน์ให้เสียเวลาหรอก”

“นี่นัดกับผู้ชายที่โรงแรมต่อเลยเหรอแม่คาสโนวี่” แอชตันขึ้นเสียงกับคนข้างกายโดยไม่รู้ตัว อกข้างซ้ายมันสั่นแปลกๆที่คิดว่าเธอกำลังมีนัดไปต่อกับผู้ชายคนอื่น

“มันเรื่องของฉัน ทำอย่างกับคุณจะวนรถกลับบ้านทันทีอย่างนั้นแหละคนอย่างคุณถ้าไม่ไปต่อที่ห้องของผู้หญิงคนไหนก็คงจะหิ้วพวกหล่อนไปต่อที่ห้องของคุณนั่นแหละพ่อจอมมั่ว”

“รู้ก็ดีจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง” แอชตันตอบกลับแล้วก็แทบจะแตะเบรคเลี้ยวรถเข้าข้างทางที่ค่อนข้างมืดจนแพรวาเกือบจะหัวทิ่มกับคอนโซลรถ

“ขับดีๆไม่เป็นหรือไง...กรี๊ดด ขยับเข้ามาใกล้ทำไม” แพรวาว่าพร้อมใช้มือดันหน้าหล่อเหลาที่ขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอติดกับกระจกรถ

“ผมก็กำลังจะทดสอบสินค้าก่อนจะหิ้วไปต่อที่ห้องไงละ”

“อี๊..ถอยออกไปนะเปิดประตูรถให้ฉันเดี๋ยวนี้”

จมูกโด่งเชิดรั้นของเธอห่างจากใบหน้าของเขาไม่ถึงคืบด้วยใจเต้นแรง มือเล็กพยายามดันใบหน้าที่ขยับเข้ามาใกล้ให้ออกห่างแต่แอชตันกลับใช้มือใหญ่ของเขาแกะมือเล็กออกจากใบหน้าอย่างง่ายดาย ริมฝีปากแดงระเรื่ออยู่ใกล้แค่เอื้อมชายหนุ่มรีบฉวยโอกาสจูบริมฝีปากอวบอิ่มในทันทีแต่ได้เพียงแค่สัมผัสยังไม่ทันได้ลิ้มรสความหวานแม้แต่น้อยแพรวาก็เบี่ยงหน้าหลบไปซะก่อน

“พอใจแล้วใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“ยัง”

คราวนี้แอชตันใช้มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาจับใบหน้าเล็กของเธอไว้แล้วจูบริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง ลิ้นร้อนละเลียดริมฝีปากแดงระเรื่อที่ไม่ยอมเปิดปากให้เขาได้ลิ้มรสความหวานภายใน แอชตันใช้ฟันขบเม้มริมฝีปากแดงจนแพรวาต้องอ้าปากร้องด้วยความเจ็บปวดส่งผลให้ลิ้นร้อนของเขาเข้าไปสำรวจภายในได้อย่างเต็มที่ ความหวานละมุนที่ไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อนยั่วยวนให้แอชตันค่อยๆลิ้มรสอย่างใจเย็นและเนิ่นนานราวกับกลัวว่าความหวานในโพรงปากนี้จะหมดไปแต่ที่ไหนได้มันกลับยิ่งหอมหวานมากขึ้นจนเขาหยุดตัวเองไม่ได้

แพรวาที่ไม่เคยได้รับจูบเร่าร้อนรุนแรงขนาดนี้มาก่อนกำลังลุกเป็นไฟร่างกายหลอมละลายอ่อนแรงต้องจับแขนของชายหนุ่มไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว มันกำลังจะเลยเถิดไปกว่านี้ถ้าแพรวาไม่ห้ามชายหนุ่มที่กำลังใช้มือของเขาบีบเค้นหน้าอกของเธอในตอนนี้ให้หยุดลง สติของเธอใกล้หลุดลอยเต็มทีกับการเล้าโลมขั้นเทพของเขา แอชตันเบียดชิดร่างกายของเขากับเธอจนร้อนไปหมดและบีบเค้นหน้าอกของเธอจนรู้สึกคัดหน้าอกทั้งสองข้าง

“โอ๊ย!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหนุ่มดังขึ้นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ลิ้น ฟันเล็กๆของแพรวากัดลิ้นของเขาที่กำลังดื่มด่ำกับความหวานในปากของเธอให้หยุดลง วินาทีนี้แอชตันตัดสินใจได้ทันที ในเมื่อเธอก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ตั้งแต่แรกที่ควรดูแลทะนุถนอมแต่เป็นคาสโนวี่ตัวแม่ที่ควงผู้ชายมากหน้าหลายคงจะผ่านศึกรักมานับครั้งไม่ถ้วนอยู่แล้ว การที่เขาจะขอลิ้มรสว่าที่เจ้าสาวจอมร่านก่อนคืนส่งตัวมันคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

“อย่าทำเป็นเล่นตัวไปหน่อยเลยน่าของเคยๆแบบนี้ เรามาสนุกกันก่อนที่จะแยกย้ายไปหาคู่ควงของตัวเองในคืนนี้กันดีกว่า”ชายหนุ่มพูดกับคนตัวเล็กที่บังอาจกัดลิ้นเขาจนชาโดยไม่ยอมถอยห่าง

“หยุดนะแอชตัน ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องมัมกับแด็ดของคุณ”

“โอ้โห..ไหนๆก็สนิทกันขั้นเรียกมัมกับแด็ดแล้วนี่ ถึงยังไงเราก็ต้องแต่งงานกันจะช้าหรือเร็วเราต้องมีอะไรกันอยู่แล้วจะโวยวายทำไม” แอชตันว่าพลางสูดกลิ่นหอมอ่อนๆของเธอเข้าไปเต็มปอด “ผมรู้ว่าคุณก็มีอารมณ์”

“ฉันไม่มีอารมณ์กับตาแก่อย่างคุณหรอก”

แพรวายังคงปากเก่งกับคนข้างกายไม่หยุดโดยไม่ดูว่าตัวเองอยู่สถานการณ์ที่เสียเปรียบขนาดไหน ยิ่งคำพูดที่เธอพูดนั้นจุดประกายความอยากเอาชนะในตัวของแอชตันให้ตื่นขึ้น

“ได้ งั้นก็ช่วยสงเคราะห์ตาแก่คนนี้สักหน่อยจะเป็นไรกัน” มือใหญ่เลื่อนลงไปปลดที่คาดเข็มขัดนิรภัยปรับเบาะนั่งให้เลื่อนไปด้านหลังพร้อมกับปรับเอนลงจนแพรวานอนราบไปกับเบาะโดยมีร่างหนาหนักของแอชตันเอี้ยวตัวทับอยู่ด้านบน

ทั้งมือทั้งเท้าของเธอออกแรงต่อสู้คนตัวโตที่ทาบทับร่างเธอเอาไว้ แต่เพราะความคับแคบภายในรถที่ไม่เหมือนกับพื้นที่อิสระภายนอกทำให้แพรวาขยับตัวได้อย่างลำบาก แอชตันใช้ขาข้างหนึ่งกดขาเล็กเอาไว้ก่อนจะจับชายเสื้อดึงขึ้นไว้เหนือหัวแล้วผูกมัดมือบางทั้งสองข้างให้ติดกันไว้แน่น ตอนนี้ร่างกายส่วนบนของเธอจึงเหลือเพียงบราลูกไม้สีดำที่โอบอุ้มหน้าอกขาวเนียนล้นทะลักที่เขาเห็นเมื่อเช้า ไม่รอช้าความงดงามของที่ซ่อนอยู่ใต้บราตัวสวยก็ปรากฏให้เห็นแก่สายตาเมื่อแอชตันดันบราของเธอขึ้นไปกองไว้บนเนินอก

“อย่า..อย่าทำลูกแพรนะ...อื้อ” เสียงครวญครางดังเท่าเสียงกระซิบของแพรวาดังขึ้นเมื่อปากอุ่นร้อนงับยอดอกอุ่นของเธอเข้าไปในปาก

ลิ้นร้อนปาดไล้สะกิดตุ่มไตสีชมพูสวยจนแข็งเป็นไตด้วยความสยิว ร่างบางบิดกายไปมาบนเบาะรถเมื่อถูกความร้อนของลิ้นและนิ้วเล่นงานหน้าอกโตทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง แอชตันรู้สึกถึงความต้องการตามธรรมชาติที่แสดงออกมาของคนใต้ร่างเหมือนกับคนอ่อนประสบการณ์แต่มันคงจะเป็นมารยาของแพรวามากกว่าที่เป็นความรู้สึกของสาวบริสุทธิ์จริงๆ

“อย่า..อ่า”

แพรวาร้องห้ามเมื่อความอุ่นร้อนเลื่อนลงจากหน้าอกมาตามหน้าท้องแบนราบของเธอก่อนจะหายเข้าไปใต้ขอบกางเกงยีนส์ขาดวิ้น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เข้าไปโอบอุ้มจุดกึ่งกลางร่างของเธอให้ร้อนขึ้นตามมือที่โอบอุ้มกุหลาบช่องามของเธอไว้ขณะที่ปากและมืออีกข้างของเขากำลังดูดกินหน้าอกของเธออย่างไม่ลืมหูลืมตา

“ซี๊ดด..อ่า”

กางเกงยีนส์ตัวขาดถูกปลดออกจากร่างทันทีที่สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นที่แทรกตัวออกจากลีบกุหลาบจนชายหนุ่มสัมผัสได้แต่ยังคงมีแพนตี้ตัวจิ๋วอีกชั้นที่เป็นปราการป้องกันส่วนล่างของเธอเอาไว้ แต่ความบอบบางขนาดนั้นคงไม่สามารถกั้นความต้องการอันมากล้นที่ทะลุถึงจุดเดือดของแอชตันไว้ได้

ความรู้สึกตื่นเต้นและความหอมหวานที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในตัวของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งเมื่อได้สัมผัสความหวานอ่อนนุ่มของผิวเนียนราวกับน้ำนมของคนใต้ร่าง เขายอมรับเลยว่าแพรวาดูแลตัวเองได้อย่างดีมาก จนคนที่เชียวชาญเรื่องผู้หญิงอย่างเขายังแทบจะแยกไม่ออก กลีบกุหลาบเนียนปิดสนิทเหมือนกับไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนทำ แต่ถึงแม้จะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วยขนาดไหนคนอย่างเขาก็เคยผ่านมาหมดแล้วและความรู้สึกของวิทยาศาสตร์และของธรรมชาติมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“อื้มม..อ่า”

เสียงครวญครางของแพรวาดังขึ้นพร้อมกับแอ่นกายด้วยความเสียวกระสันเมื่อความร้อนผ่านแทรกกลีบกุหลาบสัมผัสกับความชุ่มแฉะเหนียวข้น นิ้วใหญ่กรีดไล้ขึ้นลงหมุนวนตรงปากทางโพรงสวาทจนน้ำหวานเอ่อทะลักไปทั่วฝ่ามือ แพรวารู้สึกว่าร่างกายของเธอร้อนไปหมดและความรู้สึกแปลกๆทั้งหมดกำลังรวมกันอยู่ที่จุดกึ่งกลางร่าง สติของเธอไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้วนอกจากความต้องการบางสิ่งบางอย่างเข้ามาเติมเต็มจนร่างกายอ่อนแรงไปหมด

“โอ้วว..อ่า”

เรียวแขนบางไขว้คว้าหาหลักยึดไปทั่วจนแอชตันต้องละจากความชุ่มชื่นเพื่อจับแขนเธอคล้องเข้ากับคอของเขา แล้วเลื่อนมือลงไปปลดกางเกงของตัวเองเพื่อปลดปล่อยตัวตนที่แข็งร้อนให้ออกมาชูชันความใหญ่โตที่พร้อมจะลบคำสบประมาทของที่เธอกล่าวหาว่าแก่อย่างเต็มที่

ด้วยความคับแคบของสถานที่ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเลื่อนและเอนเบาะนั่งของตัวเองไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะอุ้มร่างบางให้ข้ามมายังฝั่งของเขาโดยที่ปากยังคงดูดค้างอยู่ที่ยอดอกงามโดยที่แขนเล็กจับต้นคอเขาไว้แน่น บั้นท้ายงอนงามถูกยกขึ้นและแยกกว้างด้วยฝีมือของเขาก่อนจะสวมครอบลงไปยังแท่งร้อนที่แข็งตัวโป่งพองให้ทะลุเข้าไปถึงข้างใน

“กรี๊ดดดด...”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วทั้งรถคันเล็กเมื่อความใหญ่โตทะลุผ่านเข้าไปช่องทางรักของเธอเพียงนิดแพรวาเกร็งร่างจิกเล็บลงบนต้นคอชายหนุ่มไม่ให้เจ้าความใหญ่โตนั่นผ่านทะลุเข้ามาจนหมด แต่มาถึงขนาดนี้แล้วมีหรือคนอย่างแอชตันจะยอม

มือใหญ่ทั้งสองข้างจับเอวบางของแพรวาไว้แน่นแล้วกดสะโพกของเธอให้ต่ำลงขณะที่แอชตันก็ยกสะโพกตัวเองสวนทางขึ้นให้ตัวตนที่เข้าไปได้เพียงครึ่งเดียวทะลุเข้าไปจนสุด

“กรี๊ดดดด...”

แพรวากรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง เสียงของเธอคงทะลุออกไปข้างนอกจนคนอื่นได้ยินแน่ถ้าเขาเลือกจอดที่หน้าโรงแรมบูตองค์ตามที่เธอบอก ดีที่เขาเลือกเลี้ยวรถเข้าข้างทางที่ร้างผู้คนไม่มีคนหรือรถสัญจรไปมาจึงไม่มีใครได้ยินและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรถตอนนี้แน่

เหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หน้าอย่างแรง คนอย่างแอชตันมีหรือจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอทำแบบนั้นเพื่ออะไร ทำไมถึงต้องปกปิดความลับนี้ไว้ให้ทุกคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเองขนาดนั้น ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้เขาจะอ่อนโยนกับเธอให้มากกว่านี้

“หายเจ็บหรือยัง” แอชตันกระซิบข้างหูร่างบางที่ถูกกอดไว้แน่น

ความเงียบคือคำตอบ เมื่อไม่ตอบแอชตันก็จะขอคิดว่าเธอพร้อมที่จะขยับตัวได้แล้วในตอนนี้ ชายหนุ่มยกสะโพกของแพรวาขึ้นลงเบาๆตามความยาวของแท่งร้อนระอุ เสียงลมหายใจหอบเร่าร้อนที่ข้างหูทำให้ชายหนุ่มค่อยๆเพิ่มความเร็วสะโพกของเธอขึ้นกว่าเดิมจนได้ยินเสียงครางปนหอบของร่างขาวเนียนที่เริ่มจะชินกับการเคลื่อนไหวแล้วขยับตัวไปเองตามใจปรารถนา

“โอ้วว...ซี๊ดด”

แพรวาไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหวร่างกายของตัวเองได้เธอเปล่งเสียงครางที่ทั้งเขินอายและเร่าร้อนดังไปทั่วรถทั้งคันที่จอดนิ่งสนิทอยู่ข้างทางในตอนนี้ นี่เป็นเรื่องน่าอายที่สุดในชีวิตของเธอแต่ร่างกายมันหยุดเคลื่อนไหวไม่ได้เมื่อขยับแล้วก็ต้องเดินทางต่อไปให้สุดยิ่งเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น

“อ๊ะ..อ๊า”

แอชตันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเขาจับบั้นท้ายของเธอให้ขยับเร็วและแรงขึ้นจนแพรวากรีดร้องเกร็งร่างฝังรอยฟันไว้บนไหลของเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจเร่งความเร็วของสะโพกรัวเร็วขึ้นไปอีกจนช่องทางคับแน่นภายในบีบรัดตัวตนเขาเป็นจังหวะน้ำสีขาวขุ่นถูกปล่อยทะลักเข้าไปในโพรงอุ่นร้อนพร้อมกับเสียงครวญครางโหยหวนของแอชตันที่ดังขึ้นไปทั่วรถ

ความเหนื่อยทำให้ทั้งคู่นิ่งเงียบไม่มีใครขยับตัว แพรวาแทบจะลืมตาไม่ขึ้นถ้าไม่ถูกยกร่างให้กลับไปนั่งที่ฝั่งของเธอตามเดิม ชายหนุ่มจัดการรูดซิปกางเกงที่ยังคงโป่งพองก่อนจะหันมาจัดการเสื้อผ้าของคนข้างๆที่แทบจะไม่เหลือสภาพให้ใส่ มือใหญ่เอื้อมมือหยิบแพนตี้ตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะถูกเจ้าของแย่งคืนไปต่อหน้า

“เช็ดก่อนค่อยใส่ไหม” แอชตันว่าพลางส่งสายตาไปยังส่วนล่างที่เลอะผลงานของเขาไปทั่วเบาะรถ

แพรวาหน้าแดงกลั้นน้ำตาแห่งความอับอายไม่ให้ไหลออกมาในตอนนี้ เธอพยายามเอี้ยวตัวไปหยิบกล่องกระดาษทิชชู่ด้านหลังแต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก แอชตันที่มองการกระทำของคนดื้อรั้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่กล่องนั้นมาซะเอง

“อ้าขา ผมจะเช็ดให้”

“ไม่ต้อง!แกะมัดฉันสิฉันทำเองได้”

“อยากโดนตาแก่อีกรอบหรือไง ผมบอกให้อ้าขา”

มือเล็กกำแน่นด้วยความโกรธหลับตาอ้าขาให้ชายหนุ่มได้เช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นจนหมดจด สัมผัสชวนสยิวนั่นทำให้เธอหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่แพนตี้ตัวน้อยถูกแย่งจากมือแล้วสวมคืนให้เธอพร้อมกับกางเกงยีนส์ขายาวขาดวิ้น เสื้อยืดตัวโคร่งยิ่งหลวมมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อถูกใช้เป็นที่มัดจนไม่สามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้ เธอจึงเหลือเพียงบราเซียตัวน้อยกับแจ็กเก็ตยีนส์เท่านั้นที่ช่วยปิดบังร่างกายส่วนบนได้

รถสีดำคันหรูเบนหัวออกจากข้างทางอีกครั้งมุ่งตรงไปบนถนนที่เริ่มมีผู้คนหนาตาขึ้น ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของทั้งคู่ แอชตันชะลอรถก่อนจะจอดนิ่งสนิทที่โรงแรมบูตองค์ตามที่แพรวาบอกไว้ในตอนแรก เขาอยากจะกลับไปส่งเธอที่คฤหาสน์แต่กลัวความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจนี้จะทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองและทำให้เธอได้ใจ เขาจึงส่งเธอที่นี่พร้อมกับติดกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตให้กับเธอจนปิดคอมิดก่อนจะปลดล็อคประตูให้แล้วเคลื่อนตัวออกไปหลังจากที่เธอเดินขึ้นบันไดโรงแรมไปแล้ว

แพรวายืนอยู่ตรงนั้นหันกลับไปมองแสงไฟจากท้ายรถคันหรูที่ปะปนไปแสงไฟรถคันอื่นบนท้องถนน น้ำตาที่สะกดกลั้นเอาไว้ไหลออกมายิ่งกว่าทำนบแตก ความเจ็บปวดที่เก็บกดไว้ถูกระบายออกมาจนหมดโดยไม่อายผู้คนเดินผ่านเข้าออกโรงแรมแม้แต่น้อยว่าจะมองเธออย่างไร

“ลูกแพร”

เสียงคุ้นหูดังขึ้น เมื่อแพรวาเงยหน้าก็พบกับเอกพลที่วิ่งเข้ามาหาเธอหน้าตาตื่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มอย่างชาวเอเชียรีบเข้าไปพยุงร่างบอบบางที่อ่อนแรงของแพรวาให้ลุกขึ้นก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

“เกิดอะไรขึ้น ฉันมานั่งรอแกตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนจนลูกหลับเพราะรอแกนานเกินไปก็เลยพาฟ้าพราวขึ้นไปนอนแล้ว”

“ตีตี้..ฮือๆๆ”

“ไม่เอาๆ อย่าร้องนะอายคนอื่นเขาเดี๋ยวมีใครเกิดจำแกได้ขึ้นมาแล้วเอาเป็นข่าวจะแย่นะ” เอกพลกอดแพรวาที่โถมตัวเขากอดเพื่อนรักไว้แน่นโดยไม่สนว่าใครจะจำเธอได้แล้วเป็นข่าวหรือไม่ แต่ตอนนี้เธอต้องการที่ระบายและเอกพลก็เป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับเธอเสมอ

“ขึ้นห้องกันเถอะ”แพรวาพยักหน้าแล้วเดินหายเข้าไปโรงแรมพร้อมกับชายหนุ่มที่โอบเอวขอดของเธอไว้

“คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่ แพรวา”

 

มือใหญ่กำพวงมาลัยรถไว้แน่นจนขาวซีด กัดกรามจนนูนเป็นสันด้วยความโมโหไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ที่เห็นเธอกอดกับใครแล้วหายเข้าไปในโรงแรมสองต่อสอง กระทิงดุสีดำกระชากตัวออกจากที่จอดรถหน้าโรงแรมอีกครั้งด้วยความเร็วก่อนหายลับไปกับความมืดยามค่ำคืนอันสับสนในใจของทั้งคู่          

 
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว