สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่​ 20​ : เรียกพี่ได้ไหม

ชื่อตอน : ตอนที่​ 20​ : เรียกพี่ได้ไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.4k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 11:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่​ 20​ : เรียกพี่ได้ไหม
แบบอักษร

ตอนที่ 20 : เรียกพี่ได้ไหม

 

 

"คุณจะปล่อยฉันไปนอนได้หรือยังคะ" หลังจากที่ตอบตกลงเพราะไม่มีทางเลือก คนเจ้าเล่ห์ก็ยังกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเธอลุกไปไหนเสียที

 

"เป็นแฟนกันแล้ว... เรียกพี่เหมได้ไหม หรือลูกคนจีนเขาเรียกอะไรเฮียหรือ? " เหมราชทำหน้าครุ่นคิด อยากได้ยินเธอเรียกชื่อดูบ้าง ส่วนคำนำหน้าเอาอะไรก็ได้ที่เธอถนัด

 

"เรียกพี่ชาย" ฟางฟางแกล้งเย้า จะให้เรียกอะไรเธอก็ไม่อยากเรียกทั้งนั้นมันดูกระดากปาก

 

"ให้ทำให้ดูอีกรอบไหมจะได้รู้ว่าเป็นมากกว่าพี่ชาย! " เหมราชพลิกตัวตลบเอาฟางฟางลงไปนอนใต้ร่างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อกระซิบพูดข้างกกหูจนหน้าเธอแดงไปทั้งหน้าลามยันหู

 

"พี่ก็ได้... พี่เหม ปล่อยฉันนะคะ" ตอนนี้ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด ให้เรียกอะไรก็จะยอมเรียก แลกกับการที่จะไม่ต้องเสียตัว เธอไม่อยากให้เขามองว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย!

 

"แทนตัวเองว่าฟางได้ไหมครับ" ปลายจมูกโด่งอดไม่ได้ที่จะฝังลงบนแก้มหอมๆ ตรงหน้า เธอช่างน่ารักเสียเหลือเกิน ตอนที่เธอเรียกชื่อแทบจะคุมอารมณ์ไม่อยู่อยากจะจับเธอฟัดสักยกสองยก

 

"พี่เหมปล่อยฟางได้ไหมคะ... ฟางง่วงแล้ว" พูดเองก็เขินเองกระดากปากชะมัด เธอไม่เคยแทนตัวเองแบบนี้กับใครมาก่อนแม้แต่พ่อกับแม่

 

"เฮ้อ... เราทำพี่หลงจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้วฟางฟาง"เหมราชถอนหายใจอย่างอิ่มเอม หัวใจไม่เคยได้เบิกบานแบบนี้มาก่อน เธอเป็นคนแรกที่ทำให้เขาลุ่มหลงได้ขนาดนี้ จริงๆ เธอไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ

 

"ฉัน.. เอ่อ.. ฟางก็อยู่ของฟางเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย" เธอรีบตวัดผ้าห่มคลุมโปง ดวงตาหวานมองจ้องแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วก็ได้แต่อมยิ้มออกมาอย่างสุขใจ นี่นะหรือจุดเริ่มต้นของความรัก...

 

วงแขนแกร่งตระกองกอดเธอไว้แน่น วันนี้ช่างมีความสุข สุขเกินกว่าจะบรรยายได้ ถึงเธอจะไม่ได้แสดงรอยยิ้มให้เห็นแต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่าเธอกำลังมีความสุข และขอสัญญาว่าจะรักษาความสุขของเธอเอาไว้แบบนี้ตลอดไป

 

________________

 

 

เช้าวันเสาร์ฟางฟางปลุกเด็กๆ ขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เธอตั้งใจไว้ว่าจะพาเด็กๆ ไปไหว้หลุมศพด้วย เพิ่มเติมคือคุณพ่อที่เสนอตัวเข้ามา ของทุกอย่างถูกเหมราชจัดการเตรียมให้ทั้งหมดทำให้ฟางฟางไม่ต้องลำบากหา แม้จะบอกว่าเธอจัดการเองได้แต่เขาก็ไม่ยอมอยู่ดี

 

"ไปกันเลยไหมพี่ให้ลุงสมเอาของขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว" หลังจากเป็นธุระจัดการข้าวของเสร็จก็รีบขึ้นมาดูคุณแม่กับเด็กๆ ว่าเรียบร้อยกันหรือยัง

 

"ไปเลยค่ะ เสร็จแล้ว" ฟางฟางผูกโบมัดผมให้ทอฝันเสร็จพอดี เธอหันมาตอบพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างขอบคุณ

 

"นางฟ้าของพ่อน่ารักจังเลยวันนี้ มาพ่อจะอุ้มทั้งสองคนเลย" เหมราชกางแขนออกกว้างก่อนจะยกลูกๆ ทั้งสองคนขึ้นพร้อมกัน เด็กๆ ในชุดนางฟ้าตัวน้อยกอดคอคุณพ่อไว้แน่น ตั้งแต่คุณพ่อกับคุณแม่ดีกันอะไรก็ดูสุขสดใสไปหมด ฟางฟางเดินถือกระเป๋าตามสามพ่อลูกไปด้วยรอยยิ้ม หากแม่เห็นเธอมีความสุขก็คงจะสุขไปด้วย

 

เมื่อมาถึงหลุมศพเธอได้พบกับดอกเบญจมาศช่อหนึ่งวางอยู่ก่อนแล้ว กระถางธูปก็มีธูปที่พึ่งไหม้ไฟหมดดอกปักอยู่ เธอไม่ได้เอะใจหรือสนอะไรมากนัก คิดว่าคงเป็นคุณน้ารตรีที่แวะมาไหว้ก่อนจะเดินทางไปต่างจังหวัด

 

ข้าวของทุกอย่างถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม ดอกเบญจมาศอีกช่อที่ใหญ่และสวยกว่าเก่าถูกวางลงข้างๆ ช่อเดิม เด็กๆ กับคุณพ่อกำลังช่วยกันเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้คนตายตามความเชื่อ

 

"ฟางขออยู่ต่ออีกครู่ได้ไหม แดดเริ่มร้อนพี่เหมพาลูกๆ ไปนั่งรอในสวนก่อนได้ไหมคะ" หลังจากข้าวของถูกเก็บกลับไปหมดแล้ว แต่เธอยังไม่อยากกลับ เธอยังอยากพูดคุยกับแม่อีกสักประเดี๋ยวเวลาที่ผ่านมามันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายที่อยากจะเล่าให้แม่ฟัง

 

"ได้สิ... รีบตามพี่ไปนะ แดดเริ่มแรงเดี๋ยวจะไม่สบายเอา"

 

"คุณแม่รีบๆ ตามหนูมานะคะ"

 

สามคนพ่อลูกมองเธอกลับมาด้วยความเป็นห่วง แต่เหมราชก็ยอมพาเด็กๆ ออกไปแต่โดยดี ไม่แปลกอะไรหากเธอจะต้องการเวลา การมีเขาอยู่ด้วยเธอคงทำอะไรไม่สะดวก

 

'แม่ขา.... แม่เป็นยังไงบ้างคะหนูคิดถึงแม่มากๆ เลยรู้ไหมคะ' ทันทีที่จบประโยคจู่ๆ ก็มีสายลมลูกใหญ่พัดพาต้นไม้ที่อยู่รอบๆ บริเวณพลิ้วไหวส่ายสะบัด แต่น่าแปลกประหลาดที่จู่ๆ ข้างกายของเธอกลับมีสายลมอุ่นๆ เอื่อยพัดอยู่ข้างๆ ราวกับว่าคนเป็นแม่ได้ยินเสียงเรียกหาของลูกสาวสุดที่รัก

 

'วันนี้หนูพาหลานๆ มาหาแม่ด้วย ทอฝันกับปันฟ้า น่ารักใช่ไหมคะ หนูอยากให้แม่ได้เห็นเลยพามาหา ส่วนเขาคือพ่อของเด็กๆ หนูพึ่งตกลงปลงใจกับเขาเมื่อวันก่อนหนูเชื่อว่าเขาจะดูแลหนูได้' 

 

'หนูขอโทษนะคะที่ไม่ได้มาเยี่ยมแม่เลยตั้งหลายปี ตอนนั้นหนูใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกเพราะถูกสองแม่ลูกนั้นใส่ร้าย แต่ในเรื่องร้ายๆ ก็มีเรื่องดีๆ หนูมีลูกๆ หนูมีความสุข หนูสุขใจทุกครั้งที่มองหน้าเด็กๆ ปันฟ้ามีแววตาคล้ายคุณแม่มากๆ เลยค่ะ เวลาหนูคิดถึงแม่แค่หนูมองหน้าลูกๆ หนูก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ' 

 

"ฟางฟาง... กลับเถอะแดดเริ่มแรงเดี๋ยววันหน้าพี่จะพามาใหม่" เหมราชเดินกลับไปได้เพียงครู่เดียวก็รู้สึกเป็นห่วงเธอ ยิ่งพอกลับมาแล้วเห็นแววตาที่สั่นไหวคล้ายจะร้องไห้ยิ่งต้องรีบวิ่งเข้าไปกอด

 

"หนูต้องไปแล้วนะคะแม่...เด็กๆ คงรอแย่แล้ว หนูจะหาเวลามาเยี่ยมแม่บ่อยๆ นะคะ หนูคิดถึงแม่.. " หยดน้ำตาใสๆ หยดลงบนพื้นคอนกรีตหน้าป้ายหลุมศพ เหมราชกอดเธอไว้แน่นด้วยความสงสารสุดหัวใจ เธอเก่งมากที่ต่อสู้กับอะไรตั้งมากมายด้วยตัวคนเดียว

 

"ผมจะดูแลฟางฟางกับเด็กๆ ให้ดีที่สุด... ผมสัญญา" ทันทีที่เหมราชว่าจบ สายลมอบอุ่นก็พัดกระแทกร่างเข้าอย่างจัง แต่เมื่อมองไปโดยรอบกลับพบว่าต้นไม้รอบข้างไม่แม้แต่จะขยับ เหมราชขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่ก็ยังโอบกอดฟางฟางไม่ปล่อย เขาซับน้ำตาให้เธอจนหมดและประคองให้เธอลุกขึ้นจากตรงนี้

 

"แม่คะ..ดอกเบญจมาศพี่เหมเลือกมาให้แม่เองกับมือหวังว่าแม่คงจะชอบนะคะ หนูรักแม่ค่ะ" ฟางฟางมองไปที่ป้ายหลุมศพอีกครั้งก่อนเธอลูบรูปภาพใบหน้าสวยของแม่ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นพร้อมเหมราชที่โอบกอดเธอไว้ไม่ปล่อย

 

 

______________ 

 

 

เด็กน้อยสองคนเล่นวิ่งไล่จับกับพี่เลี้ยงอยู่ในสวนสาธารณะระหว่างรอคุณพ่อที่เดินไปตามคุณแม่ พอถึงคราวพี่เลี้ยงเป็นฝ่ายไล่เด็กน้อยสองคนก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิตตามประสาเด็ก

 

"แน่จริงพี่เอมก็จับให้ได้สิคะ"

 

"คุณหนูระวังชนค่ะ"

 

"ปันฟ้า!! ระวัง!! "

 

"โอ๊ย!! " เด็กน้อยที่มัวแต่วิ่งไปหันมาพูดกับพี่เลี้ยงไปทำให้เธอชนเข้ากับคนที่เดินมาพอดีอย่างไม่ได้ตั้งใจ ส่วนคนที่โดนชนก็มัวแต่เหม่อจนไม่ทันได้สังเกตว่ามีเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ตรงนี้

 

"เจ็บไหมหนูน้อย" ชายสูงอายุนั่งย่อลงและจับประคองให้เธอลุกขึ้นยืน ทันทีที่เห็นเขาชะงักไปในทันที เพราะแววตาของเธอมันคล้ายกับใครบางคนมาก...

 

"หนูขอโทษค่ะคุณตา หนูไม่ทันได้มอง" ปันฟ้ารีบเอ่ยขอโทษแล้ววิ่งไปหลบหลังพี่สาวทันทีที่ทอฝันวิ่งมาถึงตัวเธอ

 

"ไม่เป็นไรหนูน้อย ทีหลังต้องมองทางรู้ไหม ถ้าหากเป็นเสาคงเจ็บกว่านี้แน่เลย" ชายสูงอายุลูบศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู ถึงจะอยู่ข้างหลังพี่สาวก็ไม่เป็นอุปสรรคของผู้ใหญ่ที่ตัวสูงกว่า

 

"ขอโทษด้วยนะคะ คุณหนูเจ็บตรงไหนไหมคะเดี๋ยวพี่เอมพาไปล้างมือ" เอมอรรีบสำรวจคุณหนูทันที หัวเข่ามีรอยถลอกเล็กน้อย ส่วนฝ่ามือก็เช่นกัน ดีหน่อยที่ล้มบนพื้นหญ้าไม่งั้นคงมีแผลติดตัวกลับบ้านไปแน่

 

"คุณพ่อกับคุณแม่มาแล้ว"

 

"ปันฟ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวก็หกล้มอีก!! " ทอฝันตะโกนไล่ตามหลัง แต่ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเพราะเธอไม่เคยฟังใครอยู่แล้ว

 

เหมราชอุ้มลูกสาวตัวแสบขึ้นก่อนจะเดินตรงมาหาทอฝัน ฟางฟางก้าวตามมาได้ไม่กี่ก้าวขาเธอก็หยุดชะงักค้างไม่ก้าวเดินต่อจนเหมราชต้องหันกลับมามอง

 

"ฟางจะไปรอพี่กับลูกที่รถนะคะ" เธอหมุนตัวกลับในทันทีแต่ทว่า....

 

"ฟางฟางใช่ไหม... ฟางฟางลูกพ่อใช่ไหม" ชายสูงวัยก้าวขายาวๆ มาหาเธอ ฟางฟางหันกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง

 

"หยุด อย่าเข้ามาใกล้ฉัน ฉันไม่รู้จักคุณ" เธอหันมาพูดเสียงแข็งแววตาก้าวร้าวในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อยังรู้สึกตกใจ เหมราชส่งปันฟ้าให้เอมอรและบอกทอฝันให้ไปรอที่รถ เขาไม่อยากให้เด็กๆ รับรู้ราวของผู้ใหญ่

 

"ลูกเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่หรือเปล่าพ่อคิดถึงลูกมากเลยนะฟางฟาง" เธอโตเป็นสาวสวยสะพรั่งเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด หัวใจคนแก่เต้นรัวอีกครั้งหลังจากรู้สึกหมดไฟและท้อแท้กับชีวิต

 

"ฉันจำได้ว่าคุณตัดขาดความเป็นพ่อเป็นลูกกับฉันไปแล้ว" วันที่เธอกลับบ้านไปพร้อมกลับเรื่องฉาวที่น้องเธอสร้างขึ้น พ่อด่าเธอราวกับเธอไม่ใช่ลูก แล้วยังไล่เธอไปเรียนต่อทั้งๆ ที่เธอไม่อยากไป

 

"พ่อ.... พ่อขอโทษ ฟางฟางพ่อไม่มีคำพูดอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว พ่อขอโทษ" เขาพึ่งได้รู้และสำนึกได้ว่าทอดทิ้งเธอก็สองปีให้หลัง ตอนที่แพรวดีใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่กับฟางฟางไม่รู้ต้องไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหน

 

เขาเคยส่งคนไปตามหาเธอในที่อยู่ที่วิภาให้แต่ก็ไม่พบ เขาบอกว่าเธอย้ายออกไปแล้ว ตอนนั้นฟางฟางมีลูกน้อยเธอจึงไม่สามารถหาเงินมาเช่าอพาร์ทเม้นท์สุดหรูที่แม่เลี้ยงหามาบังหน้าต่อได้ เธอจึงเลือกไปอยู่แฟลตถูกๆ แทน

 

"งั้นก็ไม่ต้องพูด เก็บคำขอโทษคุณไว้เถอะฉันไม่ต้องการ กลับเถอะค่ะพี่เหม" เธอดึงเอาเหมราชให้เดินตาม ไม่อยากอยู่ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว เธอนึกว่าเธอจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่านี้แล้วแท้ๆ ..

 

"ฟางฟางไปรอพี่ที่รถกับลูกๆ ดีไหม... พี่มีเรื่องจะคุยกับคุณอานิดหน่อย" เรื่องในอดีตเมื่อหกปีก่อนเขาอยากจะบอกพ่อของเธอให้ได้รับรู้ เขาไม่อยากปล่อยให้เธอเป็นคนไม่ดีในสายตาพ่อของเธออีกแล้ว เพราะเรื่องนี้เขาเองก็มีส่วนผิดอยู่มาก

 

"ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาได้ไหมขอล่ะ เรากลับกันเถอะ" เธอมองหน้าเขาอย่างเว้าวอนน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกตอนนี้มันตีรวนปรวนแปรไปหมดจนยากจะบรรยาย

 

"เชื่อพี่นะ... แล้วพี่จะรีบตามกลับไปนะครับ" เหมราชลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน คำพูดที่เหมือนไม่มีอะไร แต่ความหนักแน่นทำให้เธอพยักหน้ารับและจากไปจากตรงนี้อย่างว่าง่าย

 

 

 

 

"ผมเป็นสามีของเธอ.... เรามีลูกด้วยกันสองคนอย่างที่คุณอาเห็น เราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าครับ" เหมราชเดินนำไปที่โต๊ะหินอ่อนริมบ่อน้ำ ในแววตาของคนตรงหน้ามีทั้งดีใจ ผิดหวัง เสียใจผสมปนกันจนมั่วไปหมด

 

"ผู้ชายที่ฟางฟางมีอะไรด้วยในวันนั้นคือผม...." วิสุทธิ์ถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อ ตอนนั้นเขาเค้นถามเธอแทบตายแต่เธอกลับบอกว่าไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร

 

"คืนนั้นฟางฟางโดนลูกสาวอีกคนของคุณวางยา เธอหลับไม่ได้สติ... ส่วนผมก็เกิดความผิดพลาดนิดหน่อยคืนนั้นมันก็เลยมีอะไรเลยเถิด"

 

"ตอนเช้าผมตื่นมาเจอกับแพรวดี เธออ้างว่าเธอคือผู้หญิงที่หลับนอนกับผมในคืนนั้น เพราะเหตุนี้ผมจึงอุ้มชูเธอให้เธอได้ดั่งฝันเพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาด รวมถึงธุรกิจของคุณอา แต่ผมสาบานเลยว่าผมไม่เคยแตะต้องตัวเธอ"

 

"แล้ววันหนึ่งผมได้มาเจอกับฟางฟางโดยบังเอิญแฝดคนพี่มีหน้าตาคล้ายคุณแม่ผมมากผมเลยตรวจดีเอ็นเอจนรู้ว่านั่นคือลูกของผม ที่ผมเล่ามามันคือความจริงทั้งหมด"

 

"คุณมีหลักฐานไหมว่าแพรวดีเป็นคนวางยา" ไม่ใช่เข้าข้างลูกสาวอีกคน แต่ถามเพราะความไม่แน่ใจเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ นะหรือ

 

"ผมจะให้เลขาส่งให้คุณอาดูในวันพรุ่งนี้" มันเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่ถ่ายเห็นแพรวดีกำลังบันทึกวีดีโอตอนมีคนอุ้มฟางฟางเข้าโรงแรม

 

"ผมเสียใจ... คุณจะช่วยพูดกับฟางฟางให้ผมได้ไหม" ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดแล้ว มันจุกในอกไปหมด หากเป็นเรื่องจริงเท่ากับว่าเขาเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกายตลอดมา

 

"ผมไม่รับปาก แต่ได้ข่าวว่าธุรกิจของคุณอากำลังจะล่มงั้นหรือครับ" ข่าวอะไรกันมันไม่มีหรอก ก็เขาเองนั่นแหละที่พังธุรกิจพ่อตาลงกับมือ

 

"ก็หนักเอาการอยู่ครับ เราต้องมีทุนมาอุดช่องโหว่" ยิ่งคิดยิ่งเครียดวันนี้มาเคารพหลุมศพก็เพื่อมาขอโทษ ขอโทษที่อาจจะไม่สามารถรักษาบริษัทไว้ได้

 

"ผมยินดีจะซื้อหุ้นที่ว่างอยู่ทั้งหมดของคุณอา ถ้าคุณอาตกลง" คนเจ้าแผนการว่าขึ้น วิสุทธิ์ถึงกับคิดไม่ตก ถ้าเขาซื้อหุ้นทั้งหมดนั่นหมายความว่าเขาจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือว่าง่ายๆ ก็คือเขาจะเป็นเจ้าของ ภายในคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

 

"คุณทำแบบนี้ทำไม" เริ่มรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นหมาก เริ่มเข้าใจการที่ยอดตัวเลขทิ้งดิ่งลงมา.. มันเป็นเพราะเขาแน่นอน

 

"ผมแค่รักษาของที่ควรจะเป็นของฟางฟางเอาไว้ ถ้าคุณอาตัดสินใจได้แล้วก็ติดต่อหาผมนะครับ เรื่องที่จะพูดผมพูดไปหมดแล้วต้องขอตัวก่อนลูกกับเมียผมรอนานแล้ว"

 

 

 

 

___________________ 

 

พี่เหมผู้เอาแต่ใจ นางเอาแต่ใจได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่พ่อตา..

 

กดถูกใจส่งคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ❤️

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว