ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 2-4 หลงรักนักซูโม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-4 หลงรักนักซูโม่

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 222

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2563 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-4 หลงรักนักซูโม่
แบบอักษร

...อืม ตรงนี้คือคันเร่ง 

เหลือบมองปลายเท้าของที่นั่งคนขับพลางวางขาลงบนแป้นเหยียบเพื่อเช็ก 

...ส่วนตรงนี้ก็เบรกงั้นเหรอ 

มีใบขับขี่แต่ก็ไม่ได้บอกว่าขับรถได้ แล้วก็ไม่ได้บอกสักคำว่าในเขตชิบุยะจะขับแท็กซี่ได้อย่างอิสระ 

โขเฮย์รู้สึกถึงมือชุ่มเหงื่อจนท่วมขณะตรวจสอบด้านในของรถซึ่งเช่ามาเองเป็นครั้งแรก ฮินาโกะพูดสบายๆ ว่า “พี่ขับรถเป็นด้วยเนอะ เพิ่งจะเคยเห็น” พลางเอนเบาะข้างที่นั่งคนขับบ้าง เปิดลิ้นชักหน้าบ้าง 

“แล้วเราจะไปที่ไหนกัน” 

นอกหน้าต่างคือถนนโอโดริในชิบุยะที่พลุกพล่านเพราะเป็นวันหยุด ทั้งคู่จอดรถตรงไหล่ทางแล้วเปิดไฟท้ายเอาไว้ แต่โชเฮย์กระวนกระวายว่าจะถูกตำรวจเพ็งเล่ง จากกฎจราจรซึ่งจำได้ลางๆ ตอนเรียนในโรงเรียนสอนขับรถ 

“ค่ายยาเอจิมะที่อยู่ในอำเภอคัทสึชิกะ น่าจะขับจากตรงนี้ไปสี่สิบนาทีมั้ง” 

“ไปคัทสึชิกะจากชิบุยะเนี่ยนะ?” โชเฮย์กอดอกด้วยท่าทางไม่ชอบใจ “คงจะไม่บอกให้ขึ้นทางด่วนชูโตะไป*หรอกใช่ไหม” 

“เอ๊ะ จะไม่ขึ้นทางด่วนเหรอ เอาเถอะ ถ้าจากแอปแผนที่ เหมือนว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นเวลาเดินทางก็ต่างกันแค่ห้านาทีเท่านั้นล่ะ” 

“ถ้างั้นจะใช้ถนนด้านล่าง ห้ามเปลี่ยนเส้นทางล่ะ” 

เขาไม่มีความกล้าพอจะไปท้าทายกับทางด่วนชูโตะ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นทางปราบมือใหม่หัดขับหรอกนะ 

“อื้อ ได้สิ แต่รีบหน่อยดีกว่านะ ตั้งนาวิเกเตอร์นำทางไว้แล้ว แล้วเจอกันนะ!” 

“เฮ้ยเดี๋ยว” โชเฮย์รีบเรียกน้องสาวที่จับแฮนด์รถทำท่าจะลงเอาไว้ 

“ฮินะไม่ไปด้วยกันหรอกเหรอ” 

“ไม่ไปหรอก พี่ขับรถไป ส่วนฉันจะไปด้วยรถไฟแล้วเดิน” 

“เดี๋ยวๆๆ ไหงงั้นล่ะ” 

พอรู้ว่าจะต้องขับรถข้ามใจกลางเมืองจากชิบุยะไปคัทสึชิกะเพียงลำพัง จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมา 

“จริงสิ ต้องอธิบายแผนด้วยเนอะ” 

ฮินาโกะพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเริ่มต้นอธิบายรายละเอียดของแผนการ 

“ยังไงฉันก็ทำใจเชื่อข่าวในนิตยาสารนั่นไม่ได้น่ะ ในนั้นเขียนว่าวันที่สี่เดือนมิถุนายนใช่ไหมล่ะ แต่วันที่สี่ คือวันจันทร์ที่ผ่านมา วันนั้นเซงาวะ โมเอะ น่าจะกำลังถ่ายละครอยู่ที่ชิบุยะไม่ใช่เหรอ” 

ฮินาโกะใช้นิ้วชี้เคาะหน้าต่างข้างคนขับดังก๊อก ก๊อก สื่อถึงอาคารห้างสรรพสินค้าด้านนอก 

“ ‘สาวร้านร้อยเยน’ เริ่มถ่ายตั้งแต่เดือนเมษาใช่ไหมล่ะ แปลว่าเดือนมิถุนาคงถ่ายเสร็จไปแค่ส่วนหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์ที่ผ่านมาคงยังไม่ปิดกล้อง กรณีที่ถ่ายในห้างกลางชิบุยะ วันที่เหมาะสมก็คือวันจันทร์เพราะคนน้อยไงล่ะ” 

ฮินาโกะใช้เวลาก่อนออกจากบ้านหนึ่งชั่วโมงไปกับการค้นหาตารางการถ่ายทำของละครเรื่องนั้น อย่างแรก ข่าวที่ออกมาว่าเซงาวะ โมเอะปิดกล้องแล้วคือวันที่แปดมิถุนายน เมื่อวานซืน หรือก็คือ มีโอกาสสูงที่วันที่สี่จะยังถ่ายทำตอนสุดท้ายในชิบุยะกันอยู่ 

นอกจากนั้น ก็กำหนดชั่วคราวไว้ก่อนว่าเวลาถ่ายทำคือก่อนเปิดร้านและหลังปิดร้านตามที่โชเฮย์บอก แล้วลองดูโพสต์วันที่สี่มิถุนายนตามกระทู้ในเน็ต ทวิตเตอร์ แล้วก็อินสตาแกรมเพื่อพิสูจน์ ผลก็คือพบชื่อของเซงาวะ โมเอะและนักแสดงคนอื่นๆ ในคีย์เวิร์ด ‘ชิบุยะ’ มากมาย ที่มากที่สุดก็คือตอนประมาณสองทุ่มที่เป็นเวลาปิดห้าง และหลังตีสอง พบโพสต์ของพยานผู้พบเห็นจำนวนหนึ่งอย่าง “แย่แล้ว เจอเซงะโมเอะที่ชิบุยะ” หรือ “สถานที่ถ่ายทำสาวร้านร้อยเยนคือชิบุยะนี่เอง โคตรสวยเลย!”” 

“ก็เท่ากับว่าวันที่สี่มิถุนามีการถ่ายทำตั้งแต่สองทุ่มจนถึงตีสอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แปลก มันไม่ตรงกับบทความในนิตยสารที่ว่าออกมาจากร้านอาหารในคัทสึชิกะตอนตะวันลับฟ้าเลยนี่” 

“หืม? งั้นเหรอ แต่ถึงจะเป็นเดือนมิถุนา พระอาทิตย์ก็ต้องตกก่อนหนึ่งทุ่มไม่ใช่เหรอ ถ้ามีเวลาสักหนึ่งชั่วโมง ก็เดินทางจากคัทสึชิกะมาชิบุยะได้นี่” 

“ไม่นะ จริงอยู่ที่เวลาอาทิตย์ตกของวันที่สี่มิถุนาคือหกโมงห้าสิบสามนาที แต่ก็ใช้คำว่า ‘อาทิตย์ลับฟ้า’ ไม่ได้หรอก  ก็กว่าจะมืดต้องใช้เวลาหลังอาทิตย์ตกตั้งเกือบสี่สิบนาที สี่สิบนาทีหลังจากพระอาทิตย์ตกเรียกว่า ‘โพล้เพล้’ ที่ตาของมนุษย์ยังมองเห็นแสงสว่างได้อยู่ แล้วหลังจากนั้นถึงจะเป็น ‘พลบค่ำ’ ที่เป็นความสว่างระดับที่มองแบ่งผืนน้ำได้ หรือก็คือ ตอนที่ท้องฟ้ามืดสนิท อย่างน้อยก็ต้องเป็นหลังหนึ่งทุ่มครึ่งแน่” 

“อะไรกัน” 

ไม่เคยรู้เรื่องนั้นเลย พอฟังอย่างนั้นก็รู้สึกขึ้นมาว่าช่วงนี้ท้องฟ้าสว่างแค่จนถึงเวลาประมาณนั้นจริงๆ 

...ว่าแต่ว่า ทำไมน้องสาวถึงหัวไวแค่ในเวลาแบบนี้กันนะ 

“เพราะฉะนั้น ถึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจไง วันนั้นเซงาวะ โมเอะเข้าไปในร้านอาหารกับริคิโอเซ็นจริงๆ เหรอ คบชู้กันจริงๆ เหรอ” 

“โอ๊ะโอ ก็คือจะตรวจสอบข้อเท็จจริงสินะ” 

“ตอนนี้บ่ายสามสิบนาทีเนอะ งั้นเริ่มได้เลย เอ้าไป!” 

“เอ๋? เริ่มแล้วเหรอ” 

ฮินาโกะเมินโชเฮย์ซึ่งกำลังลนลาน ปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วพุ่งตัวไปทางสถานี ดูเหมือนว่าจะตั้งใจลดเวลาตอนเดินเพื่อให้ได้เวลาที่สั้นที่สุด 

น้องสาวมุ่งมั่นขนาดนั้น ทางนี้เองก็มัวขับรถสบายๆ เอาปลอดภัยอยู่ไม่ได้เหมือนกัน 

“เอ้า เอาไงเอากัน” 

พอใส่แรงจับเกียร์ ก็รู้สึกฮึดสู้ขึ้นมาทันที โชเฮย์ใช้มือที่สั่นจากความประหม่าและตื่นเต้นปิดไฟท้ายรถแล้วเปิดไฟกะพริบด้านขวา 

รถคันเล็กสีฟ้าพุ่งออกไปข้างหน้า 

 

ลืมดูสัญญาณไฟจราจร เปลี่ยนเลนกะทันหันเกินไปจนถูกบีบแตรใส่ เกิดเรื่องเสี่ยงตายซ้ำไปซ้ำมาแต่ในที่สุดโชเฮย์ก็ขับรถผ่านตัวเมืองมาจอดอยู่กลางถนนแคบๆ ในย่านที่อยู่อาศัย 

...ถึงแล้ว? 

เสียงนำทางจากนาวิเกเตอร์หยุดลงแล้ว แต่ไม่รู้เลยว่าค่ายซูโม่อยู่ที่ไหน หรือต้องทำอย่างไรถึงจะไปเจอฮินาโกะได้ 

เวลาตอนนี้บ่ายสามโมงห้าสิบนาที ใช้เวลาไปสี่สิบนาที ถ้าคิดว่าเวลาถึงที่หมายที่ขึ้นในนาวิเกเตอร์คือบ่ายสามโมงห้าสิบสามนาทีแล้วล่ะก็ ก็คิดว่าตัวเองทำได้ไม่เลวเลยนะ 

โชเฮย์หยิบมือถือจากกระเป๋า พอส่งข้อความไปว่า “ตอนนี้ถึงแล้วนะ ฮินะอยู่ไหน” ก็มีสายเข้ามาทันที พอกดรับสายแล้วยกมือถือแนบหู ก็ได้ยินเสียงหอบจากปลายสาย 

“คือว่านะ ตอนนี้กำลังวิ่งไปจากสถานีล่ะ เมื่อกี้เพิ่งถึงสถานี ดูจากเวลาแล้วตั้งแต่เริ่มออกเดินทางก็ใช้เวลาเกือบสามสิบห้านาที เพราะงั้นที่คิดกันไว้ถูกต้อง ยังไงก็ไม่มีทางเริ่มเดินทางตอนหนึ่งทุ่มครึ่งแล้วไปโผล่ที่ใกล้ๆ ห้างในชิบุยะก่อนสองทุ่มแน่นอน ถนนช่วงกลางคืนน่าจะรถติดกว่านี้ด้วย” 

“เท่ากับว่า ที่นิตยาสารบอกว่าทั้งคู่ออกมาจากร้านอาหารในคัทสึชิกะกันสองคน ในคืนวันที่สี่มิถุนาก็ผิดน่ะสิ” 

“ใช่ วันนั้น เซงาวะ โมเอะไปกองถ่ายแน่นอน ไม่รู้ว่าคนเขียนบทความของนิตยสารจะมีจุดประสงค์ไม่ดีอะไรรึเปล่า แต่ไม่ได้นอกใจ บางทีอาจจะถ่ายรูปคนอื่นมาหรือเปล่า เรื่องแบบนั้นเองก็มีอยู่บ่อยๆ” 

“แต่เดี๋ยวนะ ตอนที่ฮินะไปดูการฝึกซ้อมเช้า เซงาวะ โมเอะก็อยู่ที่นั่นจริงๆ ไม่ใช่เหรอ ถ้างั้น ต่อให้คืนวันที่สี่มิถุนาไม่ได้ไปเจอกัน แต่โอกาสที่เซงาวะ โมเอะกับริคิโอเซ็นจะรู้จักกันส่วนตัวก็ยังสูงอยู่ดี จะสรุปว่าไม่ได้คบชู้ก็ยังยากนะ ในบทความอาจจะเขียนวันที่ผิดก็ได้” 

“โอเค เข้าใจเกือบหมดแล้ว” 

ฮินาโกะตอบพร้อมกับหายใจเข้าออกเรียกความมั่นใจ 

“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะพี่ ขับรถเก่งจนตกใจเลย แล้วเจอกันที่บ้านนะ!” 

“อ๊ะ เดี๋ยว ถ้าอยู่แถวนั้นล่ะก็รีบๆ มาหาฉันเลยนะ จอดอยู่กลางถนนเลยเนี่ย แล้วก็ค่าเช่ารถ...” 

ปี๊บ เสียงตัดสายส่งมาถึงหูโชเฮย์ 

“เฮ้ยฮินะ!” 

โชเฮย์คำรามด้วยความโมโห ก่อนโทรกลับไปหาน้องสาวอีกรอบ 

มีเสียงเคาะหน้าต่างดังก๊อกๆ โชเฮย์เงยหน้าขึ้น พบผู้หญิงวัยกลางคนชะโงกมองข้างในรถแล้วพูดเสียงดังว่า “คือว่า จะเอารถออกน่ะค่ะ” พอมองตามที่นิ้วชี้ไป ก็พบว่าโชเฮย์กำลังจอดรถขวางทางเข้าออกของบ้านหลังหนึ่งอยู่ 

“ขอโทษครับ!” 

โชเฮย์ลนลานขอโทษแล้วออกรถ 

“ฮินะเว้ย!” 

โชเฮย์ตะโกนอีกครั้งจากก้นบึ้งหัวใจอยู่ภายในรถ 

ความคิดเห็น