ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 2-3 หลงรักนักซูโม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-3 หลงรักนักซูโม่

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 258

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2563 12:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-3 หลงรักนักซูโม่
แบบอักษร

เช้าวันอาทิตย์ถัดมา ฮินาโกะตื่นหกโมงเพราะกะว่าจะไปเยี่ยมชมการฝึกตอนเช้าของค่ายยาเอจิมะเหมือนเดิม กดปิดนาฬิกาปลุก เปลี่ยนเป็นชุดออกศึกแล้วเปิดฉากกั้นห้องออก น่าแปลกที่พี่ชายผู้อยู่อีกฝั่งของห้องตื่นอยู่ และกำลังคลุมโปงกดมือถือ 

“วันนี้ก็จะไปงั้นเหรอ” 

“อืม ดีออก ไม่เสียค่าเดินทางด้วย” 

“อย่าไปจะดีกว่านะ” 

“ทำไมล่ะ” 

“นี่ไง ข่าวในเน็ตที่มาตอนฮินะหลับอยู่ ยังไม่ได้อ่านใช่ไหมล่ะ” 

พี่ชายยื่นโทรศัพท์มือถือให้ในท่านอน ฮินาโกะขยับเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัยแล้วรับมือถือมาดู 

พออ่านข้อความบนหน้าจอ ก็ส่งเสียง “จ๊าก!” เหมือนกบถูกรถทับออกมา 

“ออกมาจากไหนกันน่ะ เสียงแบบนั้น...” 

“พี่! เอ๊ะ โกหกใช่ไหมเนี่ย นี่แกล้งให้ตกใจเฉยๆ ใช่ไหม” 

“ทำไมฉันต้องลงทุนทำเว็บปล่อยข่าวหลอกเธอด้วยเล่า” 

ฮินาโกะยืนตะลึงงัน มองพาดหัวข่าวที่ปรากฏบนจอ 

‘เซงาวะ โมเอะ คบชู้อย่างเปิดเผยกลางเมืองกับนักมวยปล้ำต่างชาติคนดัง!’ 

น่าจะลงแค่ในนิตยสาร ไม่มีภาพประกอบ แต่แค่พาดหัวข่าวและเนื้อหาก็เพียงพอจะทำให้ใจของฮินาโกะแหลกสลายเป็นผุยผงแล้ว ดูเหมือนว่ากล้องของช่างภาพนิตยสารรายสัปดาห์จะจับภาพตอนริคิโอเซ็นกับเซงาวะ โมเอะเดินควงแขนกันเข้าไปในร้านอาหารใกล้กับค่ายซูโม่ได้พอดี ริคิโอเซ็นนั้นยังโสด แต่เซงาวะ โมเอะเพิ่งจะแต่งงานกับนักเขียนบทละครไปเมื่อสามปีก่อน ถ้าทั้งสองคนแอบพบกันก็ชัดเจนว่าเป็นการนอกใจ 

เหนือสิ่งอื่นใด...ฮินาโกะรู้จักผู้หญิงชื่อเซงาวะคนนี้ 

ทั้งเรื่องที่เธอสวมผ้าปิดปากอันใหญ่ตอนได้คุยกันที่โรงฝึกซ้อมเมื่อวาน ทั้งเรื่องที่เธอตาโตสวย ทั้งเรื่องที่รู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ทั้งเรื่องที่เธอรู้ตารางในหนึ่งวันของริคิโอเซ็นละเอียดเกินไป ทั้งหมด... 

เพราะเธอเป็นนักแสดงหญิงชื่อดังซึ่งไม่มีใครในญี่ปุ่นไม่รู้จัก 

แล้วก็เพราะเธอที่ใช้ชื่อว่าเซงาวะ ผู้เป็นคนรักของริคิโอเซ็น 

“ใครจะไปคิดว่าเซงาวะ โมเอะจะไปอยู่ในที่แบบนั้นกันเล่า!” 

ฮินาโกะตะโกนเสียงดัง พี่ชายทำตาโตพลางผุดลุกขึ้นจากเตียง 

“ฮินะ เธอเคยเจอเซงะโมเอะด้วยเหรอ” 

“เคยเจอ...” 

“จริงป่ะเนี่ย!” 

พี่ชายหวั่นไหวจนเกือบหล่นจากเตียงอย่างน่าหวาดเสียว สงสัยจะแอบชอบเซงาวะ โมเอะอยู่ลับๆ จะว่าไปก็ดูละครโทรทัศน์เรื่องยาวที่เซงาวะ โมเอะเล่นอยู่ตอนนี้ทุกอาทิตย์ไม่ขาดเลยนี่นา 

พนักงานสาวผู้ทำงานขายเสื้อผ้าสตรีในร้านร้อยเยนไปวันๆ ไล่เตะเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่ไม่ดีจนกระเจิงไปทีละคนๆ แล้วเลื่อนขั้นในบริษัทขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นละครที่ขายความสดใสเป็นหลัก จะว่าไป แม่ที่ดูทีวีบ่อยๆก็ชมเซงาวะ โมเอะที่แสดงเป็นตัวเอกเหมือนกัน จากประโยคที่ว่า “ดูเหมือนจะใช้คนรู้จักที่เป็นพนักงานร้านขายเสื้อผ้าเป็นต้นแบบการแสดงน่ะ” ดูเหมือนว่าการแสดงที่เน้นความเหมือนจริงของเซงาวะ โมเอะจะได้รับการประเมินค่าสูงในสังคม 

“แล้วไปเจอเซงะโมเอะที่ไหนเหรอ ที่โรงฝึกซ้อมเหรอ เขาเป็นคนยังไง หน้าเล็กไหม ได้คุยกันไหม” 

พี่ชายซึ่งตื่นตัวเต็มที่รัวคำถามอย่างกับปืนกล ฮินาโกะคืนมือถือให้เงียบๆ แล้วโซเซกลับมุมของตัวเอง 

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ!” 

ฮินาโกะไม่สนใจการรั้งของพี่แล้วปิดฉากกั้นห้องลง 

จากนั้นก็โผลงเตียง 

...ไม่เอานะ 

               พอเห็นข่าว ก็ไม่มีกำลังใจจะไปโรงฝึกซ้อมของค่ายยาเอจิมะอีกต่อไปแล้ว 

               ...ไม่อยากจะเชื่อ บอกทีสิว่าโกหก 

               ถ้าเป็นการเปิดเผยว่ามีคนรักอยู่แล้วก็ยังพอทำใจได้ ถ้านั่นเป็นความสุขของเมน ฮินาโกะที่เป็นแฟนคลับก็ควรจะเอาใจช่วยทุกวิถีทาง 

               แต่...การนอกใจมันเป็นอีกเรื่อง 

               ฮินาโกะนอนคิดบนเตียงไปเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์นอกหน้าต่างลอยสูงขึ้น ในห้องเองก็ค่อยๆ สว่างขึ้น 

               ดวงอาทิตย์ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนเร่งอุณหภูมิภายในห้องขึ้นอย่างไม่ปราณี ยังอยากจะหมกตัวกลุ้มใจอยู่ใต้ผ้าห่มอยู่ แต่ความร้อนอบอ้าวก็ไล่ฮินาโกะออกจากเตียง เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มขาสั้น แล้วเปิดฉากกั้นห้องออกอย่างไร้เรี่ยวแรง พี่ชายเองก็น่าจะคิดแบบเดียวกันถึงกำลังลุกจากเตียงทำท่าจะลงบันไดไปข้างล่างอยู่พอดี บ้านโออิคาเคะมีกฎว่าจะเปิดแอร์แค่ในห้องนั่งเล่นที่สมาชิกทุกคนในบ้านใช้รวมตัวกันเท่านั้น 

               “นอนต่อเหรอ โดนดาเมจเยอะไปแล้ว” 

               “ก็เพราะพี่ให้ดูข่าวแบบนั้นนั่นแหละ” 

               “ก็ถ้าอ่านบนรถไฟตอนกำลังไปค่ายซูโม่จะยิ่งช็อกกว่าเอาน่ะสิ เออใช่ อ่านข่าวล่าสุดรึยัง” 

               “...ยัง” 

               “ต้นสังกัดของเซงาวะ โมเอะออกมาบอกว่า ‘ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริง’ แต่ฝั่งริคิโอเซ็นบอกว่า ‘เรื่องความรักเป็นอิสระของเจ้าตัว’ น่ะสิ การตอบแบบนี้ในตอนนี้แปลว่ามีพิรุธ แต่ก็นะ ที่ฮินะไปเจอเซงาวะ โมเอะที่ค่ายซูโม่ก็เป็นหลักฐานได้แล้วอะนะ” 

               พี่ชายชี้นิ้วไปที่กำแพงแล้วถามว่า “ให้ช่วยเอารูปภาพพวกนี้ออกไหม” ด้วยท่าทางกระตือรือร้น ท่าทางคงอยากเอาออกจนอดใจไม่ไหว 

               “พี่ไม่ช็อกกับข่าวเซงาวะ โมเอะนอกใจหน่อยเหรอ” 

“ก็นิดหน่อย แต่สุดท้ายเขาก็เป็นคนในทีวีนี่นา คนที่ช็อกจนต้องนอนซมกับเรื่องแค่นั้นอย่างเธอต่างหากที่แปลก” 

ถึงจะพูดอย่างนั้น การเก็บรูปภาพเพราะคำพูดของพี่ชายก็ชวนหงุดหงิด ฮินาโกะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลิกไล่ตามริคิโอเซ็นเลย 

แถมยัง...มีเรื่องที่ติดใจอยู่อีกเรื่องสองเรื่อง 

“นี่ พี่ขับรถได้รึเปล่า” 

“หืม? ก็ได้ใบขับขี่มาเมื่อปีที่แล้วนะ” 

“แล้ว รู้รึเปล่าว่าที่ๆ ใช้ถ่ายละครที่เซงาวะ โมเอะแสดงตอนนี้คือที่ไหน” 

“เรื่อง ‘สาวร้านร้อยเยน’ น่ะเหรอ ถ้าเรื่องนั้น น่าจะเป็นห้างที่ชิบุยะ” 

“ไม่ใช่ฉากที่เซ็ตขึ้นมาสำหรับถ่ายทำ แต่ถ่ายในสถานที่จริงเลยเหรอ” 

“น่าจะเป็นสถานที่จริง เพื่อนที่ทำงานพิเศษที่ร้านเหล้าในชิบุยะเคยพูดว่าบางทีก็มีคนไปรวมกันเพราะอยากดูนักแสดงที่ออกมาจากกองถ่ายด้วย คิดว่าน่าจะถ่ายทำช่วงก่อนร้านเปิดกับหลังร้านปิดล่ะมั้ง” 

“เหรอ ชิบุยะงั้นเหรอ...” 

ฮินาโกะเปิดแอพพลิเคชั่นแผนที่ในมือถือ ค้นหาเส้นทาง หลังจากตรวจสอบเวลาเดินทางแล้วก็พยักหน้า “เอาล่ะ” 

“อาจจะนะ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ พี่ไปเช่ารถเตรียมไว้นะ” 

“หา?” 

“มีเรื่องต้องตรวจสอบ ฉันจะวางแผนเอง เพราะงั้นเรื่องดำเนินการฝากพี่ด้วย วันนี้ว่างสินะ?” 

“เอ๊ะ ก็ไม่มีแผนจะทำอะไรนะ...” 

“งั้น อีกหนึ่งชั่วโมงออกเดินทางนะ!” 

ฮินาโกะหมุนตัวไปทางซ้าย นั่งลงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือแล้วเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงพี่ชายตะโกนมาจากด้านหลังว่า “ตรวจสอบอะไรล่ะ อธิบายให้มันดีๆ หน่อยสิ!” แต่ไม่มีเวลาเหลือพอจะอธิบายแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว