ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 17 #O-oppose

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 824

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2563 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17 #O-oppose
แบบอักษร

สวนสนุก’

“เซฟ” เสียงซันเรียกเซฟพร้อมโบกมือไปมา เซฟมองเห็นจึงถอนหายใจเบาๆเดินไปหาซัน

‘จะทำแบบนี้จริงๆหรอเซฟ’ เสียงในใจเซฟพูดกับตัวเซฟเองขณะเดินไปหาซัน เซฟรู้ว่าถ้าจีรู้เรื่องนี้จีต้องโกรธเขามากๆแต่กลับกันเมื่อคืนจีไม่เล่าเรื่องตาลที่มาหาจีเลย ไม่บอกว่าคุยกันเรื่องอะไรไม่บอกว่าใครมาหาจีแค่เพียงเดินเข้าห้องมาแล้วนอนหลับไป

“เซฟเป็นอะไรหรือเปล่า หน้างอเชียวเป็นปลาทูหรอ”

“ซันก็ แซวไปเรื่อย” เซฟยิ้มให้ซันก่อนจะเดินตรงไปยังร้านขายหมวก

“เซฟอยากได้อันไหนอะ” ซันเดินตามมาและหยุดอยู่ข้างๆเซฟ ซันมองหมวกไปเรื่อยๆแล้วหยิบหมวกกรีนแมนออกมา

“เซฟลองดูนี่ดิ เซฟชอบกรีนแมนใช่ไหม” ซันสวมหมวกให้ซึ่งเซฟก็ยอมแต่โดยดี เมื่อใส่เสร็จหมวกที่ใส่ไปทำให้เซฟดูน่ารักขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าจนซันยิ้มออกมาให้กับความน่ารักนี้

“ทำไมอะ หน้ามันอ้วนใช่ปะ” เซฟหันไปมองกระจกของร้านซึ่งหมวกกรีนแมนน่ารักมากยิ่งเซฟที่ชอบกรีนแมนอยู่แล้วก็พร้อมจะควักเงินออกมาจ่ายให้ทันที แต่ซันจ่ายให้เซฟก่อน

“ซันจะเอาหมวกนี่หรอ?” เซฟถามแล้วถอดหมวกแต่ซันใส่กลับให้เซฟเหมือนเดิม

“ไม่ ซันซื้อให้เซฟไง”

“อ้อ ขอบใจนะ” เซฟยิ้มร่าก่อนจะเดินดุ้กดิ้กๆไปร้านของกินต่อด้วยเล่นเกมต่างๆในสวนสนุก ทั้งสองเล่นเครื่องเล่นมาสักพักจึงมานั่งพัก

“เซฟกลัวผีไหมอะ?” ซันมองไปเห็นบ้านผีสิงจึงถามเซฟ

“กลัวดิ โคตรกลัว” เซฟตอบแบบไม่ต้องคิด

“งั้นแปลว่าเซฟไม่เคยเล่นบ้านผีสิงอะดิ” ซันชี้ไปทางบ้านผีสิง

“เคยจะเข้าไปเล่นนะแต่ไอ้จีมันกลัวอะเลยไม่ได้เข้าไปเล่น” เซฟยิ้มขึ้นแล้วพูด นึกถึงตอนจีงอแงไม่เข้าไปเล่นได้ตอนนั้นจีแทบจะทรัดเข่าลงกับพื้นไม่อยากเข้าไปเล่น

“จีกับเซฟเคยมาด้วยกันแล้วหรอ”

“ใช่ ตอนนั้นนะเป็นครั้งแรกที่มากับเพื่อนเพราะปกติมากับครอบครัวไง ซันรู้ปะตอนจีงอแงไม่อยากเล่นอะโคตรตลก เรายังจำได้จนถึงตอนนี้เลย”

“งั้นเข้าไปเล่นไหม เกาะซันไว้แน่นๆก็ได้ถ้าเซฟกลัว”

“แหมซัน เซฟไม่ใช่ผู้หญิงนะกลัวละกอดแขนซันแน่นๆอะ” เซฟกอดแขนซันแล้วสั่นดุ๊กดิ้กๆ

“ปะ ไปเล่นกัน”

“เอ้ย!” ซันดึงเซฟตรงไปยังบ้านผีสิง

“กลัวไหม?” ซันหันมามองเซฟก่อนที่สองคนจะเข้าไปบ้านผีสิง

“ถ้าบ้านผีสิงแบบนี้ยังไม่เคยเข้าอะ ไม่รู้จะกลัวหรือเปล่า” เซฟตอบกลับทั้งที่มองประตูหน้าบ้านผีสิงอยู่ ซันจับมือเซฟทำให้เซฟรู้สึกแปลกๆ

“ซันกลัวหรอ?”

“ไม่กลัวหรอก เดี๋ยวซันจะจับมือเซฟไว้เอง” ซันกำมือเซฟแน่นขึ้นแต่เซฟปล่อยมือออก

“ไม่เป็นไรหรอกเราเดินเองได้” ซันปล่อยมือเซฟออกก่อนจะมองเซฟเดินนำหน้าเขาไปบ้านผีสิง

‘ข้อความ ไอ้เปรต’

10:15 น.

(เซฟ ออกไปไหนตั้งแต่เช้า แม่บอกว่าออกไปกับเพื่อนแต่ทักไปถามในกลุ่มเราก็ไม่มีใครอยู่กับมึง)

13:24 น.

(เซฟอยู่ไหน)

(เซฟไปกินข้าวปะ)

(เดี๋ยวไปรอตรงม้าหินอ่อนที่เดิมนะ)

14:42 น.

(เซฟอ่านแล้วทำไมไม่ตอบ)

(ทำงานอยู่หรอ งั้นไม่กวนนะ)

(ทำงานเสร็จแล้วบอกนะเดี๋ยวไปหา)

15:26 น.

(เซฟเย็นนี้กูไปค้างบ้านมึงนะ)

(กูว่าจะทำเรื่องซื้อคอนโดที่อยู่ น่าจะกลับช้าหน่อย)

‘ปิดข้อความ ไอ้เปรต’

เซฟมองข้อความในมือก่อนจะดับหน้าจอลงแล้วเก็บใส่กระเป๋า เซฟนั่งอยู่บนรถของซันพวกเขากำลังไปกินข้าวร้านที่ซันจองไว้ เสียงเพลงในรถเปิดกรอเบาๆทำให้ไม่อึดอัดแต่ก็ไม่ได้ทำให้สองคนพูดกันได้ เซฟมองไปข้างกระจกนึกอะไรเรื่อยเปื่อย

“ถ้าอึดอัดที่มีซันอยู่ก็บอกได้นะ” ซันพูดขึ้นดับความเงียบในรถ เซฟลืมตาขึ้นแล้วหันไปมอง

“ซันกับตาลเป็นอะไรกันหรอ”

“เป็นแฟนกัน”

“...” แล้วสิ่งที่เซฟเข้าใจเมื่อคืนมันคืออะไรหรือเขาฟังไม่จบ ที่ตาลกับจีพูดกันเมื่อวานมันเหมือนประโยคที่แฟนเก่ามาขอคืนดีเลยนี่นา

“อึดอัดเรื่องนี้หรอ”

“...”

“เซฟกับจีเป็นแฟนกันหรอ” ซันถามเบาๆแต่เข้าใจได้ เซฟก้มหน้าเงียบทำให้ซันไม่ถามจู้จี้ไปมากกว่านี้

‘ข้อความ ไอ้เปรต’

18:38 น.

(ชอบให้กูเดือดหรอเซฟ)

(กูว่าเราคุยกันดีๆได้นะ)

(อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วกูไม่รู้สิ กูอุส่าห์ไว้ใจปล่อยให้มึงไปทำสิ่งที่มึงอยากทำไม่จู้จี้มึงไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวมึง)

(แล้วสิ่งที่กูได้ตอบแทนคือแบบนี้หรอวะเซฟ)

“มึงอยู่ไหนจี”

(กูคุยเรื่องซื้อคอนโดอยู่)

“มาหากูหน่อย”

(ตอนไหน ตอนนี้หรอ)

“หลังมึงคุยงานเสร็จ”

(แต่ตอนนี้กูเดือดมากนะเซฟ กูกำลังพยายามทำใจเย็นๆแล้วเคียน์งานอย่างมีสติอยู่)

“มึงรู้แล้วใช่ปะว่ากูอยู่ไหน”

(รู้)

(รู้ถึงขึ้นรู้ว่ามึงอยู่กับใคร)

“จี”

“กูแฟนมึงใช่ปะ”

(เออ)

(มึงแฟนกู แฟนที่กูโคตรหวง)

“งั้นมึงต้องไว้ใจกูนะ กูแค่มาเที่ยว”

(แล้วเดี๋ยวมึงก็ไปนอนกับมัน ชื่อมึงจองห้องแถวๆนั้นอยู่)

“มึงไว้ใจกูนะจี แค่เพื่อนกัน”

(เออๆ งั้นกูไม่กลับนะกูว่าจะไปคุยงานอื่นที่บริษัทด้วย)

“อ่าหะ”

(รักมึงนะเซฟ)

(ทั้งรักทั้งหลง หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว)

“มึงก็เวอร์ไป”

“ไปทำงานไป๊!”

‘ปิดข้อความ ไอ้เปรต’

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ” ซันแซวขึ้นหลังจอดรถรอเซฟอยู่นาน

“อ้าว ถึงตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ตั้งแต่คิ้วขมวดจนยิ้มได้อะ นานพอสมควร” ซันยิ้มส่ายหน้าก่อนจะลงจากรถไป

‘ร้านอาหาร’

“สรุปเมื่อคืนตาลไปหาจีถึงบ้านเซฟเลยหรอ” ซันพูดขึ้นหลังเซฟเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

“อื้ม กอดกันด้วยนะ”

“เอ๊ะ! แต่เมื่อคืนตาลบอกจะกลับดึกเฉยๆนะไม่ได้บอกว่าจะไปไหน” ซันเปิดโทรศัพท์ก่อนจะทักหาใครสักคน

“...” เซฟกินอาหารที่มาเสริฟรอซัน สายตาคาดหวังว่าซันจะคุยกับตาลเรื่องเมื่อคืนอยู่

“...” ซันเงียบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

“อะไรอะ”

“ตาลบอกว่าก็คุยแบบเพื่อนปกติ คุยกับจีรู้เรื่องแล้ว จีก็บอกแล้วด้วยว่าคนที่จีรอมาตลอดอะตอนนี้ได้คบกันแล้ว”

“อ่าาาา” คงหึงมาไปเองแหละ สองคนนั้นก็คงคิดแค่ว่าเพื่อนกอดกันแบบปกติแต่สำหรับเรามันไม่ปกติไง ;-;

“คบกันจริงๆด้วย ไม่คิดเลยนะว่าคนที่จีรอคือเซฟ” เซฟตกใจเลิ่กลั่กใหญ่ตักข้าวเข้าปากคำโต

21:04 น.

‘จี’

‘บริษัท STT’

“ผมว่าตรงนี้เน้นธรรมชาติมากไปแล้วตัวโครงสร้างก็ไม่ได้สมดุลกับพื้นที่และตัวอาคาร พื้นที่ข้างในที่ออกแบบมาดูอีดอัดไม่น่าดึงดูดแล้วก็ไม่มีจุดเด่นเรียกลูกค้าต่างจากห่างอื่น”

“อย่างที่จีพูดผมเห็นด้วยนะ สีของตัวห้างดูทางการเกินไปด้วย”

“งั้นไม่ผ่าน” เจสันสรุปทีเดียวและปัดงานเป็นชิ้นงานต่อไป หลังจากที่ฟังจีและเจพูดออกความเห็นออกมาเจ้าของบริษัทอย่างเขาเมื่อฟังแล้วรู้สึกแบบนั้นเหมือนกันจึงตัดสินใจง่ายกว่านั่งดูงานทั้งหมดเอง

“คุณเจสันคะ คุณหลินมาแล้วค่ะ” ปลายฟ้าภรรยาใหม่หรือเลขาของเจสันเดินมาบอกเจสันเบาๆ เจสันบอกให้เร่ยกเข้ามาได้ปลายฟ้าจึงผยักหน้ารับและเดินออกไปต้อนรับ

ประตูเปิดออกให้เห็นผู้หญิงที่รวยที่สุดของประเทศ เครื่องดับและเสื้อแบรนแนมราคาแพงของหลินเฉิดฉายสง่าเดินเข้ามาพร้อมเสียงรองเท้าส้นสูงดังกึกก้อง สัดส่วนสวยโครงงามได้ที่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเจ หลินถอดแว่นออกและมองตรงไปฝั่งตรงข้ามของเธอ จี ลูกชายที่รักเธอมากกว่าเจสันแต่เธอไม่เคยตอบรับความรักของจีได้มากเท่าที่แม่คนหนึ่งทำ มือประสานกันบนโต๊ะประชุมสายตามองไปยังงานที่คนส่งแบบห้างเข้ามา

‘เรื่องของธุรกิจ เราจะไม่มีคำว่าครอบครัว’ คำเด็ดเดี่ยวของหลินก่อนหย่าร้างของเธอและเจสันยังจำกันได้ทั้งครอบครัวไม่ว่าจะเป็นลูกชายทั้งสองและลูกสะใภ้ของเธอและแน่นอน ปลายฟ้า ก็นอบน้อมให้แก่หลินในฐานะเลขาของเจสันไม่ใช่ภรรยาคนใหม่

00:18 น.

“เป็นไงบ้างเรื่องธุรกิจที่ลูกจะทำ” หลังประชุมหลินเดินมาคุยกับจี

“เป็นไปได้ดีครับ กำไรเริ่มมากขึ้นแล้ว”

“ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแต่ลูกจำไว้นะ” หลินใช้สองมือของเธอจำไหล่ของจีสองข้างไว้และมองเข้าไปถึงในตา

“ธุรกิจแค่กำไรเริ่มมากขึ้นไม่ได้แปลว่าจะประสบผลสำเร็จ มันต้องมีชื่อเสียงและคุณภาพ กำไรแค่ร้อยล้านไม่สามารถช่วยลูกได้ในวันที่ล่มจม”

“ครับแม่” จีน้อมรับคำสอนจากแม่อย่างว่าง่าย

“แม่รักหนูนะลูก ถึงแม่จะเป็นถึงเศรษฐีพันล้านแต่ยังไงแม่ก็คือแม่ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกมาด้วยประสบการณ์หนามทิ่มแทง” หลินกอดลูกชายของเขาพลางกั้นน้ำตาไว้

“ลูกแม่มาถึงขนาดนี้แล้ว แม่ภูมิใจมากที่ลูกโตได้ถึงขนาดนี้” หลินลูบหัวลูกชายของเขาก่อนจะเดินออกไปเพราะมีงานต่อ จียิ้มพร้อมหยุดหัวใจที่คิดถึงแม่แทบใจจะขาดเอาไว้อย่างเงียบๆไม่แสดงออกมา

‘แม่ก็อดทนอยู่ใช่ไหมครับ ขอบคุณนะครับที่อดทนมาตลอด’ จีมองหลินเดินออกไป หลินหันมามองจีและยิ้มให้ น้ำตาไหลลงช้าๆก่อนจะถูกเช็ดออกด้วยเลขาของหลิน

‘ผมก็จะอดทนเหมือนกันครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ’ จีเดินไปเก็บของและตรงไปทำงานที่ห้องของเขาต่อ

“แม่ลูกคู่นี้เหมือนกันจริงๆ จีเขาได้แม่มาเยอะนะ” เจสันหันไปพูดกับเจที่เตรียมของกลับห้องทำงานไปดำเนินเรื่องงานแต่งงานของเขากับแพรว

“เพราะแม่เลี้ยงเขามาไงครับ” เจเดินออกไปจากห้องประชุมและโทรหาแพรว

“แกนี่ก็เหมือนพ่อซะได้” เจสันมองเจที่เดินออกไปและยิ้มภูมิใจที่ลูกทั้งสองคนโตพอที่จะสร้างอนาคตด้วยตัวของพวกเขาเอง ถึงแม้ว่าเขาจะทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีที่สุดแต่เขาก็เป็นพ่อที่ภูมิใจในตัวลูกและเชื่อในตัวลูกมาเสมอ

02:31 น.

‘ข้อความ ไอ้อ้วน’

“ตอนนี้อยู่ไหน” จีทักหาเซฟเพื่อความแน่ใจว่าซันจะไม่ทำอะไรเซฟ แต่เซฟก็ไม่อ่านไม่ตอบจีเลยมองเวลา “หลับแล้วมั้ง” จีพูดเหมือนสบายใจแต่ก็ยังห่วงอยู่ดี

“ถ้าหลับแล้ว งั้นฝันดีนะครับ” จีส่งไปและวางโทรศัพท์เตรียมตัวไปอาบน้ำ

ติ้ง

เสียงข้อความดังขึ้นทำให้จีหันไปตามทางของเสียงมองหน้าจอเป็นข้อความตอบกลับมาจากเซฟ

(เซฟหลับแล้ว)

(กูปิดเสียงการแจ้งเตือนละส่งมาเลย เสียงจะได้ไม่ดังไปปลุกเซฟ)

“มึงไม่ได้ทำอะไรเซฟ”

(ถามหรอ?)

“บังคับให้ตอบแบบนี้”

(โถ่ จีกูเพื่อนมึงนะ)

“แล้ว?”

(ไว้ใจกูบ้างดิ เหมือนที่มึงไว้ใจตาลไง)

“กูจะไว้ใจมึงถ้าตอนนี้มึงไม่ได้อยู่กับแฟนกูสองต่อสองในห้องนั่น”

(มึงพูดเองนะ กูจะได้ไปเปิดห้องอีกห้องนอนแยกกับเซฟ)

‘อ่านแล้ว’

(อ่านแล้วไม่ตอบอะ? ลังเลอะไร)

“มึงอยู่นั้นแหละ”

“อย่าปล่อยให้เซฟอยู่ที่อื่นคนเดียว”

(จี เซฟโตแล้วนะ)

“โตแล้วไง กูห่วง”

(เออจี ไปคุยแชทกูปะ)

“ทำไม?”

(เออ ไปรับแอดกูไป)

‘ปิดข้อความ ไอ้อ้วน’

‘ข้อความ sun’

(มึงพิมพ์ชื่อกูว่าอะไรวะ?)

“มีไร อย่านอกเรื่อง”

(คือ เซฟเป็นอะไรกับรอยสักด้านหลังวะ?)

“ถามทำไม”

(เซฟนอนหันหน้าให้กูอะละบอกว่าอย่าแตะตัวมันเดี๋ยวจีจะว่าเอา แต่กูก็มีชนนู้นนี่บ้างแต่มีครั้งหนึ่งศอกกูไปโดนหลังอะ ดูดีๆก็เป็นรอยสัก)

“...”

(แล้วเซฟก็หนีไปเข้าห้องน้ำเลย)

“มึงอย่าแตะตัวเซฟเด็ดขาด”

(ครับๆรู้ว่าหวง กูไม่กล้ายุ่งหรอก)

“มึงไปนอนโซฟาไป”

(หนาวนะมึง มีผ้าห่มอันเดียวด้วย)

“เอาเสื้อไม่ก็อะไรไปห่มสิ เดี๋ยวกูจ่ายค่าห้องคืนนี้ให้”

(จีเลิกได้แล้วนะนิสัยแบบนี้)

(การเอาเงินฟาดหัวคนอื่นมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยนะ ถึงมันใช้กับคนอื่นได้แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามึงจะใช้เงินฟาดทุกคนได้)

“กูไม่ได้จะเอาเงินฟาดมึง กูจะโอน”

(...)

“สมัยนี้เงินมันซื้อความสุขได้แล้วนะรู้ยัง ถ้าเงินของกูมันทำให้คนที่กูรักมีความสุขกูจะทำงานหาเงินแล้วให้เขาใช้แค่คนเดียวเลย”

(แล้วมึงถามคนที่มึงรักยัง ว่าเงินมันทำให้เขามีความสุขมากเท่ากับการได้อยู่กับมึงปะ)

“อยู่ด้วยกันแต่ไม่มีเงินมันอยู่ไม่รอดนะมึงรู้ยัง อนาคตของกูกับเขาถึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมีหนามแหลมทิ่มแทงแต่เงินกูสามารถซื้อรองเท้าซื้อบาเรียช่วยให้เขาผ่านเส้นทางนี้ไปได้โดยไม่เจ็บปวด”

(เฮ้อออ ก็นะ มึงโตมากับอะไรแบบนี้ไง)

(กูคิดว่ามึงรู้ดีกว่าใครสะอีกว่าการอยู่กับคนที่เรารักแล้วเขาก็รักเรามันมีความสุขแค่ไหน)

“กูรู้ รู้ดีเลยแหละ กูเลยพยายามอยู่นี่ไง”

(มึงพยายามอะไรล่ะ พยายามเดินไปข้างหน้าพร้อมเขาโดยไม่สนว่าเขาจะเหนื่อยที่เดินไปกับมึงหรือเปล่าอะนะ?)

“...”

(ขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้ กูไม่ได้อยากเสือกเรื่องของมึงเลย)

(แต่ความรักมันไม่จำเป็นต้องมีอะไรยุ่งยากปะ อย่าทำให้เขาเหนื่อยกับความสัมพันธ์จนอยากหยุดได้ปะ)

“ดูแลเซฟให้กูด้วยแล้วกัน มึงพูดอะไรมาตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรเข้าหัวกูแล้วแหละ”

(ไม่รู้ดิจี แค่กูรู้สึกว่ามึงควรแคร์ความรู้สึกเซฟให้มากกว่านี้)

(ไม่ใช่แค่หวงเขาจากมึงอย่างเดียว แค่อยากให้ฟังเซฟบ้าง เซฟมันซื่อสัตย์ต่อมึงนะมันรักมึงแล้วกูรู้ว่ามึงก็รักมัน แต่ขอเหอะในฐานะเพื่อนคนหนึ่งที่เข้ามาแทรกเรื่องระหว่างมึงกับเซฟ มึงช่วยแคร์เซฟมากกว่านี้ได้ปะวะ)

“ไอ้ซัน ถ้ามึงขอกูอีกกูจะไปตามเซฟกลับบ้าน”

“อย่าใส่ใจและห่วงเซฟเกินหน้าเกินตา ขอบใจที่บอกกูแต่ก็อย่างที่มึงว่า กูเลิกใช้เงินฟาดคนอื่นไม่เป็นว่ะคงเป็นสันดานไปแล้วกับนิสัยทำงานเก็บเงินแล้วใช้เงินฟาด”

(คุยกับมึงทีไร แม่งปวดสมอง)

(ไม่เปิดใจฟังแถมไม่เปิดสมองให้กูอีก พิมพ์ตั้งนานปวดนิ้วฟรีๆ)

“ไปนอนไปแล้วจำไว้อย่าทำอะไรเซฟ อย่าหาว่ากูไม่ดุนะกูกัดแผลเล็กแต่ลึก”

(จ้า พ่อแมวป่า)

‘ปิดข้อความ sun’

ความคิดเห็น