สวัสดีค่ะ ฝากติดตามผลงานแก้วระย้าด้วนะคะ❤️

ตอนที่​ 18​ : ผลงานของฟางฟาง

ชื่อตอน : ตอนที่​ 18​ : ผลงานของฟางฟาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่​ 18​ : ผลงานของฟางฟาง
แบบอักษร

ตอนที่ 18 : ผลงานของฟางฟาง

 

 

หลังจากกลับมาได้สามวันเอ็มวีและใหม่ของทัพเทพก็ถูกเผยแพร่ออกมาอย่างรวดเร็ว กระแสตอบรับของนักร้องดังระดับประเทศเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ยิ่งได้ดูพร้อมกับมิวสิควิดีโอยิ่งหลงรักในเพลงนี้ยิ่งนัก ข่าวการเล่นเอ็มวีเพลงของเหมราชดังกึกก้องไปทั่วโซเชียลในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงหลังปล่อยเพลงรักออกมา

 

ส่วนนางเอกสาวก็มีคนขุดคุ้ยขึ้นมาเช่นเดียวกัน ตั้งแต่วันที่เธอพบแพรวดีที่ร้านอาหารคนได้พูดถึงความสวยของเธอเป็นจำนวนมาก บ้างก็ว่าแพรวดีดูหมองไปในทันทีทันใด บ้างก็ว่าสวยไม่ได้เสี้ยวของเธอ

'นางฟ้าเดินดิน' เป็นฉายาที่ชาวเน็ตมอบให้

 

"ฟางฟาง นี่!!! เล่นเอ็มวีเพลงกับท่านประธานเหรอเนี่ย สุดยอดไปเลยทำไมไม่เห็นบอกกันบ้าง" บังอรเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันรีบวิ่งมาหาหลังจากแอบดูเพลงรักของนักร้องที่แอบปลื้มในเวลางาน

 

"ใช่ๆ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย" นพาเดินมาล้อมโต๊ะอีกคน จากนั้นก็กลายเป็นมาล้อมเธอทั้งออฟฟิศ พวกเธอดูไปเขินไปจะน่ารักสมจริงอะไรขนาดนี้ ถ้าจะให้เดาจูบก็คงจูบจริงทุกฉากด้วยสิ

 

"จะให้บอกอะไร พอเพลงออกทุกคนก็ต้องเห็นอยู่แล้ว" เธอคลี่ยิ้มบางๆ แม้ทุกคนจะคลั่งไคล้ทัพเทพ แต่รู้ไว้เลยว่าทุกคนก็คลั่งไคล้ในตัวท่านประธานไม่แพ้กัน

 

"ตกลงเธอกับท่านประธานนี่ยังไงกันแน่หื้ม คบกันแล้วงั้นหรือ? " นิดาเอ่ยถามอย่างจับพิรุธ ฟางฟางเก๊กหน้าขรึมแล้วส่ายหัวรัวๆ

 

"จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกันเล่า..." ก็ไม่ได้คบจริงๆ นี่นา เธออยู่กันกับเขาในฐานะแม่ของลูกก็เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้จะบอกใครไม่ได้เพราะเขาเองก็คงไม่ได้อยากให้ใครรู้ เช่นเดียวกับเธอที่ไม่อยากเป็นข่าวกับเขา ไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตา

 

"เธอรู้ตัวไหมฟางฟาง ว่าบอสเป็นคนที่เข้าถึงตัวยากมาก ขนาดแพรวดีทีลือๆ กันว่าเป็นแฟนบอสยังไม่เคยมีรูปถูกเนื้อต้องตัวออกมาให้ใครได้เห็นเลยแต่กับเธอทั้ง... กอด ทั้ง... จูบบ" ขนาดผู้จัดการพิมพายังออกมาร่วมวงสนทนาปราศรัยกับเขาด้วย รู้สึกตกอกตกใจไม่น้อยที่ท่านประธานมาทำอะไรแบบนี้ เพราะปกติพวกเธอจะได้เห็นเพียงมุมนิ่ง เงียบ ขรึม แล้วก็มุมเด็ดขาด

 

"ก็แค่การแสดงนั่นแหละค่ะ พี่น้องกันเขาคงไปขอให้มาช่วยกันแสดง เพราะตอนแรกแพลนที่วางไว้พระเอกเป็นคุณนิธิ" เข้าถึงตัวยากอะไรกัน ก็เข้าถึงอยู่ทุกคืนไหมละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกดื่น พ่อคุณเล่นขยำเต้าอวบไม่ยอมปล่อยจนหลับไปด้วยกันทั้งคู่

 

"ไปๆ ทำงานเถอะ เดี๋ยวช่วยบ่ายบอสจะเข้ามาแล้ว เตรียมตัวให้ดีละคนที่จะต้องพรีเซนต์งานนี้" เวลาพวกเธอเจอท่านประธานทีไรจะชอบประหม่าจนทำให้การพรีเซนต์ออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

 

________________________ 

 

 

ในช่วงเวลาก่อนบ่ายสามทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงสถาปนิกได้เข้ามารอท่านประธานหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว ผู้ที่จะได้นำเสนอผลงานในวันนี้มีเพียงแค่สามคนจากที่พิมพาเลือก ใช่ว่ามัณฑนากรคนอื่นไม่มีความสามารถเพียงแต่พวกเธอรับงานกันไว้จนคิวเต็มแล้ว

 

ทันทีที่ท่านประธานมาถึง รุ่นพี่สองคนได้เป็นฝ่ายพูดก่อน เหมราชนั่งฟังอยู่เงียบๆ ใบหน้าไม่ได้แสดงถึงอารมณ์ใดๆ ออกมาจนเธอเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงต้องประหม่า เพราะเธอเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน บุคลิกเวลาทำงานของเขาช่างต่างจากเวลาอยู่กับเธอและลูกๆ จบลิบลับ

 

แบบที่บังอรนำเสนอเป็นแบบบ้านที่ออกไปทางวินเทจผสมลอฟท์หน่อยๆ ตัวบ้านจะออกสีทึบอึมครึมไม่เข้ากับคำโปรยของโครงการเสียเท่าไรนัก ส่วนของนพาออกแบบภายในไปทางสไตล์ตะวันตก ซึ่งมันไม่เข้ากับแบบบ้านที่สถาปนิกออกแบบ บ้านเดี่ยวชั้นเดียวสไตลตะวันออกสมัยใหม่

 

ฟางฟางรู้สึกเกร็งไปหมดหลังจากที่เขาเอ่ยบอกรุ่นพี่สองคนก่อนหน้า เธอเองก็มองว่าของทั้งสองคนดูสวยไม่น้อย มันอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลด้วย

 

"เริ่มเลยครับคุณเทวิกา" สิ้นสุดเสียงของเลขานที ฟางฟางถอดหายใจเฮือกใหญ่และเดินออกไปด้านหน้าจอโปรเจคเตอร์

 

"บ้านหลังนี้ดิฉันออกแบบมาจากบ้านในฝัน นำมาประยุกต์ใช้นิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับบ้านในโครงการนี้ ตัวบ้านเป็นคอนกรีตชั้นเดียวตกแต่งด้วยโทนสีอ่อน เพิ่มสีแดงก่ำบริเวณเสาและคานซุ้มชานพักทำให้น่าสนใจมากขึ้น ด้านหน้ามีสนามหญ้าและก่อขอบขึ้นมาเป็นกระถางต้นไม้ ลงไม้พุ่ม ไม้คลุมดินต่าง ๆ ตัวบ้านมีช่อกระจกบานใหญ่ไว้รับแสง ภายในตัวบ้านเราจะใช้ผ้าม่านสีขาวครีมเพื่อให้เข้ากับสีนวลโทนอ่อนภายในตัวบ้าน"

 

"ห้องโถงพักผ่อนในบ้านรวมเอาห้องรับประทานอาหารเอาไว้ด้วยค่ะ พื้นปูหินโทนสีเทาอ่อน ทำความสะอาดได้ง่าย จัดกลุ่มโซฟาไว้พักผ่อนกลางบ้าน เพิ่มพรมลายกราฟิกนุ่มเท้า ด้านหลังจึงเป็นส่วนของโต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะทานอาหารท๊อปไม้ กับเก้าอี้หลาย ๆ สไตล์ ให้ดูมีดีไซน์มากขึ้น"

 

"ห้องครัวขนาดกำลังดีและเป็นสัดส่วน แยกออกเป็นสองแพนทรี่ด้วยกัน โดยด้านนอกจะเป็นไอสแลนด์สำหรับเตรียมอาหาร และใช้เป็นบาร์ได้ ส่วนด้านในเป็นเคาน์เตอร์ปรุงอาหาร มีเตาและฮู้ดดูดควันจัดไว้ให้เรียบร้อย แต่งท๊อปและฐานด้านล่าง รวมไปถึงหน้าบานด้วยฟอร์ไมก้าลายไม้สีอ่อน ๆ เข้าชุดกับวอลล์เปเปอร์สีอ่อน ๆ "

 

"ห้องนอนขนาดกำลังน่ารัก แต่งตกแต่งเครื่องนอนสีสันอ่อนโยนลงตัว หน้าต่างใช้เป็นมู่ลี่สีขาวกั้นแสงเปิดปิด ให้บรรยากาศดูอบอุ่นไปอีกแบบ" ฟางฟางอธิบายอย่างไหลลื่นไม่ติดขัด ภาพประกอบและคำอธิบายมันเข้าถึงและสัมพันธ์กันทั้งหมด บ้านสไตล์อบอุ่นมันก็แลดูอบอุ่นจริงอย่างเธอว่า ห้องทุกส่วนจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว

 

"ผมอยากได้สวนใหม่ แบบมีสระน้ำน้อยๆ หรือศาลาไว้นั่งเล่นผ่อนคลายเพิ่มเข้ามาด้วย" เหมราชว่าให้อย่างเอาแต่ใจ เขาชอบที่สุดคือศาลาริมบ่อน้ำ ไม่งั้นคฤหาสน์ของเขาจะมีบ่อน้ำน้อยๆ อยู่โดยรอบหรือ..

 

"การจะขุดสระน้ำดิฉันมองไม่เห็นว่ามันจะดีกว่าตรงไหน เพราะส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็นครอบครัวต่างคนต่างทำงานคงไม่มีเวลารักษาความสะอาด บางบ้านมีลูกเล็กเด็กน้อยเมื่อคลาดสายตาอาจทำให้ประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้"

 

"แต่ถ้าเป็นส่วนกลางที่มีการดูแลรักษาความสะอาด ดิฉันคิดว่าหากจะเพิ่มควรไปเพิ่มในส่วนนั้นมากกว่าค่ะ" ห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบ.... ทุกสายตาจับจ้องมาที่สาวผู้กล้า หากเป็นคนอื่นท่านประธานสั่งให้แก้ตรงไหนก็คงจะรีบแก้งกๆ รับคำสั่งไปแต่โดยดี

 

"ตามนั้นก็ได้" เธอพูดมาก็มีเหตุผล แล้วแบบนี้บ่อน้ำสิบกว่าบ่อที่บ้านต้องรีบถมไหมเนี่ย!! เผื่อลูกๆ พลาดตกลงไปจะทำยังไงกัน...

 

เลขานทีสรุปการประชุมอีกครั้งก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันออกไป วีรกรรมในห้องประชุมของฟางฟางถูกพูดถึงในเวลาอันสั้น หลายๆ คนเข้ามายินดีกับงานที่ได้รับเลือกของเธอ รวมถึงรุ่นพี่สองคนที่อยู่ในการนำเสนอเมื่อครู่ด้วย เธอยิ้มจนแก้มปริที่แรงกายแรงใจที่ทุ่มเทไปเป็นผลสำเร็จ แต่หลังจากนี้ไปเธอต้องออกไปดูไซต์งานกับพี่ๆ สถาปนิกคงจะยุ่งหัวหมุนหนักกว่าเดิม

 

___________ 

 

 

"กรี๊ดดดดดดดด"

 

"อะไร อะไรคะลูก ลูกแพรวเป็นอะไร" วิภาวิ่งหน้าตาตื่นออกจากห้องครัวไปดูลูกสาวที่ส่งเสียงร้องกรี๊ดจนดังลั่นบ้านด้วยความตกอกตกใจ

 

"คุณแม่ดูนี่สิคะ... ยัยฟางฟางกับคุณเหม!! หนูเกลียดมัน!!! " แพรวดีแทบจะปามือถือรุ่นแพงในมือทิ้ง ดีหน่อยที่วิภาคว้าไว้ทัน เธอจึงหยิบมาดูว่าอะไรทำให้ลูกสาวสุดที่รักคลั่งไคล้ได้ขนาดนี้

 

"หรือว่ามันกับคุณเหมจะรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว"

 

"คุณแม่ยังจะถามอีกหรือคะ ถ้าไม่รู้หนูจะเป็นดาราตกอับแบบนี้หรือ งานก็มีไม่ ละครที่หนูเป็นนางเองก็ถูกถ่ายใหม่ทั้งหมด คุณเหมราชทุ่มทุนหักหน้าหนูขนาดนี้แสดงว่าคงโกรธมาก" เจ็บร้าวไปทั้งหัวใจเธอปฏิเสธดารา นักธุรกิจ นักการเมือง ทุกคนทุกสายอาชีพเพื่อเหมราช เธอหวังว่าสักวันเขาจะใจอ่อนและหันมามองเธอบ้าง เพราะในหัวใจมีแต่เขาเพียงคนเดียว

 

 

"ลูกไปหาคุณอาอิธิพลกับแม่ดีกว่า ลองไปคุยดูเผื่อทำงานกับคุณอาแล้วจะได้กลับมาดังเหมือนเดิม" เพื่อนของสามีเคยรู้จักมักจี่อยู่บ้าง เขาน่าจะเห็นความลำบากของลูกสาวแล้วอาจจะเมตตา

 

"ไม่เอาหรอกค่ะ... ค่ายรองทำยังไงก็ขึ้นแท่นนางเอกไม่ได้"

 

"ถ้าไม่ทำนั่นหมายความว่าลูกจะยอมทิ้งความฝันแล้วหันมาช่วยงานคุณพ่อแล้วงั้นหรือ? " วิภาถาม ไม่ว่าลูกจะตัดสินใจยังไงเธอเองก็รับได้แล้วก็พร้อมที่จะสนับสนุนลูกไปในทุกๆ ทางที่เธออยากเดิน

 

"ไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ จะออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดสักหน่อยวันนี้ไม่กลับนะคะ" ตั้งแต่ตกงานเธอก็เอาแต่ออกเที่ยว ดื่ม กิน ใช้ชีวิตมัวเมาลุ่มหลงไปกับสุราเมรัยเพื่อคลายความเครียด แต่พอตื่นเช้ามาก็กลับมาเครียดใหม่เหมือนเดิมจนต้องใช้วัฏจักรนี้วนเวียนไปในทุกๆ วัน

 

 

 

 

ด้านวิสุทธิ์คนเป็นพ่อ... เขานั่งมองดูตัวเลขที่ทิ้งดิ่งลงเหวจนน่าใจหายยอดรายได้จากแปดหลักลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสามวัน และถ้ายังลดลงแบบนี้ต่อไปตลอดทั้งเดือนมีหวังได้ล้มละลายแน่ ผู้ถือหุ้นก็ต่างพากันขายหุ้นทอดตลาดราวกับอ่านเกมขาดยิ่งทำให้ต้องกุมขมับเครียดหนัก

 

 

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับครอบครัวของเขา พอถึงจุดสูงสุดก็มีรายได้เข้ามาเดือนๆ นึงไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน แถมลูกสาวก็ยังได้ดิบได้ดีจนมีหน้ามีตาในวงการแสดง พอลูกสาวดิ่งลงสู่จุดตกต่ำตัวเขาเองก็ตกต่ำไปด้วยมันเพราะอะไรกัน? วิสุทธิ์คิดไม่ตกและมองหาหนทางใหม่เพื่อเป็นที่พึ่ง ตอนนี้เงินลงทุนโดนถอนไปหลายร้อยล้าน แถมหุ้นที่ขายทอดตลาดไปราคาก็ตกจนไม่มีคนอยากจะซื้อ สิ่งที่จะทำได้ในตอนนี้เห็นทีว่าจะต้องหานายทุน.....

 

 

ยามเหนื่อยและท้อกับชีวิตแบบนี้มันทำให้เขาคิดถึงครอบครัวที่อบอุ่นเสียจริง ครอบครัวที่อบอุ่นไม่ได้หมายถึงครอบครัวทุกวันนี้ แต่หมายถึงครอบครัวเก่า.... วิภาแตกต่างจากแม่ของฟางฟางลิบลับ เธอเอาแต่ใช้เงินแต่งตัวสวยเชิดหน้าไปวันๆ ผิดกับอีกคนที่อยู่เคียงข้างไม่เคยห่างไปไหนเป็นที่พึ่งในยามยาก ธุรกิจที่ยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีเธอช่วยก่อร่างสร้างมันขึ้นมา

 

 

ตอนนั้นแม่ฟางฟางเริ่มทำงานหนักขึ้นเพราะบริษัทกำลังจะขยายจนเริ่มไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก่อนนั้นวิภาเป็นพนักงานอยู่ในบริษัทเธอคอยดูแลเอาใจใส่ ออดอ้อนตามประสาคนอยากได้อยากมีจนเขาหลงผิดและทำผิดพลาดจนมีลูกกับเธอ แม่ของฟางฟางทุกข์ใจมากแต่ก็ยังเข้มแข็งผลักดันจนทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เธอทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกสาวคนเดียวจะได้สุขสบายในอนาคต แต่ทว่าเธอกลับล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและจากไปในเวลาไม่กี่เดือน

 

ทรัพย์สินที่สร้างไว้หวังให้ลูกสาวกลับตกไปอยู่ในมือของคนอื่นที่เข้ามาชุบมือเปิบ ส่วนคนที่สมควรจะได้ก็ไม่รู้หายสาบสูญไปอยู่แห่งใน รูปแต่งงานเมื่อสามสิบปีที่แล้วถูกหยิบขึ้นมาดูอย่างคิดถึง ตามด้วยรูปครอบครัวที่ถ่ายกันสามคนพ่อแม่ลูก เขายังจำความสุขในตอนนั้นได้ดี...

 

ความผิดพลาดที่พาวิภาเข้ามาในชีวิตว่าใหญ่หลวงแล้ว แต่อีกความผิดพลาดอีกอย่างก็ไม่ได้น้อยไปกว่านั้นคือการที่ขับไล่ไสส่งลูกแท้ๆ อีกคนไปเผชิญชีวิตต่างบ้านต่างเมือง แถมยังไม่เคยดูดำดูดีเธอสักครั้งเขาปล่อยให้วิภาจัดการดูแลเธอ แต่พอสองเดือนให้หลังวิภาบอกว่าติดต่อเธอไม่ได้ ด้วยความโกรธและผิดหวังในตัวลูกทำให้เขาเลือกที่จะไม่สนใจไยดี แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีเขากลับคิดถึงเธอมาก... คิดถึงใบหน้าสวยหวานที่ละม้ายคล้ายคลึงกับแม่ของเธอเสียเหลือเกิน หากได้เห็นใบหน้าสวยๆ นั้นคงมีแรงใจฮึดสู้อีกสักตั้ง

 

 

"ฟางฟาง.... ลูกอยู่ที่ไหนกันนะ"

 

 

___________________ 

 

 

'ฟางฟาง ปีนี้น้าคงไม่ได้ไปเคารพหลุมศพ น้าต้องไปต่างจังหวัดหลานไปคนเดียวได้ใช่ไหมจ๊ะ' 

 

"หนูว่าจะไปกับเด็กๆ ค่ะ คุณน้าไม่ต้องห่วงนะคะหนูไปได้ค่ะ"

 

'โอเคจ๊ะ งั้นเอาไว้น้ากลับไปแล้วฟางฟางพาเด็กๆ มาเที่ยวหาน้าบ้างนะ น้าคิดถึง อ้อแล้วเพลงที่หลานไปเล่นน่ารักดีนะ' 

 

"ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ"

 

ฟางฟางหน้าแดงแจ๋เมื่อพูดถึงเรื่องการแสดง เธอโดนแซวมาทั้งวันอายแล้วอายอีกเขินแล้วเขินอีก กลับบ้านมาก็ยังมิวายโดนสองแสบพูดกันไม่หยุด ไหนจะแม่นมกับเอมอรอีกด้วย

 

 

"จะพาลูกไปไหนงั้นหรือ? " จะว่าเขาไม่มีมารยาทแอบฟังไม่ได้นะ เพราะเขาเองก็นั่งอยู่ในห้องนี้ได้ยินเต็มสองรูหูแบบไม่ต้องแอบเลย

 

"มะรืนเป็นวันครบรอบแม่ฉัน ฉันไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว คุณน้าเลยเป็นห่วงฉันก็เลยจะเอาเด็กๆ ไปด้วย" เธอเองก็พอรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง จริงๆ ไปคนเดียวก็ได้แต่ก็อยากมีเพื่อนไปด้วย อีกอย่างอยากพาเด็กๆ ไปเคารพหลุมศพคุณยายสักครั้ง

 

"ผมว่างเดี๋ยวผมไปด้วยแล้วกัน จะได้มีคนช่วยถือของ" เหมราชรีบเสนอตัวอย่างรวดเร็ว เรื่องอะไรจะปล่อยให้ไปไหนมาไหนเอง เธอไม่ค่อยคุ้นกับถนนหนทางในเมืองสักเท่าไร แค่ยอมให้ขับรถไปทำงานเองนี่ก็มากพอแล้ว

 

"ก็แล้วแต่คุณเลย" เขาหันกลับมาจ้องหน้าเธออย่างเหลือเชื่อ ปกติเธอจะดึงดันดื้อด้าน แต่ครั้งนี้ไม่เลยสักนิด

 

"ปิดไฟได้แล้ว หัดนอนแต่วันเสียบ้าง" วันนี้เธอมาแปลก ปกติจะนั่งทำงานจนดึก แต่วันนี้เธอขึ้นเตียงพร้อมเขาหลังจากไปส่งเด็กๆ เข้านอน แถมเธอยังพูดง่ายจนไม่อยากจะเชื่อบอกให้ปิดไปนอนก็ปิด

 

ท่อนแขนวงใหญ่พาดทับลำตัวอยู่ใต้ราวนม เขาดึงเอาเธอมากอดและซุกหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมตามซอกคอหอมอย่างผ่อนคลาย ปลายนิ้วมือวางบนยอกอกช้าๆ แสร้งทำเป็นปัดผ่าน ฟางฟางได้แต่กัดฟันข่มความกระสันเขาเป็นแบบนี้แทบทุกคืนพอเธอนิ่งเขาก็จะหลับไปเอง

 

"ฟางฟาง... ผม อ่าสส์ อยากเข้าไปสัมผัสคุณจะแย่ คุณหายเจ็บหรือยัง" คนเอาแต่ใจบดเบียดความเป็นชายแนบแน่นอัดถูบั้นท้ายกลมกลึง เขาอดทนมาสามสี่คืนแล้วมันทรมานเหลือเกิน

 

"นอนได้แล้ว ฉันง่วงแล้ว" คำพูดล่วงเกินของเขามันปลุกเพลิงสวาทในตัวเธอให้ลุกโชนอย่างรวดเร็ว สัมผัสอ่อนโยนที่ยอดดอกทำให้กายสาวหลั่งน้ำหวานออกมาอย่างท่วมท้น

 

"ผมไม่ไหมแล้ว"

 

"อ้ะ...อื้ออ คะ คุณ!! นี่!! อย่าเอาแต่ใจนักได้ไหม"

 

 

 

 

__________________ 

 

คุณพ่อเอาแต่ใจอีกแล้วววววววววว!!!!

 

ข้อมูลบ้านที่ฟางฟางนำมานำเสนอมาจากเว็บไซต์ www.homenayoo.com นะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว