email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 83 ซุยเรน(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 83 ซุยเรน(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 83 ซุยเรน(1)
แบบอักษร

ในขณะที่ทั้งสี่กำลังเดินทางไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นำโดยคาซึยะที่รู้ทางดีที่สุดมองเด็กๆ สามคนที่ทำท่าทางคล้ายคนเบื่อหน่ายคาซึยะก็ถอนหายใจและหันไปถามบางสิ่งกับเด็กๆ

 

 

"พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าทำไมฉันถึงรับภารกิจนี้"

 

 

"เพราะผู้จ้างวานเสนอชื่ออาจารย์คาซึยะ"

 

 

"ไม่ใช่ ดูท่าพวกเธอคงไม่รู้สินะว่าสถานรับเลี้ยงคืออะไร"

 

 

เด็กสามคนส่ายหัวไปมา เห็นแบบนั้นคาซึยะก็เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงทำท่าเบื่อหน่ายโดยเฉพาะอิทาจิที่รักหมู่บ้านเป็นชีวิตจิตใจ หรือยูกิมิที่เป็นลูกศิษย์สายตรงของเขา

 

 

"สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็คือ สถานที่รับเลี้ยงเด็กอายุพอๆกับพวกเธอ แต่พวกเด็กๆเหล่านั้นไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคอยดูแลพวกเขา ลองคิดสภาพดูของตัวเองถ้าไม่มีพวกเธอไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องเอาละกัน..."

 

 

เด็กๆเริ่มทำสีหน้าเศร้าโศกและเริ่มเข้าใจความหมายของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามากยิ่งขึ้น ทว่าอิทาจิก็ยังรู้สึกสงสัยว่าพ่อแม่ของพวกเด็กๆไปไหน หรือเด็กๆที่นั่นจะถูกทิ้ง

 

 

"ทำไมพวกเขาถึงไม่มีพ่อแม่ละครับ ?"

 

 

"พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้บางคนสูญเสียชีวิตจากสงครามโลกนินจา เมื่อเกิดสงครามขึ้นการสูญเสียก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นแบบนี้ทุกหมู่บ้าน แต่โคโนฮะของเราค่อนข้างโชคดีที่มีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่สร้างเพื่อรองรับเด็กๆที่สูญเสียครอบครัวไป"

 

 

"พวกเธอคงได้ยินข่าวกลุ่มวีรบุรุษแห่งโคโนฮะใช่ไม่ไหม ? รู้หรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่ากลุ่มวีรบุรุษแห่งโคโนฮะ ?"

 

 

"เพราะพวกเขาแข็งแกร่งมาก ?"อิทาจิยกมือตอบคาซึยะส่ายหัวและหันไปหาอิสุมิเพื่อรอฟังคำตอบจากเธอ

 

 

"เพราะเขาช่วยเหลือผู้อื่น"อิสุมิตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจคาซึยะพยักหน้าก่อนจะส่ายหัว

 

 

"อันนี้มีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แล้วคำตอบของยูกิมิละ ?"

 

 

"เพราะเขาหยุดสงครามได้บางส่วน ทำให้ฝั่งอิวะนั้นไม่สามารถตั้งค่ายขนส่งเสบียงเพื่อเตรียมบุกรุกแคว้นฮิโนะคุนิได้"

 

 

"ถูกต้องที่พวกเขาถูกนับว่าเป็นวีรบุรุษแห่งแคว้นฮิโนะคุนินั่นก็เพราะเขายอมเสี่ยงอันตรายเพื่อหยุดสงคราม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพี่ชายของอิสุมิกับน้องชายของฉันนั่นก็คือชิซุยที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สงครามจบลงให้เร็วที่สุด"

 

 

"พี่ทาคามิอยู่ในกลุ่มวีรบุรุษหรอคะ ?"

 

 

"ถูกต้อง เขาเข้มแข็งมากเลยละพี่ชายของอิสุมิ ทาคามิน่ะสามารถต่อสู้กับสัตว์หางของหมู่บ้านอิวะได้เกือบสามวันเพื่อยื้อให้พี่มินาโตะบุกไปยังใจกลางวงล้อมศัตรูเพื่อทำลายสะพานคันนากิ"

 

 

คาซึยะลูบศีรษะของเด็กหญิง เห็นท่าทีร่าเริงและใบหน้าที่ค่อนข้างคล้ายทาคามิ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าใจเล็กน้อย นึกถึงเด็กชายแสนร่าเริงที่มองเขาอย่างเทิดทูน ราวไอดอลก็ใจหายวับ

 

 

แม้ทาคามิยามปกติจะดูตื่นสงครามแต่พอเข้าสู่สนามรบก็พยายามทำทุกวิถีทางให้เพื่อนๆในทีมปลอดภัย แม้แต่การสละชีวิตของตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะที่สวยงามทาคามิสละชีวิตของเขาโดยที่ไม่มีใบหน้าเสียใจ

 

 

ถอนหายใจใบหน้าเศร้าๆของคาซึยะหายไป เขาพาเด็กๆ ไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ายาคุชิที่เขาได้มานานเกือบปี สภาพภายนอกของอาคารยังดูดีมาก แต่กลิ่นอายยากพลังของเขากลับลดลงจนน่าใจหาย

 

 

'คงถึงเวลาปรับปรุงแล้วจริงๆ'

 

 

เมื่อมาถึงหน้าประตูก็พบกับหญิงสาวที่อยู่ในชุดแม่ชีคริสจักรกำลังยืนรอต้อนรับเขาพร้อมกับกลุ่มเด็กโตอายุประมาณสิบสามสิบสี่จำนวนหลายสิบคน

 

 

"ท่านคาซึยะ"

 

 

"ไม่ได้เจอกันนาน ช่วงนี้โทรมขึ้นนะโนโนะ"

 

 

"ท่านคิดไปเองแน่ค่ะท่านคาซึยะ เชิญเข้ามาด้านในก่อน"

 

 

คาซึยะพยักหน้าให้กับเด็กๆเพื่อให้พวกเขาได้พูดคุยกับเด็กคนอื่นๆ ส่วนตัวเขาเดินตามโนโนะที่อยู่ในสภาพอ่อนแอ ราวกับคนขาดสารหาอาหารหรือพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ เมื่อมาถึงที่ห้องทำงานของเขาคาซึยะไม่รีรอเดินเข้าไปจับข้อมือของโนโนะทันที

 

 

"อ้าปาก"

 

 

"อ้าทำไมคะ ?"

 

 

"อ้าเถอะน่า"

 

 

พอโนโนะอ้าปากคาซึยะไม่รีรอใช้เนตรจุลทัศน์ในช่องปากของหญิงสาวทันที ไม่นานนักเขาก็จับหน้าของโนโนะและส่องเข้าไปในดวงตาก่อนจะขมวดคิ้ว มองโนโนะอย่างไม่พึงพอใจ

 

 

"เธออดหลับอดนอนมานานแล้วใช่ไหม ?"

 

 

"มะ ไม่ใช่นะคะมันพี่งจะเป็นช่วงสองสามวัน.."

 

 

"แต่ร่างกายเธออ่อนแรงมากเลยนะ ช่วงนี้มีปัญหาอะไรให้กลุ้มใจ และใช้ความคิดเยอะใช่ไหม"

 

 

โนโนะได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ เจ้านายเธอสามารถรับรู้ความคิดเธอได้ตลอดราวกับเขาอ่านใจเธอได้ ส่วนคาซึยะที่เห็นท่าทีของหญิงสาวที่แก่กว่าเขาตั้งหลายปีก็ส่ายหัว เอามือไปแตะผ้าผากของโนโนะก็พบว่าตัวเธอลุมๆคล้ายจะเป็นไข้

 

 

"เหนื่อยก็อย่าฝืน เธอยังมีฉันและคนอื่นๆอยู่ดังนัันปล่อยวางได้แล้ว"

 

 

"ค่ะท่านคาซึยะ..."

 

 

พอปล่อยวางอย่างจริงจังร่างของโนโนะก็ทรุดในอ้อมแขนของเขา คาซึยะจึงต้องแบกเธอไปยังห้องนอน พอเดินได้ไม่กี่ก้าวเขาก็พบเด็กชายผมเงินสวมแว่นทรงกลมของโนโนะถือกาลามังใส่น้ำมาให้เขาราวกับรู้งานของตนเอง

 

 

"ท่านคาซึยะ นี่ครับ"

 

 

"ขอบใจคาบูโตะ มาสิพวกเราเข้าไปด้วยกันไปดูแลแม่ใหญ่ของเธอกัน"

 

 

"แต่ว่า..."

 

 

เห็นเด็กชายทำท่าทีเกรงใจ คาซึยะก็เกาแก้มและตัดสินใจลากเด็กชายตัวน้อยไปกับเขาด้วย ยังไงถ้าเขาไม่อยู่หมู่บ้านในอนาคต ผู้ที่จะดูแลโนโนะได้ก็มีเพียงคาบูโตะเท่านั้น

 

 

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสอนเด็กชายถึงการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น โดยกำชับให้มากโดยเฉพาะเรื่องยาที่ใช้ การทำยาในโลกนินจานั้นค่อนข้างยุ่งยาก เพราะนี่จะนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณชั้นเยี่ยมมาบดและปั้นเป็นเม็ดยา

 

 

"ช่วงนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ?"ในขณะสอนวิธีบดยาลดไข้ และฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนแรงคาซึยะก็หันไปถามคาบูโตะที่กำลังนั่งบดยาอย่างตั้งใจ

 

 

"พักหลังมานี้เด็กทารกกำพร้าเพิ่มขึ้นมากเลยครับ เลยทำให้มาเธอร์ต้องอดหลับอดนอน..."

 

 

อืมคนในหมู่บ้านที่มาช่วยทำงานที่นี่ก็อยู่เพียงช่วงเช้าถึงช่วงเย็นเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยทำไมเธอถึงดูเหนื่อยขนาดนั้น แถมยัยนี่ก็รักเด็กมากเป็นชีวิตจิตใจคงจะฝืนตัวเองเพื่อดูแลเด็กทั้งหมดจนตกอยู่ในสภาพนี้

 

 

"จำนวนทารกมีทั้งหมดเท่าไหร่"

 

 

"ถ้านับทารกที่พึ่งมาไม่กี่วันก่อนก็ยี่สิบห้าคนครับ"

 

 

เยอะมากเลยนะ แถมการดูแลทารกนั้นต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษอีกด้วย เขาควรตั้งภารกิจเพื่อเปิดรับนินจาเกะนินไม่ก็จูนินมาช่วยดูแลที่นี่ดีไหมนะ คาซึยะหลับตาไม่นานก็แสยะยิ้มบางๆ

 

 

"เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจัดการเองเธอดูแลโนโนะตามที่ฉันสอนไปก่อนก็แล้วกัน"

 

 

คาซึยะเดินออกจากห้องและหาที่เงียบๆก่อนจะดีดนิ้วราวกับกำลังส่งสัญญาณ ไม่นานนักก็มีชายในชุดคล้ายเอ็นบุโผล่ออกมาจากที่มืดนักคุกเข่าหนึ่งข้างอยู่ตรงหน้าของเขา

 

 

"ท่านคาซึยะมีอะไรให้รับใช้หรือครับ"

 

 

"ไปเกณฑ์ผู้หญิงในหน่วยรากให้มาช่วยโนโนะดูแลเด็กทารกที่นี่สักสิบคน"

 

 

"รับทราบ จริงสิครับท่านคาซึยะเมื่อวานพวกเราจับเด็กสาวจากหมู่บ้านคิริงาคุที่ลอบเข้ามาในโคโนฮะได้คนหนึ่ง"

 

 

เด็กสาว ? แล้วเรื่องแค่นี้ต้องมารายงานฉันเลยหรือไงคาซึยะได้แต่เกาหัว หลังจากตัวเขาเข้ามาควบคุมหน่วยรากจากที่มืดก็ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าพวกนี้ภักดีเกินเหตุ จนบางครั้งเขายังรู้สึกปวดหัว ความกังวลที่กลัวว่าเจ้าพวกนี้จะทำลายหมู่บ้านหายวับไปในทันที

 

 

"รู้ชื่อของเธอหรือเปล่า ?"

 

 

"ดูเหมือนเธอจะชื่อซุยเรนครับ"

 

 

กุมคางครุ่นคิดถึงเจ้าของชื่อ ซุยเรนจากคิริแต่นึกเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออก สงสัยในต้นฉบับตัวเธอจะไม่ค่อยได้บทละมั้ง แต่ชื่อซุยเรนมันทำให้เขาค่อนข้างคุ้นเล็กๆน้อยเหมือนจะเคยได้ยินมาเมื่อปีที่แล้ว

 

 

"เธอต้องการอะไร ?"

 

 

"ดูเหมือนเธอจะถูกเลือกให้สละร่างกายให้แก่ท่านเพื่อเป็นหลักค้ำประกันในตอนลงนามสนธิสัญญาพันธิมิตรกับนินจาคิริงาคุเระบางส่วน"

 

 

"แล้วทำไมต้องฉันอะ คนอื่นๆก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ"

 

 

คาซึยะถึงกับบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หาเรื่องตายให้เขาแท้ๆเลย เขาชักอยากจะรู้แล้วสิว่าใครเป็นคนบังอาจกล้าส่งยัยซุยเรยอะไรนี่มา สร้างปัญหาเพิ่มความร้าวฉานให้แก่ครอบครัวของเขาแบบนี้

 

 

"ดีๆ ! ฉันก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าคนที่คิดจะมาเป็นหลักค้ำประกันของฉันจะสวยและนิสัยดีแค่ไหน ถ้าไม่สวยและนิสัยแย่แล้วยังกล้ามาเสนอเหงือกสร้างปัญหาแบบนี้ พ่อจะจับใส่ลูกตุ้มเหล็กถ่วงแขนขาและโยนลงแม่น้ำให้ปลากินซะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว