ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สนใจทุบกำแพงไหม

ชื่อตอน : สนใจทุบกำแพงไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สนใจทุบกำแพงไหม
แบบอักษร

 

สนใจทุบกำแพงไหม 

 

เช้าวันต่อมาหนิงหวงก็ได้กินปลาสมใจ จะไม่ได้กินได้ไงละก็ตัวเขาเป็นคนล่ามาให้จื่อเอ๋อร์เอง คัดเลือกมาเฉพาะตัวโตเนื้อแน่นเน้น ๆ โดยส่วนมากจะเป็นตัวที่เข้าไปดูดจื่อเอ๋อร์ของเขา

เมื่อทั้งสองจัดการเก็บกวาดที่พักเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ โดยที่ระหว่างทางก็มีจุดแวะพักบ้างบางครั้งจนกระทั่งหนิงหวงได้พาจิวจื่อมาถึงจุดหมายที่ตนวางไว้

จุดหมายที่หนิงหวงวางไว้นั้นเป็นหน้าผาที่ตอนนี้มีดอกไม้สีขาวบานสะพรั่ง อีกทั้งตอนนี้ก็ยังมีลมพัดมาเอื่อยๆ ทำให้อากาศเย็นสบาย

“ว้าว สวยจังเลยขอรับ”

“ใช่ไหม พี่ตั้งใจจะพาจื่อเอ๋อร์มาที่นี่”

“หือ ทำไมล่ะขอรับ”

“เพราะว่าพี่...”

ฟิ้ว ~

“ลมแรงจังเลย เมื่อกี้หวงเกอจะพูดว่าอะไรนะขอรับ” จิวจื่อถามขึ้นอีกครั้งเพราะเมื่อกี้อยู่ดีๆ ลมก็พัดแรงมากทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ลมพัดมาอย่างเบาจนตนไม่ได้ฟังทั้งหมด

“เป็นแฟนกับพี่นะ”

“.....”

“นะ”

“/////”

“แฮ่ม พี่ก็เขินเป็นเหมือนกันนะ จื่อเอ๋อร์” หนิงหวงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังเงียบไม่ตอบแต่ใบหน้ามีริ้วสีแดงผาดผ่านเหมือนกับตน

“อือ” สายตาอ้อนแบบนี้ใครมันทนไหว

“จื่อเอ๋อร์ว่าอะไรนะ พี่ไม่ได้ยิน” ถึงเขาจะได้ยินอยู่แล้วแต่ก็ถามเพื่อความแน่ใจ

“อือ!” จิวจื่อเพิ่มน้ำเสียงลงไปอีก

“พูดอีกครั้งได้ไหม พี่ไม่ได้ยิน”

“ข้าบอกว่า ตกลงขอรับ หวงเกอบ้า” พูดจบจิวจื่อก็รีบเดินออกไป ใช่ว่าตนจะไม่รับรู้ถึงการกระทำที่ผ่านมาของหนิงหวงเสียเมื่อไร เหตุการณ์เมื่อวานก็ได้ให้คำตอบแล้ว

“จื่อเอ๋อร์ รอพี่ก่อนสิ” หนิงหวงร้องขึ้นก็ที่จะเดินตามไป

“หวงเกอก็ตามมาให้ทันสิขอรับ อ่ะ!” จิวจื่อหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงใครอีกคนที่อยู่ด้านหลังและอ้อมแขนที่ช่วงเอว

“ขอบคุณ ที่ยอมตกลงเป็นคู่ชีวิตกับพี่นะ”

“อืม...” จิวจื่อตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มถึงแม้หนิงหวงจะไม่เห็นก็ตาม

.

.

หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมาจิวจื่อกับหนิงหวงได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเหมือนได้ทำลายกำแพงบางอย่างลงระหว่างทั้งสองลง

แต่อย่างไรก็ตามจิวจื่อก็ยังมีความสงสัยอยู่ดี ว่าทำไมหนิงหวงถึงได้มาสนใจตนทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเขาทั้งอ้วนสิวเขรอะอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังเพิ่งหย่ามาอีกด้วย

ด้วยความนิสัยของจิวจื่อที่ไม่เข้าใจอะไรก็ถามออกไปในขณะที่ทั้งสองนอนดูดาวกันอยู่

“หวงเกอขอรับ”

“ว่าไง จื่อเอ๋อร์”

“ข้าอยากรู้วะ....”

“พี่บอกให้จื่อเอ๋อร์เรียกแทนตัวเองว่าอย่างไรนะ”

“นะ น้องอยากรู้ว่าทำไมถึงเป็นน้องล่ะขอรับ”

“^_^ อืม เรื่องนี้ต้องเท้าความตั้งแต่พี่ยังเด็กและหนีจากการฝึกซ้อม”

“โห แสดงว่าตอนเด็กหวงเกอซนมากสินะขอรับ”

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก จื่อเอ๋อร์อยากฟังไหม”

“ข้าก็อยากรู้ว่าตอนเด็กหวงเกอเป็นยังไงบ้าง” เพราะบางครั้งคนเราก็จะรู้จักกันมากขึ้นเพราะเรื่องอดีต

“ได้สิ เรื่องมันเริ่มจากที่พี่ยังเด็กอยู่ตอนนั้น...”

ในสมัยที่หนิงหวงยังเด็กอยู่ ด้วยความที่ตนไม่อยากฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้จึงได้เขียนจดหมายลาจากการซ้อมถึงพรุ่งนี้ตนจะได้รับโทษก็ตาม

ถึงอาจารย์ 

วันนี้ด้วยความที่ศิษย์ไม่มีแรงบันดาลใจในการฝึกฝน ศิษย์จึงขอลาไปเที่ยวหาแรงบันดาลใจในการฝึกก่อนนะขอรับ 

จาก ศิษย์ที่อาจารย์รัก 

ด้วยความที่รีบเร่งเขียนเกินไปจึงมีคำที่เขียนผิดบาง แต่อย่างไรก็ตามหนิงหวงนั้นไม่รู้เลยว่าตนได้ทิ้งความโกธรของอาจารย์ไว้ข้างหลัง วันนั้นเมื่อกลับมาถึงจวนเขาก็ถูกลงโทษโดยการฝึกหนักเป็นเท่าตัวจากที่มีเวลาฝึกซ้อมกลับกลายเป็นเลิกซ้อมก็ต่อเมื่ออาจารย์พอใจ

และแล้วหนิงหวงก็ได้เดินมาถึงตลาด แน่นอนสิ่งที่เขาซื้อเป็นอย่างแรกคือถังหูลู่ของหวานยอดนิยม

“ท่านน้า ข้าขอถังหูลู่ห้าไม้ขอรับ”

“นี้จ๊ะ สุดหล่อ”

“ขอบคุณขอรับ น้าคนสวย”

“ปากหวานนะเนี่ย  นี้น้าแถมให้ไม้หนึ่ง”

“ขอบคุณขอรับ”

หนิงหวงรับมาก่อนที่จะเดินจากไป ในขณะที่เดินไปเรื่อย ๆ อยู่นั้นรู้สึกตัวอีกทีก็เดินออกมาไกลจากตลาดแล้ว คนจึงไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไรถ้าเดาไม่ผิดที่นี่น่าจะเป็นหลังตลาด

เมื่อมองไปเขาก็สะดุดตากับศาลากลางน้ำจึงเข้าไปนั่งพักแต่ก็เจอชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วตนจึงจะไปหาที่นั่งอื่นแต่ก็โดนเรียกไว้เสียก่อน

“ไอ้หนู ไอ้หนูเอ๊ย” เสียงของชายชราคนหนึ่งดังขึ้น

“ตาเรียกใครนะ” หนิงหวงหันไปตามเสียงก่อนที่จะมองไปรอบ ๆ ก็เจอแต่ตนเองที่ยืนอยู่ตรงนี้ “ข้าเหรอ”

“ใช่ เอ็งนั่นแหละ”

“ตามีอะไรให้ข้าช่วยเหรอ”

“ไม่มีหรอก”

“อ้าว งั้นท่านตาเรียกข้าทำไม”

“มีใครบางคนฝากของมาให้เอ็งนะสิ” ชายชราล่วงมือไปหยิบของในถุงผ้าที่สะพายไว้ก่อนที่จะเอาให้ “เอานี่”

หนิงหวงมองไปที่ของที่อยู่ในมือก็มองเห็นเป็นว่าแหวนสีเงินวงเรียบ ๆ วงหนึ่งเท่านั้น

“ข้าไม่เอาหรอก ท่านตาเก็บไว้เถอะ” พูดพร้อมกับที่ดันมือกลับไป

“โอ๊ย ไอ้หนูรับไปเถอะนะ ถือว่าท่านตาผู้นี้ขอร้อง” ถ้าตนเอาให้ไม่ได้มีหวังโดนลงโทษกันพอดี

“ถ้างั้นข้าซื้อต่อจากท่านตาแล้วกัน” ตั้งแต่เด็กเขาก็ไม่ชอบรับของจากคนอื่นอยู่แล้วดังนั้นถ้ารับมาเฉย ๆ ตนก็จะรู้สึกไม่ดีสู้ซื้อมาดีกว่า

“...เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ราคา 1 ก้วน” ชายชรานิ่งคิดไปสักพักก่อน

“นี้ขอรับ 1 ก้วน”

ชายชรารับมาแล้วยื่นแหวนไปให้ ก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมาแล้วเดินจากไป

“ไอ้หนู โชคชะตาของเอ็งอาจจะยังมาไม่เร็วเหมือนคนอื่นเขานัก แต่ก็รอเขาหน่อยล่ะ” 

“อะไรของตาเนี่ย คิดจะไปก็ไป” ว่าจบเขาก็นั่งกินถังหูลู่ต่อโดยที่เก็บแหวนไว้กับถุงเงินในเสื้อด้านใน

นับตั้งแต่นั้นมาหนิงหวงก็ชอบฝันเห็นโลกที่เต็มไปด้วยม้าเหล็กที่มีรูปร่างไม่เหมือนกัน ตึกรามบ้านช่องที่มีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง และผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ โดยเฉพาะผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเห็นตั้งแต่เล็กจนโตไม่ว่าเด็กคนนั้นจะทำอะไรก็ตามก็ดูมีเสน่ห์ ยิ่งรอยยิ้มที่เจ้าตัวชอบยิ้มจนแก้มแทบแตกนั้น ยิ่งทำให้หนิงหวงแทบหลงใหลจนแทบจะคลั่ง

“จิวจื่อ จิวจื่อ ... จื่อเอ๋อร์” หนิงหวงพึมพำชื่ออย่างเหม่อลอย

ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นยิ้มให้ใคร คบใคร หนิงหวงไม่ชอบใจเอาเสียเลย จนกระทั่งวันที่เด็กคนนั้นโดนทรยศจากคนที่ไว้ใจ วันนั้นเป็นวันที่เขาแทบขาดใจเปรียบเสมือนทำบางสิ่งที่สำคัญมากหายไป

.

.

“อย่าบอกนะว่าแด็กคนนั้น...” จิวจื่อเงยหน้าถามหนิงหวงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

“ใช่แล้ว เด็กคนนั้นก็คือจื่อเอ๋อร์” หนิงหวงพูดตอบออกไปอย่างอ่อนโยน 

“...แล้วหวงเกอรู้ได้ยังไง ว่าเป็นน้องนะ” จิวจื่อถามขึ้นอย่างสงสัยก็ในเมื่อเขามาเขาร่างของคนอื่นนสิ 

“เรื่องนี้ก็เพราะว่าแหวนวงนี้แหละ” หนิงหวงชูแหวนขึ้นมา 

“แหวนวงนี้มัน...” จิวจื่อร้องครางขึ้นมาก็ในเมื่อแหวนวงนี้มันเคยเป็นของเขาแต่ก็ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน 

“จื่อเอ๋อร์รู้จัก?” 

“ขอรับ ก็ตอนนั้นแม่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบอกว่าเป็นสิ่งเดียวที่ติดตัวมา แต่น้องก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนรู้ตัวอีกทีมันก็หายไปแล้ว” 

“มันคงเป็นโชคชะตาของเราที่ผูกโยงไว้กับแหวนวงนี้” 

ทั้งสองมองตากันอย่างมีความหมายก่อนที่จะประสานเสียงหัวเราะ 

.

.

หลังจากที่เด็กคนนั้นหรือก็คือจิวจื่อตกหน้าผาลงไปแล้ว เขาก็ตื่นขึ้นจากฝัน ตั้งแต่นั้นมาตนก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้งจนกระทั่งที่เขามองไปเห็นคนคนหนึ่งที่มีภาพซ้อนทับกับจิวจื่อจึงได้เดินเข้าไปขวางไว้

“โอ๊ยยยย!!!”

“...!!! ...”

ตึก ตัก ตึก ตัก

เสียงของหัวใจที่เต้นระรัว

ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งแน่ใจเพราะแหวนที่พกไว้ตลอดเวลาร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล หลังจากนั้นตนก็ได้ให้คนไปสืบประวัติของจิวจื่อมา ก่อนที่จะได้รู้ว่าคนที่ตนหมายปองเอาไว้กำลังจะหย่าและย้ายไปอยู่ที่ทิศทักษิณซึ่งเป็นที่ที่เขาประจำการอยู่ จึงได้รีบกลับไปประจำการที่ค่ายจัดการซื้อบ้านข้าง ๆ จวนของตนมาก่อนที่จะไปบอกเจ้าเมืองให้ปล่อยขายให้จิวจื่อเท่านั้นในราคาที่เขาเป็นคนตั้งไว้

.

.

.

“นั้นคือเรื่องราวทั้งหมด คราวนี้จื่อเอ๋อร์ก็หายสงสัยเสียทีนะ”

“เดี๋ยวนะ หวงเกอก็รู้นะสิว่าน้องอายุเยอะแล้ว”

“อายุก็เป็นเพียงตัวเลขจื่อเอ๋อร์”

“หืม หวงเกอรับได้เหรอตอนนั้นน้องรูปร่างไม่ได้เหมือนตอนนี้เสียหน่อย”

“รับได้สิ เพราะพี่หลงเสน่ห์ของจื่อเอ๋อร์ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตอนนั้นจื่อเอ๋อร์ก็มีรูปร่างที่เร้าใจพี่เหมือนกันนะ”

“ทำไมข้ารู้สึกว่าหวงเกอเป็นสตอล์กเกอร์”

“.....ฮะ ฮะ”

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย แสดงว่าตอนแรกหวงเกอก็เดินเข้ามาขวางทางน้องเองใช้ไหม” จิวจื่อถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

“อ่ะ ก็ตอนนั้นพี่คิดถึงจื่อเอ๋อร์มากไปหน่อย”

“หวงเกอรู้ไหม ถ้าตอนนั้นน้องหิวมาก ๆ น้องสามารถทำอะไรได้บ้าง”

“☺”

“ยังจะยิ้มอยู่อีก”

“ก็พี่มีความสุข ถ้าวันนั้นพี่ไม่ได้เดินไปขวางทางจื่อเอ๋อร์ไว้ คงไม่มีวันนี้หรอก”

“นั้นมันก็จริง... แต่เรื่องบ้านน้องก็ว่าอยู่ทำไมราคาถูกจังที่แท้ก็เพราะหวงเกอนี้เอง”

“ก็พี่ไม่อยากให้จื่อเอ๋อร์ไปอยู่ไหนไกลนี้น่า”

“.....”

“ถ้าพี่ไม่ทำแบบนั้นเราคงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก ว่าแต่จื่อเอ๋อร์สนใจทุบกำแพงรวมเป็นหลังเดียวกันไหม”

“บ้า ได้คืบจะเอาศอกนะหวงเกอ”

“ยังไงเราก็เป็นแฟนกันแล้ว จื่อเอ๋อร์ไม่สนใจจริง ๆ เหรอ”

“แค่เป็นแฟน แต่ยังไม่แต่งอดไปนะขอรับ”

“โถ่~ จื่อเอ๋อร์งั้นก็แต่งกันงานกันเถอะ”

“นอนได้แล้วหวงเกอ”

“ขอรับ~”

 

.............................

เขียนไปก็หมั่นไส้อิพี่ยังไงไม่รู้ ที่มาเร็วไม่ใช่เพราะตอนนี้เขียนไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ตอนหน้าคงมาช้าหน่อยนะจ๊ะ

ความคิดเห็น